เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 หายสาบสูญ

ตอนที่ 17 หายสาบสูญ

ตอนที่ 17 หายสาบสูญ


ตอนที่ 17 หายสาบสูญ

“เดี๋ยวก่อนนั่นมัน…” โทมัสพึมพำเบา ๆ และด้วยรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าของเขา ซาราก๊อนก็พยักหน้าและขยับเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม

“แน่นอนว่าของชิ้นนี้ที่ข้านำออกมานั้นคือของแท้ มันคือ ไพ่หนึ่งถ้วย เพียงหนึ่งเดียวที่มีอยู๋ ตอนนี้เรามาทำธุรกิจกันดีกว่าไหมครับ ?”ซาราก๊อนพูดทันทีหลังจากนั้นก็ก้าวขึ้นไปที่การ์ดบนแท่น

" เพื่อแลกกับอิมพ์ ข้าขอเสนอ ไ้หนึ่งถ้วย เพียงหนึ่งเดียวให้หรือไม่ก็ เหรียญทอง 30 เหรียญ   "ชายคนนั้นอธิบายด้วยรอยยิ้มกว้างบนใบหน้าของเขาในขณะที่  เอวาลิน โทมัสและเจมส์มองหน้ากันทันที

“เลือกระหว่าง การ์ดหนึ่งถ้วย …หรือ 30 เหรียญทองสินะ…”เจมส์พูดย้ำอย่างเงียบ ๆ  “ถ้าเราเลือกการ์ดหนึ่งถ้วย เราจะไปได้ไกลกว่านี้ แต่ถ้าเราได้30เหรียญทองมา เราก็จะจัดการุทกอย่างได้ลงตัว ?” เอลฟ์แห่งแสงร่างดำก็พูดขึ้นและเอวาลินก็มองเขาพร้อมกับขมวดคิ้ว"  'ทุกอย่าง'ของเจ้าคืออะไร แล้วนี่ เจ้ากำลังจะบอกให้เราขโมยของจากคนอื่นโดยใช้ ไพ่หนึ่งถ้วย งั้นรึ ?  " เธอถามพร้อมกับขมวดคิ้วเบา ๆ เจมส์เริ่มมองลงมาอย่างประหม่าไม่แน่ใจว่านั่นคือสิ่งที่เขาพูดเป็นนัยหรือไม่

"และแม้ว่าเราจะควรทำเช่นนั้น แต่ข้าก็ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมท่านซาราก๊อนถึงได้ใช้ไพ่หนึ่งถ้วยเพื้อแลกเปลี่ยนกับเราพร้อมกับยังยื่นข้อเสนอ 30 เหรียญทองมาพร้อมกัน อีก   ...   อะไรกันที่ทำให้เขาถึงกับเสนอของล้ำค่าพวกนี้ให้กับเรา.. ? " เอวาลินถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ข้าเองก็มีเหตุผลของตัวเอง” ซาราก๊อนกล่าวด้วยรอยยิ้ม แต่นั่นทำให้เอวาลินยิ่งสงสัย “ข้าคิดว่าการเลือกไพ่หนึ่งถ้วยไม่ใช่เรื่องดีนัก…เราควรเลือกทองดีกว่า มันคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด ” เอวาลินพูดและมองไปที่อิมพ์ด้วยรอยยิ้มที่ขมขื่น "หรือไม่ก็ ... เราควรจากไปกันเลย ? บางทีเราไม่จำเป็นต้องขายเขาก็ได้ เขาอาจจะมีประโยชน์ในการต่อสู้กับเราหากเราฝึกเขาอย่างถูกต้อง ใช่ไหม  แล้วยัง.. ?" เอวาลินแนะนำ แต่ก่อนที่เธอจะพูดจบเจมส์ก็กัดฟันตอบ

