- หน้าแรก
- ถงกู่ : ตำนานผู้ท้าลิขิต ข้าจะพิชิตทุกเกมชะตา
- บทที่ 80 - จะไม่มีใครต้องตาย
บทที่ 80 - จะไม่มีใครต้องตาย
บทที่ 80 - จะไม่มีใครต้องตาย
บทที่ 80 - จะไม่มีใครต้องตาย
☉☉☉☉☉☉☉☉☉☉☉☉☉☉☉
กลิ่นอายอสูรที่เข้มข้นจนทำให้หายใจไม่ออก แรงกดดันที่แข็งแกร่งจนทำให้ขยับตัวไม่ได้
ทันจิโร่นอนอยู่บนพื้น พยายามจะลุกขึ้น แต่ไม่ว่าเขาจะออกแรงแค่ไหน ร่างกายกลับสั่นเทาจนไม่สามารถขยับได้
“อย่าขยับสิ ทันจิโร่ ไม่อย่างนั้นแผลจะเปิดอีก”
เสาหลักเพลิง เร็นโงคุ เคียวจูโร่กดร่างกายที่พยายามจะดิ้นรนของทันจิโร่ไว้ เขาหายใจเข้าลึกๆแล้วเหลือบมองอสูรกินคนที่ปรากฏตัวขึ้นใหม่
ผมสั้นสีชมพู ผิวขาวซีด ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยรอยสักสีน้ำเงินเข้ม และที่สำคัญที่สุดคือกลิ่นอายอสูรที่เข้มข้นราวกับเป็นความมืดมิด...
นี่คืออสูรข้างขึ้นงั้นหรือ
เร็นโงคุ เคียวจูโร่ลุกขึ้นยืนขวางหน้าเด็กหนุ่มที่ได้รับบาดเจ็บ ทั่วทั้งร่างแผ่จิตต่อสู้ที่แข็งแกร่งออกมา
มุมปากของอาคาสะค่อยๆยกขึ้น เขาแทบจะโห่ร้องยินดีให้กับมนุษย์ฝั่งตรงข้าม จิตต่อสู้ที่แข็งแกร่งของอีกฝ่ายราวกับคบเพลิงในยามค่ำคืนที่สว่างไสว
ด้วยร่างกายของมนุษย์ ในเวลาเพียงสิบกว่าปี ก็สามารถฝึกฝนร่างกาย เจตจำนง และทักษะมาถึงระดับนี้ได้งั้นหรือ
ช่างเป็นอัจฉริยะจริงๆ...
อัจฉริยะเช่นนี้หากถูกเขาฆ่าตายตอนนี้ก็น่าเสียดายแย่
ฉัวะ
ปลายเท้าของอาคาสะออกแรง ร่างกายก็หายวับไปในพริบตา ปรากฏขึ้นตรงหน้าทันจิโร่ในทันที หมัดขวายกขึ้นสูง เขาตัดสินใจแล้วว่าจะฆ่าทุกคนที่ขวางทางให้หมด แล้วค่อยชวนอัจฉริยะคนนั้นมาเป็นอสูร ต่อไปจะได้ประลองฝีมือกันได้ตลอดไป
ม่านตาของเคียวจูโร่หดเล็กลง ความเร็วสูงมาก ดวงตาของเขาแทบจะหันกลับมาไม่ทัน ร่างกายก็ขยับไปตามสัญชาตญาณ
ปราณเพลิง กระบวนท่าที่สอง เพลิงผลาญสวรรค์
พระจันทร์เสี้ยวที่ลุกโชนราวกับเปลวไฟสว่างขึ้นในทันที หมัดขวาของอาคาสะที่ทุบไปยังทันจิโร่ถูกดาบเล่มนี้ฟันเปิดออก
ในใจของอาคาสะยิ่งสะใจมากขึ้น สองเท้าออกแรง พลิกตัวหลบดาบที่เคียวจูโร่จะตัดคอ ระหว่างการเคลื่อนไหว มือขวาที่ถูกฟันขาดก็ฟื้นฟูเหมือนเดิมแล้ว
ตอนนี้ทันจิโร่ถึงได้หายใจหอบอย่างโล่งอกที่รอดตายมาได้ เมื่อครู่นี้ความตายอยู่ใกล้เขามากขนาดนี้
“ทำไมเจ้าถึงต้องลงมือกับผู้บาดเจ็บก่อน”
เร็นโงคุ เคียวจูโร่ก็สัมผัสได้ถึงจิตต่อสู้ที่แข็งแกร่งบนร่างของอาคาสะเช่นกัน แตกต่างจากอสูรที่พึ่งพาแต่มนต์อสูรโลหิตและพละกำลังทางกายภาพในการต่อสู้โดยสิ้นเชิง อสูรตนนี้เชี่ยวชาญการต่อสู้มาก
อาคาสะไม่สนใจคำถามของเคียวจูโร่เลยแม้แต่น้อย เขาหัวเราะเบาๆแล้วอธิบาย
“เจ้าพวกที่เกะกะแบบนี้ ข้าคิดจะกำจัดทิ้งก่อน แล้วพวกเราสองคนจะได้คุยกันดีๆ...”
