- หน้าแรก
- ท่านเทพธิดา ช่วยมาบำเพ็ญเพียรแทนข้าที!
- บทที่ 12: เทพธิดาสิ้นชีพอีกแล้ว! สรุปผลรางวัล!
บทที่ 12: เทพธิดาสิ้นชีพอีกแล้ว! สรุปผลรางวัล!
บทที่ 12: เทพธิดาสิ้นชีพอีกแล้ว! สรุปผลรางวัล!
บทที่ 12: เทพธิดาสิ้นชีพอีกแล้ว! สรุปผลรางวัล!
ในที่สุดเฉินเชียนเสวี่ยก็ไม่ได้ทำให้ไป๋อี้ผิดหวัง นางใช้เวลาบำเพ็ญเพียรอย่างขมขื่นในเครื่องจำลองการบำเพ็ญเพียรเป็นเวลา 3 ปีเต็ม ในที่สุดก็ได้เปลี่ยนแปลงจากคนธรรมดา กลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียร
ถึงแม้ว่าผู้บำเพ็ญเพียรขั้นรวบรวมปราณระดับหนึ่งจะไก่อ่อนอย่างยิ่ง จัดอยู่ในกลุ่มคนที่อยู่ล่างสุดของโลกบำเพ็ญเพียร
แต่อย่างไรเสียนางก็เป็นผู้บำเพ็ญเพียร ผู้บำเพ็ญเพียรที่อยู่ระดับล่างสุดก็ยังแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดามากโขนัก
ไป๋อี้สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจนผ่านอำนาจของเครื่องจำลองการบำเพ็ญเพียร...
สภาพจิตใจและพลังงานทั้งหมดของเฉินเชียนเสวี่ยในตอนนี้ แตกต่างไปจากเดิมแล้ว
ราวกับว่ากลิ่นอายทางโลกนั้นลดน้อยลงไปหลายส่วน
แต่กลับมีกลิ่นอายพิเศษอันหลุดพ้นจากทางโลกซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของผู้บำเพ็ญเพียรเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน
ความสำเร็จของเฉินเชียนเสวี่ยในเครื่องจำลองการบำเพ็ญเพียร...
ได้พิสูจน์อีกครั้งว่า การตัดสินใจของไป๋อี้ในตอนแรกนั้นถูกต้องอย่างยิ่ง
การดึงเทพธิดาแห่งนิกายกระบี่วิญญาณเข้ามาในเครื่องจำลอง
ดีกว่าเมื่อก่อนมากจริงๆ!
ต้องรู้ก่อนว่า...
ไป๋อี้ตายในเครื่องจำลองการบำเพ็ญเพียรมาสามสิบกว่าครั้ง ยังไม่เคยได้สัมผัสกับเคล็ดวิชาบำเพ็ญเซียนใดๆ เลย
กระทั่งเคล็ดวิชาของจอมยุทธ์ในยุทธภพก็ยังไม่เคยได้สัมผัส
เกือบทุกครั้งล้วนมีชีวิตอยู่ไม่ถึงหนึ่งเดือน ทำเอาเขามึนตึ้บไปหมดแล้ว
ในทางกลับกัน...
เฉินเชียนเสวี่ยกลับกลายเป็นภาพเปรียบเทียบที่ชัดเจนอย่างยิ่งกับเขา
ครั้งแรก เฉินเชียนเสวี่ยได้รับเคล็ดวิชาลมหายใจมาหนึ่งแขนง
ครั้งที่สอง เป็นเคล็ดวิชาบำเพ็ญเซียนโดยตรง!
สำหรับเรื่องนี้
ไป๋อี้ทำใจได้อย่างสบายๆ
ขอเพียงยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบานว่าตนเองเป็นแค่เศษสวะ ก็จะไม่มีความคิดหดหู่ใดๆ เกิดขึ้นมา
มั่นใจได้เลย!
ขณะที่ไป๋อี้กำลังคาดหวังว่าเฉินเชียนเสวี่ยจะสามารถก้าวไปสู่ขอบเขตที่สูงขึ้นได้ทีละก้าวหรือไม่ เขากลับตกตะลึงจนพบว่าเฉินเชียนเสวี่ยที่เพิ่งจะทะลวงผ่านไปไม่นานกลับม่องเท่งไปแล้ว!
ไป๋อี้:????
เกิดอะไรขึ้น?