"เจ้าพูดบ้าอะไรเอวาลิน! นี่คือข้อตกลงตั้งแต่แรกของเราไม่ใช่รึไงยัยบ้า!  เราจะขายมันที่นี่แหละ!" เจมส์อุทานแล้วมองตรงไปที่โทมัส "เลือก ไพ่หนึ่งถ้วยกันเถอะ" จากนั้นเขาบอกเพื่อนมนุษย์ของเขา

“ใช่…เราควรเลือกมัน มันคือไพ่หนึ่งถ้วยเลยนะ มันสามารถใช้เพื่อปล้นหรือลอบสังหารครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ได้เลยเชียวนะ  ! เจ้าสามารถขโมยอะไรก็ได้และฆ่าใครก็ได้โดยที่ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าเป็นฝีมือของเจ้า  ! ถ้าเจ้าไม่คิดว่านี่เป็นโอกาสที่ทำให้เราประสบความสำเร็จที่สุดในชีวิต เจ้าก็เชิญออกไปได้เลยเอวาลิน  ” โทมัสร้องอุทานและเมื่อถึงจุดนั้นอิมพ์ก็เริ่มมีสมาธิเพื่อตอบสนองต่อสิ่งที่โทมัสเพิ่งพูด

ขโมยอะไร? ฆ่าใคร? สิ่งนี้ทำให้อิมพ์นึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่เขาได้ระงับไว้ตลอดเวลาซึ่งเป็นงานที่เขาได้รับครั้งแรกเมื่อกำเนิดขึ้นมา มันเป็นตอนที่เขาเดินทางมาพร้อมกับฝูงอสูรและเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนั้น

แล้วเจ้าไพ่หนึ่งถ้วยนั่นมันมีจริงงั้นรึ?

เมื่อคำถามนั้นเข้ามาในใจของเขาการแจ้งเตือนก็กะพริบขึ้นมา แต่มันกลับดูประหลาดเป็นอย่างมาก  มันราวกับว่าอยู่ตรงนั้นมาตลอดแต่อิมพ์ไม่ได้สังเกตเห็นมัน

[คำสั่ง - นำตัว [ผู้โง่เขลา]กลับมา]

[นำตัวผู้ที่จะกลายเป็นอาวุธอันยิ่งใหญ่ที่สุดต่อราชากลับมาแม้ต้องแลกด้วยชีวิตของเจ้าก็ตาม]

การได้เห็นการแจ้งเตือนนี้ทำให้เกิดความรู้สึกที่อิมพ์รู้สึกก่อนหน้านี้ไม่กี่ครั้ง มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนบังคับให้เขาทำบางอย่างที่ไกลเกินเอื้อมและแข็งแกร่งเกินกว่าจะจินตนาการได้ ...มันคืออะไร

มันทำให้…เขาหายใจไม่ออก เพียงแค่จินตนาการถึงความคิดที่จะพยายามต่อต้านคำสั่งนี้มันก็ทำให้อิมพ์แทบตะล้มลงและตายตรงนั้น  มันคือความเจ็บปวดที่เขารู้สึกนั้นเลวร้ายยิ่งกว่าความตายใดๆ

"หืม มีอะไรผิดปกติงั้นรึ?" ซาราก๊อนถามพร้อมกับขมวดคิ้วขณะที่เขาเอนเข้าหาอิมพ์ที่กำลังพยายามต่อสู้กับความเจ็บปวดอยู่บนพื้น

“โอ้ มันคงเหนื่อยมากแล้วสินะ” โทมัสพูดด้วยรอยยิ้มเบี้ยวและวิ่งไปหาอิมพ์ทันทีพยายามดึงเขาให้ลึกขึ้นยืน   "มาเถอะ เจ้าตัวน้อ..."

