เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 33 : ขยายยาวเป็นนิ้ว

ตอนที่ 33 : ขยายยาวเป็นนิ้ว

ตอนที่ 33 : ขยายยาวเป็นนิ้ว


คนในเผ่ากลับไปใช้ชีวิตตามปกติหลังจากที่ทีมล่าสัตว์ได้จากไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา มันค่อนข้างแตกต่างไปจากความคึกคักของริมแม่น้ำ หลังจากประสบกับความกลัวครั้งแรกของสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักในแม่น้ำ ผู้คนเริ่มมีแนวโน้มที่จะไม่กลัวสิ่งมีชีวิตในน้ำ เนื่องจากผลประโยชน์ที่ได้จากปลาปิรันย่าตัวใหญ่ ๆ

มันกลับกลายเป็นว่าสิ่งมีชีวิตในแม่น้ำไม่น่ากลัวมากนัก ใครๆ ก็สามารถหาอาหารได้เพียงพอตราบเท่าที่เจ้าระวัง

เด็ก ๆ ในถ้ำเด็กกำพร้ามีชีวิตที่มั่นคงภายใต้การบริหารของตูและบา ทุกๆ วันพวกเขาจะไปตกปลา และพร้อมกับอาหารของทางเผ่า เติบโตขึ้นแข็งแรงขึ้นมากกว่าแต่ก่อน พวกเขาเริ่มสามัคคีกลมเกลียวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาต้องเป็นปึกแผ่นเพราะความสามารถของแต่ละคนและทุกคนมีข้อจำกัด ดังนั้นพวกเขาจึงต้องทำหน้าที่เป็นส่วนๆ เพื่อให้มีพลังมากขึ้นเมื่อตกปลา

สำหรับหนอนหิน ฉาวซวนจะพาซีซาร์ขึ้นไปขุดทุกๆ สองวัน หลังจากนั้นเขาขอให้เด็ก ๆ ในถ้ำเด็กกำพร้าเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลัง

อย่างไรก็ตาม หินไม่สามารถกักหนอนหินได้ มีใครบางคนพยายามเก็บหนอนหินไว้ในโถหิน เพียงเพื่อจะได้เห็นโถหินที่แตกหักและหนอนหินก็หายไปในวันรุ่งขึ้น แต่ตูได้ค้นพบสิ่งสำคัญจากอุบัติเหตุครั้งนี้ ไหไม้และเชือกฟางสามารถดักหนอนหินได้ดีกว่าหิน แม้ว่าหนอนหินไม่สามารถเก็บไว้ได้เป็นเวลานาน แน่นอนว่าพวกมันใช้เป็นกับดักได้หนึ่งหรือสองวัน ทำให้ฉาวซวนไม่ต้องไปที่ถ้ำเด็กกำพร้าทุกวัน

ในไม่ช้ามันก็กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับฉาวซวนเพื่อค้นหาแกนหินที่สนามฝึกในตอนเช้า และในช่วงบ่ายไปที่สถานที่ของชายชราเค่อเพื่อเรียนรู้ทักษะการประดิษฐ์

กว่าสิบวันที่ผ่านมา และฉาวซวนรู้สึกว่าเขามีความแข็งแรงมากกว่าเมื่อเขาได้ตื่นขึ้นจากเช้าวันใหม่ เขากลายเป็นคนมีฝีมือมากขึ้นในการควบคุมพลังของเขา และสามารถสลับพลังทั้งสองรูปแบบภายในตัวเขาได้อย่างอิสระมากขึ้น

ดูเหมือนว่าการเรียนรู้ทักษะการสร้างหัตถกรรมหินมีประโยชน์มากมายในการเรียนรู้พลังสัญลักษณ์

ฉาวซวนเดินผ่านป่าเหมือนลิงที่ว่องไวมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เขาเลือกเมื่อวานนี้ ขณะที่ร่างของเขาวิ่งผ่านไป กิ่งก้านใบไม้ก็สั่นไหวเล็กน้อย ราวกับสายลมที่พัดแผ่วเบา

ซีซาร์วิ่งอยู่ข้างหลังเขา

ยังคงอยู่ในพื้นที่เฝ้าระวังจากนักรบในเผ่า ฉาวซวนไม่ต้องกังวลกับการปรากฏตัวของเหล่าสัตว์ที่ดุร้าย นอกไปจากนี้การควบคุมเสียงของเขาด้วยวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมพร้อมในภารกิจล่าสัตว์ในอนาคต หลายต่อหลายครั้งนักรบต้องขยับตัวอย่างเงียบเชียบ ขณะที่พวกเขาต้องหาทางเข้าใกล้เกมเงียบ ๆ และซ่อนตัวอยู่ เสียงดังเพียงเล็กน้อยอาจรบกวนสัตว์ร้ายได้ง่ายหลังจากที่เกิดเสียงเหล่านั้นขึ้น หรือดึงความสนใจของสัตว์ร้ายอื่น ๆ

