เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 08 เอาลูกเสียดายแม่

บทที่ 08 เอาลูกเสียดายแม่

บทที่ 08 เอาลูกเสียดายแม่


​เล่มที่ 01 บทที่ 08 : เอาลูกเสียดายแม่

เทียนถังก่อนจะออกเดินทางไปเมืองหลวงหยุนไป๋พาไปพบผู้นำตระกูลสาขาก่อนเขาเป็นชายชราอายุราวๆ 60-70 ปี หน้าตาดูมีความยุติธรรมพอสมควรทำให้เทียนถังคิดว่าไม่เลว โชคดีที่ไม่เป็นเหมือนพวกผู้อาวุโสขี้งกตามนิยายกำลังภายในถ้าเป็นแบบนั้นเขาคิดว่า ต้องกำจัดทิ้งแน่ๆ

พอเทียนถังเดินเข้ามาในห้องผู้นำตระกูลนอกจากตาแก่ผู้นำตระกูลแล้วยังมีชายวัยกลางคนอีกอายุราวๆ 37-38 ปีได้ใบหน้าเหมือนตาแก่ผู้นำตระกูลเลยเป็นลูกชายสุดอัจฉริยะตามฉบับนิยายจีน ที่แบบตัวเอกมีบิดาเป็นว่าที่ผู้นำตระกูลขณะที่ผู้นำตระกูลในยุคปัจจุบันคือปู่ของตัวเอก

แล้วตัวเอกจะไปเจออาจารย์แปลกประหลาด เนี่ย.. แต่เสียดายที่ว่ามาไม่ใช่เทียนถังเพราะมันคือไอ้เด็กอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ บิดาของมัน.. หน้าตามันดูคล้ายบิดาของมันแสดงสีหน้านิ่งสงบออกมา ขอบเขตพลังของมันเทียนถังไม่รู้เพราะดูไม่ออก.. ‘ดูยังไงๆ นี่มัน เฉินเซี่ยงชัดๆ!’ เทียนถังตบมุขในใจ

สามคนนี้คือ ปู่ ลูก หลาน.. คนปู่ชื่อเฟิงเหยียน เป็นผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน ชายวัยกลางคนชื่อว่า เฟิงหลิง เป็นว่าที่ผู้นำตระกูลเฟิงสาขาคนต่อไป ส่วนบุตรชายชื่อ เฟิงเฟิง เป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์.. แน่นอนว่าเทียนถังฟังมาจากหยุนไป๋ขณะเดินทางมา ‘เจ้าเฟิงเฟิงนี่ถ้าดำเนินนิยายบางเรื่องอยู่มันคงเป็นพระเอกแหงๆ’

เทียนถังขบคิดในใจเงียบๆ และในตอนนั้นที่เทียนถังเดินเข้ามาคนทั้งสองมีความหยิ่งน้อยๆ สองคนที่ว่าคือ เฟิงเฟิงกับเฟิงหลิง พ่อลูก แต่เฟิงเหยียนรู้สึกยำเกรงเทียนถังมาก ใครๆ ก็หวาดกลัวมารดาของเทียนถังกันหมดแม้นางจะงามล้มโลกแต่น่าเสียดายมีนิสัยเย็นชามากเกินไป

กลับมาเรื่องเดิม.. “สวัสดี นายน้อยเทียน ข้าได้ยินมาว่าท่านกำลังจะแต่งงานเอาภรรยาเข้าบ้านใช่หรือไม่ ฮ่าๆ พวกเราเตรียมฉางซีให้พวกท่านไว้แล้ว” คนที่กล่าวคือเฟิงเหยียนทำท่าทางเป็นมิตรสุดๆ จนเทียนถังกระอักกระอ่วนเล็กน้อย แต่เมื่อ ‘ฉางซี’ สองคำนี้เข้าหัวเขา เขาค่อนข้างงุนงง