จากนั้นอิมพ์ก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาหล่นลงมาที่พื้นในขณะที่ทุกอย่างเงียบสนิท แต่เพียงไม่กี่นาทีต่อมาความเงียบก็หายไปท่ามกลางพายุแห่งหายนะที่เกิดขึ้นในขณะเดียวกัน อิมพ์ได้ยินเสียงเจมส์ชักกระตุกและถูกเหวี่ยงออกไปในขณะที่ขาของเอวาลินล้มลง

ในที่สุดอิมพ์ดูเหมือนจะลืมตาได้และเห็นแขนของโทมัสอย่างรวดเร็ว มันยังคงจับที่อิมพ์อยู่ แม้ว่าบางอย่างจะดูเหมือนไม่ค่อยดีนัก สิ่งที่อิมพ์เห็นก็คือแขนที่เหลืออยู๋ข้างเดียวของโทมัสส่วนร่างกายของเขานั้นหายไป   ... อย่างน้อยนั่นก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ แต่ในไม่ช้าอิมพ์ก็สามารถมองเห็นขาคู่หนึ่งซึ่งมีกลิ่นเหมือนเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกอย่างโอชะส่งควันลอยออกมาเล็กน้อย

แต่ที่น่าแปลกก็คือดูเหมือนว่าเรื่องประหลาดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับโทมัสเท่านั้น แต่ยังรวมถึงซาราก๊อนที่ยืนอยู่ข้างๆโทมัสด้วย  ตอนนี้ร่างกายของซาราก๊อนดูเหมือนจะกลายเป็นก้อนเนื้อสีขาวบริสุทธิ์ขยับไปมาและเติบโตอย่างต่อเนื่อง

จากนั้นอิมพ์ก็สังเกตเห็นอย่างอื่น มันคือเปลวไฟสีน้ำเงินขนาดใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป เขามองเห็นมันผ่านรูขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ไปครึ่งห้องโดยเริ่มจากด้านหลังเสาที่มีไพ่หนึ่งถ้วยอยู่

อย่างช้าๆ จากนั้นอิมพ์ก็ลุกขึ้นยืนและเดินไปที่ไพ่ซึ่งดึงดูดความสนใจของเขาเป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้เองความเจ็บปวดมหาศาลก็ปรากฏขึ้น ถว่าเขาก็ยังคงปีนขึ้นไปบนเสาอย่างต่อเนื่อง  จากนั้นเขาก็สามารถคว้าไพ่ได้อย่างง่ายดายและทันทีที่นิ้วของเขาแตะการ์ด มือของเอวาลินก็คว้ามาที่อิมพ์และดึงเขาออกไปทางประตูที่อยู่ด้านหลังพวกเขาซึ่งเป็นทางเดียวกับที่พวกเขาเข้ามาในห้อง พวกเขามุ่งหน้าไปยังห้องที่วางของทั้งหมดไว้

เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เอวาลินก็สวมชุดเกราะและรองเท้าของเธอกลับไปและจากนั้นก็ยื่นตระกร้าที่มีของอยู่ให้กับอิมพ์ ดังนั้นเขาจึงสวมเสื้อคลุมอีกครั้งอย่างมีความสุขและวางกระเป๋าไว้บนไหล่พร้อมกับเก็บการ์ดที่ได้มาไว้ในหนังสือ เขาสอดมันไว้ระหว่างหน้าหนังสือเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ทำมันหาย

"เร็ว - เราต้องรีบแล้ว ... " เอวาลินพึมพำกับตัวเองเงียบ ๆในขณะที่ทั้งร่างสั่นสะท้านไปหมด เธอพยายามผลักประตูให้เปิดทันทีเพื่อก้าวออกไปข้างนอก  แต่…กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ประตูไม่ขยับแม้แต่น้อย แต่ในทางกลับกันประตูอีกบานในห้องเล็ก ๆ นี้ดันเปิดขึ้นอีกครั้งและ ซาราก๊อน ซึ่งตอนนี้เหลือเพียงชุดท่อนร่างในสภาพไหม้เกรียมก็ก้าวผ่านประตูเข้ามาด้วยท่าทีที่ดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม

ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยรอยแตกราวกับว่าเขากำลังจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ และตอนนี้ ในขณะที่เขาไม่ได้สวมเสื้ออยู่ฟันแหลมคมที่คล้ายกับใบมีดบนร่างกายส่วนบนของเขาจึงเผยออกมา  และที่แย่กว่านั้นคือการแสดงออกที่น่ากลัวของซาราก๊อน  เขาดูบิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยความโกรธกับความบ้าคลั่ง

“ข้าอนุญาติ…ให้เจ้าออกไปแล้วรึไง ..” ซาราก๊อนถามด้วยความโกรธ แต่เอวาลินก็ล้มลงพื้นอีกครั้งข้างๆอิมพ์พร้อมกับกริชของเธอ เธอดูเหมือนจะหวาดกลัวสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นอย่างมาก

“เจ้าก็รู้…ว่า…จะได้รับผลเช่นไร…” ซาราก๊อนพูดพร้อมกับรอยยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้าของเขา จากนั้นรอยแตกบนร่างกายส่วนบนของเขาก็เปิดเล็กน้อยและอิมพ์ก็รู้ดีว่าปากนั้นกำลังทำอะไร เพราะสิ่งที่เขาถนัดคือการกิน  …ดังนั้นเขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายกำลังจะกินพวกเขา …

แต่อิมพ์ไม่สามารถปล่อยให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้ เอวาลินนั้นใจดีกับเขาเสมอในขณะที่อีกสองคนปฏิบัติกับเขาอย่างตรงกันข้าม เธอพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อดูแลเขา แม้กระทั่งตอนนี้เธอควรจะช่วยเจมส์ด้วยซ้ำ แต่เอวาลินกลับคว้าอิมพ์ที่อยู่ไกลกว่าเจมส์มาด้วยแทน  เธอนั้นพยายามช่วยเขา ดังนั้นตอนนี้อิมพ์ก็ต้องช่วยเธอ!

เขารู้ว่ากริชไม้ขนาดเล็กไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก แต่มีอาวุธชิ้นหนึ่งที่ต่างออกไปและมันก็สามารถทำได้   แม้ว่าจะประหม่าและเต็มความกลัวที่ปกคลุมไปทั่วร่าง แต่อิมพ์ก็คว้าไปยังกริชที่ตกลงมาจากเอวาลินและจับมันไว้แน่น

ตอนนี้ซาราก๊อนก็ดูบ้าคลั่งเป็นอย่างมากเมื่อเขากำลังเข้ามาใกล้กับเอวาลิน ดังนั้นอิมพ์จึงใช้โอกาสอันสมบูรณ์แบบนี้ก้าวไปข้างหลังสิ่งชั่วร้ายที่อยู่ตรงหน้าเขาและโจมตีออกไป ซึ่งนี่เป็นกลยุทธ์ที่อิมพ์ได้เรียนรู้จากการเฝ้าดูทั้งสามคนต่อสู้

เขารู้ว่ามันจะได้ผล! เขาจะช่วยเอวาลินและพวกเขาทั้งสองก็จะกลับเข้าไปในป่าเพื่อหนีจากเรื่องทั้งหมดนี้  ! เอวาลินจะสอนเขาอ่านคำอีกมากมายและมอบของอร่อยให้เขากินเยอะๆ  พวกเขาจะได้ทำหลายสิ่งหลายอย่างด้วยกัน !

ด้วยความคิดเช่นนั้นอิมพ์จึงจับกริชด้วยมือทั้งสองข้างของเขาและแทงเข้าที่กลางคอของซาราก๊อน! ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้และจะต้องตายจากการโจมตีอย่างแน่นอน  !

