- หน้าแรก
- จอมเวททะลุฟ้า
- บทที่ 7 - ไอ้หนุ่มชาเขียว
บทที่ 7 - ไอ้หนุ่มชาเขียว
บทที่ 7 - ไอ้หนุ่มชาเขียว
“จริง...จริ๊ง ให้ตายสิ ทำไมนักเรียนคนนี้ไม่ถูกจัดมาอยู่ห้องฉันนะ แต่กลับไปอยู่ในมือของจางเจี้ยนกั๋วแทน นับจากวันนี้ไป หน้าของจางเจี้ยนกั๋วคงจะเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจแล้วล่ะ”
ใบหน้าของเซวียะมู่เซิงเต็มไปด้วยความอิจฉาและริษยา
ขณะที่อยู่ด้านหน้า ใบหน้าของมู่ไป๋ก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง ตามมาด้วยความหม่นหมองและความดูถูกเล็กน้อย
ธาตุสายฟ้ามันก็สุดยอดอยู่หรอก แต่ถ้าไม่รู้จักวิธีฝึกฝน ก็เป็นได้แค่ไอ้ขี้แพ้อยู่วันยังค่ำ การมีธาตุแข็งแกร่งปรากฏขึ้นในประเทศจีนที่มีประชากรจำนวนมากก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ก็ไม่ใช่ว่ามันจะเป็นผู้ใช้ธาตุคู่โดยกำเนิดซะหน่อย หึ กล้าดียังไงมาขโมยซีนของฉัน? คอยดูเถอะ ในอนาคตฉันจะเหยียบแกให้จมดินเลย
โอ้ เกือบลืมไปเลยว่าต้องดูว่าไอ้กากเดนคนนี้ได้ธาตุอะไร การปลุกพลังใช้เวลานานขนาดนี้ต้องล้มเหลวแน่ๆ
“โห โห เป็นธาตุไฟ!!”
“นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะ ห้องเรามีธาตุไฟเพิ่มขึ้นมาอีกคนแล้ว”
“ใครบอกว่าเขาจะปลุกพลังล้มเหลว? ปรากฏว่าเขาปลุกพลังธาตุไฟได้นี่นา น่าอิจฉาชะมัด”
หลังจากความวุ่นวายจากธาตุสายฟ้าอันน่าตกตะลึงได้สงบลง ในที่สุดทุกคนก็สังเกตเห็นธาตุที่โม่ฟานปลุกขึ้นมา
เด็กผู้หญิง โจวหมิ่น ที่ปลุกพลังธาตุไฟได้ก่อนหน้านี้ดูตกใจเล็กน้อย เธอจงใจมองเข้าไปใกล้ๆ โม่ฟานและพบว่ามีไฟพวยพุ่งออกมาจากศิลาปลุกพลังจริงๆ และเปลวไฟที่พวยพุ่งออกมาดูเหมือนจะรุนแรงกว่าของเธอเล็กน้อย
“มีธาตุไฟปรากฏขึ้นในห้อง 8 อีกคนแล้ว”
“ถึงแม้จะไม่หายากเท่าธาตุสายฟ้า แต่ธาตุไฟก็ยังน่าทึ่งอยู่ดี!”
“ไฟ... ธาตุไฟ...” เซวียะมู่เซิงมองนักเรียนตรงหน้าอย่างเหม่อลอย
การปรากฏตัวของธาตุสายฟ้าเกือบทำให้เซวียะมู่เซิงลืมการมีอยู่ของตัวปัญหานี้ไปเลย เดิมทีเขาคิดว่านักเรียนคนนี้จะปลุกพลังล้มเหลว แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะปลุกพลังสำเร็จจริงๆ และไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะปลุกพลังธาตุไฟอันโดดเด่นได้ด้วยซ้ำ!
นี่... นี่มันก็ของล้ำค่าเหมือนกันนี่นา!!
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อดูจากระดับความรุนแรงของเปลวไฟแล้ว ดูเหมือนว่าพรสวรรค์ของเขาจะสูงกว่าของโจวหมิ่นเสียอีก
เซวียะมู่เซิงไม่เคยคิดเลยว่านักเรียนที่เขาคิดว่าเป็นตัวถ่วงจะกลับมาทำให้เขาได้หน้าอย่างไม่คาดคิด!
“ไม่เลว ไม่เลว ไม่เลวจริงๆ เลย เธอชื่ออะไรนะ... อ้อ โม่ฟาน ใช่ไหม?”
