เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 28 พวกเขาพังได้ไง ?

ตอนที่ 28 พวกเขาพังได้ไง ?

ตอนที่ 28 พวกเขาพังได้ไง ?


ตอนที่ 28 พวกเขาพังได้ไง ?

อย่างช้าๆด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา อาร์คก็ก้าวไปหาอิมพ์    "เห็นมั้ย เขาไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นซะหน่อย ที่เขาทำก็เพื่อปกป้องตัวเองแบบที่เราทำนั่นแหละ  " เด็กชายถามในขณะที่เขาค่อยๆหันไปหาเด็กคนอื่น ๆขณะที่ยืนอยู่ข้างอิมพ์ จากนั้นอิมพ์ก็รู้สึกถึงอากาศเย็นเล็กน้อยที่เข้ามาใกล้ลำคอของเขา   “ถึงแม้ข้าจะพูดแบบนั้นแต่ก็ข้าก็ไม่มั่นใจว่าจะทำแบบเดียวกับคุณอิมพ์หรือเปล่า โดยส่วนตัวแล้วข้าไม่รังเกียจที่คุณจะร่วมเดินทางไปกับเราหรอก คุณนั้นแข็งแกร่งกว่าพวกเราทุกคนในตอนนี้ดังนั้นคุณจึงสามารถปกป้องพวกเราได้ แต่พวกเรานั้นมีมากกว่าคุณ เพียงแค่เราสามคนก็อาจทำร้ายคุณได้แล้ว ดังนั้นจำไว้ว่าคุณเองก็ควรปล่อยวางซะบ้าง ” อาร์คพูดด้วยรอยยิ้มพร้อมกับใช้กริชที่อิมพ์ทำหล่นไว้บนรถม้าตอนอุ้มเด็กขึ้นมาชี้มาที่อิมพ์

อย่างช้าๆดูเหมือนว่าอารค์กำลังดันใบมีดเข้ากับลำคอของอิมพ์ แม้ว่ามันจะสัมผัสเพียงเล็กน้อยแล้วก็ตาม แต่หากมันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมันก็สามารถตัดอิมพ์ได้ ดังนั้นอิมพ์จึงต้องการหาวิธีป้องกันตัวแล้วในตอนนี้ เขาต้องกำจัดมัน แม้ว่าเขาจะไม่รู้สึกว่าอยากฆ่าเด็กๆพวกนี้เลย แต่ถ้าพวกเขาขู่เขาแบบนี้ เขาก็ไม่มีทางเลือกใช่หรือไม่  ?

แต่ก่อนที่อิมพ์จะตัดสินใจจริงๆ อาร์คก็ดึงกริชออกจากคอของอิมพ์แล้วจับตรงใบมีดพร้อมกับยื่นตรงด้ามกลับไปให้อิมพ์

"ไม่ต้องกังวล ข้าไม่รู้ว่ามันใช้ยังไง" อาร์คพูดพร้อมกับหัวเราะเล็กน้อยก่อนที่อิมพ์จะยังคงจ้องมองมาที่เขาและรีบดึงตะกร้าที่อยู่ข้างๆเขาเข้ามาใกล้ ๆ จากนั้นก็วางเด็กในอ้อมแขนลงกลับไปในตะกร้าจากนั้นก็ค่อยๆหยิบกริชกลับมาจากอาร์ค

"อิมพ์ไม่ฆ่าเด็ก เด็กไม่ฆ่าอิมพ์" อสูรตัวสีแดงพูดออกมาอย่างชัดเจนในขณะที่เขาหยิบกริชและวางลงในกระเป๋าใบเล็กซึ่งห้อยอยู่ข้างสะโพกของเขา จากนั้นอาร์คก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

"เอาล่ะ ข้าหวังว่าเจ้าจะเชื่อใจข้ามากพอและไม่มานั่งเอามีดแทงขาข้าข้างๆในขณะที่ข้ากำลังขับรถม้าอีกนะ" อาร์คบอกกับอิมพ์และเขาก็ยิ้มเล็กน้อยโดยแทบไม่มีความเกลียดชังใดๆอยู่ในนั้นเลย ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่อิมพ์คาดไม่ถึงจริงๆ"ถึงแม้สิ่งที่เจ้าทำจะไม่ทำให้ข้าเจ็บ แต่มันก็ทำให้พลังชีวิตของข้าหายไปเล็กน้อย ดังนั้นมันจะดีมากหากเจ้าหยุดทำแบบนั้น เจ้าคงไม่อยากให้ข้าหมดสติไปเพราะทำแบบนั้นหรอกใช่ไหม  " เด็กหนุ่มถามก่อนจะมุ่งหน้ากลับไปที่รถม้า แต่อิมพ์มีอย่างอื่นอีกที่เขายังอยากรู้

