- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นฮีลเลอร์โครตโกง
- บทที่ 42: ข่าวลือ และความโกรธของหลี่เฟย
บทที่ 42: ข่าวลือ และความโกรธของหลี่เฟย
บทที่ 42: ข่าวลือ และความโกรธของหลี่เฟย
“ฉัน...”
ซูเหยาเหยาฝืนยิ้มออกมา “ฉันไม่เป็นไร”
ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอมีชื่อว่าหลิวเจิ้งเจี๋ย เขาเป็นคนมารับเธอ
เมื่อวานนี้ซูเหยาเหยาถูกแผนกสืบสวนควบคุมตัวไป แต่ความจริงแล้วเอกสารในมือของเธอก็เป็นเพียงสิ่งที่คนอื่นมอบให้เธอมา ประกอบกับเธอเป็นเพียงนักเรียน หลังจากถูกกักตัวไว้หนึ่งคืนก็ถูกปล่อยตัวออกมา
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว!” ชายหนุ่มคนนั้นยกมือขึ้นวางบนไหล่ของซูเหยาเหยา
คิ้วของซูเหยาเหยาขมวดเข้าหากัน เธอคิดจะเบี่ยงตัวหลบโดยสัญชาตญาณ แต่เมื่อคิดดูอีกทีก็อดทนไว้
เมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือ หลิวเจิ้งเจี๋ยก็รู้สึกใจเต้นไม่เป็นส่ำ แทบจะอยากจะลากซูเหยาเหยาไปที่โรงแรมในทันที
ส่วนซูเหยาเหยาก้มหน้าลง เมื่อเหลือบไปเห็นดาบที่เหน็บอยู่ที่เอวของหลิวเจิ้งเจี๋ย ความคิดชั่วร้ายก็ผุดขึ้นมาในใจอย่างไม่มีที่มาที่ไป
“เจิ้งเจี๋ย ฉันจำได้ว่านายเป็นนักรบใช่ไหม? ถ้าสู้กับฮีลเลอร์เลเวลเดียวกัน นายต้องชนะได้อย่างแน่นอนใช่รึเปล่า?” จู่ๆ ซูเหยาเหยาก็เอ่ยถามขึ้นมา
หลิวเจิ้งเจี๋ยชะงักไป “หา?”
อยู่ดีๆ จะให้เขาไปสู้กับฮีลเลอร์ทำไมกัน?
ซูเหยาเหยาไม่ได้ตอบตรงๆ แต่กลับพูดว่า “ช่วยฉันทำเรื่องหนึ่ง หลังจากเรื่องนี้สำเร็จ... ฉันจะเป็นของนาย!”
ดวงตาของหลิวเจิ้งเจี๋ยเบิกกว้างในทันที เขาพยักหน้าอย่างบ้าคลั่งด้วยความตื่นเต้น “ได้สิ ได้เลย! ไม่ว่าเรื่องอะไรฉันก็ทำให้ได้ทั้งนั้น!”
ซูเหยาเหยานิ่งเงียบไปหลายวินาที ในที่สุดก็เค้นเสียงที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นออกมาจากไรฟัน “หาโอกาส... ฆ่าหลินเย่ซะ!”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลิวเจิ้งเจี๋ยก็ถึงกับนิ่งอึ้งไปทั้งคน
…
หลินเย่ยุบทีมแล้วก็ตรงไปยังร้านหุ่นเชิดกลไกทันที
“ยินดีต้อน...” เจ้าของร้านเห็นคนเข้ามาก็รีบเงยหน้าขึ้นทักทาย แต่พอเห็นว่าเป็นใคร ดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
“อ้าว! ท่านเทพหลินเย่นี่เอง!”
เจ้าของร้านรีบเดินเข้ามาทักทายอย่างสนิทสนม
ในตอนนี้ทั้งเมืองซ่านเฉิง จะมีใครบ้างที่ไม่รู้จักหลินเย่?
เคลียร์เหมืองแร่หินดำระดับ SSS เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์!
คุณค่าของมันสูงเสียดฟ้าจริงๆ ถึงแม้เหมืองแร่หินดำจะเป็นเพียงมิติเลเวล 5 แต่มันก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ได้แล้วว่าฝีมือของหลินเย่นั้นเหนือกว่าคนรุ่นเดียวกันไปไกลมาก!
ภายในร้านมีลูกค้าอยู่ประปรายสองสามคน ในตอนนี้ก็พากันมองมาทางหลินเย่ สายตาเต็มไปด้วยความแปลกใจ
“นี่น่ะเหรอหลินเย่?”
“ดูขาวสะอาดดีนะ ไม่คิดเลยว่าจะเก่งขนาดนี้!”
“ฉันไม่เข้าใจเลยว่าฮีลเลอร์คนหนึ่งจะไปเก่งกาจอะไรได้ขนาดนั้น?”
“ไอ้โง่! ไม่ไปส่องกระจกดูตัวเองบ้างล่ะ? แกหน้าตาเป็นยังไง เขาหน้าตาเป็นยังไง? แค่นี้ยังดูไม่ออกอีกเหรอ?”
