เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 05 หนอนบ่อนไส้

บทที่ 05 หนอนบ่อนไส้

บทที่ 05 หนอนบ่อนไส้


บทที่ 5 : หนอนบ่อนไส้

เทียนถังจ้องมองร่างของหลิงอี้ที่ชักกระตุกอยู่บนพื้นทำท่าทางครุ่นคิดแต่เขายังไม่ได้เอาท่อนไม้ออกจากร่างของหลิงอี้เลยด้วยซ้ำแถมมันยังอึดมากอีกด้วยไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนผ่อนกายลงเลยแม้แต่น้อย แน่นอนว่าแค่สองยกนี้มันแค่เกริ่นนำของการบรรเลงรักของปีศาจราคะเทียนถังเท่านั้นเอง

แต่เทียนถังไม่ทำการขืนใจต่อเพราะรู้สึกผิด… เอ่อ.. นั่นมันข้ออ้างเฉยๆนะ ความจริงกำลังดูปฏิกิริยาของหลิงอี้มากกว่าหลังจากโดนน้ำข้นสีขาวพุ่งเข้าไปในท้องน้อย.. มันเป็นเรื่องปกติที่ทักษะ ‘ฝึกสัตว์’ จะทำงานซึ่งเทียนถังสงสัยว่ามันจะได้ผลไหม อันที่จริงเขาก็รู้สึกสนใจมากตอนแรกก็ยังคิดว่าจะยุ่งยากหลังจากนี้..

ตอนแรกเทียนถังคิดว่าจะขืนใจจนยัยนี่กลายเป็นทาสซะเลย.. ดูเลวมาก แต่ไม่มีทางเลือกสำหรับเทียนถังเขาเป็นตัวแทนเจ้ากระจอกเฟิงเทียนถังไปแล้วดังนั้นการจะตอบแทนที่มันมอบสถานะนี้ให้เขาต้องหาคนร้ายให้ได้! ไม่ทราบว่าต้องด้านหนาขนาดไหนที่บอกว่าเขามอบสถานะให้…

“ช่างเถอะๆ เฟิงเทียนถังอย่างโกรธเคืองฉันเลย.. ฉันคิดว่ามันคงเป็นโชคชะตาที่บิดาผู้นี้มาแทนที่ตอนนายตาย… ฮ่าๆ นายอย่ามาเล่นมุกรอดชีวิตกลับมาทีหลังนะฉันว่านั่นมันไม่เหมาะ ตายไปเถอะ มันค่อยเป็นโชคชะตาของเรา หึๆ … ขอร้องล่ะตายไปเถอะนะ..” แน่นอนว่าเทียนถังเป็นสุภาพบุรุษการสาปแช่งให้คนบริสุทธิ์ตายเพราะกลัวว่าตัวตนตัวเองจะถูกเปิดเผยมันเป็นเรื่องปกติ!

นี่มันความจริงไม่ใช่นิยาย! ถ้าเทียนถังเป็นเหมือนหวูเฉินหรือเยว่หยางก็ดีไปที่ตัวจริงมันตายไปแล้วจริงๆ แต่ถ้าไม่ใช่ล่ะเผื่อมันมีชีวิตรอดกลับมา .. เทียนถังคิดถึงจุดนี้ก็ได้แต่อ้อนวอนให้ตัวจริงตายไปเถอะจะได้ไม่เป็นภาระของเหลาจื่อ เทียนถังคิดในใจคนเดียว “ถ้ามันรอดมาจริง ฉันคงไม่มีทางอื่นที่จะฆ่ามันทิ้งเพื่อปกป้องสถานะตัวเอง! ถึงฉันจะไม่เคยฆ่าคนก็เถอะ!”