ฉาวซวนได้เห็นแลงกาและเมยเคลื่อนไหวในความเงียบ และรู้ว่าทั้งสองคน โดยเฉพาะเมย สามารถเคลื่อนไหวได้ดั่งเงาที่ไร้เสียง ตัวเขายังคงมีหนทางอีกยาวไกลกว่าพวกเขา

ในเทือกเขาหลายแห่งมีสนามฝึกฝน ฉาวซวนได้เห็นเด็ก ๆ ที่ตื่นขึ้นมาใหม่หลาย คนเช่น ซาย

"เฮ้ นั้นอาซวน?" พ่อของซายถาม กำลังมองดูภาพร่างติดตา สำหรับคนปกติแล้ว ฉาวซวนรวดเร็วมากและยากที่จะมองเห็น แต่สำหรับนักรบที่มีประสบการณ์ที่พลังสัญลักษณ์ได้ตื่นมาเป็นเวลานาน เขาสามารถเห็นได้ง่าย

ซายกระโดดขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมกับหินยักษ์ในมือ และกระโดดขึ้นมากว่าร้อย ๆ ครั้งแล้ว เมื่อเขามองไปในทิศที่พ่อกำลังมองอยู่ ฉาวซวนก็หายตัวไปแล้ว

"เจ้ากำลังมองหาอะไร? กระโดดต่อไป! " พ่อของซายตีก้นเขาด้วยแท่งหินและตะโกนว่า "เจ้าแย่กว่าอาซวนซึ่งอายุน้อยกว่าเจ้าถึงสองปี!"

"ทำไมท่านพูดแบบนั้น?" เห็นได้ชัดว่าซายไม่มั่นใจ

"เฮ้ เจ้ากล้าถามข้ากลับอย่างงั้นรึ? นี่คือสิ่งที่ข้าพูด! ตอนนี้กระโดดต่อไปและเจ้าอาจได้พักเมื่อเจ้ากระโดดได้สองร้อยครั้ง! " พ่อของซายตีเขาสองครั้งด้วยไม้ขณะที่เขาพูด

"ข้าอยู่ที่หนึ่งร้อยแปดสิบสอง!" ซายคิดในใจและรู้ว่าเขาจะต้องกระโดดอีกยี่สิบแปดครั้ง เขามีความสุขกับเรื่องนี้ และสงสัยว่าจะไล่ล่ากระรอกหินบิน หรือหาขนมกินเล่น เขาสงสัยอีกว่าเขายังจะสามารถหาผลไม้สีเขียวที่ได้ลิ้มรสกเมื่อวันก่อนได้ไหม

ซายกลืนน้ำลายตามที่เขาคิด แต่ทันใดนั้นเขาได้ยินพ่อของเขาตะโกนอีกครั้งว่า "เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือไงที่ไม่สามารถคำนวณได้ถูกต้อง? เจ้าทำได้เพียงร้อยยี่สิบเจ็ดครั้ง! เจ้าต้องกระโดดอีกเจ็ดสิบสามครั้ง! "

ซายโกรธมากจนเกือบจะโยนก้อนหินยักษ์ออกไป แต่พ่อของเขามีนิสัยเช่นนี้ เขาไม่เคยผิดดังนั้นซายต้องยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาจะถูกตีจากพ่อของเขาถ้าเขาเอ่ยแย้ง

ห่าเอ้ย!

ซายไม่สามารถตำหนิพ่อของเขาได้ ดังนั้นเขาจึงตำหนิฉาวซวนแทน และวางแผนที่จะระบายความโกรธของเขาในภายหลัง

ตรงกันข้ามกับฉาวซวนที่ไม่รู้ว่าเขาถูกเกลียดอีกครั้ง และยังคงมองหาหินคุณภาพดีเหมือนปกติ มีหินจำนวนมากอยู่ในบริเวณลานฝึกฝน แต่คนที่สามารถใช้ฝีมือในการทำเครื่องหินได้ค่อนข้างหายาก แม้ว่าเขาจะพึ่งพาความสามารถพิเศษแยกคุณภาพหินที่แตกต่างกัน แต่ก็ยังใช้เวลานานในการหาหินแต่ละก้อนที่มีคุณภาพใช้ได้ เนื่องจากบางครั้ง แม้ว่าหินเนื้อดีอาจไม่เหมาะสมสำหรับการกระเทาะ ทุกเช้า ฉาวซวนจะใช้เวลาสองถึงสามชั่วโมงในการเลือกหิน หลังจากนั้นเขาจะนำหินที่มีคุณภาพดีและเหมาะสมสำหรับการทำเครื่องมือหิน

