เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9 หวาดกลัว

ตอนที่ 9 หวาดกลัว

ตอนที่ 9 หวาดกลัว


ตอนที่ 9 หวาดกลัว

อิมพ์จ้องไปข้างหน้าเพื่อดูสิ่งใหม่ ๆ ที่มันไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีอยู่จริงและในไม่ช้าก็หันไปมองหน้าเอวาลินที่กำลังโน้มตัวลงมาหาเขาเพื่อพาเขาที่นิ่งเหมือนหินเดินต่อไป   “มาเถอะ อย่าเพิ่งหยุดเดิน” เธอพูดพร้อมกับขมวดคิ้ว อิมพ์ก็เพียงแค่มองไปยังเจ้าตัวสีแดงตรงหน้าและเริ่มทำตามที่บอกในขณะที่ยังคงจ้องไปข้างหน้าด้วยสาตาที่พิศวง จากนั้นไม่นานมันก็เริ่มรู้สึกวิงเวียนและคลื่นไส้อย่างไม่น่าเชื่อ มันรู้สึกเหมือนอยากจะวิ่งหนีไป

"หืม เจ้าจะ ... เฮ้ เอาอีกแล้วรึ คราวนี้เจ้าอิมพ์เป็นอะไรอีกหละ  ?" เจมส์ถามอย่างหงุดหงิดขณะที่จ้องมองไปยังอสูรน้อยที่กำลังสั่นเทา ส่วนโทมัสก็รีบหันมองรอบๆแล้วตบหน้าผากของเขาพร้อมกับถอนหายใจออกมา

"อ๋อ ข้าลืมไปเลย ... ทะเลสาบโลกเป็นสิ่งที่อสูรหวาดกลัวไม่ใช่รึไง?" เขาชี้ออกไป จากนั้นเอวาลินก็มองไปที่อิมพ์พร้อมกับพยักหน้า   "แล้วเราจะพาอิมพ์ไปที่เมืองกับเราได้อย่างไร เราจะปล่อยให้มันอยู่ที่นี่ไม่ได้นะ มันอาจจะถูกฆ่าโดยนักผจญภัยคนอื่นก็ได้ ... " เธอพูดขณะที่กอดอก จากนั้นโทมันก็เกาคอของเขาและครุ่นคิด

"ดูเหมือนมันจะไว้ใจเจ้าที่สุด การที่อสูรกลัวทะเลสาบโลกนั้นเป็นเพราะกลิ่นอายที่ส่งออกมา   ... ของแบบนั้นสามารถเอาชนะได้ด้วยค่าพลังใจที่สูงพอ ดังนั้น ... ด้วยความช่วยเหลือของเจ้า ช่วยทำให้ค่าพลังใจของมันเพิ่มขึ้นอีกหน่อยได้ไหม ? " โทมัสแนะนำก่อนจะพูดต่อ "เราจะไปหาห้องพักในโรงเตี๊ยมก่อนส่วนเจ้าก็อยู่ที่นี่เถอะ อย่างน้อยที่ข้าขอไปฝึกสักหน่อยก่อนนะกลับมา เจ้าเห็นด้วยไหม ?" ในขณะที่เจ้าตัวสีน้ำเงินพูดอยู่นั้นอิมพ์ก็ยังคงยืนอยู่ตรงนั่นและพยายามคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มันไม่แต่จะได้ยินสิ่งที่เจ้าสีน้ำเงินพูดเลย

มันไม่ค่อยเข้าใจเรื่องนี้มากนักดังนั้นจึงไม่สำคัญว่ามันจะฟังพวกเขาออกหรือไม่ ตอนนี้อิมพ์เพียงแค่อยากรู้ว่าต้องทำยังไง มันอยากจะถล่มที่นี่ให้พังหรือไม่ก็หันหนีออกไปทันที แต่อิมพ์รู้ว่าทำอย่างนั้นไม่ได้ เพียงแค่คิดว่าจะหนีมันก็ต้องเผชิญหน้ากับความกลัวที่แข็งแกร่งพอๆกันกับการเดินเข้าไปในทะเลสาบนั้นแล้ว

และจิตใจของอิมพ์รู้สึกเหมือนถูกแยกออกเพราะสิ่งนั้น เมื่อใดก็ตามที่ความคิดนี้ปรากฏขึ้นในหัวของมัน ความเจ็บปวดก็ยิ่งรุนแรงขึ้นจนมันต้องเพิกเฉยต่อการแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นมาหลังจากที่มันเริ่มเจ็บปวด

หลังจากนั้นไม่นานอิมพ์ก็รู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่น้อยลงและสติของมันก็เริ่มกลับมาหลังจากที่มันเห็นการแจ้งเตือนแบบเดียวกันสองครั้งและแบบยาวอีกหนึ่งครั้ง