ไม่ทราบว่าต้องเลวขนาดไหน.. เทียนถังไม่ใช่พระเอกนิยายเสียหน่อย ไม่จำเป็นต้องมีศักดิ์ศรีบ้าบออะไรนั่น ขอแค่ยังเป็นสุภาพบุรุษก็เพียงพอต่อการจีบสาว.. ละมั้งนะ.. ซึ่งเจ้าตัวไม่ทราบเลยว่าตัวเองนั้นเลวทรามขนาดไหนเมื่อคิดจะทำเรื่องพวกนั้น แต่เจ้าตัวปลอบตัวเองว่า ‘เหลาจื่อไม่ใช่พระ แต่เป็นสุภาพบุรุษ’

เอาล่ะกลับมาที่เดิม หลิงอี้นอนหอบหายใจอยู่บนพื้นดวงตาดูเลื่อนลอยแสดงให้เห็นว่าทนรับต่อไปไม่ไหวแล้วเทียนถังจึงดึงท่อไม้ขนาดใหญ่ออกมาจนเกิดเสียงแปลกๆ จากระหว่างขาของหลิงอี้ร่างนางชักกระตุกหนึ่งครั้งเทียนถังถอนหายใจออกมา “ฟู่วววว”

“เอาล่ะ” เทียนถังกล่าวและใช้มือตบหน้าหลิงอี้ๆ เบาๆ ทำให้หลิงอี้ได้สติดวงตาจ้องมองมาที่เทียนถังไม่ใช่ความเย็นชาขยะแขยงอีกต่อไปแต่มีความเทิดทูนเคารพ เหมือนเป็นทาสตามกฎหมายที่เจ้าตัวยินยอมที่จะให้เจ้านายย่ำยี หนังตาเฟิงหลงกระตุกคิดในใจ “อันตรายแฮะทักษะนี่”

เพราะตอนหลอดความชอบของหลิงอี้มีต่อเทียนถังมันพุ่งเลยขีดจำกัดคำว่ารักไปแล้ว ไม่ใช่คลั่งไคล้ ไม่ใช่เป็นไอดอล แต่มันเป็นความรู้สึกประมาณเหมือนสุนัขตัวเมียที่รับใช้ยังไงยังงั้น ยิ่งมองเทียนถังยิ่งตระหนักถึงทักษะที่น่ากลัวทักษะนี่ เทียนถังกระแอมออกมาหนึ่งครั้ง “เอาล่ะ ข้าจะถามเจ้าตอบตามความจริงทั้งหมด! เข้าใจไหม”

“ข้าไม่กล้าโกหก!” เทียนถังมาใช้คำแทนตนว่า ‘ข้า’ แบบเดิมเพื่อที่จะให้ไม่แปลกเวลาคุย ทำให้มันติดปากเป็นปกตินั่นเอง พอได้ยินคำตอบหลิงอี้เทียนถังตกใจตอนแรกเขาคิดว่าฝึกสัตว์จะประมาณว่าฝึกให้เชื่อฟังเหมือนสัตว์ แต่ที่หลิงอี้ตอบมายังเป็นปกติ แค่เปลี่ยนเป็นว่าพักดีสุดๆ “นี่มันไม่ฝึกสัตว์มันล้างสมองแล้วเว้ยยยย!”

เทียนถังคิดในใจ เหมือนหลิงอี้โดนล้างสมองใส่ความจำใหม่มากกว่าฝึกสัตว์ซะอีก.. ในตอนที่เทียนถังด่ากราดในใจภายในหัวก็มีเสียงดังขึ้น *ติง : ขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำชื่อทักษะ ทักษะฝึกสัตว์มีชื่อซ้ำกันจึงทำการเปลี่ยนทักษะนี้เป็นทักษะล้างสมองแทน รางวัลพิเศษที่ได้รับ แต้มราคะ 100 จุด ค่าประสบการณ์ระบบมาร 50 จุด*

“วอทเดอะฟั* อะไรวะเนี่ยระบบอะไรฟ่ะ ทำไมไม่สมบูรณ์ยังกล้าเอามาใช้ฟ่ะะะ” เทียนถังด่ากราดในจิตใจ อันที่จริงเขาโมโหเพราะตอนแรกกำลังจะลิ้มรสกับความรู้สึก SM ที่ประมาณว่าฝึกสัตว์ให้เชื่อฟังอะไรทำนองนั้นอุตส่าห์หวังซะดิบดีแต่ความจริงเป็นล้างสมองซะงั้น

ไม่ใช่ว่าเขาไม่ดีใจหรืออะไรทำนองนั้นหรอก แต่ระบบมันทำให้เขามีความหวังแนวรุนแรงแต่ก็จากไปอย่างรวดเร็วจึงทำให้เขาโกรธมากนี่ถ้าเขาเป็นเด็กหนุ่มพลังจิตไว้ผมทรงกะลานี่คงระเบิดความโกรธร้อยเปอร์เซ็นต์ควบคุมตัวเองไม่ได้ใช้พลังจิตมั่วๆ แน่ๆ โชคดีไม่เป็นแบบนั้น เทียนถังรู้สึกสงสัยเกี่ยวสถานะปัจจุบัน เลยคิดในใจ “จงปรากฏ!”