หลังจากวันที่ได้เรียนรู้จากชายชราเค่อแล้ว ฉาวซวนก็มีความคืบหน้าในการระบุหินที่แตกต่างกัน เขาไม่ได้มองเห็นหินทั้งหมดอยู่ในระดับเดียวกันเช่นที่เขาเคยเห็นในอดีต

เมื่อฉาวซวนกำลังมองหาแกนหิน ซีซาร์จะขุดหลุมบนภูเขาหรือจับกระรอกหินบินจากความเบื่อหน่าย ดังนั้นทุกครั้งที่ฉาวซวนเลือกแกนหินเสร็จเรียบร้อย เขาจะพบกระรอกหินบินไม่กี่ตัวนอนตายอยู่ข้างๆ ขาของซีซาร์

บางครั้ง ฉาวซวนจะรู้สึกเสียใจกับซีซาร์ มันเป็นหมาป่า แต่มันถูกฉาวซวนเลี้ยงดูแบบนั้น

ในตอนบ่าย ฉาวซวนไปที่บ้านของชายชราเค่อพร้อมกับแกนหินที่เลือก

ชายชราเค่อสอนฉาวซวนวิธีการกำหนดมุมที่ยอดเยี่ยมที่สุดและพื้นผิวที่โดดเด่นของหิน และชนิดของหินใดเหมาะสำหรับสร้างขึ้นในแต่ละประเภทของเครื่ิองมือหิน จากนั้นชายชราเค่อก็มองดูเขากระเทาะเศษหินในขณะที่เขานั่งข้างฉาวซวน

ฉาวซวนถือค้อนและเริ่มลงมือที่น่าประทับใจและกระเทาะหินหลังจากที่เขานำเสื้อคลุมหนังสัตว์ของเขาออกและท่อนบนของเขาเปลือยเปล่า

ในช่วงสองสามวันแรก เสื้อคลุมหนังสัตว์ของฉาวซวนชุ่มไปด้วยเหงื่อหลังจากที่เสร็จการลงมือที่น่าตื่นตะลึง น้ำจะออกมาพร้อมกับผ้าที่บิดเป็นเกลียวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดังนั้นในภายหลัง ฉาวซวนจะถอดเสื้อคลุมของเขาและวางไว้เมื่อเขาทำงาน เพื่อที่จะได้ไม่มีกลิ่นเหม็น

ดิ้ง!

ดิ้ง!

ดิ้ง!

...

ทุกๆ บ่าย เสียงที่ดังออกมาเหมือนจะมาจากในบ้านของชายชราเค่อ

ตีครั้งที่หนึ่ง,ตีครั้งที่สอง ... ห้าสิบ,ห้าสิบเอ็ด ... ร้อย ... ห้าร้อย ...

ฉาวซวนยังคงรักษาแกนหินเอาไว้อย่างไม่หยุดยั้ง ราวกับว่าเขาไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับความอ่อนล้า แกนหินขนาดใหญ่ค่อยๆ กลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยเป็นเกล็ดหินร่วงหล่นลง เกล็ดหินเปลี่ยนเป็นบางมากขึ้นและมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

หลังจากเสร็จจากแกนหินอันหนึ่ง ฉาวซวนคว้าอันที่สองและที่สามโดยไม่ต้องหยุดพัก

หลังจากอันที่สามเสร็จแล้ว ฉาวซวนดูเหมือนเหยื่อที่จมลงในน้ำที่เพิ่งถูกเหวี่ยงตกปลาออกไป

หลังจากดื่มน้ำ ฉาวซวนยืนอยู่ข้าง ๆ เพื่อให้ชายชราเค่อสามารถอธิบายรายละเอียดที่จำเป็นที่ต้องให้ความสนใจเมื่อเขาปรับแต่งพวกมันในภายหลัง เขาแสดงให้ฉาวซวนเห็นว่าการปรับแต่งเกล็ดหินด้วยรูปร่างที่แตกต่างกันทำอย่างไร และวิธีการปรับแต่งแกนหินที่เหลืออยู่

