- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญสายล้มละลาย
- บทที่ 54 ปิดไม่มิด
บทที่ 54 ปิดไม่มิด
บทที่ 54 ปิดไม่มิด
“ทำไม มีปัญหาอะไรงั้นเหรอ?”
เซียวเอี้ยนจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ มองไปยังไป่หลี่หงเหลียนที่กำลังเดินเข้ามาหาเขา แล้วพูดว่า “พอเจอสาวสวยระดับพี่ไป่หลี่แล้วไม่มีความรู้สึกอะไรเลยสิถึงจะผิดปกติ”
“จะมีความรู้สึกหรือไม่มันก็เรื่องหนึ่ง แต่นายทำแบบนี้มัน...”
เจียงเฉินพูดไปได้ครึ่งเดียวก็พูดต่อไม่ออก ได้แต่มองเซียวเอี้ยนด้วยสายตาที่อับจนคำพูด
จริงอยู่ที่ ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา รูปร่าง หรือออร่า ไป่หลี่หงเหลียนล้วนอยู่ในระดับสุดยอด บวกกับชุดสีแดงเพลิงนั่นอีก ทำให้เธอดูราวกับดอกกุหลาบอันหยิ่งทะนง
แต่ดอกกุหลาบย่อมมีหนามแหลมคม
ด้วยรูปร่างหน้าตาที่โดดเด่นเหนือใคร พอไป่หลี่หงเหลียนเพิ่งจะเข้าเรียน ก็มีพวกผึ้งแมลงภู่มากมายกรูเข้ามาตามจีบแล้ว
แต่ก็ไม่มีข้อยกเว้น พวกเขาทุกคนล้วนล้มเหลว ไม่ใช่แค่ถูกปฏิเสธนะ แต่ถูกอัดกลับมาต่างหาก
ไป่หลี่หงเหลียนไม่ได้มีเพียงแค่ความงามที่ล่มเมืองเท่านั้น แต่ยังมีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ที่เรียกได้ว่าระดับปีศาจอีกด้วย
ถึงแม้จะเพิ่งอยู่ปีสาม แต่ก็เลื่อนขั้นเป็นผู้อัญเชิญระดับ C ได้แล้ว แถมยังมีข่าวลือว่าพักนี้กำลังพยายามจะทะลวงขึ้นสู่ระดับ B อยู่ด้วย
ระดับ B นั่นมันระดับที่สามารถคุมสำนักเต๋าได้ทั้งสำนักแล้วนะ!
พูดได้เลยว่า ฉายาราชินีไป่หลี่หงเหลียนไม่ใช่ว่าเธอตั้งขึ้นมาเองนะ แต่นักศึกษาทุกคนในมหาวิทยาลัยหยุนหยินต่างก็ยอมรับกันโดยดุษฎี
แล้วตอนนี้ เซียวเอี้ยนกลับไม่กลัวตายไปหยอกล้อกับคนคนนี้ ถ้าไม่ใช่หาเรื่องตายแล้วจะเรียกว่าอะไร?
เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงเฉินก็ค่อย ๆ ถอยห่างจากเซียวเอี้ยนเงียบ ๆ แสดงท่าทีของตัวเองอย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยคำ
“เฮ้ย คุณชายเอี้ยนสุดยอดไปเลย! คิดจะสารภาพรักกับราชินีหงเหลียนเลยเรอะ?”
ในตอนนั้นเอง โจวเทาโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ กำลังปรับมุมกล้องวิดีโอไม่หยุด
“โจวเทา? นายไม่ได้กำลังแข่งอยู่เหรอ?”
เจียงเฉินประหลาดใจเล็กน้อย
“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ต้องมีประเด็นร้อน ๆ ให้ทำข่าวแน่ ส่วนเรื่องแข่งอะไรนั่นไว้ทีหลังก็ได้”
โจวเทาโบกมือไปมาอย่างไม่ใส่ใจแล้วพูดว่า “คุณชายเอี้ยนเริ่มจัดเสื้อผ้าแล้ว จะเริ่มสารภาพรักแล้วเหรอ?”
