- หน้าแรก
- ไอแอมฉู่เฉิน(เขยขยะตระกูลซ่ง)
- บทที่ 98 หมัดแดนใต้ขี้ขลาด
บทที่ 98 หมัดแดนใต้ขี้ขลาด
บทที่ 98 หมัดแดนใต้ขี้ขลาด
บทที่ 98 หมัดแดนใต้ขี้ขลาด
หวงหยางล็อคประตูอย่างแน่นหนา จากนั้นก็ด่าทออย่างรุนแรง น้ำลายกระเด็น ด่าหวงหยู่ฉวนจนหูชา
หวงหยู่ฉวนมึนงงไปเลย
เขาคุกเข่าอยู่บนพื้นอย่างเชื่อฟัง ไม่กล้าขยับ ไม่กล้าส่งเสียง
ในที่สุดหวงหยางก็ด่าจนเหนื่อย นั่งลงบนเก้าอี้ เขาหยิบแก้วน้ำขึ้นมา เดื่มลงไปอย่างแรง!
หวงหยู่ฉวนเงยหน้าขึ้น “คุณพ่อ ผมรู้ความผิดแล้ว ผมจะไม่ไปรับน้องหยู่เหิงแล้ว”
สมองของหวงหยางมืดแปดด้าน อดกลั้นแรงกระตุ้นที่จะปาแก้วน้ำในมือใส่หวงหยู่ฉวน
“ฉันไปคลอดหมูแดง ยังดีกว่าคลอดแกออกมา!”
หวงหยางวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะอย่างแรง
หวงหยู่ฉวนเดินออกไปด้วยความน้อยใจ
ตอนที่ฉู่เฉินและซ่งเหยียนกลับมาถึงบ้าน ซ่งอวิ๋นและซ่งฉิงกับสามียังไม่ได้จากไป ทั้งหมดกำลังนั่งดื่มชาอยู่ในห้องโถง
“น้องสามกลับมาแล้วเหรอ?” ซ่งอวิ๋นเดินเข้าไป จับมือซ่งเหยียนอย่างกระตือรือร้น ถามด้วยความเป็นห่วง “ไม่ได้รับความอยุติธรรมที่ตระกูลหวงใช่ไหม?”
หลินซิ่นผิงเดินเข้ามา มองฉู่เฉินแวบหนึ่ง “ถ้าแกเข้าใจเหตุผลนี้ตั้งแต่แรก ก็ไม่ต้องอ้อมค้อมขนาดนี้ สุดท้ายยังต้องให้ตระกูลเซี่ยลงมือจัดการเรื่องนี้อยู่ดี”
“คงจะอัดอั้นมากที่ตระกูลหวงใช่ไหม?” โจวเจี้ยนพูดอย่างแผ่วเบา “ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะมีตระกูลเซี่ยช่วย แต่ไม่ใช่ว่าทุกครั้งจะโชคดีแบบนี้ แกต้องจำบทเรียนนี้ไว้ล่ะ”
ฉู่เฉินยิ้มเล็กน้อย “ขอบคุณคำสั่งสอนของพี่เขยทั้งสอง”
หลินซิ่นผิงและโจวเจี้ยนพยักหน้า เห็นได้ชัดว่าพอใจกับท่าทางของฉู่เฉิน
อุปสรรคสามารถทำให้คนเติบโตได้จริงๆ
ในเวลานี้ ซูเยว่เซียนเดินออกมาจากห้องครัว มือถือแก้วน้ำผลไม้ ยิ้มแย้มแจ่มใส เดินมาที่หน้าฉู่เฉิน “ฉู่เฉินกลับมาแล้วเหรอ มา มาลองชิมนำผลไม้ที่เพิ่งคั้นดูสิ อร่อยไหม?”
“ขอบคุณคุณแม่ครับ” ฉู่เฉินก็กระหายน้ำพอดี เขารีบรับมา
หลินซิ่นผิงและคนอื่นๆ ต่างมองอย่างตกตะลึง
พวกเขามองฉากที่น่าเหลือเชื่อนี้
คิดว่าตัวเองตาฝาด
คุณแม่ถึงกับจะเอาน้ำผลไม้มาให้ฉู่เฉิน นี่เป็นการปฏิบัติที่พวกเขาไม่เคยได้รับมาก่อน!
“หรือว่าคุณแม่รู้จะว่า ฉู่เฉินถูกดูหมิ่นมากที่ตระกูลหวง” ซ่งอวิ๋นพึมพำ “หรือเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ฉู่เฉินสัญญาว่าจะไปขอโทษ”
“เหยียนเหยียน น้ำผลไม้อยู่ในนั้น ลูกไปตักมาดื่มสักแก้วสิ” ซูเยว่เซียนยิ้มอย่างอ่อนโยน
ซ่งเหยียน “...”