เสียงซุบซิบดังขึ้นมาเบาๆ
การที่ฮีลเลอร์คนหนึ่งสามารถพาทีมสร้างผลงานที่น่าทึ่งได้อย่างต่อเนื่องนั้น เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างยิ่ง จนทำให้บางคนโยนสาเหตุของความสำเร็จเหล่านี้ไปให้กับเพื่อนร่วมทีมที่เหนียวแน่นที่สุดของหลินเย่—หลี่เฟย
ก็พรสวรรค์ระดับ S แถมยังมีอาชีพหายากอีก...
เป็นสเปคที่หลายคนได้แต่ใฝ่ฝันถึงอย่างแน่นอน
เมื่อมีพรสวรรค์และอาชีพเช่นนี้ ก็หมายความว่าจะต้องโดดเด่นและมีอนาคตที่สดใสอย่างร้อยเปอร์เซ็นต์ การจะเคลียร์มิติสำหรับมือใหม่ได้อย่างสบายๆ มันไม่ใช่เรื่องปกติหรอกเหรอ?
“เฮ้! พวกแกแอบซุบซิบอะไรกันอยู่ตรงมุมนั้น? เข้ามาเดินดูตั้งนานไม่ซื้ออะไรสักอย่าง คิดจะมาขโมยของในร้านฉันรึไง?” เจ้าของร้านที่เสียงดังตะโกนลั่นไปทั้งร้าน
คนพวกนั้นเมื่อได้ยินก็ตกใจกันยกใหญ่ รีบหนีออกไปทันที
“ขอบคุณครับ!”
หลินเย่มองดูพวกหนูสกปรกที่วิ่งหนีไปอย่างหัวซุกหัวซุน อดที่จะหัวเราะแล้วพยักหน้าให้เจ้าของร้านไม่ได้
เจ้าพวกนี้ ดูเหมือนจะกำลังพูดเรื่องดีๆ แต่ความจริงแล้วก็กำลังแอบเหน็บแนมว่าหลินเย่เป็นไอ้หน้าขาวที่เกาะผู้หญิงเคลียร์มิตินั่นเอง
แต่สำหรับข่าวลือเช่นนี้ หลินเย่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เก็บมาใส่ใจเลย... เพียงแต่ไม่อยากจะลงมือที่นี่เท่านั้นเอง
ในเขตปลอดภัย ข้าจะปฏิบัติตามกฎหมาย เป็นพลเมืองดี
นอกเขตปลอดภัย ขอเพียงแค่เจ้าไม่แข็งแกร่งพอแล้วยังกล้าปากดี ข้านี่แหละคือกฎหมาย!
การฆ่าคน สำหรับผู้ใช้อาชีพที่เจนจัดแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่ยอมรับได้ยากอะไรเลย กระทั่งในรอยแยกต่างมิติ สิ่งที่ต้องระวังที่สุดไม่ใช่สัตว์ประหลาดจากต่างโลก แต่เป็นผู้ใช้อาชีพด้วยกันเอง!
แต่เห็นได้ชัดว่าสัจธรรมที่ค่อนข้างมืดมนเหล่านี้ โรงเรียนระดับมัธยมย่อมไม่มีสอน
ผู้ใช้อาชีพหลายคน ไม่ว่าจะเลเวลเท่าไหร่ มีเพียงการได้เข้าไปในรอยแยกต่างมิติเป็นครั้งแรก ได้เห็นการต่อสู้ที่แท้จริงแล้วเท่านั้น ถึงจะเรียกได้ว่าหลุดพ้นจากคำว่ามือใหม่
“พ่อหนุ่ม อย่าไปฟังพวกไม่มีสมองพวกนั้นพูดเลย!” เจ้าของร้านกล่าวกับหลินเย่ด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง
“เอ้อ ครั้งนี้อยากจะซื้ออะไรอีก? ข้าลดให้!” เจ้าของร้านตบอกรับคำ
“ครั้งนี้... ไม่ได้มาซื้อของครับ แต่ผมต้องการให้คุณช่วยซ่อมแซมหุ่นเชิดแกะพวกนี้ให้หน่อย แล้วก็ถ้าเป็นไปได้ช่วยถอดอุปกรณ์ส่งเสียงออกให้ด้วยครับ!”
หลินเย่พูดพลางวางกระเป๋ามิติสิบใบลงบนโต๊ะ
เจ้าของร้านลังเลอยู่ครู่หนึ่ง...
การถอดอุปกรณ์ส่งเสียงออก เรื่องนี้ก็พอเข้าใจได้ แต่หุ่นเชิดแกะสิบตัวนี้ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะซื้อไปเมื่อวานหรอกเหรอ? วันนี้ต้องซ่อมแล้ว?
เกิดอะไรขึ้น? หรือว่านายจะเอาพวกมันไปลงมิติมา?
“ได้เลย! ไม่มีปัญหา มอบให้ข้าได้เลย!” เจ้าของร้านถึงแม้จะสงสัย แต่ก็ยังคงตอบตกลง
นี่คืองานประจำของเขาอยู่แล้ว อีกอย่างการซ่อมแซมก็ต้องคิดเงินด้วย
“ถ้างั้นรบกวนเถ้าแก่ด้วยครับ! นี่เบอร์ของผม ซ่อมเสร็จแล้วโทรเรียกผมมารับได้ทุกเมื่อเลยครับ!”