ชายชราเค่อกล่าวว่าหินทุกก้อนมีเรื่องราวในตัวมันเอง และแม้กระทั่งช่างจิตรกรรมหินที่ยอดเยี่ยมที่สุดอาจไม่สามารถเข้าใจเรื่องราวของหินทั้งหมดได้ แต่เมื่อชายชราเค่อทุกครั้งที่สอน เขาพยายามที่จะอธิบายความรู้ทั้งหมดที่เขาได้เรียนรู้มาจนถึงตอนนี้ให้กับฉาวซวน

ฉาวซวนฟังด้วยความตั้งใจจดจ่อของเขา เพราะคำบางคำดูเหมือนไม่สำคัญ แต่มีความรู้มากมายที่ซ่อนอยู่ภายใน

หลังจากหยุดพักช่วงสั้น ๆ และจบการฟังบรรยายของชายชราเค่อแล้ว ฉาวซวนก็ยังคงทำงานต่อไป แต่คราวนี้เขาหยุดงานจิตรกรรมหินและแทนที่ด้วยการเริ่มต้นปรับแต่ง

เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่สูงของชายชราเค่อในอดีต ฉาวซวนต้องให้ความสำคัญมากขึ้นในระหว่างกระบวนการนี้และต้องแม่นยำมากขึ้นกับการควบคุมพลังสัญลักษณ์ของเขา

นั่นไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อทำการปรับแต่ง ฉาวซวนกำลังจดจ่ออย่างเต็มที่กับหิน และแม้จะมีอาการโกรธแค้นที่เห็นได้ชัดและน่าเจ็บใจก็ไม่หยุดจนกว่าการปรับแต่งจะสำเร็จและฉาวซวนได้ตระหนักรู้ฟื้นคืนบางอย่าง เขารู้สึกมีคลื่นความเจ็บปวดอยู่ในหัวของเขา บางครั้งเขาก็รู้สึกราวกับโดนควงสว่านและเหงื่อหยดไหลลงอย่างต่อเนื่องราวกับเม็ดถั่วผุดออกจากหน้าผากของเขา

ชายชราเค่อกล่าวว่าเป็นเรื่องปกติ และเขาได้ผ่านประสบการ์ณเหล่านี้ทั้งหมดเมื่อตอนที่เขาเป็นเด็กฝึกงาน

แม้ว่าเหนื่อย ความคืบหน้าของฉาวซวนก็เห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ที่เขาสามารถควบคุมพลังสัญลักษณ์ของเขาได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

ชายชราเค่อแสดงร่องรอยความพึงพอใจในแววตาของเขา ขณะที่เขานั่งอยู่ข้าง ๆ  ความคืบหน้าของฉาวซวนเกินความคาดหมายของเขา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชายชราเค่อรู้จักคนมากมายที่พยายามเรียนรู้งานหัตถกรรมหิน แต่ไม่มีใครสามารถบรรลุความก้าวหน้าได้อย่างฉาวซวน!

สำหรับหลายๆ คนพวกเขาอาจจะใช้เวลาเรียนหนึ่งปีหรือสองปี โดยไม่ได้รับทักษะเช่นฉาวซวน แน่นอนว่ามีบางคนที่มีพรสวรรค์ ยกตัวอย่างเช่น แลงกาใช้เวลาไม่ถึงห้าสิบวันในการเรียนรู้ และปู่ของแลงกาได้กล่าวถึงเรื่องนี้ต่อหน้าชายชราเค่อ

แต่ ฉาวซวนใช้เวลาเรียนรู้นานเท่าไหร่? เพียงสิบวัน!

ในความเป็นจริง ชายชราเค่ออยากที่จะพุ่งตัวขึ้นไปบนภูเขาทันทีและมี "การสนทนาที่ดี" กับชายชราคนหนึ่งที่ทำกับดักธนู แต่ เขาต้องอดใจรออีกนิด ... อีกเล็กน้อยเท่านั้น ...

ในขณะที่เค่อกำลังคิดเกี่ยวกับการแสดงออกทางสีหน้าแบบไหนของชายชราเมื่อเขาได้รู้เกี่ยวกับฉาวซวน สายตาของชายชราเค่อก็แช่แข็งอยู่ครู่หนึ่ง เขาเบิกตากว้างราวกับว่าเขาเห็นบางสิ่งบางอย่างที่นึกไม่ถึง

ลวดลายสัญลักษณ์ถูกเปิดเผยบนร่างของฉาวซวน ซึ่งไม่แปลกอะไรในช่วงเวลานี้เนื่องจากฉาวซวนจะใช้พลังสัญลักษณ์ของเขา เมื่อเขากำลังลงมือทำหัตถกรรมหินที่น่าตื่นตะลึง เป็นธรรมดา เมื่อพลังสัญลักษณ์ถูกนำมาใช้ ลวดลายสัญลักษณ์จะปรากฏขึ้น

สิ่งที่น่าแปลกใจต่อชายชราเค่อไม่ใช่ลวดลายสัญลักษณ์ สิ่งที่เขาเห็นแทบไม่น่าเชื่อมากไปกว่าตอนที่เขาเห็นฉาวซวนใช้พลังสัญลักษณ์ในขณะที่หินเด่นสะดุดตา!