เร็นโงคุ เคียวจูโร่เหวี่ยงดาบยาวแล้วปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
“ข้าไม่มีอะไรจะคุยกับเจ้า แม้ว่าจะเป็นการพบกันครั้งแรก แต่ข้าก็รู้สึกรังเกียจเจ้าแล้ว”
รอยยิ้มของอาคาสะจางลงเล็กน้อย แต่จิตต่อสู้ในอกกลับยิ่งลุกโชนขึ้น
“เป็นอย่างที่ว่าไว้จริงๆ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่แค่พูดแล้วจะเข้าใจได้ นักรบด้วยกันมีเพียงการต่อสู้เท่านั้นที่จะสื่อสารกันได้”
อาคาสะก้าวเท้าขวาไปด้านข้าง จุดศูนย์ถ่วงค่อยๆต่ำลง สองมือกำแน่น จิตต่อสู้ที่แข็งแกร่งและมนต์อสูรโลหิตผสมผสานกัน ลายเกล็ดหิมะสีฟ้าขนาดใหญ่ก็สว่างขึ้นจากพื้นดินใต้เท้าของเขาในทันที
“เปิดอาคม”
อาคมสังหาร·เข็มทิศ
อาคาสะหายไปจากที่เดิมในทันที จิตต่อสู้ที่แข็งแกร่งของเคียวจูโร่ทำให้เข็มทิศของเขาสว่างไสวอย่างหาที่เปรียบมิได้ในตอนนี้ เขารู้สึกถึงพลังที่แข็งแกร่งที่อาคมส่งกลับมา ในใจก็ยิ่งมั่นใจมากขึ้นว่าจะต้องเปลี่ยนชายตรงหน้าให้เป็นอสูรให้ได้
ร่างกายของเร็นโงคุ เคียวจูโร่งอเล็กน้อย สองมือจับดาบสุริยัน ปราณทำงานอย่างเต็มที่ ในสายตาท่าทีที่รวดเร็วของอาคาสะดูเหมือนจะช้าลงเล็กน้อย
ลมแรงปะทะใบหน้า เคียวจูโร่เอี้ยวตัวเล็กน้อย หลบอาคาสะไปพร้อมกับหมุนตัวฟันดาบหนึ่งครั้งที่หลังของอาคาสะเป็นรอยแผล แต่การเคลื่อนไหวของอาคาสะไม่ได้รับผลกระทบเลยแม้แต่น้อย ร่างกายของเขาคล่องแคล่วว่องไวอย่างยิ่ง ในทันทีเท้าหน้าก็เหยียบลงไปในพื้นดินอย่างแรง บังคับให้จุดศูนย์ถ่วงบิดเบี้ยวแล้วหมุนตัวเตะข้างเช่นกัน
เพลงดาบของเคียวจูโร่กลมกลืน หลังจากฟันดาบหนึ่งครั้งจุดศูนย์ถ่วงก็ต่ำลง ก้มหัวหลบการเตะที่ดุร้ายของอาคาสะ กระบวนดาบไหลเวียน กลับกันก็ใช้ดาบหนึ่งครั้งฟันขาที่อาคาสะใช้ค้ำพื้นขาด