ข้าเพิ่งจะเผลอไปไม่ถึงครึ่งนาทีเองไม่ใช่รึ? เฉินเชียนเสวี่ยก็เดี้ยงไปแล้ว?
เขารีบไล่ดูการแจ้งเตือนของเครื่องจำลองที่ตนเองพลาดไปอย่างรวดเร็ว
【เฉินเชียนเสวี่ยที่ทะลวงสู่ขั้นรวบรวมปราณระดับหนึ่งแล้ว ตระหนักได้ว่าสถานที่ฝึกฝนของตนเองมีพลังปราณเบาบางจนยากที่จะทำให้นางบรรลุความสำเร็จที่สูงขึ้นได้ จึงเลือกที่จะเข้าสู่ทิวเขาที่ลึกยิ่งขึ้นเพื่อฝึกฝน】
【กำลังตั้งใจฝึกฝนอย่างหนัก...】
【เฉินเชียนเสวี่ยได้พบกับสมุนไพรวิญญาณหนึ่งต้นในทิวเขา หลังจากทานเข้าไปก็รู้สึกว่ากายาแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด】
【กายา +2】
【สัตว์ปีศาจที่กลายร่างเป็นปีศาจแล้วตัวหนึ่งไร้ซึ่งจรรยาบรรณยุทธ์ ฉวยโอกาสที่เฉินเชียนเสวี่ยกำลังบำเพ็ญเพียรอย่างขมขื่นลอบโจมตี เฉินเชียนเสวี่ยมีปฏิกิริยาที่ว่องไวและเข้าต่อสู้กับมัน แต่สุดท้ายก็สู้ไม่ได้!】
【เฉินเชียนเสวี่ยตายแล้ว!】
【อายุขัย: 8 ปี 4 เดือน 06 วัน】
【...】
"..."
เอ่อ นี่มัน?
ความผันผวนของโชคชะตาทำให้ไป๋อี้ถึงกับไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีไปชั่วขณะ วินาทีก่อนเฉินเชียนเสวี่ยเพิ่งจะเหยียบย่างเข้าสู่เส้นทางการบำเพ็ญเพียร แล้ววินาทีต่อมาก็กลายเป็นอาหารในจานของสัตว์ปีศาจไปแล้ว?
เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดว่าเฉินเชียนเสวี่ยโชคดี หรือควรจะพูดว่านางโชคร้ายเกินไป หรือควรจะพูดว่าเครื่องจำลองการบำเพ็ญเพียรมันโหดเกินไป
คงจะไม่ใช่ว่า นางใช้ช่วงชีวิตของตนเองแลกกับโชคอันน่าทึ่งมาจริงๆ ใช่หรือไม่?
นี่คือสิ่งที่เรียกว่าการเปย์ด้วยชีวิตในตำนาน?
หรือว่า...เป็นเพราะเมื่อครู่ข้าแอบปากเปราะไปหน่อย?
ไม่!
เป็นไปไม่ได้!
เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
เรื่องบังเอิญ!
เป็นเรื่องบังเอิญล้วนๆ!
ไป๋อี้ปฏิเสธว่านี่เป็นความผิดของตนเอง
【ผู้ถูกเชิญ 'เฉินเชียนเสวี่ย' ได้มีชีวิตรอดในชีวิตจำลองการบำเพ็ญเพียรเป็นเวลา 8 ปี 4 เดือน 06 วัน ระยะเวลาคูลดาวน์ก่อนจะเข้าสู่ชีวิตจำลองการบำเพ็ญเพียรครั้งต่อไปคือ 24 ชั่วโมง】
【เฉินเชียนเสวี่ยในชีวิตจำลองการบำเพ็ญเพียรครั้งที่สอง ได้บรรลุความสำเร็จในการแก้แค้น จึงได้รับรางวัลพิเศษเพิ่มหนึ่งอย่าง!】
【ท่านได้รับรางวัลดังต่อไปนี้—】
【รางวัลที่ 1: เคล็ดบำรุงกระบี่ขั้นพื้นฐาน (เคล็ดบำรุงกระบี่ฉบับสมบูรณ์) 】
【รางวัลที่ 2: ขั้นรวบรวมปราณระดับหนึ่ง (ขอบเขตพลังบำเพ็ญเพียรที่เฉินเชียนเสวี่ยบำเพ็ญเพียรอย่างขมขื่นมา 3 ปี) 】
【รางวัลที่ 3: จี้หยกประจำตระกูล (จะนำพาโชคดีเล็กๆ น้อยๆ มาให้) 】
【รางวัลพิเศษ: พลังปราณ 5 สาย】
【กรุณาเลือกหนึ่งในรางวัลต่อไปนี้ รางวัลพิเศษเป็นรางวัลที่มอบให้แน่นอน ไม่จำเป็นต้องเลือกเป็นพิเศษ】
เมื่อมองดูรางวัลสรุปผลของเครื่องจำลองการบำเพ็ญเพียร ไป๋อี้ก็อดไม่ได้ที่จะจมอยู่ในภวังค์ความคิด...