เป็นที่รู้กันว่าทุกคนในชนเผ่า นักรบที่พลังตื่นขึ้นมาใหม่จะครอบคลุมร่างของพวกเขาทั้งหมดเมื่อตื่นขึ้นมาจากหลุมไฟ

แก้ไขแล้ว

หลังจากพิธีกรรม ลวดลายสัญลักษณ์ทั้งหมดจะหดตัวลง

อักขระ: 47

ลวดลายสัญลักษณ์ที่ปกคลุมแขนทั้งสองข้างจะหดตัวเข้าไปที่ต้นแขน,หัวไหล่และลวดลายที่ขาจะหดตัวไปอยู่ที่เหนือเข่า

ด้วยเหตุนี้ เมื่อนักรบรุ่นใหม่ใช้พลังสัญลักษณ์ ลวดลายที่ปรากฏขึ้นจะไม่ขยายไปยังข้อศอกและหัวเข่าของผู้ใด โดยระบุว่าเป็นนักรบขั้นแรก เมื่อสักวันหนึ่ง ลวดลายสัญลักษณ์ของเขาขยายไปเหนือข้อศอกและหัวเข่าของเขา นั้นหมายความว่าเขาไม่ได้เป็นนักรบขั้นแรก แต่กลายเป็นนักรบระดับกลางแล้ว นี่เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและตรงจุดที่สุดในการบอกระดับของนักรบ

ลวดลายสัญลักษณ์จะเพิ่มขึ้นเมื่อนักรบเผชิญกับความเสี่ยงและภัยคุกคามมากมายจากสัตว์ป่าที่ดุร้ายในภารกิจการล่าสัตว์ และได้ฝ่าฟันอุปสรรคที่สำคัญ นอกจากนี้การขยายลวดลายสัญลักษณ์ค่อนข้างมีขีดจำกัด นักรบบางคน ด้วยประสบการณ์ในการล่าสัตว์กว่าสิบปีอาจไม่มีรูปแบบที่ขยายไปเหนือข้อศอกและหัวเข่าของพวกเขา นั่นหมายความว่าพวกเขายังคงเป็นนักรบขั้นต้น และความคืบหน้าค่อนข้างช้า

แต่ลวดลายสัญลักษณ์บนร่างกายของฉาวซวนจะอธิบายอย่างไร?

เปลือกตาของเค่อกระตุก เพราะเขาจำได้อย่างชัดเจนว่าลวดลายสัญลักษณ์บนแขนท่อนบนของฉาวซวนมีความยาวเท่ากับนักรบที่ตื่นขึ้นมาใหม่ ๆ เมื่อตอนแรกที่มาเรียนรู้งานหัตถกรรมหิน พวกมันพ้นไหล่มาเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ลวดลายสัญลักษณ์บนแขนท่อนบนของฉาวซวนได้ขยายยาวเป็นนิ้ว

ในอดีต เค่อไม่เคยให้ความสำคัญกับลวดลายสัญลักษณ์บนแขนของฉาวซวน และได้แต่เหลือบมองพวกมันเท่านั้น เพราะเขาสงสัยว่าเมื่อไหร่ฉาวซวนจะกลายมาเป็นนักรบระดับกลาง เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็น! ตั้งแต่ เค่อสามารถบอกความแตกต่างเล็กน้อยในเครื่องมือหิน เขาจะไม่สังเกตเห็นลวดลายสัญลักษณ์บนแขนของฉาวซวนได้อย่างไร?!

อย่าประมาทความยาวเพียงแค่หนึ่งนิ้ว บางคนอาจไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ภายในหนึ่งปี!

แต่ ฉาวซวนได้ตื่นขึ้นมานานแค่ไหน?

ขึ้นอยู่กับความเร็วที่ว่าจะใช้เวลานานเท่าใดสำหรับเขาที่จะกลายเป็นนักรบระดับกลาง?

ชายชราเค่อรู้สึกว่าเปลือกตาของเขากระตุกถี่มากยิ่งขึ้น

จบบทที่ ตอนที่ 33 : ขยายยาวเป็นนิ้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว