เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 36 หนังสือ

ตอนที่ 36 หนังสือ

ตอนที่ 36 หนังสือ


ตอนที่ 36 หนังสือ

"อืม….ถ้าเจ้าต้องการเจ้าก็สามารถดูหนังสือสองสามเล่มของที่นี่ได้ จากนั้นค่อยเลือกเล่มที่คิดว่าสนใจที่สุดแล้วกัน   "ชายสูงอายุอธิบายกับอิมพ์ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก่อนที่อิมพ์จะค่อยๆพยักหน้าตอบรับ  สำหรับตอนนี้เขาตัดสินใจที่จะซื้อหนังสือเกี่ยวกับเวทมนตร์และอสูรที่เจ้าของร้านแนะนำแล้ว แต่สำหรับหนังสือ 'ความรู้ทั่วไป' อิมพ์อยากจะเดินดูรอบๆอีกสักหน่อย

เขาหวังว่าจะพบหนังสือที่สามารถบอกในสิ่งที่เขาไม่รู้ได้ ... มันน่ารำคาญจริงๆที่ไม่มีหนังสือชื่อว่า 'ทุกสิ่งที่อิมพ์ผู้ยิ่งใหญ่ต้องรู้' หรือไม่ ... บางทีเขาอาจจะสร้างมันขึ้นมาเองได้หลังจากเขามีสมองที่ใหญ่กว่านี้

แต่ไม่ว่ายังไงอิมพ์ก็รีบนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่ตรงมุมร้านซึ่งเขาก็โชคดีที่มุมนี้สามารถมองเห็นเด็กๆได้และเมื่ออิมพ์เริ่มอ่านหนังสือ  'สารานุกรมพืช' เขาก็สังเกตเห็นสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น แซมมี่นั่งลงที่มุมหนึ่งซึ่งมีหนังสือสองสามเล่มและเธอก็ให้ลีออนนั่งอยู่บนตักในขณะที่เธอกำลังอ่านหนังสือให้เด็กทารกฟัง

อิมพ์ไม่แน่ใจว่าทำไมเธอถึงทำแบบนั้น แต่เขาก็สงสัยว่าเขาควรจะทำแบบเดียวกันนี้กับเด็กทารกที่อยู่กับเขาหรือไม่ ถ้าเขาสามารถสอนวิธีการพูดให้กับเธอได้มันอาจจะช่วยให้เขารู้ง่ายขึ้นว่าเธอหิวหรือว่าอึใส่กางเกงหรือยัง

แต่อิมพ์คิดว่าเขาค่อยทำที่หลังโดยใช้หนังสือที่เขาซื้อในวันนี้ ตอนนี้เขาขอตัดสินใจก่อนว่าจะซื้อหนังสือเล่มไหนดีนอกเหนือจากสองเล่มที่เขาตัดสินใจไว้แล้ว

หนังสือเล่มที่เขาอ่านอยู่ตอนนี้ก็ดูมีประโยชน์เช่นกันและมันก็บอกเขาเกี่ยวกับพืชพรรณหลากชนิดที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน แม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องยากแต่อิมพ์ก็คิดว่าพืชชนิดเดียวที่เขารู้จักก็คือต้นไม้และเขาก็ไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างพวกมันได้เลย

บางทีนี่อาจเป็นความคิดที่ดีหากเขามีหนังสือเล่มนี้ติดตัวไปด้วยเพราะดูเหมือนจะมีพืชบางชนิดที่ดูพิเศษ ทั้งชีวิตของเขานั้นอิมพ์ไม่เคยกินอะไรเลยนอกจากเนื้อและกระดูก ดังนั้นเขาจึงไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก แต่เขาเห็นว่าเด็ก ๆ นั้นเคยกินพืชบางอย่างมาก่อน เขาไม่ต้องการให้พวกเขาตายเพราะกินใบไม้มั่วๆ ดังนั้นเขาควรซื้อหนังสือเล่มนี้เช่นกัน

และในขณะที่เขาวางสิ่งนี้ไว้บนกองหนังสือ 'ที่อาจจะซื้อ' รูดี้ก็ดูเหมือนจะเจอสิ่งที่ตัวเองสนใจ “เอ่อ ... คุณอิมพ์ ข้าขอ ...ซื้อนี่ได้มั้ย?” เด็กชายถามและค่อยๆถือหนังสือยื่นไปให้อิมพ์ในขณะที่อสูรหนุ่มเริ่มดูหน้าปกของหนังสือและเปิดดูทีละหน้า