มันอาจจะดู เบียว ไปนิดแต่มันก็ปรากฏขึ้นมาจริงๆ พอมันปรากฏขึ้นเทียนถังตกใจ!

ชื่อ ‘เทียนถัง’

อายุ ‘20 ปี’

เพศ ‘ชาย’

ระดับระบบมาร : เริ่มต้น (ขั้นที่ 1)

1.ระบบมารราคะ : ต่ำ

ระดับพลังชี่ (ปราณ) : สร้างฐานราก-เริ่มต้น [55 ประสบการณ์ราคะ]

ระดับกำลังภายใน : - + เพิ่มระดับ – ลดระดับ

ระดับกำลังภายนอก : - + เพิ่มระดับ – ลดระดับ

ค่าประสบการณ์ระบบมาร : 50/250

ค่าประสบการณ์ราคะ : 55/10

แต้มราคะ : 150 จุด

มันมีหลายอย่างเปลี่ยนไปปากเทียนถังเปิดออกเหมือนจะมีคำว่า แต้มราคะ เพิ่มมา ประสบการณ์ราคะก็ทะลุหลอดแถมยังมีเพิ่มระดับลดระดับอีกตั้งหากและแล้วปฏิบัติการสาธยายของระบบก็เริ่มบรรเลงจนหูหนวกก็ดังขึ้นเทียนถังสบถในใจว่า “ทำไมต้องส่งเสียงอธิบาย ไม่ยัดเข้ามาในหัวเหมือนพวกทักษะเลยฟ่ะ” แต่ก็ตั้งใจฟังเงียบ

คือค่าประสบการณ์ราคะคือค่าที่ใช้เพิ่มระดับ กำลังภายในและภายนอก และมันยังเพิ่มพลังปราณด้วย ซึ่งเพิ่มที่ว่านี้ไม่ใช่เพิ่มเหมือนกำลังภายในหรือภายนอก เพราะทั้งสองอันนี้มันจะใช้เป็นแต้มเพื่อเพิ่ม แต่ตรงกันข้ามพลังปราณมันจะเพิ่มเรื่อยๆ โดยไม่ต้องใช้แต้มแลกเอากล่าวคือ ถ้ามีค่าประสบการณ์ราคะไหลเข้ามามันจะเซฟตัวเองเพิ่มปราณไปโดยตัวมันเอง

และแม้จะใช้ค่าประสบการณ์ราคะไปกับพวกกำลังภายในหรือภายนอก แต่ระดับปราณก็จะไม่ลดลงเลยเพราะมันเป็นตัวบ่งชี้แล้วว่าคุณได้นำมันมา.. ก็ประมาณนี้ส่วนค่าประสบการณ์ระบบมาร เมื่อสะสมครบตามกำหนดมันก็จะสามารถปลดล็อกระดับของระบบ สามารถปลดล็อกฟังชั่นใหม่ๆ ได้

แต้มราคะ คือสิ่งที่เอาไว้ซื้อของในร้านค้าระบบ อีกอย่างระดับปราณของระบบนั้นไม่เหมือนปราณในโลกนี้เลย มันเขียนว่าสร้างฐานรากขั้นเริ่มต้น แต่ความจริงมันเก่งพอๆ กับระดับหนึ่งของขั้นปราณในโลกนี้เลย.. และความจริงที่ว่าแต้มเยอะทะลุหลอดเพราะว่าเขาได้ทำภารกิจเสร็จ

แต่คะแนนที่ปล้ำหลิงอี้ไปสองน้ำข้นนั้นเพิ่มมาเพียงแค่ 5 จุดเท่านั้นเอง.. ฟังดูง่ายแต่ท่าจะยากน่าดู.. แต่สำหรับเทียนถังการจับกดแล้วเก่งขึ้นเป็นอะไรที่ดีกว่าสวรรค์! แถมนี่ไม่ต้องถึงหนึ่งเดือนสองเดือนก็เก่งเท่ากับขั้นที่หนึ่งระดับปราณแล้วเนี่ยสุดยอดสุดๆ ไปเลยนะ เทียนถังดีใจมาก!