ถึงแม้เฉินเชียนเสวี่ยจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 8 ปีกว่า และครั้งนี้ก็ตายอย่างกะทันหันเช่นกัน
ทำเอาคนตั้งตัวไม่ทันอยู่บ้าง
แต่...
ดูเหมือนก็ไม่ขาดทุน?
รางวัลนี้สำหรับเขาในตอนนี้แล้ว ถือว่าอุดมสมบูรณ์จนไม่สามารถจะอุดมสมบูรณ์ไปกว่านี้ได้อีกแล้ว
นอกจากรางวัลสามอย่างแล้ว ยังมีรางวัลพิเศษเพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง
ถึงแม้ไป๋อี้จะไม่รู้ว่าพลังปราณ 5 สาย จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งได้มากน้อยเพียงใด
แต่ก็น่าจะไม่เลว?
"《เคล็ดบำรุงกระบี่》ฉบับสมบูรณ์, ระดับพลังขั้นรวบรวมปราณระดับหนึ่ง...ส่วนจี้หยกนั่น มองข้ามไปก่อนชั่วคราว"
"จะเลือกอันไหนดี?"
ไป๋อี้รู้สึกตัดสินใจลำบากอยู่บ้าง
เคล็ดบำรุงกระบี่ฉบับสมบูรณ์ เขาก็ต้องการอย่างยิ่ง เพราะนี่คือเคล็ดวิชาบำเพ็ญเซียน จะทำให้ความเข้าใจของเขาต่อเคล็ดบำรุงกระบี่ไปถึงระดับพื้นฐาน และยังทำให้เขามีพลังต่อสู้ในระดับหนึ่งได้
แต่ระดับพลังขั้นรวบรวมปราณระดับหนึ่งก็ทำให้เขาอยากได้เช่นกัน นี่จะทำให้เขากลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรได้โดยตรง
แต่ปัญหาคือ...
พอเขากลายเป็นผู้บำเพ็ญเพียรแล้ว จะให้ใช้เพลงกระบี่และวิชาตัวเบาของโลกมนุษย์ต่อสู้อย่างนั้นรึ?
ไป๋อี้มองไปที่รางวัลพิเศษสุดท้าย พลังปราณ 5 สายไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาทะลวงสู่ขั้นรวบรวมปราณระดับหนึ่งได้ แต่อย่างไรเสียมันก็คือพลังปราณ ก็น่าจะสามารถใช้ขับเคลื่อนเคล็ดบำรุงกระบี่ได้
"เลือก 1!"
ในพริบตา—
ข้อมูลมหาศาลก็ถูกเขารับเข้ามาอย่างสมบูรณ์แบบ
เคล็ดวิชาบำเพ็ญเซียนระดับไม่ต่ำเคล็ดหนึ่งถูกเรียนรู้ในทันที และยังก้าวไปถึงระดับพื้นฐานอีกด้วย
ไป๋อี้เพิ่งจะพบว่าใน《เคล็ดบำรุงกระบี่》...
กลับมีทั้งเคล็ดวิชาที่ใช้สำหรับหลอมรวมพลังปราณฟ้าดิน
เคล็ดกระบี่ที่เข้ากันได้ดีกับเคล็ดวิชา
เพลงย่างก้าว
และวิชาบำรุงกระบี่อันเป็นแก่นหลักที่สุด
ในขณะเดียวกัน...