ที่น่าแปลกใจคือมันเป็น 'ตำราอาหาร' ซึ่งมีสูตรอาหารมากมายในการทำอาหารประเภทต่างๆ “ทำอาหารได้หรอ ?” อิมพ์ถามรูดี้ แล้วเด็กชายก็เกาหลังคอเล็กน้อย

"ถะ - ถ้าเป็นสิ่งที่ตายแล้วข้าก็สามารถหั่นหรือตัดมันได้  ... และข้าเองก็ชอบกิน ดังนั้น ... อย่างน้อยข้าก็อยากลองดู ... " รูดี้อธิบายและโดยไม่ลังเลอิมพ์ก็ถอนหายใจและวางหนังสือไว้ ด้วยความผิดหวังเด็กชายกำลังจะหันกลับไป นั่นทำให้อิมพ์มองไปที่เขาอย่างสับสน

เขาวางมันลงบนกองหนังสือที่จะ'ซื้อ' แต่ทำไมรูดี้ถึงต้องเศร้ากัน  ?

ไม่ว่าจะยังไงมันก็มีประโยชน์ถ้ารูดี้สามารถทำอาหารได้ เนื้อที่อิมพ์ทำเองนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เขาไม่แน่ใจว่าเพราะมันเป็นเนื้อมนุษย์หรือเป็นเพราะค่าสถานะการรับรู้ที่เพิ่มขึ้นของเขา แต่อิมพ์เริ่มสังเกตว่าพวกมันนั้นเหนียวและหนึบ บางทีอิมพ์ควรจะฆ่าสัตว์แทนดีกว่าเพราะพวกมันนั้นมีรสชาติดีทีเดียว

ตอนนี้อิมพ์ก็กลับไปเลือกซื้อหนังสือเพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้มากขึ้น  หลังจากนั้นไม่นานอิมพ์ก็หยิบหนังสือทั้งหมดห้าเล่มสำหรับตัวเองและของรูดี้อีกเล่ม จากนั้นก็นำพวกมันทั้งหมดไปที่เคาน์เตอร์ซึ่งมีชายสูงอายุรออยู่ซึ่งเขากำลังยิ้มให้อิมพ์ที่กำลังเดินเข้ามา

"อืม ... 'ทฤษฎีเวทมนตร์และการปฏิบัติ' ... 'บทสรุปอสูร' ... แล้วก็ 'สารานุกรมพืช' แล้วก็หนังสือภูมิศาสตร์ง่ายๆ ... และหนังสือเกี่ยวกับวิญญาณ ... และตำราอาหาร? " ชายสูงอายุถามเพราะรู้สึกว่านี่เป็นการซื้อหนังสือที่ค่อนข้างน่าประหลาดใจ แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นักหากมีใครอยากรู้เกี่ยวกับพวกมันจริงๆ

และคนที่ประหลาดใจที่สุดเกี่ยวกับหนังสือพวกนี้ก็คืออิมพ์  เขาได้ลองอ่านหนังสือเกี่ยวกับวิญญานดูเพราะคิดว่าอาจมีอะไรสำคัญอยู่ก็ได้และตอนนั้นเองเขาก็ได้เหลือบไปเห็นคำว่า   'ไนอาด' ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ในพรของเขา เขาไม่พบหนังสือเกี่ยวกับพรใด ๆ เลย แต่บางทีนี่อาจทำให้เขาเข้าใกล้คำตอบสำหรับรอยที่อยู่บนหน้าอกของเขาก็ได้และเขาก็ต้องการรู้ว่าจะกำจัดมันได้ยังไง ตอนนี้มันไม่ได้ทำให้เขาเจ็บปวดอะไรก็จริง แต่มันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเขาเลย ดังนั้นอิมพ์จึงคิดว่าควรกำจัดมันออกไปเสียก่อนดีกว่า ก่อนที่มันจะสร้างปัญหาให้เขาตอนที่เขาประมาท

"อืม งั้นข้าจะให้ส่วนลดก็แล้วกัน" ชายผู้สูงอายุกล่าวด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า "ช่วงนี้ไม่ค่อยมีคนซื้อหนังสือที่นี่นัก ดังนั้นข้าจึงรู้สึกดีที่เห็นเด็กๆเช่นพวกเจ้าสนใจพวกมัน  " ชายคนนั้นชี้ให้ดูจากนั้นก็เริ่มคำนวณราคาในใจของตัวเอง ขณะก็อิมพ์พยักหน้าและขอบคุณก่อนที่จะหันไปรอบ ๆ แล้วเขาก็เห็นว่ามีเด็กชายคนหนึ่งกำลังมองมาที่เขา