“ทำไมไม่เจ็บ?” เขาถามเด็กชายและเด็กชายก็หันกลับมามองอสูรที่อยู่ข้างหลังเขาอีกครั้ง  "โอ้ใช่แล้ว ถ้าตอนนี้เราต้องอยู่ด้วยกันไปสักพักข้าก็คิดว่าเราควรอธิบายเรื่องนี้และแนะนำตัวกับเจ้าอย่างเหมาะสม ข้าแน่ใจว่าทุกคนนั้นหิวแล้วงั้นเรามาคุยกันระหว่างทำอาหารดีไหม ?” อาร์คแนะนำและก้าวเข้าไปในรถม้าและเมื่อเป็นเช่นนั้นอิมพ์ก็พยักหน้าอย่างมีความสุข

ถ้าเป็นเรื่องอาหารเขานั้นเตรียมไว้มากเกินพอแล้ว เด็ก ๆ เหล่านี้ต้องหิวอย่างแน่นอนดังนั้นพวกอิมพ์ก็ต้องแบ่งอาหารให้เขาด้วยใช่หรือไม่? การอยากแบ่งปันไม่ใช่ความรู้สึกที่เขารู้สึกมานานแล้ว ครั้งแรกเขารู้สึกได้คือตอนที่เขาฆ่านกตัวเล็กที่อยู่บนกองไม้แล้วมอบให้เอวาลิน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้กินเองก็เถอะ

ดังนั้นอิมพ์จึงรีบก้าวเข้าไปในรถม้าและคว้าถึงเนื้อที่ปรุงสุกแล้ววางลงต่อหน้าเด็กๆอย่างมีความสุข   "กิน!" เขาร้องอุทานและตอนนี้เองรูดี้ คลีเมนไทน์และแซมมี่เองก็ดูเหมือนจะหิวเป็นอย่างมากจนอยากจะคว้าเนื้อมากินสักชิ้น แต่อาร์คที่รู้ว่าเนื้อนั้นมาจากไหนเขาก็ห้ามไว้

“อา….ขอโทษนะคุณอิมพ์ เรากินอาหารนั้นไม่ได้ ” อาร์คอธิบาย แต่เด็กอีกสามคนมองเขาอย่างผิดหวัง "ห๊ะทำไมหละ มันคือเนื้อเลยนะ!" รูดี้อุทานอย่างหิวโหยพยายามยื่นมือไปหามัน แต่อาร์คหยุดพวกเขาไว้อย่างรวดเร็วซึ่งจับแขนของเด็กชายอีกคนแน่น

"ข้าบอกว่าเรากินอาหารนั้นไม่ได้ เพราะเนื้อนั้น   ... มันจะทำให้ถูกจ้องฆ่าหากเรากินมันเข้าไป พวกมันจะส่งกลิ่นออกมาจากตัวของเราและก็จะมีบางอย่างไล่ล่าเราไปทุกที่ สิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับคนเท่านั้นดังนั้นจึงมีแต่อสูรเท่าที่กินมันได้   ... ” อาร์คอธิบายและอิมพ์ก็มองเขาอย่างสับสนขณะที่หยิบชิ้นเนื้อมาหนึ่งชิ้นและเริ่มกินมัน ทำไมถึงกินไม่ได้? มันเป็นแค่เนื้อธรรมดา….  แล้วคลีเมนไทน์ก็จ้องไปที่อิมพ์ด้วยความอิจฉา

“หวา? ทำไมคุณอิมพ์ถึงกินมันได้ แต่เรากินไม่ได้กัน” คลีเมนไทน์ถามขณะกอดอก แต่อาร์คแค่วางมือของเขาไว้บนศีรษะของเธอแล้วลูบไปมา นี่ทำให้อิมพ์ชะงักไปชั่วขณะ แต่ไม่นานเขาก็กลับมากินต่อเหมือนปกติ จากนั้นเด็กๆก็เข้าไปในรถม้าและคว้าอาหารอย่างอื่นออกมากินซึ่งอิมพ์จำได้ว่ามันคือ ขนมปัง ที่เอวาลิน โทมัสและเจมส์กินอยู่เสมอ

