- หน้าแรก
- ฺซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบข่าวกรองจากสวรรค์
- บทที่ 56: หมู่บ้านตระกูลฉินเริ่มเสียใจแล้ว
บทที่ 56: หมู่บ้านตระกูลฉินเริ่มเสียใจแล้ว
บทที่ 56: หมู่บ้านตระกูลฉินเริ่มเสียใจแล้ว
บทที่ 56: หมู่บ้านตระกูลฉินเริ่มเสียใจแล้ว
ในเวลานั้นเอง
เสียงตะโกนของเด็ก ๆ ก็ดึงความสนใจของชาวบ้าน
ทุกคนหยุดงานที่กำลังทำอยู่ แล้วลุกขึ้นยืน เมื่อได้ยินเด็ก ๆ บอกว่ามีคนมา และมีเรื่องสำคัญ
ชาวบ้านทุกคนก็อยากรู้ จึงรีบเดินไปยังปากทางเข้าหมู่บ้าน ในกลุ่มคนเหล่านี้มี ฉินหวยหรู, ฉินจิงหรู, ฉินหวยซาน, ฉินจิงไห่, ฉินลี่ลี่ และคนอื่น ๆ
เมื่อพวกเขาตามผู้เฒ่าผู้นำตระกูลมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน ก็พบชายแปลกหน้าผอมบางคนหนึ่งยืนอยู่ที่นั่น คนผู้นี้ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน จึงสงสัยกันมาก (*ก่อนหน้านี้ก็เคยมาแล้ว คนแต่งคงลืม*)
"สหาย คุณคือใคร ? คุณมีข่าวสำคัญอะไร ? " ผู้เฒ่าผู้นำตระกูลถาม
"ผมหลิ่วเฟย ชาวบ้านตระกูลหลิ่วครับ มาเพื่อบอกข่าวสำคัญเกี่ยวกับหลี่เทียนครับ" หลิ่วเฟยกล่าว
"ข่าวสำคัญของหลี่เทียนเหรอ ? ข่าวอะไร ? " ผู้เฒ่าผู้นำตระกูลถามด้วยความอยากรู้
คนรอบข้างก็อยากรู้เช่นกัน อยากรู้ว่าข่าวสำคัญคืออะไร
"เป็นเรื่องงานครับ หลี่เทียนหาตำแหน่งคนงานชั่วคราว ให้กับชาวบ้านหนิวเจียที่โรงงานหินได้สองตำแหน่ง " หลิ่วเฟยตอบโดยไม่ลังเลเลย
"อะไรนะ ? คนงานชั่วคราว ? แถมตั้งสองตำแหน่งเลยเหรอ ? ! "
คนในหมู่บ้านตระกูลฉินได้ยินดังนั้น ก็จริงจังขึ้นมาทันที
สมัยนี้งานหายากมาก
ถึงแม้คนในหมู่บ้านตระกูลฉินจะได้งานแล้ว แต่งานเหล่านี้เป็นของโรงงานรวมของหมู่บ้าน
โรงงานรวมของหมู่บ้านประเภทนี้ไม่มีโควตา ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะมีรายได้คงที่ เมื่อเกิดปัญหาก็ล้มละลายได้ง่าย
ส่วนโรงงานหินนั้นเป็นโรงงานจริงจัง เป็นโรงงานที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจแบบวางแผน
โรงงานประเภทนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องการล้มละลาย มีรัฐคอยหนุนหลัง