“คุณ อะ-อิมพ์ .. ?  คุณซื้อหนังสือให้ข้าจริงๆเหรอ?” รูดี้ถามพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าเล็กน้อยและอิมพ์ก็หยักหน้าด้วยความสับสน  "เจ้าถามทำไมรึ มีอะไรต้องแปลกใจ  ?" ที่อิมพ์ถามนั้นก็เพราะมันไม่ใช่แค่รูดี้ที่แสดงออกเช่นนั้น แต่อาร์คกับแซมมี่เองก็มองเขาด้วยความประหลาดใจเช่นกัน

“เขาเป็นคนดีจริงๆสินะ .. ?” แซมมี่ถามและอาร์คก็ยิ้มพร้อมหัวเราะเบา ๆ    "หึหึหึ เจ้ากำลังพูดถึงอสูรที่กินเนื้อมนุษย์อยู่นะ" และในขณะที่เด็กหนุ่มหัวเราะอิมพ์ก็จ้องเขาเล็กน้อยเพราะไม่อยากให้คนที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ได้ยิน แต่โชคดีที่สีหน้าชายชราไม่ได้เปลี่ยนไปแต่อย่างใด

"เอาล่ะ ทั้งหมดก็ ... 11 ทองแดง" ชายคนนั้นอธิบายและอิมพ์ก็พยักหน้าและรีบยื่นเหรียญสองเหรียญให้กับชายคนนั้นซึ่งก็คือหนึ่งเหรียญใหญ่และหนึ่งเหรียญปกติ จากนั้นเขาก็ดึงหนังสือออกจากชั้นวางพร้อมกับขอให้รูดี้ถือไว้ครึ่งหนึ่งและขอให้อาร์คหยิบตะกร้า.

แต่ก่อนที่อิมพ์จะก้าวออกจากร้านไปชายสูงอายุก็หยุดเขาไว้ "อ่า….ข้าขอถามอะไรหน่อยได้ไหม ? เจ้ามีแผนจะเข้าร่วมงานเทศกาลคืนนี้หรือไม่?" ชายชราถามเขาพลางมองผ่านอิมพ์กับเด็ก ๆจากนั้นริมฝีปากเขาก็ยิ้มเล็กน้อย อิมพ์คิดว่าเขานั้นเป็นคนดีจริงๆ แต่เขานั้นไม่รู้จริงๆว่าเทศกาลคืออะไรและเขาก็ทำเพียงแค่เอียงศีรษะไปด้านข้างอย่างสับสน เมื่อเห็นเช่นนั้นชายสูงอายุจึงรีบอธิบาย

“อ้าว นี่เจ้าไม่รู้เรื่องหรอกเรอะ” ชายคนนั้นถามด้วยความประหลาดใจและอิมพ์ก็พยักหน้าตอบรับ “ทุกๆคืนหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ห่างไกลแห่งนี้จะกลายเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดบนโลกใบนี้ เจ้าจะสามารถทำอะไรได้ที่อยากทำและทุกคนก็จะมีความสุขมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา  ! ที่ข้าบอกนั้นคือเรื่องจริง แต่ถ้าเจ้าไม่ต้องการเข้าร่วมก็อยู่แต่ข้างในห้องได้ไม่มีใครตำหนิเจ้า แต่ข้าบอกเลยว่าเจ้าจะพลาดเป็นอย่างมาก ” และด้วยเหตุนี้ชายสูงอายุจึงยิ้มให้กับอิมพ์และเด็ก ๆ ที่อยู่ข้างหลังอีกครั้งก่อนที่อิมพ์จะพยักหน้า

"ข้าจะลองคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ดู" เขาตอบก่อนจะหันกลับมาและตรวจสอบให้แน่ใจว่าเด็ก ๆ ทุกคนออกมาจากร้านแล้ว  เมื่อพวกเขาอยู่บนถนนอิมพ์ก็สังเกตเห็นแสงจ้าส่องเข้ามาในดวงตาของเขาผ่านรูเล็ก ๆ บนหน้ากากซึ่งเขาพยายามเอามือป้องกันมันไว้อย่างรวดเร็วทันที

เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าพวกเขาก็ต้องนอนเหมือนทุกคืน ในขณะที่รู้สึกรำคาญเล็กน้อยเขาก็เดินกลับไปที่โรงเตี๊ยมพร้อมกับเด็กๆ แต่ตอนนี้เองอิมพ์ก็สังเกตเห็นอย่างหนึ่งได้ชั่วขณะ

แต่เขาก็ไม่มั่นใจว่าสังเกตเห็นมันจริงรึเปล่า  แต่เพียงชั่วครู่ที่แสงหยุดส่องเข้าตาของเขา อิมพ์ก็มองเห็นร่างสีดำทมิฬขนาดใหญ่กำลังคืบคลานเข้ามาอยู่เหนือเมือง

และมันก็หายไปอย่างรวดเร็วและดูเหมือนว่าการปรากฏของมันจะไม่มีใครสังเกตเห็นเลย แต่อิมพ์มั่นใตว่าเขาไม่ได้คิดเองไปแน่ๆ ความรู้สึกปละหลาดดที่เขารู้สึกจากด้านหลังศีรษะของเขายังคงมีอยู่ตลอดเวลาเช่นกันถึงแม้มันจะเพิ่งปรากฏขึ้นอีกครั้งหลังจากอิมพ์ออกจากร้านก็ตาม

"เร็วเข้า"  อิมพ์บอกกับเด็ก ๆ ที่อยู่ตรงหน้า เขารู้สึกตึงเครียดกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น  หลังจากอิมพ์พูดพวกเขาก็เดินทางกลับไปที่โรงเตี๊ยมที่พวกเขาจะค้างคืนกันอย่างรวดเร็ว

อย่างรวดเร็วพวกเขาทั้งหมดก็รีบวิ่งเข้าไปในอาคารและขึ้นบันไดกลับไปที่ห้องของพวกเขา และโชคดีที่อิมพ์จำได้ว่าเขาเตรียมเท็คนิคเล็ก ๆ น้อย ๆไว้เพื่อดูว่ามีใครเข้าไปในห้องหรือไม่แล้ว อย่างช้าๆเขาก็ค่อยๆปลดล็อกและผลักประตูให้เปิดออกพอจะบีบตัวเองผ่านช่องที่เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะลองดูว่าดินที่อยู่ตรงทางเข้าแตกกระจายหรือไม่

และในขณะที่มองไปยังตรงนั้นเขาก็ค่อนข้างมั่นใจว่าดินเหล่านั้นแตกกระจายแน่นอน เพราะตอนนี้มันไม่เหลือแม้แต่นิดเดียวที่ติดอยู่บนพื้น

อสูรหนุ่มเริ่มมองไปรอบๆห้องด้วยความสับสนเพื่อดูว่ามีสิ่งอื่นอยู่หรือไม่ แต่ทุกอย่างนอกจากเศษดินแล้วพวกมันล้วนแต่เหมือนเดิม แม้แต่ผ้าปูที่นอนที่สกปรกเล็กน้อยบนเตียงซึ่งเกิดจากโคลนที่ติดอยู่กับรองเท้าเด็กๆตอนที่พวกเขากระโดดขึ้นไปก็ยังอยู่เหมือนเดิม

“เข้าไปข้างในเร็วเข้า” อิมพ์บอกเด็ก ๆ โดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขามองไปรอบ ๆ ห้องเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่จากนั้นก็เข้าไปข้างในเมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว

เมื่อรูดี้เข้ามาในห้องเป็นคนสุดท้ายอิมพ์ก็ปิดประตูและล็อกทันทีโดยถือกุญแจไว้ในมือแน่นพร้อมกับวางหนังสือลงบนโต๊ะตรงมุมหน้าต่างบานเล็ก

ตอนนี้พวกเขาปลอดภัยแล้วอย่างแน่นอน แต่ถึงแบบนั้นอิมพ์ก็นั่งตรงมุมห้องและจ้องมองเด็กๆอยู่ตลอดเวลาโดยไม่พลดาแม้แต่ช่วงเวลาเดียว

แม้ว่านั่นอาจเป็นสิ่งที่เขาควรทำ แต่ถ้าเขาเปิดหน้าต่างออกไปเขาอาจะได้เห็นว่ามีใบหน้าสีดำสนิทกำลังจ้องมาที่เขาจากนอกหน้าต่างอยู่ ซึ่งสิ่งนั้นถูกกั้นจากเขาไว้ด้วยกำแพงบางๆเท่านั้น

จบบทที่ ตอนที่ 36 หนังสือ

คัดลอกลิงก์แล้ว