แต่อิมพ์ไม่สนใจเพราะมันเป็นของเด็กพวกนั้น หลังจากนั้น ในขณะที่เขากำลังกินอาหารอยู่อิมพ์ก็พยายามหาสาเหตุว่าทำไมเขาถึงรู้สึกสงบกับเหล่าคนที่เขาอยากจะฆ่าไม่กี่ชั่วโมงก่อนกัน   ? แต่ยังไม่ทันนึกออกอาร์คก็พูดขึ้นอย่างรวดเร็ว

"เอาล่ะ เรามาเริ่มแนะนำตัวกันเถอะ รูดี้แนะนำก่อนเป็นคนแรกนะ เจ้าคงไม่รังเกียจใช่ไหม   ?" อาร์คถามในขณะที่เขาหันไปหาเด็กชายอีกคนทางขวาของเขาและเด็กคนนั้นก็ส่ายหัวช้าๆ "... ข้าไม่เป็นไร ... งั้น… ข้าชื่อรูดี้   ... เราต้องอธิบายทักษะของเราด้วยใช่ไหม? .. " รูดี้เกาแก้มขณะที่เขาหันกลับไปหาอาร์คซึ่งเขาก็พยักหน้าด้วยรอยยิ้มที่สงบ "เอาล่ะ ... ข้ามีทักษะเฉพาะที่เรียกว่า 'การป้องกันสมบูรณ์แบบ' อยู่ ซึ่งเป็นทักษะการป้องกันที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เคยมีมา ... มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่การโจมตีทั่วๆไปจะทำร้ายข้าได้  ... ข้าไม่สามารถทำร้ายตัวเองได้เช่นกันเพราะไม่มีความเสียหายใดผ่านผิวหนังของข้าได้แล้วข้าก็ยังมีทักษะ 'การโจมตีที่เป็นไปไม่ได้ ' มันทำให้ข้าไม่สามารถโจมตีอะไรได้อย่างแท้จริง ข้าไม่สามารถทำร้ายได้แม้แต่แมลงด้วยซ้ำ  ... "

ทักษะแรกนั้นฟังดูมีประโยชน์ทีเดียวและอิมพ์ก็ต้องการที่จะเรียนรู้มัน แต่ทักษะที่สองนั้นไร้ประโยชน์จริงๆ มันทำให้รูดี้กลายเป็นอะไรไม่ได้เลยนอกจากโล่  อิมพ์ต้องการถามเกี่ยวกับวิธีการได้รับทักษะแรกมา แต่แล้วแซมมี่ก็พูดขึ้นต่อทันที

"ข้าชื่อซาแมนธา แต่ทุกคนเรียกฉันว่าแซมมี่ทักษะเฉพาะตัวของข้าคือ 'ความจริงของคนโกหก' ทุกคนที่ได้ยินข้าพูดพวกเขาจะเชื่อว่าคำพูดของข้านั้นเป็นเรื่องจริงอย่างสมบูรณ์ แต่ข้าไม่สามารถควบคุมมันได้  ... บางครั้งตัวข้าเองก็เชื่อคำพูดนั้นด้วยเช่นกัน   ... แต่ตอนนี้ทักษะถูกปิดผนึกอยู่ดังนั้นทุกอย่างจึงเรียบร้อยดี! " แซมมี่อุทานด้วยสีหน้าเรียบเฉย  มันฟังดูมีประโยชน์ไม่น้อยแม้ว่าจะค่อนข้างน่ารำคาญที่ไม่สามารถควบคุมได้ก็ตาม แต่นั่นสามารถแก้ไขได้โดยการไม่พูด ดังนั้นอิมพ์จึงไม่สนปัญหาของมันและต้องการได้รับทักษะนี้ด้วย และจากนั้นเขาก็มองไปที่คลีเมนไทน์ซึ่งดูเหมือนต้องการพูดบางอย่าง