[ท่านสามารถต่อสู้กับความเจ็บปวดทางจิตใจได้ จิตตานุภาพ +1]

[ท่านสามารถต่อสู้กับความเจ็บปวดทางจิตใจได้ จิตตานุภาพ +1]

[จิตใจของท่านอ่อนล้า เพื่อให้สามารถควบคุมตัวเองได้โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าท่านมีสติสัมปชัญญะอยู่เสมอ]

อิมพ์ที่กำลังสับสนก็จ้องไปยังการแจ้งเตือนโดยไม่รู้ความหมายของมัน ตอนนี้มันจำตัวอักษรได้ครึ่งหนึ่งแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่รู้เกี่ยวกับคำศัพท์ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน

ดังนั้นอิมพ์จึงพยายามหลีกเลี่ยงการแจ้งเตือนอย่างรวดเร็วในขณะที่กุมหัวด้วยความเจ็บปวดก่อนที่มันจะสังเกตเห็นว่าจู่ๆมันก็ได้ยู่ห่างจากสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่แล้ว และเมื่อหันไปรอบ ๆ อิมพ์ก็เห็นเอวาลินยืนอยู่ตรงนี้และกำลังมองลงมาที่มัน

"เจ้าดีขึ้นรึยัง?" เธอถามด้วยรอยยิ้มและอิมพ์ก็กำลังจะตอบกลับทันทีว่า 'ใช่' ในขณะที่มันจะตอบคำถามของเธอมันก็เริ่มสังเกตว่าตัวเองเข้าใจสิ่งที่นางพูดเล็กน้อย มันรู้ว่าเธอกำลังถามมันว่าความเจ็บปวดหายไปหรือยัง !

"ใช่!" จากนั้นอิมพ์ก็ตอบกลับ คราวนี้คือตอบกลับจริงๆของมัน ทันทีก็มีการแจ้งเตือนอีกอันปรากฏต่อหน้ามัน

[ระดับทักษะการเข้าใจภาษาทั่วไประดับเริ่มต้นเพิ่มขึ้น]

"เยี่ยม ตอนนี้เจ้าอยากจะลองกลับไปที่นั่นอีกครั้งไหม " เอวาลินถาม แต่อิมพ์ก็ไม่สามารถตอบกลับได้ จากนั้นหัวของมันก็เริ่มห้อยต่ำลงเพราะมันรู้สึกเหนื่อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"ตื่นเถอะ พวกเราต้องไปกันต่อ!" เจ้าตัวสีแดงอุทานออกมาและทันทีที่ได้ยินเสียงของเธออีกครั้ง อิมพ์ก็ยกคอของมันขึ้นในขณะที่การแจ้งเตือนอีกอันปรากฏขึ้นตรงหน้า

[ระดับทักษะต้านทานความอ่อนเพลียระดับเริ่มต้น เพิ่มขึ้น !]

ทันใดนั้นอิมพ์ก็สามารถสังเกตได้ว่ามันไม่ได้รู้สึกเหนื่อยเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้วแม้ว่าร่างกายของมันจะยังรู้สึกหนักและเฉื่อยชาก็ตาม แต่ไม่นานมันก็ได้ยินเสียงของเจ้าตัวสีแดงอีกครั้ง

"หืม? โอ้ ข้าเดาว่านี้ได้ผลสินะ ... " เอวาลินพึมพำกับตัวเองจากนั้นก็มองลงไปที่อิมพ์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "งั้นไปลองกันเถอะ! เธออุทานและชี้ไปยังทิศทางที่มีอาคารขนาดใหญ่อยู่ ทันใดนั้นร่างของอิมพ์ก็เคลื่อนไหวเองและมันก็ได้ยินเอวาลินพูดจากด้านหลังอีกครั้ง

"เอ่อเดี๋ยวก่อน นี่ข้าบ้ารึเปล่าเนี่ย ยังไงมันก็ต้องทำตามคำสั่งของข้าอยู่แล้วหนิ!" เจ้าตัวสีแดงกระซิบและเริ่มตามอิมพ์ไป

"เจ้าอิมพ์ไปเลย!" เอวาลินตะโกนออกมาแม้ว่าเสียงของเธอจะดูขัดแย้งกันในขณะที่จ้องมองอิมพ์อยู่ก็ตาม   แม้ว่ามันจะก้มหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่ความกลัวที่บังอาจขัดขืนคำสั่งนั้นกลับน่ากลัวยิ่งกว่า แม้ว่าจะกลัวแต่มันก็วิ่งเข้าไปใกล้ทะเลสาบมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เพียงไม่กี่ก้าวจากนั้นความกลัวที่มีต่อทะเลสาบก็กลับมารุนแรงกว่าที่เคย

[ท่านกำลังต่อสู้กับความกลัว จิตตานุภาพ +1]

อย่างช้าๆอิมธิ์ก็สามารถเงยหัวขึ้นมาได้และใจเย็นลงอีกครั้ง มันก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว แต่หลังจากนั้นอิมพ์ก็ไม่สามารถก้าวไปได้อีกต่อไป   "ก้าวต่อไป ก้าวต่อไปเดี๋ยวนี้น้าาา!" เอวาลินตะโกนออกไปทางอิมพ์ด้วยท่าทางตะกุกตะกักและมันก็รู้สึกได้ทันทีว่าเท้าของมันกำลังขยับด้วยตัวเอง ในขณะที่มันยังคงก้าวไปยังสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ด้วยความอดทนสูงสุด

ตลอดเวลาจิตใจของมันก็กำลังกรีดร้องให้หนีไป แต่เมื่อใดก็ตามที่มันเกิดขึ้นเอวาลินก็จะสั่งให้อิมพ์ก้าวไปข้างหน้าอีกครั้ง แม้ว่าการตัดสินใจทำเช่นนั้นจะค่อยๆน้อยลงแล้วก็ตาม การแจ้งเตือนจำนวนหนึ่งปรากฏขึ้นในขณะที่อิมพ์กำลังก้าวเดินอยู่และนี่ก็ดูเหมือนจะเป็นสาเหตุที่ทำให้มันก้าวต่อไปได้ง่ายขึ้นเล็กน้อยแต่ถ้าให้เทียบก็เหมือนกับการเอาถังน้ำไปตักน้ำในมหาสมุทรออก

แต่ไม่นานนักการแจ้งเตือนเหล่านี้ก็หยุดปรากฏขึ้นอย่างสมบูรณ์ ร่างกายของมันก็รู้สึกเหนื่อยล้าสูงสุด จากนั้นอิมพ์ก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไปและร่างของมันก็ทรุดลงบนพื้นหญ้าทันที

สิ่งที่มันเห็นในตอนนี้คือความมืดด้านในเปลือกตาในขณะที่ด้านนอกถูกกดทับด้วยละอองน้ำ ร่างกายของมันติดอยู่พื้นและไม่สามารถก้าวต่อไปได้อีกแม้แต่ก้าวเดียวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

ร่างของมันทำได้เพียงกระตุกเท่านั้นแต่ก็ไม่อาจเคลื่อนไหวใดๆได้ สำหรับอิมพ์มันรู้สึกราวกับว่ากำลังจะตายในอีกไม่ช้านี้ แต่ไม่นานมันก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่ดึงแขนของมันไว้

ชั่วขณะหนึ่งอิมพ์ก็คิดว่าเป็นเอวาลินได้ดึงมันกลับออกไปจากสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่อีกครั้ง แต่ในไม่ช้าสิ่งที่มันเห็นนั้นกลับตรงกันข้าม ในขณะที่ร่างกายของมันยังคงกระตุกตลอดเวลามันก็ดูเหมือนจะถูกลากเข้าไปใกล้กับสิ่งที่หวาดกลัวมากขึ้น จนกระทั่งมันหยุดอยู๋ที่ไหนสักแห่งบนพื้นแข็งและนอนอยู๋ตรงนั้นสักพักจึงจะสงบลงได้

อย่างไรก็ตาม หลังจากใช้เวลาพอสมควรความกลัวของมันก็ถูกแทนที่ด้วยอารมณ์อื่นทันทีเมื่อมันได้ยินเสียงของบางสิ่ง แม้ว่ามันจะยังมองไม่เห็นเขาก็ตาม

"เจ้าบัดซบสันหลังยาวนั่นทำไมถึงไปนอนอยู่บนพื้นหญ้ากัน ? " เจมส์ถามด้วยความโกรธและต่อมาก็จะได้ยินเสียงของอวาลินอีกครั้ง “มันไม่ได้นอนซะหน่อย มันหมดสติต่างหาก!” เธอตะโกนออกมาและเมื่อผ่านไปสักครู่ก็ดูเหมือนทุกอย่างจะเงียบสนิทลง ในขณะเดียวกันนี้อิมพ์ก็ตั้งสมาธิไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองสลบลงด้วยเหตุผลบางอย่าง มันนั้นทำไปตามสัญชาตญานโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไปเพื่ออะไร

ครู่หนึ่งทั้งเจมส์และเอวาลินก็ดูเหมือนจะเริ่มตะโกนใส่กันอีกครั้งก่อนที่อิมพ์จะรู้สึกได้ถึงมือเย็น ๆ ที่แตะมายังหน้าผากของมันเมื่อพวกเขาเงียบไป เพียงไม่นานเขาก็ตกใจกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ในไม่ช้ามันก็ดูเหมือนจะช่วยให้เขาสงบลงได้ ราวกับว่าร่างกายของมันได้รับการผ่อนคลายและความกลัวทุกอย่างก็หายไปพร้อม ๆ กัน ไม่นานอิมพ์ก็ค่อยๆลุกขึ้นยืนและลืมตาอีกครั้ง