พลังปราณที่บริสุทธิ์อย่างยิ่งสายหนึ่ง ก็ได้หลอมรวมเข้าสู่เส้นชีพจรและจุดตันเถียนของเขา และยังได้หลอมรวมพลังภายใน 3 ปีนั้นให้กลายเป็นพลังปราณโดยสมบูรณ์
พลังปราณราวกับสายธารไหลเวียนอยู่ในเส้นชีพจร ทำให้ร่างกายของไป๋อี้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
พละกำลังแข็งแกร่งขึ้น
พลังจิตเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
การรับรู้แข็งแกร่งขึ้น
กระทั่งฝ่ามือที่เคยหาเรื่องทำตัวเองเจ็บ ก็ค่อยๆ ฟื้นฟูคืนสู่สภาพเดิม ราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน
หลังจากที่ค่อยๆ ปรับตัวได้แล้ว ไป๋อี้ก็เก็บงำความตื่นเต้นในใจของตนเอง เขาดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้: "ข้าจำได้ว่า ข้าเคยซื้อกระบี่ยาวมาเล่มหนึ่งนี่นา..."
ข้ามมิติมายังโลกแห่งเซียนที่น่าตื่นเต้นเร้าใจเช่นนี้ ไป๋อี้จะไม่มีความฝันที่จะเป็นเซียนได้อย่างไร?
ตั้งแต่ตอนที่เพิ่งข้ามมิติมาได้ไม่นาน เขาก็รีบร้อนไปซื้อกระบี่ยาวมาเล่มหนึ่งแล้ว
ทั้งวันเอาแต่ควงกระบี่เล่นมั่วๆ
ทั้งวันเอาแต่เพ้อฝันไปเรื่อยเปื่อย
ผลปรากฏว่า...
เพราะหลังจากทดสอบรากปราณแล้วพบว่าไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ กระบี่ยาวเล่มนั้นที่เขาซื้อมา ก็เลยถูกเขาวางทิ้งไว้ที่ไหนสักแห่งตามอำเภอใจ
หลังจากค้นหาในบ้านอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดไป๋อี้ก็เจอกระบี่ยาวเล่มนั้น
ฝักกระบี่และด้ามกระบี่ ถูกปกคลุมไปด้วยฝุ่นบางๆ ที่ไม่ค่อยจะชัดเจนนัก
ไป๋อี้จับด้ามกระบี่
แล้วชักออก!
ตัวกระบี่สีเงินสว่างพลันหลุดออกจากฝักในทันที เขาควงกระบี่เป็นดอกไม้อย่างคล่องแคล่ว ราวกับได้ดื่มด่ำอยู่ในวิถีกระบี่มานานหลายปี นี่เป็นเพราะใน《เคล็ดบำรุงกระบี่》ได้รวมเพลงกระบี่ไว้แขนงหนึ่งด้วยนั่นเอง
เมื่อค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเคล็ดบำรุงกระบี่ในสมอง ไป๋อี้ก็พลันโยนกระบี่ยาวขึ้นไปในอากาศ
มือขวาทำดรรชนีกระบี่
พลังปราณในร่างโคจร!
"ควบคุม!"
สิ้นเสียงตะโกนเบาๆ
กระบี่ยาวที่กำลังจะร่วงหล่นลงมา กลับหยุดนิ่งกลางอากาศอย่างน่าอัศจรรย์
ลอยอยู่เบื้องหน้าของไป๋อี้ ราวกับมีพลังที่มองไม่เห็นคอยพยุงมันไว้
เพียงแต่กระบี่ที่ลอยอยู่นั้นดู...
สั่นเทาอยู่บ้าง
"ใน《เคล็ดบำรุงกระบี่》บันทึกไว้ว่า ผู้บำเพ็ญเพียรที่สามารถควบคุมกระบี่ได้ อย่างน้อยต้องอยู่ขั้นรวบรวมปราณระดับห้า แต่เนื่องจาก《เคล็ดบำรุงกระบี่》ค่อนข้างพิเศษ ถึงแม้ข้าจะยังไม่ถึงขั้นรวบรวมปราณระดับหนึ่ง แต่เพราะพลังปราณ 5 สายในร่าง ก็พอที่จะทำให้ควบคุมกระบี่ได้อย่างฉิวเฉียด"
"กระบี่เล่มนี้สุดท้ายแล้วก็เป็นเพียงกระบี่ยาวธรรมดา หากมีโอกาสได้กระบี่วิญญาณมาสักเล่ม การควบคุมกระบี่ก็จะยิ่งง่ายดายขึ้น สามารถใช้ได้ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของแขนขา"
ไป๋อี้พึมพำกับตนเอง
เก็บดรรชนีกระบี่
ยื่นมือออกไปรับ
รับด้ามกระบี่ของกระบี่ยาวได้อย่างมั่นคง และเก็บมันกลับเข้าฝักไป
...