“ไหนดูซิ ดอกม่วงอวี้ ดอกหงหมาง... ดอกไม้หายากเยอะขนาดนี้ ดูท่าคุณชายเอี้ยนจะเตรียมตัวมาไม่น้อยเลยนะเนี่ยสำหรับการสารภาพรักครั้งนี้!”
“ก็เตรียมมาไม่น้อยจริง ๆ นั่นแหละ”
เจียงเฉินส่ายหน้า เรื่องอื่นไม่ต้องพูดถึงเลย แค่เพื่อให้ได้ดอกม่วงอวี้กับดอกหงหมางมา สองคนนั่นถึงกับต้องเจอวิกฤตใหญ่มาตั้งสองครั้ง
แต่เซียวเอี้ยนดูจริงจังขนาดนี้ หรือว่าพ่อหนุ่มเพลย์บอยคนนี้คิดจะหยุดหัวใจไว้ที่ใครสักคนแล้วจริง ๆ?
เพียงแต่ไม่รู้ว่าไป่หลี่หงเหลียนจะมีท่าทีตอบรับยังไง
“เอ๊ะ? คุณชายเอี้ยนพกแมวมาด้วยเหรอ ท่าทางพร้อมเพรียงกันดีจัง หืม? เจ้าแมวนั่นมันคุกเข่าข้างเดียวให้พยัคฆ์อสูรเพลิงโลกันตร์ด้วยนี่นา หรือว่าเจ้าแมวตัวนี้มันก็จะสารภาพรักด้วยเหมือนกัน?”
“ให้ตายสิ เล่นรวบทั้งผู้อัญเชิญทั้งสัตว์อสูรพร้อมกันเลยเหรอเนี่ย ท่าไม้ตายของคุณชายเอี้ยนรอบนี้มันไร้เทียมทานจริง ๆ!”
“แมว?”
คำพูดของโจวเทาทำให้เจียงเฉินสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาทันที เขาก้มมองข้างเท้าที่ว่างเปล่าของตัวเอง ในใจก็พลันวูบไหว
ไม่จริงน่า หงจงมันไม่น่าจะหาเรื่องตายด้วยการไปสารภาพรักกับพยัคฆ์อสูรเพลิงโลกันตร์หรอกนะ?
เพียะ!
โฮก!
ยังไม่ทันที่เจียงเฉินจะหาหงจงเจอ เสียงตบดังเพียะกับเสียงเสือคำรามก็แว่วเข้าหูเจียงเฉิน จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงร้องโอดโอยกับเสียงแมวร้อง
เจียงเฉินเงยหน้ามอง ก็เห็นเพียงเซียวเอี้ยนกับวิฬาร์จันทร์ธาราตัวหนึ่งถูกตบกระเด็นลอยขึ้นไปในอากาศพร้อมกัน บนใบหน้าของทั้งคู่มีรอยฝ่ามือแดงเถือกอยู่ข้างหนึ่ง
เป็นหงจงจริง ๆ ด้วย!
หางตาของเจียงเฉินกระตุกยิก ๆ เพิ่งจะอยู่ด้วยกันแป๊บเดียวเอง หงจงมันติดนิสัยคุณชายเอี้ยนไปแล้วเหรอเนี่ย?
ทำยังไงดีนะ สัตว์อสูรตัวนี้จู่ ๆ เขาก็ไม่อยากได้มันแล้วสิ...
ไม่รู้ว่าฟาร์มมันจะรีเซ็ตได้อีกรอบหรือเปล่านะ ถ้าได้ล่ะก็ เขาจะไม่มีวันยอมให้เซียวเอี้ยนเข้าใกล้หงจงอีกแม้แต่ก้าวเดียวเลย
ไม่ได้ ต่อไปนี้แม้แต่ฟาไฉก็ห้ามให้เข้าใกล้มันเด็ดขาด!
อ่ะจิ๊ อ่ะจิ๊?
เมื่อรับรู้ได้ถึงความคิดของเจียงเฉิน ฟาไฉก็เอียงคออย่างสงสัยเล็กน้อย
(รู้สึกเหมือนผู้อัญเชิญจะโมโหนะ?)
