เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1 เพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นใคร

ตอนที่ 1 เพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นใคร

ตอนที่ 1 เพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นใคร


ตอนที่ 1 เพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นใคร

คานแกะสลักฝังหยกเมื่อรวมเข้ากับตัวอาคารหยกวิจิตรช่างเป็นประติมากรรมที่สมบูรณ์แบบ

ศาลา แท่น อาคารและหอล้วนโอ่อ่าตระการตา ทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนอยู่ในสรวงสวรรค์ ทว่าที่แห่งนี้คือพระราชวังต้าซาง

ราชวงศ์ต้าซางได้ก่อตั้งราชธานีใหม่ ณ ดินแดนแห่งสวรรค์ (เป็นคำที่เรียกประเทศจีนในภาษากวี) นานกว่า 128,000 ปีแล้ว ดังนั้นการจะเปรียบเปรยว่าพระราชวังต้าซางคือถิ่นพำนักของเซียนก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริง

ทว่าซูอันไม่มีอารมณ์มาชื่นชมทิวทัศน์ที่งดงามเหล่านี้

เขาเดินไปตามทางพร้อมรูปร่างผอมสูงดูสั่นคลอนเหมือนคนป่วย ใบหน้าหล่อเหลาแต่บัดนี้ซีดเซียว

เมื่อคิ้วของซูอันขมวดแน่น ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าในสมองที่มีแต่ความสับสนค่อยๆ กระจ่างชัด

เขาหยุดฝีเท้าพลางส่ายหัวแรงๆ

ความเจ็บปวดแผ่ซ่านอยู่ตรงหน้าผากทำให้เขารู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน

“ให้ตายเถอะ ข้าเป็นนักเดินทางข้ามกาลเวลาจริงหรือ?!”

กระนั้น แม้ว่าหัวใจของเขาจะเต็มไปด้วยความสับสน แต่ซูอันไม่ได้รู้สึกตกตะลึงกับคำเหล่านี้จริงๆ นัก

เพราะตั้งแต่เกิด เขามีสติปัญญามากกว่าคนธรรมดา เขาสามารถพูดได้ภายในสามวันและเดินได้ภายในห้าวันเท่านั้น เพียงแต่เขารู้สึกเหมือนว่าตัวเองลืมสิ่งใดสิ่งหนึ่งเสมอและเขาไม่เคยจำมันได้เลย

จนถึงวันนี้เขาเกิดจำได้เสียดื้อๆ ระหว่างที่เดิน...

แท้จริงเขาเป็นนักเดินทางข้ามกาลเวลา

กล่าวอีกนัยคือการกลับชาติมาเกิดในโลกนี้

แต่อาจเพราะตอนอยู่ในครรภ์มารดาทำให้เขาลืมความทรงจำเกี่ยวกับชาติก่อนแล้วใช้ชีวิตแบบคนท้องถิ่นตามปกติ ทว่าเมื่อครู่นี้เขาเพิ่งจำได้

‘หลังเดินทางสู่โลกนี้แล้ว ในช่วงแรกๆ เขายังเป็นตัวร้ายที่ถวายตัวรับใช้เบื้องบน...และเป็นผู้เปิดประตูนรก!’

ซูอันยกมือนวดศีรษะแรงๆ ก่อนจะพบว่าเขาเดินมาถึงหอไตรในวังหลวงโดยไม่รู้ตัว

เรียกว่าหอไตรอาจฟังเกินจริงไปหน่อย ทว่าส่วนใหญ่ที่นี่ก็เก็บคัมภีร์คติธรรมคลาสสิกของชาวพุทธและลัทธิเต๋าจริงๆ ทั้งยังมีตำราทักษะเบ็ดเตล็ดทางการแพทย์อยู่บ้าง หอไตรแห่งนี้มีขันทีธรรมดาเพียงไม่กี่คนปฏิบัติหน้าที่และมีคนมาเยือนน้อยมาก

สำหรับคัมภีร์ฝึกตนที่รวบรวมโดยราชวงศ์ถูกเก็บอยู่ในหอเซียนหยวนอีกแห่งหนึ่งและถูกคุ้มกันจากราชวงศ์ด้วยความเข้มงวด