และขอแค่สามารถเปลี่ยนเป็นพนักงานประจำได้ ก็จะเป็นอาชีพที่มั่นคงไปตลอดชีวิต ไม่ต้องกังวลเรื่องอดอยาก
การทำงานในโรงงานประเภทนี้ แม้จะเป็นคนงานชั่วคราว ก็เป็นงานที่คนอื่นอิจฉา
สิ่งนี้ทำให้คนในหมู่บ้านตระกูลฉินทุกคนต่างอิจฉาอย่างมาก รู้สึกว่าการไล่หลี่เทียนไปเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดจริง ๆ
ฉินหวยหรูได้ยินเข้า ก็กังวลว่าจะมีคนคิดว่าหลี่เทียนดี เธอจึงรีบกล่าวว่า
"โรงงานหินแค่ฟังชื่อก็รู้ว่าเหนื่อยมาก แถมยังเป็นแค่คนงานชั่วคราว
ฉันไม่รู้เงินเดือนของโรงงานหินนะ แต่ฉันรู้ว่ารายได้ของคนงานชั่วคราวค่อนข้างต่ำ
นั่นแสดงว่างานที่หลี่เทียนแนะนำนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ทุกคนไม่จำเป็นต้องอิจฉาหรอกค่ะ"
"พี่สาวผมพูดถูก โรงงานหินทั้งเหนื่อยทั้งสกปรก แถมยังเป็นแค่คนงานชั่วคราว
เงินเดือนงานแบบนี้ต้องไม่เท่าพวกเราแน่ ๆ "
ฉินหวยซานก็เปิดปากพูด ปลอบโยนอารมณ์ของทุกคน
แต่ฉินลี่ลี่ก็สงสัยเงินเดือนของคนงานชั่วคราว เธอจึงถามว่า
"คุณชื่อหลิ่วเฟยใช่ไหม คนสองคนที่คุณบอกว่าได้งาน เดือนหนึ่งได้เงินเดือนเท่าไหร่ ? "
"เดือนละ 20 หยวนครับ" หลิ่วเฟยรีบตอบอย่างรวดเร็ว
"เงินเดือน 20 หยวน ? สูงขนาดนั้นเลยเหรอ ? พวกเขาไม่ใช่คนงานชั่วคราวเหรอ ? " ฉินหวยหรูประหลาดใจ
"นี่มันโรงงานหินนะครับ เหนื่อยมากและลำบากมาก ดังนั้นเงินเดือนจึงสูงกว่าโรงงานอื่นครับ" หลิ่วเฟยอธิบาย
"เป็นอย่างนี้นี่เอง คนสองคนนั้นโชคดีจริง ๆ ได้เงินเดือนสูงขนาดนี้" ฉินหวยซานอิจฉามาก
ตั้งแต่เงินเดือนลดลง เขาก็ได้รับเงินเดือนแค่ 15 หยวนต่อเดือนเท่านั้น
แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่างานดีๆ ที่มีเงินเดือน 20 หยวนต่อเดือน หลี่เทียนกลับยกให้คนอื่นไปเสียแล้ว สิ่งนี้ทำให้ฉินหวยซานอิจฉามาก
"โชคดีจริง ๆ ค่ะ คนงานชั่วคราวยังได้เยอะกว่าช่างเทคนิคอย่างพวกเราอีก" ฉินลี่ลี่พูดอย่างไม่พอใจ
"ไอ้หลี่เทียนนี่มันเกินไปจริงๆ ไม่เคยคิดที่จะเอางานมาให้พวกเราเลย" มีคนบ่นเสียงดัง
"ใช่แล้ว อย่างน้อยหลี่เทียนก็เคยอยู่ในหมู่บ้านตระกูลฉินมาสองปี ไม่คิดที่จะดูแลพวกเราบ้างเลย"
"ก็จริงนะ แค่ไล่มันไปแค่นี้เอง ทำไมต้องใจร้ายขนาดนี้ด้วย น่าโมโหจริง ๆ ! "
...