"ข้าชื่อคลีเมนไทน์ ... ทักษะเฉพาะของฉันคือ ... สะ.สถานะ ... อ๊ะใช่แล้ว มันคือ 'กลืนกินความเสียหาย' มันทำให้ข้าสามารถรักษาอาการบาดเจ็บได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นเจ้าบอกข้าได้หากเจ้า ' กำลังบาดเจ็บ! " เธออธิบายกับอิมพ์และทันทีที่เขาพยักหน้าอย่างตื่นเต้น นั่นจะเป็นประโยชน์กับเขาอย่างแน่นอน! ดีที่เขาไม่ฆ่าเธอ! แม้ว่าหลังจากนั้นเขาจะได้รู้ข้อมูลอย่างอื่นเกี่ยวกับทักษะนี้ก็ตาม

"จะบอกว่ามัน ‘ ไม่มีปัญหา’เลยก็ไม่ถูกต้องนัก โดยพื้นฐานแล้วเธอนั้นมักจะรู้สึกหิวตอนที่ได้รับบาดเจ็บและเมื่อใดก็ตามที่เธอไม่ได้กินอาหารเป็นเวลานาน เธอก็สามารถกลืนกินความเจ็บปวดเพื่อประทังความหิวได้ แต่หากเธอทำเช่นนั้น ร่างกายของเธอก็จะได้รับบาดเจ็บ แม้ว่าเธอจะไม่ได้รับความเสียหายจากมันแต่เธอก็ยังรู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างกัน ดังนั้นอย่าได้ใช้งานเธอมากเกินไปดีกว่า " อาร์คกล่าวเสริม ดังนั้นอิมพ์จึงมองไปที่เด็กสาวอย่างประหลาดใจก่อนที่อาร์คจะพูดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับถอนหายใจ "ส่วนเด็กคนนั้นน่าจะเป็นคนที่มีทักษะที่แปลกประหลาดและหักมุมที่สุดเท่าที่มีแล้ว ... " เขาพึมพำเบา ๆ ก่อนจะชี้ไปที่เด็กเล็กที่แซมมี่กอดไว้ในอ้อมแขน

"และเจ้าตัวเล็กนั่นก็คือลีออน เขามีทักษะเฉพาะสองอย่างเหมือนกัน ข้าคิดว่าพวกมันคือ   'เป็นที่รักของอสูร' และ 'เป็นที่หวาดกลัวของอสูร' ทักษะแรกนั้นสามารถดึงดูดอสูรได้ ส่วนอันที่สองทำให้พวกมันหนีไปได้ แต่ถ้าทั้งสองทักษะถูกใช้ออกมาพร้อมกันอสูรก็จะกลายเป็นบ้าคลั่วและจบลงด้วยการอาละวาดและฆ่าทุกสิ่งที่พบเห็น ทว่าเห็นได้อย่างชัดเจนว่าทักษะทั้งสองนั้นกำลังถูกปิดผนึกอยู่ในตอนนี้  " เด็กหนุ่มอธิบายพร้อมกับหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะกอดอกพร้อมกับยิ้มกว้าง

"และข้าก็คืออาร์คเป็นคนที่อายุมากที่สุดในกลุ่มนี้! ข้ามีทักษะเฉพาะสองอย่างเช่นกันหนึ่งคือ 'การต้านทานต่ออารมณ์เชิงลบ' และอีกทักษะหนึ่งคือ 'การทนทานต่อความเจ็บปวด'! ทักษะแรกนั้นทำให้ข้าไม่รู้สึกโกรธ เศร้า กลัวหรือมีความรู้สึกแย่ๆ ดังนั้นข้าจึงมีความสุขเกือบตลอดเวลา ! อืม...แต่มันก็ยกเว้นตอนที่ข้ารู้สึกหนักใจเหมือนก่อนหน้านี้หละนะ ฮิฮิ ... "อาร์คพูดยอมรับพร้อมกับยิ้มอย่างบิดเบี้ยวก่อนจะชี้ไปที่ขาของเขาที่เคยบาดเจ็บ" และเห็นได้ชัดว่า การทนทานความเจ็บปวดนั้น ทำให้ข้าสามารถทนต่อความเจ็บปวดได้เป็นอย่างมาก   ! แม้ว่าจะไม่ทั้งหมด แต่กับบาดแผลเล็กๆแบบนี้มันก็มีผลนั่นแหละ"และในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังอธิบายสิ่งเหล่านี้ อิมพ์ก็รู้สึกชื่นนชมทักษะทั้งสองที่เขามีจริงๆ พวกมันจะต้องมีประโยชน์สำหรับอิมพ์อย่างแน่นอน! ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะต้องเรียนรู้มันให้ได้  !