“ต้องขอบคุณท่านผู้นำตระกูลแล้ว.. ข้ามาเพื่อลา อ่อ จริงสิ ท่านจะเดินทางไปพร้อมกับพวกเราหรือเปล่า” หยุนไป๋ถามออกมานางสังเกตเห็นความแปลกใจเทียนถังแต่ไม่สมควรอธิบายตรงนี้จึงรีบกล่าวออกมา เฟิงเหยียนกล่าวตอบ “ฮ่าๆ ข้าก็อยากจะไปงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ของนายน้อยเทียน แต่ว่า.. ทางตระกูลเรา ก็กำลังจะมีงานแต่งงานเช่นกัน ท่านคงจะทราบแล้วว่า เฟิงเอ๋อร์ของข้าได้หมั้นหมายกับคุณหนูจากตระกูลหยาง เมื่ออายุครบ 18 ปี จะเริ่มงานแต่งซึ่งมันก็ถึงเวลาอันควรแล้ว”

“โอ้ งานหมั้นหมายที่ว่าหมายถึง หยางอวิ๋น อัจฉริยะรุ่นเยาว์ใช่หรือไม่ ช่างเหมาะสมกันจริงๆ!” หยุนไป๋กล่าวมาไม่ได้เกินจริงเพราะคนทั้งสองช่างเหมาะกันมากจริงๆ ทั้งหน้าตาและความสามารถ ถึงหยางอวิ๋นจะงามมากจนเกินไปก็ตามที แต่เฟิงเฟิงนี่ล่ะเหมาะกับเขาที่สุด เพราะในเมืองนี้นอกจากเทียนถังแล้วก็มีแค่เจ้าเฟิงเฟิงนี่ล่ะที่นับว่าหล่อ

เฟิงเหยียนได้ยินหยุนไป๋กล่าวแบบนั้นก็อดที่จะภูมิใจไม่ได้ ทว่าไม่กล้าหยิ่งผยอง ใครจะหยิ่งผยองต่อหน้าผู้หญิงนางนี้เล่า.. แม้จะเห็นนางใจดีแบบนี้นั้น ก็แค่ตอนอยู่กับเทียนถังเท่านั้น ซึ่งเจ้าตัวเองไม่ทราบ.. แต่ถ้าหากอยู่ห่างจากเทียนถังหรือมีอันตรายต่อเทียนถังละก็.. แม้แต่ตระกูลเฟิงสาขายังกุมบังเหียนไม่อยู่..

“ท่านกล่าวชมเกินไปแล้ว ฮ่าๆ ๆ” เทียนถังเบื่อมากการคุยของผู้ใหญ่ถึงเขาจะอายุ 20 ปี แล้วแต่เวลาที่ไปกับพ่อแม่ในโลกเดิมคุยเรื่องงาน แม่เขาหวังให้เขาเรียนรู้ แต่มันน่าเบื่อมาก กล่าวยกยอไปๆ มาๆ หาจุดอ่อนแล้วต่อยเข้าจุดนั้นเป็นธรรมดาของเรื่องธุรกิจ… แน่นอนว่ามันน่าสนุกเมื่อได้ทำให้บริษัทหนึ่งล้มละลาย.. แต่มันน่าเบื่อตรงคุยเรื่อยเปื่อย!

เทียนถังเบื่อมากจึงดึงชายเสื้อหยุนไป๋เร่งให้หยุนไป๋เร็วขึ้น นางทำสีหน้าเหยเกเล็กน้อยก่อนจะกล่าวอำลาอีกครั้งแล้วออกจากห้องไป หลังจากออกจากห้องเฟิงหลิงกล่าวกับเฟิงเหยียน “ท่านพ่อเหตุใดท่านต้องทำท่าทีเคารพมันด้วย ทำแบบนั้นมิใช่ว่าทำให้มันคิดว่าตระกูลสาขาเราต้อยต่ำเหรอ!”

“หุบปากเจ้าไปซะ!” เฟิงเหยียนส่งเสียงต่ำถึงขั้นเย็นยะเยือก “เจ้าคิดว่าพวกเราทำอะไรได้คิดจะหยิ่งผยองต่อหน้ามันเหรอ อย่าคิดโง่ๆ ไปหน่อยเลย ต่อให้เจ้ามีสักล้านชีวิตจะต่อกรกับตระกูลหลักไม่ไหวหรอก ฮึ่ม จะพูดอะไรเจ้าต้องระวังบ้างหากมีคนจากตระกูลหลักอยู่ใกล้ๆ ตระกูลสาขาเราถึงจุดจบแน่ๆ!”