เทียนถังลองเพิ่มระดับไปที่กำลังภายในก่อนพอกดปุ๊บ *ติง : คุณต้องการเพิ่มระดับกำลังภายในโดยใช้ค่าประสบการณ์ราคะกี่จุด* เสียงเย็นชาดังขึ้นในใจเทียนถังตอบไป “20 จุด” พอเขาตอบกลับเท่านั้นแหละแต้มในสถานะก็หายไปยี่สิบจุดร่างเทียนถังรู้สึกร้อนรุ่มและแผ่ซ่านไปทั่วร่างสบายอย่างสุดขีด

กำลังภายในนี้ไม่เหมือนปราณ มันเป็นพลังจำพวกที่อยู่ภายในช่วยเสริมพลังให้สิ่งต่างๆ หรือร่างกายมากกว่า ไม่เหมือนปราณที่ระเบิดกระบวนท่าออกมาเป็นฉากๆ อีกอย่างกำลังภายในมีส่วนเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า ‘พลังจิต’ อีกด้วยเมื่อเทียนถังรู้สึกถึงมัน เขารู้สึกเหมือนว่าพลังนี่มันแกร่งกว่าปราณอีก! ในสถานะเขามันเพิ่มมาว่า “ระดับพลังภายใน : ขั้น 2 ขอบเขตเริ่มต้น”

“10 จุด ต่อหนึ่งขั้นงั้นเหรอ” เทียนถังคิดในใจ เขาไม่อยากใช้สุ่มสี่สุ่มห้าสักเท่าไหร่เพราะเหมือนมันจะหายากมาก.. แต่ถ้าดูจากหลอดแล้ว มันมีขีดจำกัดคือ 10 จุด ถ้าเอาตามในเกมมันก็จะไม่สามารถเพิ่มได้อีกนั่นเอง นอกเสียจากจะมีรางวัลจากภารกิจ… ถ้าไม่มีแม้เขาจะล้วนลามหญิงขนาดไหนก็ไม่เพิ่ม..

เขาจึงเพิ่มไปที่กำลังภายนอกอีก 20 จุด เช็คดูว่าอันไหนดีกว่ากันสำหรับกำลังภายนอกและภายในสิ่งเดิมๆ เกิดซ้ำเหมือนครั้งก่อน แต่คราวนี้ร่างเทียนถังระเบิดดังเปรี๊ยะๆ ๆ เป็นระยะๆ ก่อนที่จะสงบลงร่างกายแข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจนเทียนถังรับประกันว่าตอนนี้ตัวเองบดเหล็กด้วยมือเปล่าได้!

“สุดยอด!” เทียนถังดีใจอยู่ในใจ เขาเพิ่มไปที่พละกำลังอีก 10 จุดทำให้เขาอยู่ “ขั้น 3 ขอบเขตเริ่มต้น” ของกำลังภายนอก! “นี่สิเรียกต่างโลกกก!” เทียนถังแทบกระโดดโลดเต้นตอนแรกเขาคิดว่าจะต้องเป็นคนธรรมดาเพราะไม่สามารถฝึกปราณได้ (ก็บอกว่า ไม่อยากฝึกเอง!)

