เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 สุนัขที่ไม่เชื่อฟัง

ตอนที่ 8 สุนัขที่ไม่เชื่อฟัง

ตอนที่ 8 สุนัขที่ไม่เชื่อฟัง


ตอนที่ 8 สุนัขที่ไม่เชื่อฟัง

ฟางหรูฉีคือชายวัยกลางคนอายุราวห้าสิบปี ผมบนศีรษะของเขาเริ่มเป็นสีขาว ดวงตาของเขาเผยให้เห็นถึงความโกรธอันเย็นเยือก

เมื่อฟางหลิงหยานนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับมารดา นางจึงรู้สึกเกลียดชังเขาเข้าไส้ และไม่ต้องการจะคารวะทักทาย นางต้องการแค่เดินผ่านเขาไป

แต่ฟางหรูฉีได้ขวางทางไว้พร้อมตะโกนขึ้นเสียงดัง

"หยุด!!" ฟางหรูฉีมองอย่างเย็นเยือก

ฟางหลิงหยานใบหน้าตื่นกลัวขณะกัดฟันแน่นไปด้วย

"ท่านลุงหมายความยังไง?" ฟางหลิงหยานหันไปมองอย่างไม่พอใจเล็กน้อย

ฟางหรูฉีกล่าวอย่างเย็นชา "หลิงหยาน นับวันเจ้ายิ่งไร้มารยาทขึ้นทุกที แต่ด้วยความเศร้าโศกของเจ้า ลุงจึงไม่โทษอะไรครั้งนี้ สำหรับเรื่องของเฉินหลี่ เจ้าไม่ควรจะเข้าไปยุ่ง ข้า จะเป็นคนจัดการเรื่องพิธีศพให้เขาเอง"

ฟางหลิงหยานกัดฟันแน่นพร้อมกล่าว "เหตุใดข้าถึงไม่สามารถไปยุ่งกับศพพี่ใหญ่? มันมีอะไรที่ข้าไม่ควรทราบเกี่ยวกับเขาหรือเปล่า?"

ฟางหลิงหยานไม่ใช่คนโง่ นางไม่เชื่อว่าการตายของฟางเฉินหลี่จะเป็นเหตุบังเอิญ

ฟางหรูฉีกล่าว "หากพี่ชายเจ้าตายที่อื่นก็ว่าไปอย่าง แต่ในสถานที่แบบนั้นมันไม่ต่างจากจะไปจุดผลุให้คนทราบ เรื่องน่าอัปยศเช่นนี้จะต้องจัดการด้วยความเรียบง่าย นอกจากนั้นเจ้ายังเป็นสตรี มันไม่ค่อยเหมาะสมที่จะไปสถานที่เช่นนั้น ไม่ต้องห่วง ยังไงเฉินหลี่ก็เป็นคนในครอบครัว เฉินกังได้จัดเตรียมสถานที่ในการทำพิธีเพื่อฝังเขาไว้แล้ว"

ฟางหลิงหยานเปิดตากว้างพร้อมกล่าวอย่างโกรธเกรี้ยว "คำของท่านลุงดูเหมือนพี่ใหญ่ข้าจะไม่ถูกฝังในสุสานตระกูลฟางสินะ?"

ฟางหรูฉีกล่าวตอบอย่างเยาะเย้ย "เขาตายอย่างน่าอับอาย แล้วยังจะให้ฝังในสุสานตระกูลอีกหรือ? แค่ให้เฉินกังไปเก็บศพกลับมาก็นับว่าเป็นเมตตาที่สุดแล้ว หลิงหยาน อย่าคิดว่าตนเองทำประโยชน์ให้ตระกูลเพียงเล็กน้อยแล้วจะโอหังได้!"

ขณะที่ฟางหรูฉีกล่าว เขาหันไปมองเซียวอี้อย่างเย็นชา

ตั้งแต่มาถึง นี่เป็นครั้งแรกที่เขามองเซียวอี้

ในดวงตาของเขา ชายหนุ่มผู้นี้ไม่เคยเป็นคนของตระกูลฟาง แต่เป็นเพียงสัตว์ที่รอโดนเชือดเท่านั้น

ฟางหลิงหยานกัดริมฝีปากของตนอย่างดุเดือดเมื่อเผชิญกับแรงกดดันของลุงผู้นี้ นางต้องการโต้เถียงแต่ก็ไม่กล้าพอ

ผลลัพธ์เดียวที่จะได้จากการทำเช่นนั้นคือถูกขัง

เซียวอี้มองไปยังดวงตาฟางหรูฉีอย่างไม่สบอารมณ์

ชายอายุห้าสิบกว่าปีบ่มเพาะพลังได้ถึงขั้นปฐพีระดับหนึ่งเท่านั้น... ด้วยความกระจอกเพียงเท่านี้ยังจะกล้าโอหังอีกหรือ?