“ถ้างั้นหมายความว่าถ้าหากมันถูกขับไล่ออก หลังจากสองเดือนให้หลังพวกเราก็สามารถทำอะไรมันก็ได้ใช่หรือไม่!” เฟิงหลิงกล่าวมาพร้อมยกยิ้มที่มุมปาก แต่นั่นยิ่งทำให้ใบหน้าเฟิงเหยีนมืดทะมึนลงตบฝ่ามือลงปากบุตรชายดัง “เพี๊ยะ!” จนมันกระเด็นถอยหลัง เฟิงเฟิงต้องตะลึงต่อปู่ของตน เพราะเขาไม่เคยทำแบบนี้กับบิดาเลย!

“เจ้าคิดว่าหลังจากมันถูกขับไล่จากตระกูลหลักแล้วจะสามารถทำร้ายมันได้? เจ้าใช้สมองหรือหัวแม่โป้งเท้าคิด รู้หรือไม่ว่าการทำแบบนั้นมันเรียกว่าหายนะยิ่งกว่าถ้าหากเจ้าสังหารมันตอนนี้อย่างน้อยมารดาของมันก็สามารถฆ่าได้แค่เจ้าหรือข้าเท่านั้น.. เพราะว่าอย่างไรซะตอนนี้มันก็นับว่าเป็นคนของตระกูลการจะเกิดเรื่องขัดแย้งแบบนี้ไม่ถึงขั้นล้างบางตระกูลสาขาหรอก… เพราะอย่างน้อยก็มีคนเกลียดชังนายน้อยผู้นี้เยอะต้องคัดค้านเรื่องล้างบางตระกูลสาขาเรา แต่หลังจากมันถูกขับไล่เหอะ ใครคิดจะกุมบังเหียนให้เรากันล่ะเพราะมันไม่เกี่ยวกับตระกูลเฟิงอีกแล้ว หมายความว่า มารดามัน.. ไม่สิ.. แค่หยุนไป๋คนนั้นก็เพียงพอที่จะล้างตระกูลสาขาทั้งตระกูลแล้ว อย่าพูดคำพูดไม่ระวังปากอีก!”

เฟิงเหยียนสะบัดชายเชื้อและเดินออกจากห้องไปไม่สนใจหลานชายและลูกชายตนอีก ถึงเขาจะรักลูกชายมาก แต่ว่าสิ่งที่มันคิดนั้นอันตรายต้องดัดแปลง ไม่เช่นนั้นจะอันตรายต่อชีวิตมันและลูกเมียของมัน เฟิงเหยียนไม่อยากให้มันตายก่อนแก่! จึงต้องอบรม หลังจากออกมาจากห้องได้แต่ถอนหายใจออกมา

ทางด้านเทียนถัง เดินออกมาถึงหน้าตระกูลสาขาหยุนไป๋กล่าวว่า “รอข้าอยู่ตรงนี้ก่อน” นางก็วิ่งหายลับตาไปในทันที เทียนถังไม่รู้จักทางจึงได้แต่ยืนอยู่ตรงที่เดิมไม่ไปไหน ตอนนี้ด้านหน้าเขาคือเมืองภายในจีนยุคกลางมีแผงลอยขายของต่างๆตามท้องถนน ในความจริงในปัจจุบันที่เขาอยู่แม้จะมีแผงลอยขาย แต่มันขายเพียงแค่อาหาร

แต่ในที่แห่งนี้มันขายทั้งหญ้ารูปร่างแปลกๆ .. เทียนถังมองหญ้านั้นไปสักพักใช้มือแตะปลายคาง… “อ่อ สมุนไพรนี่เอง!” ในที่สุดเจ้าตัวก็เก็ทว่ามันคือสมุนไพรไม่ใช่หญ้า นอกจากนี้ยังมีร้านขายอาวุธโทรมๆ เยอะแยะไปหมด คนเดินนับว่าไม่มากจนล้น และไม่น้อยจนไร้ผู้คน