ดูเหมือนว่าสถานะของเธอในใจคุณแม่ จะลดลงสินะ?
ในไม่ช้าฉู่เฉินก็ดื่มน้ำผลไม้หมด ส่งแก้วคืนให้ซูเยว่เซียน “ขอบคุณ คุณแม่มากครับ”
ซูเยว่เซียนยิ้มและรับมา “เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เดี๋ยวกลับไปพักผ่อนเร็วๆ นะ เหยียนเหยียน ถ้าลูกไม่ดื่มน้ำผลไม้ ก็รีบกลับไปพักผ่อนกับฉู่เฉินเถอะ”
ซ่งเหยียน “...”
หลังจากที่ทั้งสองเดินออกไป คนที่เหลืออีกสี่คนในห้องโถงถึงได้รู้สึกตัว
“คุณแม่ ทำไมคุณแม่ถึง...” ซ่งฉิงยังคงยอมรับไม่ได้ “เมื่อกี้ นั่นคือฉู่เฉินนะ?”
“เธอดูถูกฉู่เฉินเหรอ” ซูเยว่เซียนถามกลับอย่างแผ่วเบา สายตามองไปที่คนทั้งสี่ “เวลาเกิดเรื่องร้ายแรงก็ต่างคนต่างหนี ฉันเข้าใจการเลือกของทุกคน แต่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของตระกูลซ่ง ฉู่เฉินไม่ได้ถอย แต่เขากลับเข้าควบคุมตระกูลซ่ง”
“อะไรนะ!” ทั้งสี่คนลุกขึ้นยืนพร้อมกัน ตะโกนออกมา
“คุณแม่ คุณแม่พูดว่าอะไรน่ะ?” ซ่งฉิงถามอย่างเหลือเชื่อ “ฉู่เฉินเข้าควบคุมตระกูลซ่ง?”
“ใช่ ในช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดของตระกูลซ่ง ฉู่เฉินยืนหยัดออกมา เข้าควบคุมตระกูลซ่ง” ซูเยว่เซียนพูด
“มันมากเกินไปแล้ว” โจวเจี้ยนพูดเสียงดัง “เดิมทีก็เป็นฉู่เฉินที่ก่อเรื่อง เขาถือสิทธิ์อะไรถึงเข้าควบคุมตระกูลซ่ง? ก็เพราะเขามีความสัมพันธ์กับคุณชายเซี่ยงั้นเหรอ?”
“นี่มันฉวยโอกาสชัดๆ” หลินซิ่นผิงไม่พอใจ
“คุณแม่ สุดท้ายแล้ว ฉู่เฉินก็แค่ลูกเขยที่มาจากไหนก็ไม่รู้ จะให้เขาเข้าควบคุมตระกูลซ่งได้อย่างไร? ถ้าข่าวนี้แพร่ออกไป จะน่าอายแค่ไหนกัน” ซ่งอวิ๋นพูด
ซ่งฉิงก็พูดว่า “ใช่ ไม่ใช่ว่า ไม่เคยมีตัวอย่างที่ลูกเขยพลิกสถานการณ์เป็นใหญ่เหรอ?”
สายตาของซูเยว่เซียนมองคนทั้งสี่อย่างเรียบเฉย “อย่าคิดในแง่ร้ายสิ การที่ฉู่เฉินเข้าควบคุมตระกูลซ่ง เป็นเพียงช่วงเวลาที่ตระกูลซ่งเผชิญกับพายุครั้งนี้ หลังจากพายุสงบลง ฉู่เฉินก็คืนอำนาจของตระกูลซ่งแล้ว ดึกแล้ว พวกเธอกลับไปพักผ่อนเถอะ”
ซูเยว่เซียนไม่ได้สนใจคนทั้งสี่อีก หันหลังเดินเข้าไปข้างใน
คนทั้งสี่มองหน้ากัน
“ไม่คิดเลยว่า ฉู่เฉินจะอาศัยอำนาจของตระกูลเซี่ย ก้าวหน้าเร็วขนาดนี้” โจวเจี้ยนพูดอย่างไม่เต็มใจ
สีหน้ายิ่งเสียใจ เรื่องครั้งนี้ ตระกูลโจวเสียหายหนักมากจริงๆ
“ตระกูลเซี่ยต้องการบุกตลาดยาของเมืองฉาน ถึงได้สนับสนุนฉู่เฉิน ช่วยตระกูลซ่ง” หลินซิ่นผิงพูดอย่างเย็นชา “แต่ การพนันระหว่างเถ้าแก่เฉียนกับฉู่เฉิน มันได้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองฉานแล้ว เป่ยเฉินเภสัชอยากจะประสบความสำเร็จในเมืองฉาน มันยากมาก”