“ฮ่า...” อาคาสะราวกับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดจากการสูญเสียแขนขาเลยแม้แต่น้อย เขากลางอากาศไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น หมุนร่างกายอย่างแรง เท้าขวาที่ฟื้นฟูเสร็จสิ้นในทันทีก็เตะเข้าใส่แขนทั้งสองข้างที่ไขว้กันของเคียวจูโร่อย่างแรง
เร็นโงคุ เคียวจูโร่รู้สึกเพียงว่าแขนซ้ายที่ป้องกันอยู่ข้างหน้าเจ็บแปลบ ร่างกายก็เสียหลัก เซถอยหลังไปสองก้าว
แต่อีกฝ่ายไม่ได้ไล่ตาม
อาคาสะยืนอยู่ที่เดิม แขนขาในตอนนี้ก็สมบูรณ์ไม่บุบสลาย เขากางแขนทั้งสองข้างออกแล้วเชิญชวนอีกครั้ง
“เห็นไหม ร่างกายของมนุษย์ก็เปราะบางเช่นนี้แหละ พร้อมที่จะได้รับบาดเจ็บหรือกระทั่งตายได้ทุกเมื่อ”
“ตราบใดที่เจ้าก็กลายเป็นอสูร เจ้าก็จะสามารถเหมือนข้า ไม่สนใจความแก่ชราและอาการบาดเจ็บ ฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้นได้ตลอดไป”
ไม่ดีแล้ว ไม่ดีอย่างยิ่ง ทันจิโร่จับจ้องการต่อสู้ระหว่างคุณเร็นโงคุกับอสูรข้างขึ้นตนนั้นอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าคุณเร็นโงคุจะแข็งแกร่งมาก แต่อสูรกินคนตนนั้นมีความสามารถในการฟื้นฟูที่น่าทึ่งเกินไปแล้ว หากเป็นเช่นนี้ต่อไป...
ในใจของทันจิโร่ร้อนรนอย่างยิ่ง เขาพยายามคลานลุกขึ้นมา พอดีกับที่อีกด้านหนึ่งฮาชิบิระ อิโนะสุเกะที่สภาพยังดีอยู่ก็ได้ย้ายผู้โดยสารที่ติดอยู่ออกมาแล้ว เขาก็รีบตะโกนเสียงดัง
“พวกเราต้องไปช่วย...”
“พวกเจ้าสองคนห้ามเข้ามา”
เร็นโงคุ เคียวจูโร่จะไ่ม่รู้ถึงความแข็งแกร่งของอสูรข้างขึ้นตรงหน้าได้อย่างไร แต่ก็เพราะความแข็งแกร่งนี้เองที่ทำให้เขาไม่สามารถอนุญาตให้นักดาบหนุ่มสองคนนี้เข้ามามีส่วนร่วมได้ คนหนุ่มสาวเหล่านี้ไม่ควรจะมาตายในที่แบบนี้
แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงความกังวลและความกลัวในใจของทันจิโร่เช่นกัน ในใจของเขาหัวเราะอย่างขมขื่น
ช่างไม่ควรเลยจริงๆ เคียวจูโร่ถึงกับปล่อยให้รุ่นน้องต้องมาเป็นห่วงตัวเอง...