เซียวอี้กล่าวขึ้น "คนในครอบครัวนางตาย แต่ท่านกลับไม่ให้พวกเราไปดู หากไม่ใช่ความอยุติธรรมของตระกูล ก็คงเพราะกลัวพวกเราอาจจะเห็นปมอะไรบางอย่าง ข้าคิดว่าน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า เพราะแม่สะใภ้ของข้าเองก็เพิ่งถูกวางยาพิษเมื่อคืนนี้ ผู้อาวุโสน่าจะมีความทรงจำเรื่องนี้ในหัวนะ"

ฟางหรูฉีหรี่ตาลงก่อนจะกล่าวเย้ยหยัน "เซียวอี้ เจ้ามีคุณสมบัติอะไรมาพูดกับผู้อาวุโสแบบนี้?"

เซียวอี้โค้งมุมปากเล็กน้อยขณะตอบ "ถึงแม้ข้าจะแต่งกับหลิงหยาน ข้าก็ยังไม่ใช่คนของตระกูลฟาง และท่านเองก็ไม่ถือว่าข้าเป็นคนในตระกูลเช่นกัน แล้วเหตุใดข้าถึงจะพูดแบบนี้ไม่ได้? ในตระกูลฟางมีเพียงคนเดียวที่สามารถหยุดข้าได้ก็คือพ่อของท่าน และเขาได้ให้อิสระกับข้า หากไม่ใช่หัวหน้าตระกูล เช่นนั้นท่านเองก็ไม่มีคุณสมบัติพอจะมาหยุดข้า!"

ใบหน้าฟางหรูฉีเขียวขึ้นมาทันที "เจ้าอย่าเอาเขามาข่มขู่ข้า คิดหรือว่าเจ้า..."

"คิดว่าข้าอะไร? พูดให้ดัง ๆ หน่อยข้าจะได้เข้าใจชัดเจน" เซียวอี้กล่าวอย่างเย็นเยือก

คำของฟางหรูฉีติดอยู่ที่ลำคอ

เซียวอี้มีบรรพชนเซียวเป็นตัวประกัน ดังนั้นฟางหรูฉีจึงไม่สามารถทำอะไรเขาได้ตอนนี้ ยิ่งกว่านั้นหากเซียวอี้หยุดบ่มเพาะพลัง มันจะเป็นเขาที่เป็นคนทำลายแผนการของตระกูลฟางทั้งหมด

เวลานั้นผู้ที่ต้องรับผิดชอบก็จะเป็นเขาเอง

ฟางหรูฉีเริ่มจะนึกขึ้นมาได้ว่าเจ้าหมูรอเชือดตัวนี้หาได้กลัวน้ำร้อนไม่ อีกทั้งยังคิดจะกระทำการบ้าคลั่งกับทุกคน!

"เมื่อท่านไม่ว่าอะไร เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ" เซียวอี้ยิ้มพร้อมดึงตัวฟางหลิงหยานเดินออกจากบ้าน

ฟางหรูฉีกำหมัดแน่น เขาอยากจะตีสั่งสอนเซียวอี้สักหมัดแต่ก็ไม่อาจทำได้

ในใจฟางหลิงหยานยังคงกระวนกระวายอยู่ แต่เมื่อเห็นฟางหรูฉีไม่เข้ามาขวางแล้ว นางจึงรู้สึกโล่งอก กล่าวตามตรง นิสัยเจ้าเล่ห์ของเซียวอี้บางครั้งก็ค่อนข้างมีประโยชน์...

ทั้งสองเดินออกไปประตูไปอย่างรวดเร็ว

"เซียวอี้ เจ้าไม่กลัวจะทำให้เขาขุ่นเคืองงั้นหรือที่ทำแบบนี้?" ฟางหลิงหยานอดไม่ได้ที่จะถาม

เซียวอี้หัวเราะก่อนจะตอบ "กลัวว่าเขาจะทำอะไร? ถึงแม้คนในตระกูลฟางจะเกลียดข้า ท้ายที่สุดก็ยังสังหารข้าไม่ได้ นอกจากนั้นหากข้าถ่อมตัวและใช้ชีวิตเยี่ยงสุนัข พวกมันก็ยิ่งรู้สึกได้ใจขึ้นไปอีกใช่หรือไม่?"

ฟางหลิงหยานเข้าใจกระจ่างเมื่อได้ยิน นี่คือเรื่องจริง ไม่ว่าเซียวอี้จะทำอะไร ตระกูลฟางก็ไม่สนใจเขาอยู่แล้ว ดังนั้นอยู่อย่างสำราญจึงเป็นทางที่ดีกว่า

"ข้าขอโทษที่ทำร้ายเจ้า หากไม่ใช่เพราะข้า เจ้าคงไม่ต้องมาเป็นแบบนี้ที่..."

