เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 55 เข้าร่วม

ตอนที่ 55 เข้าร่วม

ตอนที่ 55 เข้าร่วม


ตอนที่ 55 เข้าร่วม

สภาพแวดล้อมของเออิโระไม่มีอะไรเลยนอกจากความมืด เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เขารู้สึกไม่ชอบเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย มันราวกับว่ามีบางอย่างอยู่ตรงหน้าเขาและกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งเหลือเพียงสองสามเมตร จากนั้นก็เมตรเดียวและไม่นานก็ห่างกันเพียงไม่กี่นิ้วและตอนนี้มันก็อยู่เกือบติดใบหน้าของเขา

และมันหยุดอยู่ตรงนั้นมันโดยไม่ได้สัมผัสกับเขา แต่อิมพ์หนุ่มรู้ดีว่ามีบางอย่างอยู่ที่นั่นแต่มันมืดเกินกว่าที่เขาจะมองเห็นได้

ไม่ว่าอิมพ์จะพยายามยื่นมือไปข้างหน้ามากแค่ไหนเขาก็ไม่สามารถจับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้เลย จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงไม้กระทบกันดังจากท่ามกลางความมืดและเออิโระก็ลุกขึ้นมาจากความฝันประหลาดและพบกับต้นตอของเสียงดังที่เกิดขึ้น

มันเป็นกล่องไม้ที่ชายชราจูร่าพกติดตัวตลอดก่อนหน้านี้ ตอนนี้มันกระแทกเข้ากับผนังด้านในรถม้าจนสั่นไปมาและเมื่ออิมพ์มองไปรอบๆไม่นานเขาก็เห็นเด็กๆนอนอยู่เงียบๆเช่นกัน พวกเขายังอยู่ครบหกคน โดยไม่ลังเลอิมพ์ก็ก็ลุกขึ้นยืนและพยายามปรับตัวเข้ากับแรงสั่นสะเทือนที่ร้ายกาจกว่าตอนนั่งอยู่ด้านหน้ารถม้า

และเมื่ออิมพ์พยายามยึดบางสิ่งไว้เพื่อทรงตัวเขาก็ล้มลงราวกับว่าเหยียบเข้ากับวัตถุที่อยู่ข้างๆเขา สิ่งที่อิมพ์เอื้อมมือไปจับนั้นคือส่วนหนึ่งของกล่อง

"อ่า ... " เออิโระพึมพำเบา ๆ ขณะที่รถม้าวิ่งไปอย่างเร่งรีบ เพื่อตอบสนองต่อเสียงที่เกิดขึ้นอิมพ์ก็มองดูว่าเกิดอะไรขึ้น มันไม่ใช่ว่าเขาจับส่วนตรงกล่องไม่ได้ แต่เป็นเพราะปลายแขนของเขาหายไปแล้ว

มันไม่ได้รู้สึกเหมือนจริงเลยแม้แต่น้อยเพราะเขายังรู้สึกแสบและปวดตรงปลายนิ้วของเขาที่ไม่มีอยู่อีก แต่ตอนนี้สิ่งที่ถูกฉีกออกไปก่อนหน้านี้ไม่ใช่แค่นิ้ว มันคือทั้งมือของเขาที่หายไปอย่างสมบูรณ์

แต่ก่อนที่เขาจะสามารถตอบสนองบางอย่างประตูข้างหน้าก็เปิดออกและเขาก็มองเห็นชายชราจูร่าอยู่ตรงนั้น

"เจ้าตื่นแล้วงั้นรึเจ้าตูดหมึก" จูร่าพูดด้วยเสียงบ่นเบา ๆ และ อิมพ์ก็จ้องไปที่เขาในขณะที่พยายามหากริชของตัวเอง

"โอ้ ไม่ต้องพยายามหรอก ตอนนี้ข้าอารมณ์ไม่ดีข้าคิดแม้แต่จะมาเกาคอของข้าเหมือนก่อนหน้านี้ดีกว่า " ชายชราชี้อย่างรำคาญขณะที่เขาก้าวเข้าไปในรถม้าและจับที่ไหล่ของอิมพ์ก่อนจะดึงเขาออกไปทางประตูก่อนที่เด็ก ๆ จะตื่นขึ้นมา

