- หน้าแรก
- ฺซื่อเหอหยวน : ฉันมีระบบข่าวกรองจากสวรรค์
- บทที่ 2: ฉินหวยหรู
บทที่ 2: ฉินหวยหรู
บทที่ 2: ฉินหวยหรู
บทที่ 2: ฉินหวยหรู
ด้วยความคิดเช่นนี้ หลังจากหลี่เทียนเดินตรวจตราโรงเพาะเห็ดเสร็จแล้ว เขาก็เดินออกไปทางประตู
ในขณะนั้นเอง
ฉินหวยซานและฉินจิงไห่ที่กำลังฟุบหน้าหลับอยู่ก็ตื่นขึ้นมาพอดี
เมื่อเห็นหลี่เทียนปรากฏตัว ทั้งสองก็ตกใจจนสะดุ้ง และยืนตัวตรงขึ้นโดยสัญชาตญาณ
“พี่หลี่ พี่มาแล้วเหรอครับ” ทั้งสองพูดด้วยน้ำเสียงประหม่า
“อืม ไม่มีอะไร พวกนายพักผ่อนกันต่อเถอะ” หลี่เทียนโบกมือแล้วหันหลังเดินจากไป
หลังจากที่เขาจากไปแล้ว
ฉินหวยซานก็ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า
“ดูท่าต่อไปจะนอนหลับไม่ได้แล้ว เมื่อกี้สีหน้าของพี่หลี่ดูไม่ค่อยดีเลย”
“ไม่เป็นไรหรอกน่า ยังไงซะหลี่เทียนก็จะถูกไล่ออกในไม่ช้านี้แล้ว จะไปกลัวอะไร” ฉินจิงไห่ไม่ใส่ใจ
“เออใช่ ฉันลืมเรื่องนี้ไปเลย รีบ ๆ ไล่มันไปซะก็ดี จะได้ไม่มีใครมาคอยคุมพวกเรา” ฉินหวยซานกล่าว
“ใช่แล้ว พวกเราเป็นช่างเทคนิคของโรงเพาะเห็ด ปกติก็เป็นพวกเราที่คอยสั่งงานคนงานอยู่แล้ว หลี่เทียนนอกจากจะเดินเตร็ดเตร่ไปทั่วโรงงานทั้งสามแห่งแล้ว ก็รู้แต่จะคอยจับผิดพวกเรา น่ารังเกียจจริง ๆ”
“นั่นสิ พวกเราเรียนรู้เทคนิคมาตั้งนานแล้ว ต่อให้ไม่มีหลี่เทียน พวกเราก็ยังทำได้ดีเหมือนเดิม”
“ต้องบอกว่าแผนของพี่สาวหวยหรูนี่ดีจริง ๆ พอไล่หลี่เทียนออกไปได้ เงินเดือน 99 หยวนนั่นก็จะเหลือ เอาเงินนั่นมาจ่ายให้พวกเราเหล่าช่างเทคนิค แบบนี้เงินเดือนของพวกเราก็จะได้เพิ่มขึ้น” ฉินจิงไห่กล่าว
“แน่นอนอยู่แล้ว พี่สาวของฉันเก่งจะตายไป เธอวางแผนเรื่องนี้มาตั้งแต่หนึ่งปีที่แล้ว แถมยังลงมือด้วยตัวเองอีก ตอนนี้ช่างเทคนิคของโรงงานทั้งสามแห่งล้วนเป็นคนในหมู่บ้านเราทั้งนั้น เทคนิคก็เรียนรู้กันมาหมดแล้ว”
“เฮอะ ๆ พี่สาวหวยหรูเก่งจริง ๆ ตอนนี้ต่อให้ไล่หลี่เทียนออกไป พวกเราก็ไม่กลัวแล้ว”
“แหงล่ะ คอยดูไปเถอะ อีกไม่นานหลี่เทียนก็จะถูกไล่ออก”
“ใช่ ๆ”
คนทั้งสองหัวเราะอย่างมีเลศนัย พูดคุยกันเรื่องการขับไล่หลี่เทียนอย่างสะใจ
นอกประตูห้อง
หลี่เทียนยืนนิ่งเงียบอยู่ ท่ามกลางแสงแดดอันแผดเผาของฤดูร้อน เขากลับรู้สึกเย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจ
หนึ่งปีก่อน ฉินหวยหรูก็เริ่มวางแผนเล่นงานเขาแล้ว
เล่ห์เหลี่ยมเช่นนี้ช่างน่ารังเกียจนัก ไม่น่าแปลกใจเลยที่ซ่าจู้ (ไอ้ทึ่ม) จะถูกฉินหวยหรูปั่นหัวจนหมุนไปหมด
โชคดีที่หลี่เทียนมีมิติน้ำพุวิญญาณ นี่ต่างหากคือไพ่ตายที่แท้จริงของเขา
ฉินหวยหรูวางแผนมานานขนาดนี้ สุดท้ายก็ไม่ต่างอะไรกับการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
เมื่อคิดถึงตรงนี้
หลี่เทียนก็เดินขึ้นไปบนภูเขา เตรียมที่จะไปดูต้นผลไม้เหล่านั้นเป็นครั้งสุดท้าย
.........