“อ่ะ แฮ่มๆ” เทียนถังกระแอมออกมาในขณะมองไปที่หลิงอี้ที่ไม่สวมเสื้อผ้ามันกระตุ้นต่อมราคะเขาอีก นี่ถ้ายัยนี่ไม่อยู่ในสภาพที่น่ารักเชื่อฟังเขาแบบนี้คงหักคอทิ้งไปแล้ว ถึงจะไม่เคยฆ่าคนก็เถอะนะแต่ทุกคนต้องมีครั้งแรกกันทั้งนั้น.. เทียนถังอุ้มหลิงอี้ในท่าอะไรสักอย่าง

และยืนขึ้นก่อนจะนั่งลงเตียงและเอาท่อนเนื้อที่แข็งดุจเหล็กกล้าแทงทะลุทะลวงประตูสู่เส้นทางวิถีเซียนของเทียนถังคนเดียวโดยเฉพาะ แม้เขาจะเริ่มทำเรื่องอย่างว่าแต่หน้าตาเขาจริงจังขึ้นกล่าว “เอาล่ะเรามาคุยเรื่องจริงจังกันเถอะ!”

แม้จะพูดแบบนั้นแต่เทียนถังก็ยังยกร่างของหลิงอี้ขึ้นลง หลิงอี้ร้องเสียงครางกระเส่าอย่างน่ารักออกมา.. นี่ขนาดมันชวนคุยเรื่องจริงจังนะ… “เอาล่ะหลิงอี้ ใครสั่นเจ้ามาสังหารข้า” เทียนถังใช้คำว่า ‘สังหารข้า’ อย่างหน้าไม่อายถ้าทุกคนรู้ความจริงพวกมันต้องสบถว่า ‘ใครจะสังหารเจ้ากันแม้แต่รู้จักยังไม่เลย!’ เพราะคนที่เขาต้องการสังหารคือเฟิงเทียนถัง!

“อ๊ะ อ๊า ผ.. ผู้อาวุโส .. อ๊าา.. เฟิงหยาง.. อ๊าา” เสียงนางกระเส่าตอบอย่างน่าหลงใหลกระตุ้นราคะผู้คนเทียนถังฟังเข้าใจอย่างง่ายเขาถามต่อ “ผู้อาวุโสเฟิงหยาง คือใคร?”

“อร๊างง ผ..ผู้อาวุโส.. ลำดับ 19 ของตระกูลหลัก ตระกูลเฟิง.. อ๊ะอ๊าาา” เทียนถังคิด “ผู้อาวุโสตระกูลเดียวกันเนี่ยนะ? เพราะอะไรล่ะเนี่ย” เทียนถังจึงถามต่อว่า “ทำไมเขาถึงต้องการสังหารข้า?”

“อ๊า.. ร.. เรื่องนี้.. มันซับซ้อน. อร๊างงง. ทะ อ๊าา ท่านหยุดก่อน..” นางเริ่มเข้าจุดสูงสุดแล้วใกล้จะถึงจุดสุดยอดจนพูดไม่เป็นภาษาเทียนถังหยุดลงทำให้นางหน้าบุ้ยน้อยๆ คิดในใจว่า “อย่างน้อยท่านก็สมควรให้ข้าเสร็จก่อนไม่ได้หรือไง!” ทางด้านเทียนถังคิดว่า “โหว ล้างสมองนี่สุดยอดจริงๆ”

“เอาล่ะเจ้าเล่ามา ถ้าเจ้าเล่าเสร็จข้าจะจัดจนกว่าเจ้าจะพอใจ” เทียนถังกล่าวทำไมเขาจะไม่รู้ความอยากของสตรีได้เล่าเขาไม่ใช่คนกระจอกเรื่องผู้หญิงต้องการมีเรื่องอย่างว่าแต่ดูไม่ออก เพราะเขามีจมูกที่ดมกลิ่นความต้องการของสตรีได้ (ได้เหรอ) หลิงอี้พยักหน้าอย่างพอใจและกล่าว

“ที่ผู้อาวุโสเฟิงหยางต้องการสังหารท่านความจริงแล้วเป็นเพราะว่าท่านจะแต่งงานกับเสี่ยวเซี่ย แห่งตระกูลเสี่ยวถ้าหากข้าจำไม่ผิดงานแต่งสมควรจะจัดขึ้นวันมะรืนนี้…” ก่อนที่จะกล่าวต่อเทียนถังกล่าวขัด “Stop! งานแต่ง? งานแต่งข้า?”