เซวียะมู่เซิงยิ้มกว้างจนตาของเขาดูเหมือนจะปิด
“ใช่ครับ” โม่ฟานพยักหน้า
เดิมทีโม่ฟานคิดว่าผู้คนเห็นการปลุกพลังธาตุสายฟ้าของเขา แต่หลังจากมองไปรอบๆ เขาก็ตระหนักว่าไม่มีใครสังเกตเห็นเรื่องนั้นเลย...
ไม่ว่าจะเป็นเพราะคนที่ปลุกพลังธาตุสายฟ้าได้นั้นน่าตกตะลึงอย่างยิ่ง หรือไม่ก็พลังในการปลุกพลังธาตุสายฟ้าของเขาเองนั้นอ่อนแอเกินไป
แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากการปลุกพลังในตอนแรกนั้นสำคัญ แต่ก็ไม่ใช่ปัจจัยตัดสิน ถึงแม้ว่าแรงกดดันในตอนแรกจะอ่อนแอ คนๆ หนึ่งก็ยังสามารถพยายามฝึกฝนมันอย่างช้าๆ เพื่อให้มันเติบโตแข็งแกร่งขึ้นได้
“นักเรียนธาตุไฟ อืม เธอต้องพยายามทำให้ดีในอนาคตนะ ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจ อย่าลังเลที่จะถามครู”
เซวียะมู่เซิงกล่าวอย่างมีความสุขพลางตบไหล่โม่ฟาน
โม่ฟานยังคงรู้สึกปิติยินดีอย่างล้นพ้น
แต่เขาไม่ปล่อยให้ตัวเองดื่มด่ำกับความสุขนี้ หากเป็นเด็กหนุ่มคนอื่น พวกเขาก็คงจะเปิดเผยธาตุสายฟ้าที่พวกเขาปลุกได้ก่อนหน้านี้ออกมาแล้ว โดยใช้ความน่าเชื่อถือของพรสวรรค์ธาตุคู่โดยกำเนิดเพื่อขโมยความสนใจของผู้ชมไปจากนักเรียนที่ได้ธาตุสายฟ้าอีกคนอย่างสิ้นเชิง
โม่ฟานจะไม่ทำเช่นนั้น
ถ้าสวรรค์ยังอิจฉาอัจฉริยะได้ แล้วมนุษย์จะรู้สึกอย่างไร?
โม่ฟานรู้ว่ามีคนในตระกูลมู่ที่มองเขาเป็นศัตรู ดังนั้น หากเขาเปิดเผยว่าเขามีพรสวรรค์ธาตุคู่โดยกำเนิด พวกเขาก็อาจจะบีบให้เขาทำตามความต้องการของพวกเขา หรือไม่ก็กำจัดเขาทิ้งไปเลย
ถึงแม้ว่าโม่ฟานจะมีพรสวรรค์ธาตุคู่ที่ไม่มีใครเทียบได้ แต่ตัวเขาเองก็ยังอ่อนแอเกินไป ก็ยังไม่สายเกินไปที่จะเปิดเผยหลังจากที่เขาแข็งแกร่งขึ้นแล้ว!
โม่ฟานหันกลับไปเพื่อดูปฏิกิริยาของมู่ไป๋และจ้าวคุนซาน
แน่นอน ใบหน้าของเจ้าหนุ่มสองคนนั้นกระตุกไม่หยุด!
“ไอ้เด็กนี่มันมีโชคบ้าอะไรวะ? ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ปลุกพลังสำเร็จเลย แต่มันยังปลุกพลังธาตุไฟได้อีก!”
ถึงแม้ว่ามู่ไป๋จะดูสง่างาม แต่ในใจของเขากลับกำลังสาปแช่งอย่างรุนแรง
“บ้าอะไรวะ เป็นไปได้ยังไง? ธาตุไฟ...” เจ้าลูกสมุนจ้าวคุนซานจ้องมองอย่างงุนงง
“ฮ่าๆ ฉันบอกแล้วไงว่าพี่โม่ฟานไม่ธรรมดาจริงๆ! ธาตุไฟ น่าประทับใจ น่าประทับใจจริงๆ ใครจะสนแกวะ จ้าวคุนซาน ที่มีธาตุลม”
จางโหวกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ เขาเห็นใบหน้าของเจ้าลูกสมุนจ้าวคุนซานและสัมผัสได้ถึงความขุ่นเคืองในทันที
ใบหน้าของจ้าวคุนซานเต็มไปด้วยความโกรธ หากจะเปรียบเทียบธาตุลมระดับปฐมภูมิกับธาตุไฟแล้ว ธาตุลมจะต้องเป็นฝ่ายแพ้อย่างแน่นอน!