อีกด้านหนึ่ง
ภายในโรงเลี้ยงสัตว์
ฉินหวยหรู, เจี่ยตงซวี่, เจี่ยจางซื่อ และฉินจิงหรูในวัย 11 ปี
คนทั้งสี่กำลังนั่งอยู่ด้วยกัน เพื่อหารือเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการขับไล่หลี่เทียน
มีเพียงการขับไล่หลี่เทียนออกไปเท่านั้น พวกเขาจึงจะสามารถตักตวงผลประโยชน์ได้
ฉินหวยหรูทำงานอยู่ที่โรงเลี้ยงสัตว์ในหมู่บ้าน เธอเป็นช่างเทคนิค ได้เงินเดือนเดือนละ 20 หยวน
เงินเดือนจำนวนนี้เมื่อรวมกับเงินเดือนของเจี่ยตงซวี่แล้ว ทำให้ชีวิตของพวกเขาดีกว่าในเนื้อเรื่องเดิมมาก
แต่พวกเขากลับไม่รู้จักพอ ยังต้องการเงินมากกว่านี้อีก
เงินเดือน 99 หยวนของหลี่เทียน ถูกพวกเขาจับตามองมานานแล้ว
ตามคำแนะนำของเจี่ยจางซื่อ ฉินหวยหรูจึงได้คิดแผนการและวางหมากไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เนิ่น ๆ
“หวยหรู เป็นยังไงบ้าง ? ผู้เฒ่าผู้นำตระกูลพวกเธอยอมขับไล่หลี่เทียนรึยัง ?” เจี่ยจางซื่อเอ่ยถาม
“ยังเลยค่ะ ท่านผู้เฒ่าลังเลใจอยู่ กลัวว่าถ้าไล่หลี่เทียนไปแล้วจะหาเงินไม่ได้อีก” ฉินหวยหรูขมวดคิ้ว
“มันจะไปน่ากลัวอะไรกัน เทคนิคของโรงงานทั้งสามแห่ง พวกเธอก็เรียนรู้กันมาหมดแล้วไม่ใช่เหรอ มีช่างเทคนิคอยู่ตั้งหลายคน ท่านผู้เฒ่าของเธอยังจะกลัวอะไรอีก ? ขี้ขลาดชะมัด” เจี่ยจางซื่อพูดอย่างดูแคลน
“ขี้ขลาดจริง ๆ ถ้าเป็นฉันนะ ฉันไล่หลี่เทียนไปนานแล้ว” เจี่ยตงซวี่พยักหน้าเห็นด้วย
“พี่สาว หรือจะให้หนูไปช่วยเกลี้ยกล่อมท่านผู้เฒ่าดีไหมคะ ท่านชอบฟังหนูพูดนะ” ฉินจิงหรูเอ่ยถาม
“ไม่ต้องหรอก หลานชายสองคนของท่านผู้เฒ่าเป็นช่างเทคนิคที่โรงเพาะเลี้ยงปลามาเป็นปีแล้ว พวกเขาอยากจะขึ้นเงินเดือนมาตั้งนานแล้ว ฉันบอกพวกเขาไปว่า แค่ไล่หลี่เทียนออกไป เงิน 99 หยวนนั่นก็จะเอามาแบ่งให้พวกช่างเทคนิคเพิ่มขึ้น หลานชายสองคนของท่านผู้เฒ่าอยากได้เงิน ต้องไปเกลี้ยกล่อมท่านปู่ให้หาทางไล่หลี่เทียนออกไปแน่ ยังไงซะหลี่เทียนก็เป็นคนนอก ไม่ได้แซ่ฉินเหมือนพวกเรา เขาได้เงินไปตั้งเยอะแยะ ทุกคนต่างก็อิจฉาตาร้อนกันมานานแล้ว”
ฉินหวยหรูอธิบายอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง งั้นหลี่เทียนก็ใกล้จะถูกไล่ออกแล้วสิคะ ?” ฉินจิงหรูถามต่อ
“ก็คงประมาณนั้นแหละ แค่อีกไม่กี่วันนี้ พอท่านผู้เฒ่าเห็นชอบแล้ว ยังต้องไปยื่นเรื่องที่เทศบาลอีก พอเทศบาลอนุมัติแล้ว ถึงจะย้ายหลี่เทียนออกไปได้ เพราะยังไงซะหลี่เทียนก็เป็นปัญญาชนผู้มีความรู้” ฉินหวยหรูตอบ
“แล้วถ้าเทศบาลไม่เห็นชอบล่ะ ? อย่างนั้นก็แย่เลยสิ ?” เจี่ยตงซวี่กังวล
“ไม่เป็นไร ถ้าเทศบาลไม่เห็นชอบ พวกเราก็ยกโขยงไปโวยวายที่เทศบาล ไปกันทั้งหมู่บ้านเลย ไปบอกว่าหลี่เทียนเป็นพวกขี้เกียจสันหลังยาว เป็นตัวปลิงของหมู่บ้าน พอไปโวยวายแบบนี้ เทศบาลต้องยอมแน่ ถึงตอนนั้นแผนของพวกเราก็จะสำเร็จอย่างแน่นอน” ฉินหวยหรูพูดอย่างมั่นใจ
“ดี ๆ ๆ พอไล่หลี่เทียนไปได้ เงินเดือนของเขาก็จะถูกแบ่งมาให้ ถึงตอนนั้นเธอก็จะได้ส่วนแบ่งเยอะขึ้น”
เจี่ยจางซื่อพูดอย่างปลาบปลื้มใจ พอนึกถึงว่ารายได้ของครอบครัวจะเพิ่มขึ้น เธอก็มีความสุขเป็นพิเศษ
“ไม่ใช่แค่ฉันนะคะ น้องชายของฉันกับพี่ชายของจิงหรูก็เป็นช่างเทคนิคอยู่ที่โรงเพาะเห็ด รายได้ก็จะเพิ่มขึ้นเหมือนกัน แล้วนี่ก็ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่จะมีทุกเดือน เพราะหลี่เทียนได้เงินเดือนตั้ง 99 หยวนต่อเดือน ปีหนึ่งก็เป็นพันกว่าหยวน เงินจำนวนนี้เอามาแบ่งให้พวกเรา รายได้เพิ่มขึ้นแน่นอนค่ะ” ฉินหวยหรูกล่าว
“บัดซบเอ๊ย เงินเดือนปีละพันกว่าหยวน ยกให้หลี่เทียนไปง่าย ๆ แบบนี้ ไอ้หมอนี่มันโลภไม่รู้จักพอจริง ๆ”
“ใช่แล้ว หลี่เทียนอยู่ในหมู่บ้านไม่ทำงานทำการอะไร เอาแต่เดินเตร็ดเตร่ไปมา สั่งงานมั่วซั่ว ที่สำคัญคือมันยังได้เงินปีละตั้งพันกว่าหยวน ตัวปลิงแบบนี้สมควรถูกไล่ออกไปตั้งนานแล้ว” เจี่ยตงซวี่พยักหน้า
“พูดมีเหตุผล คอยดูไปเถอะ อีกไม่นานแล้ว”
คนกลุ่มนั้นพูดคุยกันไม่หยุด ต่างคาดหวังให้ท่านผู้เฒ่าผู้นำถูกเกลี้ยกล่อมจนยอมขับไล่หลี่เทียนออกไป
.................