เทียนถังพิงกำแพงที่สูงไม่ถึงสองเมตรที่ล้อมรอบตระกูลอยู่ด้านหน้า… 1 นาที.. 2 นาที.. 3 นาที. ในที่สุดก็ทนไม่ไหวจึงเดาะลิ้นออกมา “ทำอะไรของเขาอยู่นะเนี่ย!” แน่นอนว่าเทียนถังไม่ใช่จอมยุทธ์ที่จะยืนนิ่งเก๊กหล่อเป็นชั่วยาม บิดามันเถอะเขาแค่คนหล่อคนหนึ่งเองนะ

ในขณะนั้นเองในมุมหนึ่งของถนนที่ไร้ผู้คนอยู่ในสายตาเทียนถังก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น “ช่วยออกไปด้วยเถอะ! ข้า.. ข้า.. ต้องไปหาท่านแม่แล้ว” มีเสียงลำบากใจของหญิงสาวเป็นธรรมดาที่จะเรียกความสนใจจากสุภาพบุรุษเฉกเช่นเทียนถัง ปุ่มพระเอกในร่างเปิดทำงานหันควับไปทันที

เห็นชายท่าทางจิกโก๊สองคน เหมือนนักเลงข้างถนนตัวประกอบราคาถูก เทียนถังอดที่จะตบมุขในใจไม่ได้ว่า “ใครเขียนบท!” แต่เขาไม่คิดมากเดินโด่ๆ เข้าไปทันที ขณะเมื่อไปถึงใช้มือแตะไหล่ชายสองคนที่ล้อมเด็กผู้หญิงไว้ “อ่ะแฮ่ม.. พี่ชายข้าว่าพวกท่านทำน้องสาวนางนี้ลำบากใจนะ”

เทียนถังกล่าวอย่างสบายอารมณ์ นักเลงสองคนหันมามองเทียนถังพร้อมส่งเสียง “ห๊าาา” ออกมาซึ่งเป็นนักเลงราคาถูกจริงๆ แต่กลิ่นปากที่ร้ายแรงแตะจมูกเทียนถังทำให้เขาแทบเป็นลม ในใจสาปแช่ง “เจ้านักเลงราคาถูกกะโปโลเอ๊ย! ก่อนจะข่มขู่ผู้หญิงหัดแปรงฟันบางเส่!”

เฟิงหลงใช้มือปิดจมูกแล้วกล่าว “ข้าว่าพวกเจ้าสองตัว..เอ๊ย สองคนไปหัดรักษาความสะอาดตัวเองก่อนนะค่อยมารังแกหญิงงาม ข้าเห็นแล้วมันเสียชื่อเสียงชายเสเพลจริงๆ!” เทียนถังพล่ามเองคนเดียวนักเลงสองคนเหมือนได้รับคำดูถูกมันจะตะโกนออกมาว่า “หนอย อะไรของแกง่ะเจ้าเด็กสารเลว!”

มันพุ่งใส่เทียนถังแต่น่าเสียดายที่ว่าเทียนถังหลบอย่างง่ายๆ สมควรจะเป็นแบบนั้นเสียงหญิงงามตะโกนออกมาว่า “อย่านะ!!” ก่อนที่นางจะระเบิดปราณในร่างออกมากระแทกนักเลงสองคนอัดผนังสลบเผือดไป.. เหงื่อไหลออกจากหน้าเทียนถัง

“ยัยเด็กคนนี้ทำไมตอนถูกข่มขู่ถึงไม่โจมตีฟ่ะ!” เขาตบมุขในใจ หญิงสาวไร้เดียงสาเดินมาก้มหัวให้ “ขอบคุณนะ!” คิ้วเทียนถังกระตุกในใจขบด่า “ตูช่วยตอนไหนฟร่ะเนี่ย!”

“ทำไมเจ้าถึงไม่โจมตีพวกมันที่คิดจะทำร้ายเจ้าเมื่อครู่ล่ะ” เทียนถังถามออกไปตรงๆ นางแสดงสีหน้าตกใจแล้วกล่าวออกมาเหมือนพึ่งเข้าใจ “พวกเขาเป็นคนไม่ดีจริงๆ สินะ ก็ว่าอยู่ทำไมเขาถึงทำร้ายพี่ชายที่ช่วยข้าไว้ ที่ข้าไม่ทำร้ายพวกเขาเพราะไม่คิดว่าพวกเขาเป็นคนไม่ดี ท่านแม่บอกข้าว่าเวลาต่อสู้จะต้องสู้ตอนปกป้องหรือตอนสำคัญห้ามทำร้ายคนใจดี!” เทียนถังที่รับฟังนางกล่าวเริ่มปวดหัวกับหญิงนางนี้..