แน่นอน จากนั้นอิมพ์ก็จะ... -

[ซาราก๊อน -0 ความเสียหาย]

ทันทีที่อิมพ์เห็นการแจ้งเตือนและตัวเลขที่น้อยที่สุดที่แนบมาพร้อมกับความเสียหายที่เขาได้ จิตใจของเขาก็เริ่มตื่นตระหนก แต่ก่อนที่เขาจะได้ทำอะไร ซาราก๊อนก็หันกลับมาพร้อมกับใบหน้าบิดเบี้ยวที่เต็มไปด้วยความโกรธมากมาย

“ไม่ต้องห่วง…ข้าจะจัดการเจ้า…ที่หลัง ..” เขาพูดพร้อมกับแผยให้ฟันอันแหลมคมในปากของเขา ในขณะที่เขาทำเช่นนั้นดวงตาสีเข้มของเขาก็มองทะลุร่างของอิมพ์

และตอนนี้เองอสูรตัวน้อยก็ถึงกับกระโดดถอยหลังกระแทกเข้ากับพื้นทันทีโดยที่ไม่เหลืออะไรเลยนอกจากความหวาดกลัวที่แทรกซึมเข้าไปในเส้นใยทุกส่วนในร่างกายของเขา เขาทำได้เพียงมองดูปากบนร่างของซาราก๊อนที่อ้าออกและกลืนเอวาลินที่อยู่ใกล้ๆเข้าไป จากนั้นก็มีเสียงดังขึ้น

ตอนนี้เองเสียงกระดูกแตกที่ถูกบดขยี้ก็ดังขึ้นภายในร่างของซาราก๊อน ในขณะเดียวกันชายคนนี้ก็ใช้แขนทั้งสี่ข้างของเขาแยกร่างของเอวาลินออกจากกัน จากนั้นก็ดันชิ้นส่วนร่างกายบางส่วนของเธอข้าไปในปากของตัวเองต่อหน้าเขา ตอนนี้ห้องสีขาวบริสุทธิ์กลายเป็นสีแดงทันทีในขณะที่มนุษษ์ผู้ได้ชื่อว่า เอวาลิน สไตนฮาต หายไปอย่างช้าๆในความว่างเปล่า

เมื่อมีบางสิ่งบางอย่างตายไป มันก็เป็นไปไม่ได้ที่มันจะกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง อิมพ์รู้เรื่องนั้นดี แต่ถึงอย่างนั้นนี่ก็เป็นสิ่งที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้นจริง

อิมพ์ไม่รู้ว่าเขานั่งอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหน แต่ตอนนี้เขากำลังจ้องไปข้างหน้าและดูสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดอยู่ ทว่ามันไม่ใช่เพราะเขาต้องการ แต่เป็นเพราะร่างกายของเขานั้นมันดันนิ่งเหมือนหินและเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย

อิมพ์ต้องการที่จะหายตัวไปในทันทีและหนีจากสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวตนนี้ที่เพิ่งกัดกินสิ่งมีชีวิตที่อิมพ์คิดว่าใจดีและห่วงใยเขาที่สุดไป

และด้วยความคิดนั้นดวงตาของอิมพ์ก็ค่อยๆหันไปทางหนังสือที่วางอยู่ข้างๆเขาในขณะที่เขาค่อยๆขยับมือที่สั่นเทาไปทางมันเพื่อดึงไพ่ออกมา

เขาต้องการใช้ไพ่ใบนี้ในแบบที่ตั้งใจไว้ เขาอยากจะหายไป เขาต้องการทำเหมือนราชาแห่งหัวขโมยที่หนีออกจากคุกได้ อิมพ์ก็แค่อยากจะ ... หายไป

และในขณะที่อิมพ์จับไปที่ไพ่ ซาราก๊อนก็หันกลับมาพร้อมกับสีหน้าพอใจขณะที่รอยแตกบนร่างกายของเขาหายไปและชุดอันสมบูรณ์แบบก็กลับมาปรากฏบนร่างเขาอีกครั้ง แต่ทว่าตอนนี้เองเขาก็รู้สึกประหลาดใจเมื่อจ้องไปยังจุดที่อิมพ์เคยอยู่

แต่ความรู้สึกประหลาดใจนั้นก็ได้หายไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับการหายตัวไปอย่างกะทันหันของอิมพ์….

จบบทที่ ตอนที่ 17 หายสาบสูญ

คัดลอกลิงก์แล้ว