เขาหันมองไปรอบกายและถอนหายใจออกมา จากนั้นทรุดกายลงนั่งที่ขั้นบันไดหินพลางยกมือลูบหน้าลูบตา

เขาคุ้นเคยกับโลกนี้จริงๆ เพราะมันเป็นโลกแห่งนิยายนองเลือดที่เขาได้อ่านในชีวิตก่อน เพียงแต่เขาไม่ได้คาดหวังว่าตัวเองจะกลายเป็นหนึ่งในตัวละครของนิยายเล่มนี้

ตัวเอกชายเยี่ยเสวียนได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของผู้เร้นกายท่านหนึ่งตั้งแต่เยาว์วัยและฝึกฝนด้วยความขันแข็งในป่าภูเขา

  

หลังจากสำเร็จวิชาแล้วลงจากภูเขา เยี่ยเสวียนจึงได้พบว่าบ้านของตนถูกบุกยึด บิดาถูกโบยด้วยไม้จนตาย มารดาฆ่าตัวตายตามสามี พี่ชายคนโตถูกจำคุก น้องสาวกำลังจะกลายเป็นเตาหม้อ [1] ของผู้มีอำนาจ ครอบครัวพังทลายไม่เหลือชิ้นดี

เยี่ยเสวียนระเบิดความโกรธแค้นจนก่อเหตุจลาจลในเมืองหลวง เขาสังหารผู้มีอำนาจแล้วช่วยเหลือน้องสาวออกมาได้ รวมถึงกวาดล้างสายตระกูลที่เกี่ยวข้องกับศัตรูทั้งหมด

หลังจากนั้นองค์จักรพรรดินีมีพระบัญชาให้ปิดล้อมเมืองหลวง รวมถึงมีพระราชเสาวนีย์ให้ตามล่าเยี่ยเสวียน เมื่อเยี่ยเสวียนถูกบีบบังคับให้หลบหนี นับจากนั้นเขาจึงก้าวเข้าสู่เส้นทางของกบฏเต็มตัว

  

ตลอดเส้นทางนั้นเขาต่อสู้เพื่ออำนาจที่เหนือกว่า รวบรวมฮาเร็ม กลืนน้ำลายตนเองและในท้ายที่สุดเขาได้ล้มล้างราชวงศ์ต้าซางสำเร็จ สร้างเส้นทางการเดินทางนองเลือดเพื่อช่วยเหลือพี่ชายที่ถูกตัวร้ายคุมขังไว้นานหลายปีสำเร็จและสถาปนาราชวงศ์ใหม่

เรียกได้ว่าเป็นราชามังกรที่โผทะยานออกจากภูเขาได้เลย ทว่าย่อหน้าหลังๆ เป็นเพียงการคาดเดาของซูอันล้วนๆ เพราะนิยายหยุดลงที่เยี่ยเสวียนก่อกบฏ

และซูอันคือผู้มีอำนาจที่ถูกสังหารตั้งแต่แรกคนนั้น

เขายังเป็นบริวารที่องค์จักรพรรดินีโปรดปรานมากที่สุดในนิยายเรื่องนี้ด้วย

ยิ่งไปกว่านั้นคือ...เขาเพิ่งพาคนไปบุกยึดบ้านของเยี่ยเสวียนเมื่อวานนี้เอง

ในระหว่างบุกรื้อค้น พวกเขาได้พบกับเยี่ยหลีเอ๋อร์น้องสาวของเยี่ยเสวียนซึ่งนางมีร่างกายที่ยอดเยี่ยม...กายอินบริสุทธิ์

ในเวลานั้นเขามีความคิดไม่ดีจึงลักพาตัวเยี่ยหลีเอ๋อร์กลับจวนและตอนนี้เยี่ยหลีเอ๋อร์ยังถูกขังอยู่ในห้องลับที่จวน

น่าเสียดายที่ตามบทประพันธ์เดิมได้กำหนดให้ร่างกายประเภทนี้ควบรวมกันด้วยความสมัครใจเพื่อที่จะได้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งการบังคับนางจะไม่ได้สิ่งใดเลยนอกจากอุปสรรคอีกขั้น ประเด็นสำคัญคือน้องสาวของตัวเอกจะถูกตัวร้ายข่มเหงสำเร็จได้อย่างไร