อาคาสะเห็นทันจิโร่ที่อ่อนแอขัดจังหวะการต่อสู้ของเขากับผู้แข็งแกร่ง ในใจก็ไม่พอใจ เขาชกหมัดไปยังทันจิโร่จากระยะไกล
อาคมสังหาร·กระสุนอากาศ
เร็นโงคุ เคียวจูโร่เห็นอาคาสะชกหมัดออกมาจากระยะไกลกะทันหัน แม้ว่าจะไม่เห็นการโจมตี แต่ความรู้สึกวิกฤตโดยสัญชาตญาณนั้นทำให้เขารีบยืนขวางหน้าทันจิโร่ ดาบสุริยันป้องกันอยู่ตรงหน้า
ปัง
ใบหน้าของเร็นโงคุ เคียวจูโร่เปลี่ยนไป เขารู้สึกว่าดาบสุริยันถูกแรงมหาศาลกระแทก พลังนั้นเฉียดดาบสุริยันไปกระแทกไหล่ของเขา ทำให้เขาถอยหลังไปสองสามก้าว
“ถอยไป ทันจิโร่”
“วางใจเถอะ วันนี้...พวกเจ้าจะไม่มีใครต้องตาย”
เงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏขึ้นในหัวของเร็นโงคุ เคียวจูโร่ คำสอนของเร็นโงคุ รุกะเขาไม่เคยลืมแม้แต่ชั่วขณะ เขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์ ผู้แข็งแกร่งเช่นเขาเกิดมาก็ควรจะปกป้องผู้อ่อนแอ
ในดวงตาสีทองแดงของเคียวจูโร่เปล่งประกายจิตต่อสู้ที่แข็งแกร่ง จิตต่อสู้บนร่างของเขายิ่งลุกโชนขึ้น
เขาสองมือจับดาบสุริยันในแนวนอนค่อยๆทำท่าจะแทง ปราณทำงานอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ
ปราณเพลิง กระบวนท่าที่ห้า พยัคฆ์เพลิง
จิตต่อสู้ที่ลุกโชนราวกับเปลวไฟที่ระเบิดอย่างรุนแรง กลายเป็นพยัคฆ์เพลิงที่ดุร้ายพุ่งเข้าใส่อาคาสะในทันที ความเร็วที่รวดเร็ว พลังที่บ้าคลั่งทำให้อาคาสะไม่ทันตั้งตัว
อาคาสะถูกดาบเล่มหนึ่งแทงทะลุหน้าอก แต่จิตต่อสู้ของเขาก็ลุกโชนเช่นกัน เขาไม่สนใจบาดแผลเลยแม้แต่น้อย เขาชกหมัดไปยังศีรษะของเคียวจูโร่ เคียวจูโร่ทำได้เพียงเอี้ยวตัวเล็กน้อย หน้าผากก็ถูกข่วนเป็นแผลขนาดใหญ่
ทั้งสองคนก็ต่อสู้กันอย่างดุเดือดในระยะประชิดท่ามกลางความเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง เลือดของเคียวจูโร่ แขนขาที่ขาดของอาคาสะก็ปลิวว่อนไปมาอย่างต่อเนื่อง
ทันจิโร่มองอย่างร้อนใจ ในอกราวกับจะระเบิด เขามีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีอย่างยิ่ง แล้วตกลงควรจะทำอย่างไรกันแน่...
เขาก้มหัวลงหาดาบสุริยันที่ตกอยู่ของเขา แต่ทันใดนั้นเงาร่างที่คุ้นเคยก็วิ่งมาจากตู้รถไฟที่อยู่ไกลออกไป
เนซึโกะดึงแขนของทันจิโร่แล้วชี้ไปด้านหลัง สีหน้าของเธอมีท่าทีที่ทันจิโร่ไม่สามารถอ่านออกได้ นั่นดูเหมือนจะ...เป็นความยินดีงั้นหรือ
อีกด้านหนึ่งเสาหลักเพลิงเร็นโงคุ เคียวจูโร่รู้สึกว่าพละกำลังของเขาถึงขีดจำกัดแล้ว ส่วนอสูรกินคนตรงหน้าดูเหมือนจะยังมีแรงเหลืออยู่ เขาหายใจเข้าลึกๆ ในใจก็ตัดสินใจแล้ว
ปราณเพลิง: สุดยอดกระบวนท่าที่เก้า - เพลิงชำระ
เผาผลาญจิตต่อสู้และพละกำลังทั่วร่าง ร่างกายกลายเป็นเปลวเพลิงราวกับดาวตกฟันไปยังอาคาสะในทันที ส่วนอาคาสะในตอนนี้ก็ตื่นเต้นถึงขีดสุดแล้ว เขาก็ระเบิดพลังเช่นกัน เหวี่ยงหมัดที่ระเบิดออกมา
อาคมสังหาร·ทำลายล้าง
“คุณเร็นโงคุ” ท่ามกลางเสียงร้องที่สิ้นหวังของทันจิโร่ พื้นดินก็พลันเกิดเสียงคำรามคล้ายมังกรขึ้นมา
โฮก
พื้นดินหลายสิบเมตรพังทลายลงในทันที เงาร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งราวกับสายฟ้าสีดำสนิทก็ตกลงมาในสนามรบอย่างแรง
☉☉☉☉☉☉☉☉☉☉☉☉☉☉☉
[จบแล้ว]