เขาจึงกล่าวถามว่า “แล้วทำไมเจ้าถึงโจมตีมันหลังจากนั้นล่ะ” นางลังเลที่จะตอบเล็กน้อยแต่ก็ตอบตามตรง “เอ่อ.. เพราะว่าพวกเขาคิดจะทำร้ายพี่ชายที่ช่วยหนูเมื่อกี้ ท่านแม่บอกว่าตอบแทนบุญคุณคือสิ่งที่สำคัญเทียบเท่าชีวิต” เทียนถังถอยหลังติดกำแพงเอามือกุมหัวเงยหน้าขึ้นท้องฟ้าน้ำตาซึมหน่อยๆ

“ไม่อยากจะเชื่อว่ายังมีคนไร้เดียงสาขนาดนี้ดำรงอยู่ในจักรวาล การค้นพบแห่งประวัติศาสตร์! สมควรถูกบันทึกลงประวัติศาสตร์โลก ไม่ สิ มันคือประวัติศาสตร์จักรวาลการค้นพบที่ยิ่งกว่าพบ UFO ยิ่งกว่ามวลมนุษยชาติสร้าง ทาแมชชิน ได้สำเร็จ การค้นพบสาวไร้เดียงสา!!!” อะไรมันจะขนาดนั้นนนน เทียนถังคิดว่าในจักรวาลนี้คงไม่มีคนแบบนี้หลงเหลืออยู่แต่มันมีจริงๆ!

คนที่ไม่ทำร้ายคนอื่นมั่วแต่เวลาคนที่มาช่วยจากความลำบากใจจึงต้องทำร้ายอย่างช่วยไม่ได้เพราะคำสอนจากแม่ “น่ารักอ่ะ!” เทียนถังสบถในใจอย่างดีอกดีใจ.. เขาคิดแล้วว่าต้องเอาหญิงนางนี้มาเป็นภรรยาน้อยให้ได้! แต่พอเทียนถังมองดีๆ ปากก็เปิดออกกว้างจนร้องว้าวออกมา

“โอ้ แม่สาวน้อย..” นางดูราวอายุ 17-18 ปี แต่ว่าท่าทีไร้เดียงสาของนางทำให้นางน่ารักไปอีกแบบ แม้จะไม่เทียบเท่าหลิงอี้ แต่มันงามคนละแบบหลิงอี้คืองามล้มโลกแต่นางนี้งามน่ารักสดใสเทียนถังเกือบจะกระโดดเข้ากอดยิ่งประมวลรวมกับคำพูดแสนไร้เดียงสาเมื่อครู่แล้วยิ่งเหมือนเขาค้นพบทองคำมูลค่า 50 ล้านล้านล้านดอลลาร์

“อ่ะแฮ่ม.. เจ้าชื่อว่าอะไรนะ?” เทียนถังกระแอมออกมาเบาๆ แล้วกล่าวถามพร้อมสงบสติอารมณ์ นางลังเลที่จะตอบก่อนที่จะก้มหัวขอโทษแล้วกล่าว “ข้าขอโทษด้วย ท่านแม่บอกว่าห้ามบอกชื่อต่อคนแปลกหน้า!”

เทียนถังยกยิ้มขึ้น ขณะที่เขาเป็นเทพเรื่องผู้หญิงการรังแกผู้หญิงเป็นเรื่องปกติโดยเฉพาะสาวน้อยไร้เดียงสาแบบนี้แล้วมันง่ายยิ่งกว่าการพลิกฝ่ามือเสียอีก เขากล่าวออกมา “แปลกหน้า? ข้าเป็นคนช่วยเจ้าไว้เมื่อครู่แท้ๆ แต่เจ้ากลับลืมบุญคุณแล้วกระมัง?”