เมื่อเห็นฟางหลิงหยานเอ่ยคำขอโทษ เซียวอี้ได้สะบัดมือขัด "ข้าไม่สนใจอดีต ยิ่งกว่านั้นหากไม่ใช่เพราะเจ้า ตระกูลฟางคงส่งคนอื่นมาหลอกลวงข้าอยู่ดี ท้ายที่สุดเจ้าก็อยู่กับข้าแล้ว เช่นนั้นไม่ต้องมากพิธี"

ฟางหลิงหยานรู้สึกอายขึ้นมาก่อนจะมองเขาด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย "ข้าขอโทษอย่างจริงใจ เจ้าจะจริงจังกับมันหน่อยไม่ได้หรือ?"

"ความจริงจังของผู้ชายต่อหน้าสตรีล้วนเป็นของปลอม" เซียวอี้ยิ้มเยาะ

ฟางหลิงหยานยิ้มอย่างขมขื่น นางรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย

เมื่อทั้งสองไปถึงหอนางโลมฉิงฟางเหลา องครักษ์สี่คนของตระกูลฟางได้ยืนขวางอยู่ด้านนอก

ฟางเฉินกังอยู่ข้างในกำลังเจรจากับมือปราบเจ้าเก่า

นายน้องตระกูลฟางตายในหอนางโลมทั้งคน เช่นนั้นจะปล่อยให้ข่าวแพร่ออกไปมากกว่านี้ได้ยังไง...

เมื่อเห็นฟางหลิงหยานและเซียวอี้มา องครักษ์ทั้งสี่ได้ก้าวไปขวางพวกเขาทันที

"คุณหนูสิบสาม หยุดก่อน" หัวหน้าองครักษ์กล่าวอย่างเย็นชาแฝงด้วยแววตาเหยียดหยาม

ฟางหลิงหยานไม่สนใจเขาพร้อมตะโกนตอบ "หลีกทางให้ข้าเดียวนี้!"

เซียวอี้ยิ้ม "ไร้สาระน่า พวกมันก็แค่สุนัขรับใช้ที่ถูกเลี้ยงโดยตระกูลฟาง และพวกเราก็เป็นเจ้านาย เมื่อสุนัขไม่เชื่อฟัง เช่นนั้นก็สังหารทิ้งเสีย"

หัวใจฟางหลิงหยานสั่นสะเทือน สังหาร? มันโหดร้ายเกินไป...

ก่อนจะมาถึง เซียวอี้ได้บอกให้นางดุร้ายกว่านี้อีกหากถูกขัดขวาง - อย่ายอมรับความอ่อนแอ มิเช่นนั้นจะเป็นเราเองที่ถูกรังแก!

แต่นางก็ไม่กล้านึกถึงขั้นสังหารทิ้ง

องครักษ์หันไปมองพร้อมกัดฟันแน่น "เจ้าว่าใครเป็นสุนัข?"

เซียวอี้ยิ้ม "แน่นอนว่าหมายถึงเจ้า"

หลังจากกล่าวจบ เซียวอี้ได้ชักมีดสั้นออกมาจากเอวเฟิงหลิงหยาน เขาสะบัดแขนแทงดาบไปยังหน้าอกองครักษ์อย่างไม่ลังเล!

ดวงตาขององครักษ์สั่นไหวราวกับลูกกระดิ่ง เขาถอยหนีด้วยความตกใจขณะที่เลือดไหลออกมาจากหน้าอก

องครักษ์อีกสามคนได้รีบเข้ามาพยุงเขาไว้ด้วยอาการตกตะลึง "พี่หยาง!"

"นำตัว..."

เมื่อองครักษ์หยางเฉินกำลังจะออกคำสั่งให้ทั้งสามไปจับตัวเซียวอี้ เซียวอี้ได้พลันหัวเราะขัด "เจ้าคิดจะทำอะไรเขยของตระกูลฟางงั้นหรือ? ถึงแม้จะเป็นเขย แต่ข้าก็มีศักดิ์สูงกว่าสุนัขอย่างเจ้า"

คนในตระกูลฟางส่วนใหญ่ยังไม่ทราบสถานะของเซียวอี้ มีเพียงฟางเทียนจี้ ฟางหรูฉี ฟางเฉินลั่ว ฟางหลิงหยาน และหงเตี่ยเท่านั้นที่ทราบ

สำหรับคนอื่น พวกเขาคิดว่าเซียวอี้เป็นเพียงคนล่าสัตว์ที่รอถูกเชือดของตระกูลเท่านั้น

แต่ใครจะคาดคิดว่าวิธีการของคนล่าสัตว์ผู้นี้จะโหดเหี้ยม เขาถึงกับชักมีดแทงผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับตนอย่างไม่ลังเล!

จบบทที่ ตอนที่ 8 สุนัขที่ไม่เชื่อฟัง

คัดลอกลิงก์แล้ว