อีกด้านหนึ่ง หลังจากตบเซียวเอี้ยนกระเด็นไปแล้ว ไป่หลี่หงเหลียนก็พาพยัคฆ์อสูรเพลิงโลกันตร์เดินเข้ามา มองลงมายังคนหนึ่งคนกับแมวหนึ่งตัว
“ไม่ว่าจะเป็นการประเมินหรือการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยชีวิต การต่อสู้ทุกครั้งล้วนศักดิ์สิทธิ์ การกระทำของคุณมันเป็นการดูหมิ่นการต่อสู้!”
แววตาของไป่หลี่หงเหลียนเย็นเยียบจับใจ สายตาที่มองไปยังเซียวเอี้ยนเต็มไปด้วยความเป็นอริ
“ครั้งนี้ฉันจะไว้ชีวิตคุณ แต่ถ้ามีครั้งหน้าอีก ฉันจะถือว่าคุณเป็นศัตรู”
พูดจบ ไป่หลี่หงเหลียนก็หันหลังเดินจากไปทันที
“สมแล้วที่เป็นราชินีหงเหลียน ทรงอำนาจจริง ๆ! เพียงแต่ไม่รู้ว่าคุณชายเอี้ยนสารภาพรักล้มเหลวแบบนี้ ไม่รู้ว่าเขาจะ...”
“วางใจเถอะน่า เขาหน้าหนาขนาดนั้น ไม่เป็นไรหรอก”
“จริงเหรอ?”
โจวเทาไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่ แต่จู่ ๆ ก็ได้ยินเซียวเอี้ยนกำลังพึมพำเสียงเบาอยู่ตรงนั้น
“อ้อ อย่างนี้นี่เอง คราวหน้าจะสารภาพรักตอนกำลังสู้กันไม่ได้แล้วสินะ ต้องรอให้สู้เสร็จก่อน”
“เอ่อ ก็จริงอย่างที่ว่าแฮะ...”
เจียงเฉินทำหน้าบึ้งเดินไปอยู่ข้าง ๆ เซียวเอี้ยนแล้วพูดว่า “คุณชายเอี้ยน นายจะสารภาพรักก็เรื่องของนาย แต่ทำไมต้องลากหงจงของฉันไปด้วยล่ะ?”
“หงจงเหรอ? คุณชายผู้นี้ไม่ได้พามันมาสักหน่อยนะ มันวิ่งมาเองต่างหาก”
เซียวเอี้ยนทำหน้าตาไร้เดียงสาแล้วพูดว่า “คุณชายผู้นี้ก็แค่เห็นว่ามันจะไปสารภาพรักมือเปล่ามันดูน่าสงสารไปหน่อย ก็เลยหยิบดอกไม้ให้มันไปดอกหนึ่งเท่านั้นเอง”
“ถ้างั้นคราวหน้าคุณชายเอี้ยนกรุณาอย่ามือไวอีกเลยนะ”
เจียงเฉินอุ้มหงจงขึ้นมา กำลังจะอบรมสั่งสอนเสียหน่อย แต่พอเห็นแววตาใสซื่อของหงจงแล้ว ก็อดใจอ่อนไม่ได้
“คราวนี้จะยกโทษให้ แต่คราวหน้าห้ามทำแบบนี้อีกเด็ดขาด!”
คราวที่แล้วไปสารภาพรักกับแมวก็ว่าไปอย่าง คราวนี้ถึงกับไปยั่วโมโหพยัคฆ์อสูรเพลิงโลกันตร์เลยงั้นเหรอ? นั่นมันสิ่งมีชีวิตสายเลือดระดับมหากาพย์เลยนะ!
เหมียว เหมียว!
หงจงพยักหน้ารัว ๆ ทำท่าว่านอนสอนง่ายอย่างบอกไม่ถูก เพียงแต่ตอนที่เจียงเฉินไม่ทันสังเกต คนหนึ่งคนกับแมวหนึ่งตัวกลับแอบสบตากันอย่างรวดเร็ว
(ยังไม่ถูกซัดจนตาย ยังมีหวัง!)