ตอนนี้เขาอยู่ใกล้กับสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่กว่าก่อนหน้านี้ รอบๆตัวเขามีตัวประหลาดมากมายกำลังเดินไปมาและจ้องมาที่มันด้วยความหวาดระแวงและความกลัว

และอิมพ์ก็กลับมารู้สึกกลัวอีกครั้งเช่นกัน แม้ว่าครั้งนี้มันจะไม่รู้สึกกลัวเป็นอย่างมากเหมือนก่อนหน้านี้ก็ตาม แต่มันก็สะดุ้งเล็กน้อยและเลือกที่จะซ่อนตัวอยู่ด้านหลังเอวาลิน

"ดีเลย ... ดูเหมือนว่าเจ้าจะดีขึ้นแล้วนะสหาย? "เจ้าตัวสีแดงกระซิบพร้อมกับถอนหายใจอย่างโล่งอกและมองไปที่อิมพ์ที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอก่อนที่จะเกาแก้มของเธอ" เอาล่ะ เรามาสนิทกันอีกหน่อยดีกว่า "เธอแนะนำก่อนที่จะจับอิมพ์ด้วยมือของเธอและพาเข้าไปข้างหน้าราวกับจูงเด็ก

แต่เมื่อก้าวไปได้สองสามก้าวอิมพ์ก็รู้สึกหวาดกลัวเกินกว่าจะก้าวไปต่ออีกครั้ง แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างด้วยการช่วยเหลือเอวาลินแทนที่จะเป็นการออกคำสั่งตอนนี้กลับทำให้มันสามารถเดินไปข้างหน้าต่อได้จนพวกเขาก้าวเข้าไปในสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดบริเวณนั้นก่อนจะเดินขึ้นไปบนบันไดที่มีเจ้าตัวสีฟ้าอยู่

“หือ? เจ้ามาแล้วรึ?” โทมัสถามแล้วมองลงไปที่อิมพ์ตัวเล็กที่ยังคงถูกเอวาลินจูงมืออยู่   "แล้วพวกเจ้าไปทำอะไรตรงนั้นกัน?" จากนั้นเขาก็ถามด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวก่อนที่เอวาลินจะยักไหล่ตอบ

"นี่...เขาทำตัวเหมือนเด็ก ๆ อยู่หลายครั้ง ดังนั้นเรามาลองปฏิบัติกับเขาเหมือนเด็กคนหนึ่งดูไหม มาพาเขาไปเดินเล่นทั่วเมืองกันดีกว่า ?" เอวาลินแนะนำและอีกครั้ง โทมัสก็มองเธอด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวกว่าเดิม

"เขา งั้นรึ?" โทมัสถามแลเอวาลินก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาก่อนที่จะมองไปยังเจ้าตัวสีฟ้าพร้อมกับพูดด้วยความรำคาญ   "ใช่  ! ‘เขา’  และเจ้าก็อย่ามาหาเรื่องข้าเลยดีกว่าเจมส์ ตอนนี้ข้าไม่มีอารมณ์ " เธออุทานด้วยความโกรธ  จากน้นก็บีบมือของอิมพ์แน่นมากขึ้นจนทำให้การแจ้งเตือนสีแดงปรากฏ

[-2 พลังชีวิต]

ในทันใดนั้นเอวาลินก็คลายกำมือของเธอและมองไปยังอิมพ์ที่อยู่ข้างๆ  “โอ๊ะ ข้าขอโทษ! ข้าทำเจ้าเจ็บรึเปล่า?” เธอถามด้วยน้ำเสียงกังวลและอิมพ์ก็เอียงศีรษะไปด้านข้าง ปกติแล้วเขามักจะตอบแต่คำว่า 'ใช่' แต่ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่เขาค่อนข้างเข้าใจสิ่งที่เธอถาม เขาจึงพูดตรงกันข้าม "ไม่ ... " เขาพึมพำอย่างประหม่าเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาพูดคำนี้ เอวาลินเองก็ยิ้มด้วยความโล่งใจ

“ข้าหละดีใจจริงๆ ...” เอวาลินกระซิบกับตัวเองก่อนที่โทมัสจะมองเธอพร้อมกับขมวดคิ้ว "ใช่ ... ไปยังห้องฝึกซ้อมใต้ดินกันเถอะ ตอนนี้เจมส์เองก็อยู่อยู่ที่นั่นแล้วเช่นกัน ข้าคิดว่าเราต้องคุยกันเกี่ยวกับเรื่องนี้”

จบบทที่ ตอนที่ 9 หวาดกลัว

คัดลอกลิงก์แล้ว