อิมพ์สับสนเพียงและทำแค่จ้องไปที่ชายชราในขณะที่พยายามเข้าใจสถานการณ์  “อะไร ... เจ้าทำอะไรกับมือของข้า .. ?” เออิโระถามแต่จูร่าก็ถอนหายใจออกมาและค่อยๆก้าวขึ้นไปที่ด้านหน้าของรถม้าโดยใช้มือไพล่หลังแล้วปีนขึ้นไปบนรถม้าด้วยการกระโดดเพียงครั้งเดียวก่อนที่จะเคาะที่นั่งข้างๆเขาราวกับส่งสัญญาณให้เออิโระนั่งลงตรงนั้น

อสูรหนุ่มก็ทำตามที่บอกอย่างช้าๆและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อปืนขึ้นไปด้านบนวึ่งมันยากกว่าที่เขาคิดไว้มากเมื่อเขาต้องใช้มือเพียงข้างเดียว และในที่สุดเมื่อเออิโระขึ้นไปได้ จูร่าก็คุมรถม้าให้เคลื่อนที่อีกครั้งพร้อมกับคว้ากระเป๋าใบเล็กๆที่วางอยู่ข้างเขา

เออิโระคว้ามันด้วยมือที่เหลือของเขาและดึงมันออกด้วยความช่วยเหลือของฟันก่อนที่จะมองผ่านมันและเห็นเข้ากับชิ้นส่วนสีน้ำตาลอ่อนสองสามชิ้นที่อยู่ข้างในแต่เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าทั้งหมดนี้เกิดอะไรขึ้น

"เจ้าจ้องอะไร เจ้าถามไม่ใช่หรอว่าข้าทำอะไร นี่ไงข้าก็เอาให้ดูแล้วหนิ  " จูร่าพูดพร้อมกับถอนหายใจเล็กน้อยและอิมพ์ก็เอียงหัวเขาทันที    “หมายความว่าไง”

“นั่นคือกระดูกของเจ้าไงหละ กระดูกของอสูรนั้นมีประโยชน์มากดังนั้นจึงรู้สึกผิดซะที่ตัดมันออกด้วยมือของตัวเองและแม้ว่าข้าจะไม่รู้ว่าเจ้าทำลายมือของเจ้าทำไม แต่ข้าขอแนะนำว่าอย่าได้ทำแบบนั้นอีก .”

อิมพ์หยิบชิ้นส่วนหนึ่งออกจากกระเป๋าอย่างช้าๆและมองเข้าไปใกล้ ๆ “ข้า … ตัดมือของตัวเองรึ?” เขาถามพร้อมกับบ่นและจูร่าก็พยักหน้าอีกครั้ง "ใช่ ดูเหมือนเจ้าจะสัมผัสกับพลังงานศักดิ์สิทธิ์มากไปและไม่ว่าเจ้าจะมีทักษะด้านทานสูงขนาดนั้นเจ้าก็ยังเป็นอสูร ไม่ว่ายังไงสิ่งนี้ก็ไม่ควรเกิดขึ้น "

ในขณะที่ขบฟันเข้าด้วยกันเออิโรก็จ้องไปที่ชายชราข้างๆเขา

"เจ้าช่วยอธิบายให้ข้าฟังได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น? เกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ข้าฆ่าผู้ชายคนนั้นแล้ว" เออิโระถามและจูร่าก็อธิบายอย่างรวดเร็ว

" เจ้าฆ่าเขา ส่วนข้าก็ฆ่าผู้ชายอีกคน หลังจากที่ข้าลากร่างของพวกเขาออกไปแล้ว ข้าก็ปล่อยเด็กๆออกมาจากรถม้าและพูดคุยกันเล็กน้อยในขณะที่รักษามือของเจ้า  "ขณะที่อธิบายอย่างรวดเร็วนั้นจูร่ายังคงหันหน้าไปข้างหน้าและเมื่ออิมพ์ต้องการจะพูดบางอย่างจูร่าก็พูดขึ้นต่อ

“เด็กพวกนั้นบอกข้าไม่กี่อย่างเกี่ยวกับเจ้า เห็นได้ชัดว่าเจ้าไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะช่วยพวกเขาทั้งหกคนและมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถตัดสินใจได้เพียงเสี้ยวินาทีเช่นนั้นมันยากเป็นอย่างมากสำหรับอสูร ทำไมเจ้าถึงทำแบบนั้นกัน   ?” ขณะที่ศีรษะของเขายังคงหันไปข้างหน้า เออิโระก็สวมสีหน้าแปลกๆเล็กน้อย ชายชราดูเหมือนกำลังรอคำตอบอยู่แต่ทว่าอสูรหนุ่มกลับไม่รู้เรื่องนั้น

“ไม่รู้สิ”

“ทำไมถึงเป็นเด็กพวกนั้นกัน?”