“เอาล่ะครับคุณชายเอี้ยน ในเมื่อนายสารภาพรักล้มเหลวแล้ว พอจะรบกวนนายไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม ฉันว่าจะเอาพวกกระต่ายหางเลือดไปขายน่ะ”
“ถ้านายไม่พูด คุณชายผู้นี้ก็ลืมไปแล้วนะเนี่ย”
พอได้ยินคำว่ากระต่ายหางเลือด เซียวเอี้ยนก็กระโดดพรวดขึ้นมาจากพื้นทันที แล้วพูดว่า “มากับคุณชายผู้นี้สิ คุณชายผู้นี้มีของดีจะให้”
“ของดีเหรอ? คงไม่ใช่ว่าจะไปเด็ดดอกไม้อีกแล้วใช่ไหม?”
เจียงเฉินทำหน้าไม่ค่อยไว้ใจ แต่ก็ยังคงเดินตามเซียวเอี้ยนกลับไปยังโกดังชมรมถ่ายภาพแดนรกร้าง
“นายคงได้ยินเรื่องที่เซียวเจ๋อน้องชายของฉันหารังหนูเจอแล้วใช่ไหม?”
เซียวเอี้ยนก็หยิบน้ำแข็งก้อนหนึ่งออกมาจากตู้เย็นประคบหน้าตัวเอง แล้วก็โยนถุงมือสีขาวข้างหนึ่งให้เจียงเฉินส่ง ๆ
“ทางตระกูลพอใจกับผลงานของเขามาก ก็เลยให้รางวัลเป็นสมบัติวิเศษชิ้นหนึ่งมาให้เขา อ่ะ นี่ไงล่ะ”
“สมบัติวิเศษ?”
เจียงเฉินประหลาดใจเล็กน้อย ก็มองสำรวจถุงมือนั่นขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ดูไม่ออกว่ามันมีอะไรพิเศษ
“ในเมื่อเป็นรางวัลให้เซียวเจ๋อ แล้วทำไมมันถึงมาอยู่กับคุณชายเอี้ยนอย่างนายได้ล่ะ? แล้วอีกอย่าง นายจะเอามาให้ฉันทำไม?”
เจียงเฉินถามกลับ ส่วนเซียวเอี้ยนก็ยักไหล่แล้วพูดว่า “ข้อมูลน่ะคุณชายผู้นี้เป็นคนให้เขาเอง เขาไม่อยากติดหนี้บุญคุณฉัน ก็เลยยกรางวัลมาให้ฉันแทน”
“แต่สมบัติวิเศษชิ้นนี้มันไม่มีประโยชน์อะไรกับคุณชายผู้นี้หรอก แล้วถ้าจะว่ากันตามจริงแล้ว ข้อมูลพวกนั้นก็เป็นนายที่เป็นคนให้มา เพราะฉะนั้นจะยกให้นายก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหน”
“จะให้ฉันจริง ๆ เหรอ?”
เจียงเฉินทำหน้าประหลาดใจสุดขีด ขณะเดียวกันก็ได้ประจักษ์ถึงความมั่งคั่งและอิทธิพลของตระกูลเซียวอีกครั้ง
“มันมีอะไรน่าหลอกนายกันล่ะ แล้วอีกอย่างมันก็เป็นแค่สมบัติวิเศษระดับทองคำชิ้นหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่เห็นจะต้องตกใจขนาดนั้นเลย”
“ทางการเมืองหลิงอิ๋นให้รางวัลพิเศษกับเซียวเจ๋อเป็นเงินห้าหมื่นเหรียญสหพันธ์ เขาไม่เห็นค่ามันก็เลยยกให้คุณชายผู้นี้มาด้วยเหมือนกัน”
พูดจบ เซียวเอี้ยนก็หยิบการ์ดใบหนึ่งออกมาส่งให้เจียงเฉินแล้วพูดว่า “ยังไงซะข้อมูลทั้งหมดก็เป็นนายที่ให้มา เงินรางวัลพวกนี้ก็ยกให้... หืม? ทำไมคุณชายผู้นี้รู้สึกว่าสายตาของประธานอย่างนายมันดูแปลก ๆ นะ”
“มีด้วยเหรอ? นายต้องตาฝาดไปแน่ ๆ”
เจียงเฉินหรี่ตามอง เผยรอยยิ้มสดใสออกมา แต่กลับทำให้เซียวเอี้ยนเหงื่อแตกซิกไปทั้งตัว
แววตาที่อยากจะหยุมหัวใครสักคน มันปิดไม่มิดหรอกนะ!