นางลังเลในที่สุดก็ขบริมฝีปากกล่าว “ข้าชื่อ หยางอวิ๋น.. ท่านห้ามบอกใครนะ!” นางกล่าวเสียงเบาเทียนถังตาเหลือกแทบถล่นออกจากเบ้าพร้อมอุทานว่า “อะไรนะ!” ออกมา

ใช่ถ้าจำไม่ผิดนี่มันคู่หมั้นเจ้าพระเอกจอมปลอมเฟิงเฟิงไม่ใช่หรือนี่! “สารเลว เสียของ เสียของ ของที่งดงามเช่นนี้มันต้องเป็นของเหลาจื่อ เจ้าสารเลวเฟิงเฟิง ริอาจจะยุ่งกับสมบัติที่ตูผู้นี้ค้นพบเรอะเร็วไปนะแก!” เทียนถังด่าทอในใจคิดว่าเสียดายของสุดๆ จริงๆ … และประโยคที่เทียนถังกล่าวค่อนข้างผิดถนัด เพราะตัวเขาพึ่งเคยพบหญิงนางนี้.. แต่ด้วยความเห็นแก่ตัวเขาจึงเรียกผู้อื่นว่าจะมาแย่งของของเขา..

“ข้าเชื่อเทียนถัง ยินดีที่ได้รู้จักนะ!” เทียนถังกล่าวด้วยรอยยิ้มเขาไม่มีท่าทางของสุภาพบุรุษแต่อย่างมดพอแนะนำตัวเองเสร็จก็ฉวยโอกาสเอามือกอบกุมมือของหยางอวิ๋นอย่างเอารัดเอาเปรียบ เมื่อนางถูกจับมือกะทันหันทำให้นางขัดขืน แต่ไม่สามารถทำร้ายผู้มีพระคุณได้ จึงได้แต่ยอมรับ และหน้าแดง

เป็นครั้งแรกที่มีบุรุษสัมผัสตัวนางเช่นนี้! ทำให้นางประหม่ามาก พอเทียนถังเห็นความเขินอายของนางความหื่นกามแทบปะทุหากเป็นเวลากลางคืนเทียนถังคงต้องปฏิบัติการข่มขืนสาวน้อยไร้เดียงสาแน่ๆ และในตอนนั้นเองมีเสียงเย็นชาขึ้นในหัว *ติง : ภารกิจ แย่งชิงคู่หมั้นของหลานชายผู้นำตระกูลเฟิงสาขาให้เป็นภรรยาน้อยของตัวเอง รางวัลแต้มราคะ 500 จุด ค่าประสบการณ์ราคะ 80 จุด ค่าประสบการณ์ระบบมาร 50 จุด ถ้าหากไม่สำเร็จผู้ใช้จะสูญเสียของแรร์ที่ค้นพบอย่างยากลำบาก ‘สาวน้อยไร้เดียงสา’ ระดับสูงไป*

คิ้วเทียนถังกระตุกเล็กน้อย ‘เจ้าระบบนี่มันสารเลวจริงๆ เมื่อวานบอกให้ข่มขืน วันนี้บอกให้ NTR มารดามันเถอะ พระเจ้าสารเลวหรือไร อีกอย่างไหงนางกลายเป็นของแรร์ตามความคิดตูไปได้ฟ่ะ’ เทียนถังตบมุขในใจ พร้อมปล่อยมือของหยางอวิ๋นลง.. แต่เมื่อเขามองนางยิ่งทำให้ความหื่นกามปะทุ เขาคิดว่าแม้จะไม่มีภารกิจนี้เขาก็คงแย่งมาแน่ๆ

แม้เขาจะไม่เคยแย่งเมียคนอื่นก็ตามที.. แถมมองรางวัลที่ได้แหมเยอะซะจริงๆ เฮ้อออ เทียนถังได้แต่ถอนหายใจ แต่ในตอนนั้นเองพลันมีเสียงหญิงสาวเรียกชื่อของหยางอวิ๋น “อวิ๋นเอ๋อร์!”