"ข้าจะมีได้ไง" อิมพ์ถามอย่างสงสัย แต่เด็กทั้งสี่ก็มองมาที่อิมพ์อย่างงง ๆ แซมมี่ก็เกาแก้มของเธอช้าๆ เธอยังคงดูค่อนข้างกลัวเหมือนเด็กคนอื่น ๆอยู่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งแตกต่างจากลีออนที่เป็นเด็กวัยหัดเดินกับอาร์คที่มีทักษะช่วยเหลือ แต่ด้วยความช่วยเหลือของเด็กชายที่โตที่สุดก็ดูเหมือนว่าพวกเขาจะสงบลงเล็กน้อย

"หมายถึงเจ้าจะมีทักษะเฉพาะได้ยังไงหน่ะหรอ ?" แซมมี่ถามเพื่อพยายามชี้แจงว่าอิมพ์หมายถึงอะไร จากนั้นอสูรก็พยักหน้าอย่างรวดเร็ว

จากนั้นรู้ดี้ก็ตอบ "เจ้าไม่สามารถเรียนรู้ทักษะเฉพาะได้  เจ้าเองก็น่าจะมีอยู่ไม่ใช่รึไง ? เราทุกคนล้วนแต่เกิดมาพร้อมกับทักษะเฉพาะทั้งนั้นแหละ  " เด็กอ้วนชี้ไปที่อิมพ์ แต่จากนั้นเขาก็ถามอย่างงุนงง   “อิมพ์ไม่มีทักษะเฉพาะงั้นหรอ?” เขาถามจากนั้นสักพักก็พยักหน้า "เอ่อ...ถ้าเป็นทักษะเฉพาะหละก็  คงไม่มีหรอกมั้ง" รูดี้พูดต่อพร้อมกับขมวดคิ้วและทิ้งตัวลงบนพื้นอย่างไม่ลังเลโดยไม่กังวลเลยว่าจะเจ็บ แล้วรูดี้ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บบจริงๆเหมือนกับที่เขาพูด เขานั้นไม่ได้รับความเสียหายใดๆเลย

น่าเศร้าที่อิมพ์ไม่สามารถเรียนรู้ทักษะเหล่านี้ได้ แต่เขาก็ยังคงมองไปที่พวกเขาทั้งหมดและถามเกี่ยวกับสิ่งอื่นที่ได้ยินพวกเขาพูดก่อนหน้านี้ "ผนึกคืออะไร" อิมพ์ถามออกไป แล้วแซมมี่ก็เกาแก้มเล็กน้อยขณะที่ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อ

"ผนึกก็คือ ... สิ่งที่ใช้เพื่อหยุดการทำงานของทักษะที่เจ้ามี ทักษะของข้ากับลีออนนั้นอันตรายเกินไปดังนั้นพวกมันจึงถูกผนึกไว้  " แซมมี่อธิบายอย่างเบาๆ  รูดี้เองก็ถอนหายใจพร้อมกับพยักหน้าขณะที่เขากินขนมปังไปเรื่อย ๆ "พวกเขาพยายามที่จะปิดผนึกทักษะ 'การโจมตีที่เป็นไปไม่ได้' ของข้าแล้วเช่นกัน แต่พวกเขาก็ไม่สามารถสลักอะไรผ่านเข้าไปในผิวหนังของข้าได้เลย   ... " เขาพูดอย่างรำคาญ จากนั้นอาร์คก็หัวเราะเบา ๆ เพื่อพยายามปรับบรรยากาศให้ดีขึ้นเล็กน้อย จากนั้นก็มองไปที่อิมพ์กับเด็กน้อยในตะกร้าข้างๆ

"ตอนนี้พวกเราก็แนะนำตัวเองกันหมดแล้ว แล้วคุณหละ คุณอิมพ์  ?"

จบบทที่ ตอนที่ 28 พวกเขาพังได้ไง ?

คัดลอกลิงก์แล้ว