“ไม่รู้สิ”

"เจ้าชอบคนมากกว่าอสูรงั้นรึ?"

"ข้า ... ไม่รู้ ... " อิมพ์ตอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนที่จูร่าจะถอนหายใจออกมา  "มีอะไรที่เจ้ารู้บ้าง" เขาถามและอิมพ์ก็พยักหน้าตอบรับ

“มี ข้ารู้เพียงว่าไม่ว่าใครก็ตามหากต้องการคุกคามข้าหรือชีวิตของข้า ข้าก็ไม่ลังเลที่จะกำจัดพวกมัน แล้วข้าก็รู้ว่าข้าไม่ต้องการให้เด็กๆเหล่านั้นได้รับบาดเจ็บซึ่งตัวข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ข้าไม่รู้ว่าชอบคนมากกว่าอสูรหรือไม่นั่นก็เพราะข้าไม่ได้ชอบและข้าก็ไม่ได้เกลียด  ” เออิโระอย่างชัดเจนจนชายชราข้างๆรู้สึกประหลาดใจ

"โอ้เจ้าช่วยอธิบายเกี่ยวกับประโยคสุดท้ายให้ฟังได้ไหม ?"

ด้วยการเดาะลิ้นอิมพ์ก็ค่อยๆเอนหลังพิงผนังรถม้าที่อยู่ข้างหลัง   "ข้าเป็นอสูร ในหนังสือที่ข้าอ่านนั้นบอกว่าอสูรเป็นศัตรูกับผู้คนทั้งโลกดังนั้นในฐานะที่ข้าเป็นอสูรข้าก็ต้องอยู่ข้างอสูร แต่ทว่าอสูรแต่ละตัวที่ข้าพบจนถึงตอนนี้ล้วนแต่ชั่วร้ายและเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัว ดังนั้นข้าจึงไม่ได้อยู่ข้างพวกมันซึ่งนี่อาจหมายความว่าข้าอาจอยู่ข้างผู้คน   " เออิโระอธิบายอย่างช้าๆเขาไม่แน่ใจว่าทำไมเขาถึงบอกเรื่องทั้งหมดนี้กับจูร่า แต่ชายชราก็พยักหน้าอย่างช้าๆ

"ข้าเข้าใจ ... และดูเหมือนว่าเจ้าเองก็ไม่อยากอยู่ข้างผู้คนเหมือนกันสินะ

" ใช่ เพราะในขณะที่ข้าได้พบเจอกับผู้คนก่อนหน้า  ... แม้ว่าเบื้องหน้าพวกเขาจะดูไม่มีพิษภัยแต่ทว่าเบื้องหลังพวกเขากลับชั่วร้าย  ... มีเพียงเด็กๆเหล่านี้เท่านั้นที่ข้าคิดว่าไม่มีอะไรปิดบังอยู่ ดังนั้น     ... ข้าจึงไม่คิดจะอยู๋ข้างผู้คนเช่นกัน... "อิมพ์กล่าวขณะที่เขาจ้องไปข้างหน้าอย่างเงียบ ๆ และจูร่าพยักหน้าช้าๆเพื่อตอบรับ

" ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าเจ้าอยู่ข้างตัวเองสินะ"เขาชี้ไปที่อิมพ์ แต่เออิโระก็หันหน้าไปทางชายชราอย่างประหลาดใจ" ข้าง ... ตัวเองงั้นรึ "เออิโระถามและจูร่าก็พยักหน้าทันที

" แน่นอน โลกนี้ไม่ได้มีแค่ขาวดำเจ้าควรรู้ไว้ เจ้าสามารถสร้างจุดสีเทาของตัวเองขึ้นมาได้   "

เออิโระเริ่มคิดถึงเรื่องนี้อย่างช้าๆและในที่สุดก็พยักหน้า  เขาไม่ได้มีแผนที่จะทำอะไรอย่างอื่นอยู่แล้วดังนั้นมันเป็นเรื่องดีที่ได้พูดกับใครบางคน