เป็นผลให้เขาต้องเลี้ยงเยี่ยหลีเอ๋อร์ไว้ก่อน และตามบทประพันธ์เดิมเขาไม่เคยแตะต้องเยี่ยหลีเอ๋อร์เลยจนกระทั่งเขาถูกสังหาร

และจุดประสงค์ที่เขาเดินทางเข้าวังครั้งนี้คือทูลรายงานต่อจักรพรรดินีว่าได้จับตัวเยี่ยหลีเอ๋อร์เอาไว้ เพราะตามหลักแล้วเยี่ยหลีเอ๋อร์ควรถูกส่งไปยังคุกหลวงเพื่อรอรับโทษ

กลับกลายเป็นว่าก่อนจะได้เข้าเฝ้าจักรพรรดินี เขาได้ฟื้นความทรงจำในชีวิตก่อนขึ้นมาและเพิ่งตระหนักว่าตนถือเผือกร้อนเอาไว้

นี่มันน่าเศร้ามาก~

ถ้าตามเส้นเรื่องเดิม

หากไม่มีเหตุการณ์พลิกผัน พรุ่งนี้ราชามังกรเยี่ยเสวียนจะลงจากภูเขาและคืนสู่เมืองหลวง

และเขานี่เองจะต้องสละชีพคนแรก กลายเป็นหินรองเท้าให้ตัวเอกปลุกปั่นพายุ

เวลานี้มันไม่สำคัญว่าเยี่ยหลีเอ๋อร์จะปลอดภัยอยู่หรือไม่ เพราะบ้านของเยี่ยเสวียนถูกรื้อค้นโดยคนของเขาเป็นเรื่องจริง ซึ่งโดยธรรมชาติแล้วเยี่ยเสวียนไม่มีทางปล่อยเขาไป

เขากำลังเริ่มนับถอยหลังสู่ความตายหรือเนี่ย?

ความกดดันมหาศาลเข้าโอบล้อมซูอันเอาไว้ หากเขาฟื้นความทรงจำได้ก่อนหน้านี้ ถึงแม้จะเพียงหนึ่งวันก่อนหน้า เขาคงไม่ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้เด็ดขาด

ทว่าตอนนี้การได้เผชิญหน้ากับตัวเอกเป็นสิ่งที่แน่นอนแล้ว

พรุ่งนี้อาจมีตัวเอกกระโดดมายืนเบื้องหน้าของเขาและตวาดใส่หน้าเขาว่า “เอาชีวิตเจ้ามา” จากนั้นซัดฝ่ามือเดียวใส่จนเขาแหลกเป็นชิ้น

เมื่อจินตนาการถึงภาพอันไม่พึงประสงค์นั้นแล้ว ซูอันตื่นตระหนกยิ่งนัก

ไม่ได้ ข้าต้องเอาตัวรอด!

ซูอันกำหมัดแน่นพลางลุกพรวดขึ้นยืน ประกายความโหดเหี้ยมฉายขึ้นในดวงตาของเขา

เขาไม่อยากเป็นหินรองเท้าให้ตัวเอก!

หากทำให้ใครขุ่นเคืองจะต้องนอนรอความตายเช่นนั้นหรือ

แล้วตัวเอกพวกนั้นอยากจะฆ่าใครก็ฆ่าได้หมดเลยหรือ

แต่นี่คือความจริงไม่ใช่นิยาย หากเขารวบรวมคนมาซุ่มโจมตีไว้ก่อน เขาไม่เชื่อว่าตัวเอกจะยังเป็นอมตะ

แต่ถ้าไม่ได้ผลจริงๆ สิ่งที่แย่ที่สุดคือเขาจะยอมแพ้แล้วหนีมาหลบในวังหลวงแบบหน้าด้านๆ เพื่อให้จักรพรรดินีคุ้มครอง ดูสิว่าเยี่ยเสวียนยังสามารถบุกเข้าวังหลวงได้หรือไม่?