โม่ฟานหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มที่ไม่ปิดบังบนใบหน้าขณะที่เขาอาบไล้แสงแดด ทันใดนั้น ราวกับว่าพรมแดงใต้เท้าของเขาแผ่ออกไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องของเด็กผู้หญิงสองคน เขารู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
ขณะที่เดินผ่านมู่ไป๋ โม่ฟานก็แอบชูนิ้วกลางให้เขา การกระทำทั้งหมดทำได้อย่างแนบเนียน ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังทักทายกันอยู่
มู่ไป๋รู้สึกราวกับว่าเขาได้รับแรงเย้ยหยันของโม่ฟานอย่างเต็มที่ ลมหายใจของเขาหนักหน่วงจนแทบจะระเบิดออกมา
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ มู่ไป๋บอกตัวเองให้รักษาภาพลักษณ์ไว้ เขาต้องรักษาภาพลักษณ์ไว้ เขาไม่สามารถลดตัวลงไปอยู่ในระดับเดียวกับขอทานคนนี้ได้ ตัวเขาเองคือนายน้อยของตระกูลมู่ ในขณะที่ไอ้หมอนี่เป็นแค่ลูกชายของคนงานพาร์ทไทม์
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ไอ้ขี้แพ้นี่ปลุกพลังสำเร็จเลย มันยังปลุกพลังธาตุไฟที่มีความได้เปรียบในช่วงแรกได้อีก ฉันเดาว่าแม้แต่พวกขี้แพ้ก็ยังมีโชคของตัวเอง...
นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้เขายิ่งโกรธมากขึ้นคือการปรากฏตัวของธาตุสายฟ้าที่หายากในห้องข้างๆ ความสนใจจากธาตุน้ำแข็งของบรรพบุรุษของมู่ไป๋เองถูกเหยียบย่ำจนหมดสิ้น ให้ตายสิ!
มู่ไป๋ซึ่งมีรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนเจ้าชายรูปงามกำลังสาปแช่งอย่างรุนแรงในใจ
โม่ฟานกลับไปที่ของเขา ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกได้ถึงสายตาจากเพื่อนร่วมชั้นรอบข้างที่แตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง
“ธาตุไฟ ในอนาคตเราอย่าไปมีเรื่่องกับไอ้หมอนี่เลยดีกว่า”
“มีเรื่องเหรอ? เราควรจะปรับปรุงความสัมพันธ์กับเขาต่างหาก ถ้าผู้ใช้ธาตุแสงอย่างฉันจะอยู่ในโรงเรียนได้ ก็ต้องมีพี่ใหญ่ธาตุไฟคอยหนุนหลัง”
“อ้อ จริงสิ เขาชื่ออะไรนะ? โม่ฟานรึเปล่า?”
นักเรียนรอบข้างกำลังกระซิบกระซาบกัน แต่ก็ยังพอจะเข้าหูของโม่ฟานอยู่บ้าง
โม่ฟานรู้สึกอารมณ์ดีขึ้น ในขณะเดียวกัน เขาก็เหลือบมองไปทางมู่ไป๋ซึ่งก็ได้ยินเรื่องนี้เช่นกัน แน่นอนว่าสามารถมองเห็นความไม่พอใจเล็กน้อยบนใบหน้าของมู่ไป๋ได้
โม่ฟานรู้อยู่แล้วว่ามู่ไป๋เป็นขยะประเภทไหน ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เขาก็เอาแต่ทำตัวเหมือน ไอ้หนุ่มชาเขียว (Green Tea Man) สีหน้าที่เสแสร้งและไร้อารมณ์ที่เขาแสดงออกมาหมายความว่าข้างใน เขารู้สึกไม่พอใจอย่างยิ่ง
ไอ้หนุ่มชาเขียว แกอิจฉาจนหน้าเขียวตอนที่พ่อแกคนนี้ปลุกพลังธาตุไฟได้งั้นรึ? รอจนกว่าแกจะรู้ว่าข้า โม่ฟาน ก็มีธาตุสายฟ้าด้วย... แกอาจจะถึงขั้นทำฮาราคีรีเลยก็ได้นะ?
(หมายเหตุจากผู้แปล: "ไอ้หนุ่มชาเขียว" หรือ "Green Tea Man" เป็นคำสแลงในภาษาจีน ใช้เรียกผู้ชายที่ภายนอกดูดี สุภาพ อ่อนโยน และไร้พิษสง แต่จริงๆ แล้วเป็นคนขี้อิจฉา เจ้าเล่ห์ และชอบบงการอยู่ลับหลัง)