เสียงเรียกนี้ดึงดูดความสนใจเทียนถังแต่ก่อนที่เทียนถังจะตอบสนองหยางอวิ๋นก็พุ่งไปต้นเสียงและโอบกอดร่างร่สงหนึ่ง “ท่านแม่ๆ ข้าถูกคนไม่ดีรังแกแต่โชคดีพี่ชายท่านนั้นช่วยไว้!” นางชี้มือไปที่เทียนถังที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล จึงทำให้คนที่หยางอวิ๋นเรียกว่าท่านแม่หันไปมองเทียนถัง

ซึ่งเป็นจังหวะที่เทียนถังหันไปมองนางเช่นกันสายตาทั้งสองประสานกันด้วยความบังเอิญแต่แทบจะเวลานั้นคนทั้งสองก็นิ่งงันจ้องมองตากัน จนทำให้หยางอวิ๋นงุนงงไปในทันที.. เกือบจะสิบลมหายใจนางกับเทียนถังจึงได้สติกลับคืนมา นางก้มหัวกล่าวขอบคุณ

เทียนถังมองหญิงงามที่อายุน่าจะแค่ 20 กว่าปี แต่อายุน่าจะเหยียบสามสิบเพราะเป็นแม่คนไปแล้ว และความงดงามของนางเรียกได้ว่าสุดยอดความงามจริงๆ หากหยางอวิ๋นเป็นสาวงามไร้เดียงสา หลิงอี้เป็นสาวงามไร้ที่ติ นางคนนี้คงเป็นสาวงามแบบผู้ใหญ่หากสวมชุดออฟฟิศนี่คงกำเดาไหล

เทียนถังปั้นหน้าและเดินเข้าหาหญิงงามพลางกล่าว “ข้าชื่อเทียนถัง ไม่ทราบว่าท่านคือ?” นางตกใจเล็กน้อยแต่ก็สงบลงอย่างรวดเร็วแล้วกล่าว “ข้าเรียกว่า หยางหลัน ต้องขอบคุณที่ช่วยลูกสาวข้าไว้จริงๆ!”

เทียนถังลอบมองนางดีๆ อีกรอบความงามของนางนี่งดงามจริงๆ การจ้องมองเทียนถังทำให้หัวใจนางเต้นรัวไม่ทราบว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ถึงจะมีอายุมาเยอะแต่นี่เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่นางรู้สึกแบบนี้ ตอนที่นางแต่งงานนางยังไม่รู้สึกแบบนี้! อาจจะเป็นเพราะใบหน้าอันหล่อเหลา หรืออาจจะเป็นเพราะความประทับใจแรกพบ นางคิดแบบนั้นนางจึงก้มหน้าลงเล็กน้อย

“ท่านหยางหลัน ใบหน้าท่านช่างงดงามอย่างยิ่งไม่ทราบว่าจะปกปิดใบหน้าทำไม” เทียนถังกล่าวชมและเดินเข้าหาทำให้นางหันควับกลับมามองเทียนถังแต่ตอนนี้เทียนถังอยู่ใกล้มาก ทำให้หัวใจนางเต้นกระตุกแรง ไม่อยากจะเชื่อว่าเมื่อครู่เจ้าตัวยังคิดที่จะจีบลูกแต่ตอนนี้จะเอากระทั่งแม่…

“ข.. ขอบคุณสำหรับคำชม ข.. ข้าขอตัว.. ไปกันเถอะอวิ๋นเอ๋อร์” นางจับมือบุตรสาวและเดินจากไปอย่างรวดเร็วเทียนถังมองตามหลังขณะเลียริมฝีปาก ขบคิดในใจ ‘หญิงงามที่มีลูก เด็กสาวสุดจะไร้เดียงสา.. เป็นสิ่งที่โลกเดิมไม่เคยมีเลย… ฮึๆ ที่นี่ช่างเป็นสรวงสวรรค์แห่งข้าเสียจริงๆ จะเอาลูกก็เสียดายแม่!!’

เทียนถังคิดว่า เอาลูกก็ดีเอาแม่ก็เยี่ยม นี่สิเรียกลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น งามกันทั้งแม่ทั้งลูกจริงๆ

จบบทที่ บทที่ 08 เอาลูกเสียดายแม่

คัดลอกลิงก์แล้ว