ฝ่าบาทโปรดปรานเขาที่สุด หากเขาทำตัวหน้าด้านเข้าไว้ ฝ่าบาทจะไม่ละเลยเขาเด็ดขาด

ตัวเอกเอ๋ยตัวเอก เจ้าจะเป็นอมตะได้สักกี่น้ำ

ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้นก็ปรากฏเสียงฝีเท้าดังขึ้นในหอไตร

“เฮ้อ วันใหม่มาเยือนอีกครา ข้าอยู่ในวังหลวงนานขึ้นอีกวัน กระนั้นข้ายังไม่เคยเห็นพระพักตร์ของจักรพรรดินีเลย ได้ยินเสียงเล่าลือว่าพระนางมีความงามไร้ใครเปรียบ หากข้าได้จุมพิตสาวงาม จึ๊จึ๊ ช่างน่าเสียดาย เหตุใดถึงให้ข้ามาทำงานไร้ประโยชน์ที่นี่ บัดซบสิ้นดี!”

เสียงฝีเท้ามาพร้อมกับเสียงแหลมสูงซึ่งทำให้ซูอันผงะ

ยังมีคนในวังกล้าวิพากษ์วิจารณ์หรือแม้แต่พูดจาล่วงเกินจักรพรรดินีด้วย?

ฟังจากน้ำเสียงของอีกฝ่ายแล้วเหมือนว่าจะเป็นขันที

ในฐานะบริวารผู้ภักดีของจักรพรรดินี เมื่อซูอันได้ยินคำพูดเหล่านั้นจึงทำให้ไอสังหารที่ซ่อนอยู่ของเขาเผยออกมาทันที

เมื่อเขามีอารมณ์ฉุนเฉียวจะต้องสังหารขันทีคนนี้เพื่อสงบอารมณ์ เขาจึงหันไปมองจ้องที่ประตู

เขาเห็นประตูหอไตรค่อยๆ เปิดออก จากนั้นขันทีหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเดินออกมาและต้องสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นซูอันยืนอยู่ที่ประตู

ใบหน้าของขันทีหนุ่มซีดเผือดพลางแอบคิดว่ามันผิดปกติ หรือว่าซูอันจะได้ยินสิ่งที่เขาเพิ่งพูด?

แต่เสียงของเขาเบามาก อีกฝ่ายคงไม่ได้ยิน

ขันทีหนุ่มคิดปลอบใจตัวเอง

ในวังหลวงแห่งนี้การวิพากษ์วิจารณ์จักรพรรดินีถือเป็นความผิดร้ายแรง

“เป็นข้ารับใช้ที่ใจกล้านักนะ กล้าดีอย่างไรพูดดูหมิ่นฝ่าบาท เจ้าสมควรตาย!”

ซูอันมีใบหน้าเย็นชาและไม่ให้โอกาสขันทีได้ปกป้องตัวเอง เขาเคลื่อนย้ายพลังเวทจากฝ่ามือแล้วซัดใส่ขันทีหนุ่มทันที

แม้เขาจะเป็นเพียงตัวร้ายที่ไร้ประโยชน์ในนิยายและไม่สามารถมีชีวิตรอดเกินสามตอนได้ แต่เขาก็อยู่ในขอบเขตก่อกำเนิดแล้ว

ขันทีหนุ่มรู้จักแค่การใช้หมัดมวยธรรมดาแล้วจะปิดกั้นฝ่ามือของซูอันได้อย่างไร

ภายใต้ความตื่นตระหนก ขันทีหนุ่มจึงทำท่าทางไท่จี๋ (ไทเก๊ก) มาตรฐาน พยายามสกัดกั้นการโจมตี

กระนั้นก็ไม่มีผลเลย

ร่างของขันทีหนุ่มกระเด็นออกไปไกลและถูกอัดเข้ากับผนังราวกับก้อนดิน

จากนั้นร่างของเขาร่วงสู่พื้นโดยหลงเหลือคราบเลือดไว้บนผนัง

“เมื่อครู่...ใช่ไท่จี๋หรือไม่?”

ซูอันขมวดคิ้วพลางนึกถึงท่าทางที่ขันทีหนุ่มใช้เมื่อครู่นี้

ท่ากางแขนกางขาออกที่เหมือนนกกระยางนั่น...

เชิงอรรถ

[1] เตาหม้อ (鼎炉) เปรียบเปรยถึง การบ่มเพาะร่างกายและจิตวิญญาณร่วมกัน หรือการร่วมเพศนั่นเอง

จบบทที่ ตอนที่ 1 เพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นใคร

คัดลอกลิงก์แล้ว