“ใช่แล้ว.. ท่านหยุนไป๋ไม่ได้บอกท่าน?” หลิงอี้ถามอย่างงุนงงเทียนถังพยักหน้า หลิงอี้ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะทำท่าทางเข้าใจ เทียนถังที่ยังงงอยู่ว่าทำไมนางต้องปิดบังเขาหลิงอี้จึงเริ่มอธิบาย “สมควรเป็นแบบนั้นเพราะว่าปกติท่านไม่สนใจที่จะแต่งงานแต่โชคดีที่ท่านเสียความทรงจำพอแบบนั้นจึงจะจับท่านลากไปแต่งงานโดยที่ท่านไม่รู้ตัว”

เทียนถังเข้าใจทันที… หลิงอี้ไม่ปกปิดแถมยังอธิบายอีกทำให้เทียนถังยิ่งรู้สึกขอบคุณทักษะล้างสมองขึ้นทุกวินาที.. หลิงอี้จึงกล่าวต่อ “ใช่เป็นเพราะงานแต่งนี้มันจะทำให้ตระกูลเสี่ยวกับตระกูลเฟิงเป็นพันธมิตรต่อกัน สองตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจขนาดใหญ่ ตระกูลเสี่ยวก็เป็นตระกูลทางด้านแม่ทัพสงคราม หากเป็นพันธมิตรมันจะเป็นผลร้ายต่อสองตระกูล และราชวงศ์อีกด้วย..ผู้อาวุโสเฟิงหยางตัวจริงถูกสังหารและแทนที่ด้วย ผู้อาวุโสตระกูล ฝู.. ผู้อาวุโสลำดับ 3 ฝูเซียง และถ้าหากข้าเดาไม่ผิดอีกสองอำนาจใหญ่คงแทรกซึมเข้าตระกูลเฟิงและเสี่ยวเหมือนกัน.. จากที่ข้ารับข่าวมา ทางด้านคุณหนูเสี่ยวเซี่ยโดนลอบสังหารไปแล้วหลายรอบ..”

“เดี๋ยวก่อนนะ” เทียนถังกล่าวขัด “อะไรงั้นเหรอคะ?” นางถามอย่างสงสัย.. เทียนถังกล่าว “การจะลอบเข้าตระกูลเฟิงที่แข็งแกร่งเป็นไปได้ด้วยเหรออีกอย่างมันสมควรมีวิธีตรวจด้วยไม่ใช่เหรอ”

หลิงอี้ยิ้มกล่าว “อันที่จริงก็ตามนั้นแต่ว่าการจะแทรกซึมเขามามันเงียบเชียบและรวดเร็วจนไม่สังเกตเห็นได้ .. จึงไม่ดูแปลกอะไรจากเดิมมาก เขาจึงไม่คิดที่จะตรวจนั่นเอง” เทียนถังพยักหน้าพวกมันใช้แผนเดียวกันกับเขานี่เองประมาณว่าทำตัวกลมกลืนจนไม่แปลกเลยไม่คิดที่จะตรวจเลือด

“ตระกูลฝู.. เดียวนะ แล้วเจ้าคือ …” เทียนถังงุนงงมองไปที่หลิงอี้.. หลิงอี้ยิ้มกริมแล้วกล่าว “ในที่สุดท่านก็ถาม ใช่ข้าเป็นคนตระกูลฝู.. อันที่จริงข้าเป็นคุณหนูแห่งตระกูลฝู ฝูหลิงอี้ นั่นคือนามแท้จริงของข้า .. ข้าลักลอบเข้ามาในตระกูลสาขาเป็นคนรับใช้ในปัจจุบัน… ที่ไม่เอะใจเพราะข้าสวมหน้ากากอยู่”

เทียนถังคิ้วกระตุก “เอาจริงดิ?” ในใจขบคิด ‘นี่ตูเปิดซิงว่าที่ผู้นำตระกูลใหญ่ของหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งอาณาจักรเลยเรอะ ตูคงไม่โดนไล่ฆ่าหรอกใช่ไหม แล้วไอ้ที่แอบลักลอบเข้ามาเนี่ยเรียก หนอนบ่อนไส้ สินะ!’

จบบทที่ บทที่ 05 หนอนบ่อนไส้

คัดลอกลิงก์แล้ว