หลินเย่ให้เบอร์ของตัวเองกับเจ้าของร้าน แล้วก็เดินออกจากร้านหุ่นเชิดไป
“เจ้าเด็กคนนี้นี่...”
เจ้าของร้านส่ายหน้าอย่างขบขัน แล้วก็หยิบหุ่นเชิดทั้งหมดออกมาจากกระเป๋ามิติบนโต๊ะ
ครู่ต่อมา...
“พระเจ้า... พวกแกไปลงมิติมาจริงๆ เหรอ? ทำยังไงถึงได้พังยับเยินขนาดนี้ภายในวันเดียวกันได้วะ...”
เมื่อมองดูหุ่นเชิดแกะเหล่านี้ เจ้าของร้านถึงกับพูดไม่ออก
…
โรงพยาบาลกลางเมืองซ่านเฉิง ภายในห้องผู้ป่วยห้องหนึ่ง
“พ่อคะ หนูมาเยี่ยมค่ะ...”
หลี่เฟยนั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยสีขาวสะอาด จับมือของผู้ป่วยที่นอนหมดสติอยู่บนเตียง
“ไม่ต้องห่วงนะคะ หนูจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่ค้างไว้หมดแล้ว ยังจ้างพยาบาลที่ดีที่สุดให้พ่อด้วย ต่อไปถ้าหนูมีความสามารถแล้ว จะไปเชิญผู้ใช้อาชีพระดับสูงมาปลุกพ่อให้ตื่นขึ้นมาให้ได้ค่ะ!”
ใบหน้าของหลี่เฟยเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
แข็งแกร่งขึ้น มีเพียงการแข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งเท่านั้น ถึงจะทำให้พ่อตื่นขึ้นมาได้!
“บางที ถึงตอนนั้นอาจจะไม่ต้องไปหาคนนอกมาช่วยก็ได้...” ใบหน้าของหลี่เฟยแดงขึ้นมาเล็กน้อย
“ปัง!”
ในตอนนั้นเอง ประตูก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง
“หลี่เฟย ฉันรู้อยู่แล้วว่าแกอยู่ที่นี่! ฉันไม่ได้บอกให้แกพาลูกชายฉันไปอัปเลเวลวันนี้เหรอ? หลายปีมานี้กินของพวกเรา ใช้ของพวกเรา ตอนนี้เก่งแล้วเหรอ แค่ให้พาพี่ชายแกไปอัปเลเวลหน่อยก็ไม่ยอมแล้ว?”
หญิงวัยกลางคนร่างท้วมคนหนึ่งเบียดตัวเข้ามาจากนอกประตู ชี้หน้าด่าหลี่เฟยอย่างเกรี้ยวกราด
และข้างหลังของเธอ ยังมีเด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่คนหนึ่งยืนอยู่ด้วยสีหน้าที่มืดมน
หญิงวัยกลางคนตะโกนโหวกเหวก ดึงดูดสายตาของผู้คนจำนวนไม่น้อย กระทั่งยังมีพวกขาเผือกชะโงกหน้าเข้ามาดูจากนอกประตูอีกด้วย
หลี่เฟยเมื่อเผชิญกับคำด่าทอของหญิงวัยกลางคน ก็เพียงแค่ก้มหน้าลงอย่างเงียบๆ
หลายปีมานี้ก็เป็นแบบนี้มาตลอด เธอชินแล้ว
“แล้วก็ เป็นแกที่ไปจ่ายค่ารักษาพยาบาลของพ่อแกเองเหรอ? ตั้งสามล้าน! แกมีเงินขนาดนั้น ไม่เอาไปซื้ออุปกรณ์ให้พี่ชายแกติดตัวไว้บ้าง ซื้อยามาบำรุงร่างกายให้เขาบ้าง แต่กลับเอาไปจ่ายค่ารักษาพยาบาล? แกบ้าไปแล้วรึไง?”
คำด่าทอยังคงดำเนินต่อไป หลี่เฟยอดที่จะกำหมัดแน่นไม่ได้
“หรือว่าเป็นไอ้หน้าขาวที่ชื่อหลินเย่คนนั้นสอนให้แกทำแบบนี้? หา? พูดมาสิ! เดี๋ยวฉันจะไปหาเรื่องมันเดี๋ยวนี้!”
ในทันใดนั้น หลี่เฟยก็ราวกับถูกกระตุ้นที่จุดที่อ่อนไหวที่สุด ทั้งร่างของเธอกลายเป็นลำแสงเพลิง พุ่งเข้าไปอยู่ตรงหน้าหญิงวัยกลางคน
“เพี๊ยะ!”
ฝ่ามือฟาดเข้าที่ใบหน้าของหญิงอ้วนอย่างจัง ฟันร่วงไปหลายซี่
“ห้ามพูดจาไม่ดีถึงเขานะ!”
(จบตอน)