“ฮึ่ม! พอการลงทุนของตระกูลเซี่ยล้มเหลว ตระกูลเซี่ยจะถอนตัวจากเมืองฉานทันที ถึงตอนนั้น ฉู่เฉินก็จะกลายเป็นหมากที่ไร้ประโยชน์ เขาต้องถูกทิ้งอย่างแน่นอน” ซ่งอวิ๋นพูด ยิ้มอย่างเย็นชา “การพนันระหว่างฉู่เฉินกับเถ้าแก่เฉียนมีกำหนดหนึ่งเดือน ฉู่เฉินลำพองได้อีกไม่นานหรอก”
ห้องโถงเล็กของบ้าน
ฉู่เฉินกำลังรินชา ซ่งเหยียนกำลังจัดเรียงเอกสารของเป่ยเฉินเภสัช
“คุณเซี่ยโทรมา บอกว่าทางนั้นเตรียมพร้อมแล้ว การจดทะเบียนบริษัทก็เสร็จสิ้นแล้ว” ซ่งเหยียนกล่าว “ฉู่เฉิน พรุ่งนี้เราต้องไปที่ตึกจินทานอีกครั้ง หลังจากตกแต่งแบบง่ายๆ แล้ว บริษัทยาเป่ยเฉินก็สามารถเปิดตัวได้ภายในห้าวัน”
ฉู่เฉินยื่นน้ำชาให้ “ภรรยาเหนื่อยหน่อยนะ”
ซ่งเหยียนมองฉู่เฉินแวบหนึ่ง “นายไม่มีข้อเสนอแนะอะไรบ้างเหรอ?”
“ไม่มี” ฉู่เฉินยิ้มอย่างอ่อนโยน ทำใบหน้าให้ดูหล่อเหลา “ผมรับผิดชอบความหล่อเหลา ภรรยารับผิดชอบหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว”
ซ่งเหยียนอ้าปากค้าง ไม่รู้จะตอบโต้อย่างไร
เธอไม่สามารถโต้แย้งกับคนที่พูดเรื่องขอเลี้ยงดูได้อย่างเป็นธรรมชาติ และราบรื่นขนาดนี้ได้จริงๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉู่เฉินและซ่งเหยียนไปเยี่ยมซ่งชิวตามปกติ
อาการบาดเจ็บของซ่งชิวฟื้นตัวได้ดี เขาสามารถลุกจากเตียงและเดินได้แล้ว
เพียงแต่ฉู่เฉินยังไม่ทันได้เดินเข้าไปในห้อง เขาก็ได้ยินเสียงถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อยมาแต่ไกล
“เสี่ยวชิว ทำไมถึงดูเศร้าสร้อยกว่าลูกสะใภ้บ้านอื่นๆ ล่ะ?” ฉู่เฉินถามติดตลก
ซ่งเหยียนมองฉู่เฉินแวบหนึ่ง ใบหน้าบึ้งตึงเล็กน้อย
ผู้ชายคนนี้รู้ได้อย่างไรว่าลูกสะใภ้บ้านอื่นๆ เศร้าสร้อย?
“พี่เขย หมัดแดนใต้ ไม่สามารถเชิดหน้าชูตาได้แล้ว” ซ่งชิวมองฉู่เฉิน ถอนหายใจอย่างแผ่วเบา พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ผมเพิ่งได้รับข่าวมา เจ้าสำนักของโรงฝึกมวยเฮยเหยาก็พ่ายแพ้ให้กับจ้าวซานหมัดแดนเหนือ โรงฝึกมวยเฮยเหยานั่น เป็นโรงฝึกมวยที่ตระกูลหวงเปิด”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉู่เฉินก็ตกตะลึงเล็กน้อย เขารู้สึกประหลาดใจ
โรงฝึกมวยเฮยเหยาของตระกูลหวง อาจมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มเงาทมิฬของตระกูลหวงไม่มากก็น้อย
พวกเขากลับพ่ายแพ้ให้กับจ้าวซานแห่งหมัดเหนือเนี้ยนะ?
“ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้ ฉันประเมินจ้าวซานคนนี้ต่ำเกินไปหน่อย”
ซ่งชิวกัดฟันกรอด “ตามกฎของยุทธภพ หลังจากที่จ้าวซานเอาชนะเจ้าสำนักของโรงฝึกมวยเฮยเหยาได้แล้ว เขาก็ได้รื้อป้ายของโรงฝึกมวยเฮยเหยาทิ้ง ตอนที่จากไป เขายังพูดจาโอ้อวด...” ซ่งชิวกำหมัดแน่น “เขาพูดว่า... หมัดแดนใต้ขี้ขลาด ไม่มีใครสู้หมัดแดนหนือได้”