จากนั้นอิมพ์ก็จำบางสิ่งที่จูร่าพูดก่อนหน้านี้ได้และด้วยเหตุผลบางอย่างสิ่งนี้ทำให้หัวใจเข้าเต้นเร็วขึ้น   "เด็กฝึกงานคืออะไร" อิมพ์ถามก่อนที่ชายชราจะขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ

"โอ้ ข้ากำลังตามหาใครสักคนที่เก่งกาจอยู่เจ้ารู้ใช่ไหม  ... และเด็กฝึกหัดคือคนที่เรียนรู้งานฝีมือของอาจารย์ ถ้าเป็นเด็กฝึกงานของนักตีอาวุธพวกเขาก็จะได้เรียนรู้วิธีตีอาวูะ ถ้าพวกเขาเป็นเด็กฝึกงานของนักล่าพวกเขาก็จะได้เรียนรู้วิธีล่าส่วนถ้าเป็นเด็กฝึกงานของเชปพวกเขาก็จะได้เรียนรู้วิธีทำอาหาร   "

เออิโระหันหน้าไปทางชายชราอย่างช้าๆเพื่อมองเขาจากบนลงล่างเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่อะไรอีก  และสัญชาตญาณของเขาก็กำลังบอกเขาชายชราคนนี้ปลอดภัยและไม่เป็นอันตราย แต่อิมพ์นั้นรู้ดีว่ากรณีต่างออกไป สัญชาตญานเขาอาจผิดพลาดได้ แต่ไม่ว่ายังไงอิมพ์ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงนี้ไว้ แม้ว่าเขานั้นสามารถฆ่าลอร์ดสองคนและหลอกล่ออีกฝ่ายได้เลย อีกทั้งสุดท้ายเออิโระยังทำให้เมืองนั้นวอดวาย

แต่ถ้าเขาไม่มีพลังงานศักดิ์สิทธิ์หละก็เขาก็คงตายไปแล้ว เขาคงจะถูกนำไปหาลอร์ดแห่งความโกรธโดยเงานั้นและอาจถูกฆ่าตายทันที เมื่อเทียบกับเขาแล้วชายชราคนนี้ดูแข็งแกร่งกว่าไม่ใช่หรือไง  ? ร่างกายของเขาดูอ่อนแอกว่าอิมพ์ก็จริง แต่เขากลับสามารถแบกกล่องหนักขนาดใหญ่ที่ชายกล้ามใหญ่ยังแบกไม่ได้ อีกทั้งจูร่ายังสามารถหลบการโจมตีทั้งหมดของอิมพ์ได้โดยที่ตาของเขามองไม่เห็นด้วยซ้ำ

ดังนั้นเออิโระจึงตัดสินใจถามออกไป

“แล้วเด็กฝึกงานขาเทียมจะได้เรียนอะไรบ้าง?” เขาถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉยและชายที่อยู่ข้างๆเขาก็เริ่มยิ้มเยาะ“เด็กฝึกงานขาเทียมเรียนรู้วิธีการทำขาเทียม โดยการสร้างบางสิ่งขึ้นมาแทนสิ่งที่หายราวกับว่าไม่มีสิ่งใดหายไป  ”ชายชราหัวเราะเบา ๆ และอิมพ์ก็ก้มลงมองที่มือของเขาหรือสถานที่ที่เคยมีมือของเขาอยู่ จากนั้นก็หันไปมองจูร่า

" เจ้ากำลังมองหาเด็กฝึกงานใช่ไหม ? ... จากที่เจ้าพูดก่อนหน้านี้? "

ชายชราเริ่มยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวขณะที่คุมรถม้า ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังขี่ขึ้นเขาอยู่และสภาพแวดล้อมก็ดูไม่ดีนัก ถนนเส้นทางนี้ทั้งรกและทึบ

และตรงหน้าพวกเขาก็มีต้นไม้ขนาดใหญ่ซึ่งมีกระท่อมไม้สร้างไว้อยู่

ขณะที่เออิโระกำลังมองดูสถานที่แห่งนี้อย่างสับสน จูร่าก็กระโดดลงจากรถม้าอย่างรวดเร็วและเดินไปที่ประตูกระท่อมและหันมามองอิมพ์ด้วยรอยยิ้ม

“งั้นเรามาพูดเรื่องนั้นกันต่อเลยดีไหม?”

จบบทที่ ตอนที่ 55 เข้าร่วม

คัดลอกลิงก์แล้ว