คนในหมู่บ้านตระกูลฉินพูดกันอย่างอิจฉา รู้สึกแย่และไม่พอใจจากใจจริง
---
อีกฝั่งหนึ่ง
หลิ่วเฟยฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของทุกคน รู้สึกว่าหมู่บ้านตระกูลฉินเห็นแก่ตัวกว่าที่คิดไว้เสียอีก
คนกลุ่มนี้ไล่หลี่เทียนไปแล้ว ยังอยากได้รับการดูแลจากหลี่เทียนอีก ช่างเป็นพวกที่คิดอะไรเพ้อเจ้อจริง ๆ
ดังนั้นหลิ่วเฟยจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยเล็กน้อยว่า
"พวกคุณคิดว่าแค่นี้ก็จบแล้วเหรอ ? เงินเดือนเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น โรงงานยังให้เสื้อผ้า รองเท้า และถุงมือด้วยนะ ที่สำคัญกว่านั้นคือโรงงานยังจัดอาหารและที่พักให้ด้วย เดือนหนึ่งกินเนื้ออย่างน้อยสามมื้อเลยนะ"
"มีอาหารและที่พักให้ ? ได้กินเนื้อเดือนละสามมื้อ ? แถมยังให้ของเยอะขนาดนั้น ? นายแน่ใจนะ ? " ฉินลี่ลี่ประหลาดใจ
"แน่นอนครับ ผมเห็นมากับตาเลย พวกคุณไม่เชื่อก็ไปสอบถามดูได้ครับ" หลิ่วเฟยกล่าวอย่างมั่นใจ
"นี่...นี่มันเยอะเกินไปแล้วนะ" ฉินลี่ลี่หน้าซีดด้วยความอิจฉา
"ใช่แล้ว สวัสดิการดีเกินไปแล้ว แค่มีอาหารและที่พักให้ก็ดีมากแล้ว"
"น่าเสียดาย ถ้าเมื่อก่อนไม่ไล่หลี่เทียนไป งานนี้ก็จะเป็นของเราแล้ว"
"ใช่แล้ว เขาเพิ่งไปได้ครึ่งเดือนเอง เฮ้อ ตอนนี้ฉันเสียใจที่ไล่เขาไปแล้ว"
"ฉันก็เหมือนกัน"
ชาวบ้านต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ อารมณ์ดูหดหู่และหงุดหงิดมาก
โดยเฉพาะเมื่อนึกถึงโรงงานปลา ที่ปลาในบ่อตายไปจนแทบหมดสิ้น ทำให้รายได้ของพวกเขาลดลง ก็ยิ่งเสียใจมากขึ้น
เมื่อนึกถึงหมู่บ้านตระกูลหนิวที่ชีวิตดีขึ้นเรื่อย ๆ อารมณ์ของพวกเขาก็ยิ่งแย่ลงถึงขีดสุด
ถ้าเมื่อก่อนรู้ว่าจะเกิดแบบนี้ พวกเขาจะไม่มีวันไล่หลี่เทียนไปเด็ดขาด
แต่ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ย้อนกลับไปแก้ไขได้
พวกเขาทำได้แค่อารมณ์เสียและโมโหอย่างไร้หนทางอยู่ที่นี่เท่านั้น
---
อีกฟากหนึ่ง
หลิ่วเฟยเห็นคนในหมู่บ้านตระกูลฉินที่กำลังเจ็บปวด อารมณ์ของเขาก็ดีขึ้นมาแล้ว
เขาจะไม่พูดอะไรต่อแล้ว หากพูดต่อไป เขาเกรงว่าจะถูกซ้อมเอา
ดังนั้นเขาจึงหยุดเมื่อได้จังหวะ เดินจากไปทันที มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านของตัวเอง
เหลือทิ้งไว้เพียงคนในหมู่บ้านตระกูลฉินที่หงุดหงิด
ในกลุ่มคนเหล่านี้ ฉินหวยหรู, ฉินหวยซาน, ฉินจิงไห่ และคนอื่น ๆ เป็นกลุ่มที่รู้สึกแย่ที่สุด
เพราะโรงงานเห็ดก็เกิดปัญหาขึ้นแล้ว
หากเรื่องนี้ถูกชาวบ้านรู้เข้า ผลลัพธ์ก็แทบจะคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
พวกเขาแค่หวังว่าเจี่ยตงซวี่จะกลับมาเร็ว ๆ และนำช่างเทคนิคกลับมาโดยเร็วที่สุด
มีแต่วิธีนี้เท่านั้น พวกเขาถึงจะยืนหยัดอยู่ได้ และสามารถท้าทายหลี่เทียนต่อไปได้
เจี่ยตงซวี่กำลังเดินทางกลับมาจริง ๆ แต่สิ่งที่เขานำกลับมาไม่ใช่ช่างเทคนิค
แต่เป็นข่าวที่หลี่เทียนหามาได้ ธุรกิจทำเงิน 100 หยวนจากการขายชอล์ก
—