- หน้าแรก
- จากศิลปินสู่ตำนาน
- บทที่ 315 ความแปลกประหลาด (ฟรี)
บทที่ 315 ความแปลกประหลาด (ฟรี)
บทที่ 315 ความแปลกประหลาด (ฟรี)
ทิวเขาในแกรนด์แคนยอนนั้นยิ่งใหญ่ มีทั้งหน้าผา หุบเหว ป่าไผ่ที่เขียวชอุ่ม และลำธารที่ไหลเชี่ยวคดเคี้ยว
ที่น่าอัศจรรย์ยิ่งกว่าคือ เนื่องจากความแตกต่างของระดับความสูง ยังเกิดเป็นน้ำตกน้อยใหญ่สิบกว่าแห่ง กระจายตัวอยู่ทั่วไป สวยงามและน่าตื่นตา
ถ้าภาพนี้เป็นของจริง นี่ก็นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่หาได้ยากจริงๆ
สายตาของไป๋เย่เปลี่ยนไป จากทิวทัศน์ธรรมชาติมาสู่โครงการที่คุณสวีทุ่มเทและลงทุนมหาศาล
สะพานแขวน บันไดสวรรค์ ทางเดินเลียบหน้าผา กระเช้าลอยฟ้า และสิ่งอื่นๆ ไม่ต้องพูดถึง เพราะเป็นงานที่เฉินเคอรับผิดชอบ
นอกจากนี้ ในภาพเรนเดอร์ ไป๋เย่ยังเห็นรีสอร์ทบนภูเขา วิลล่าโรงแรม รวมถึงโฮมสเตย์และเกสต์เฮาส์ต่างๆ
คราวนี้ไป๋เย่ก็รู้แล้วว่าเงินทุนสิบกว่าล้านนี้ถูกใช้ไปที่ไหน
ดังนั้นจุดประสงค์ของคุณสวีคือให้เขาออกแบบโรงแรมงั้นหรือ?
ไป๋เย่คาดเดา…
ทว่าในขณะนั้น นิ้วของคุณสวีก็ลากไปหยุดอยู่ที่จุดหนึ่งบนแผนผัง ที่นั่นเป็นพื้นที่ราบเรียบ แต่กลับว่างเปล่า
เกิดอะไรขึ้น?
ชั่วขณะหนึ่ง ในสายตาของไป๋เย่และคนอื่นๆ ก็เต็มไปด้วยความสงสัย
“ศิลปินไป๋ คุณคิดว่าตำแหน่งนี้เป็นอย่างไรบ้าง?” คุณสวีถาม
ในใจของไป๋เย่มีบางความคิดผุดขึ้นมา แต่ก็ไม่แน่ใจในความหมายที่แท้จริงของอีกฝ่าย แต่เมื่อเขามองอย่างละเอียด ก็พบว่าตำแหน่งนี้มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย
ที่มุมของโรงแรม เกสต์เฮาส์ และถนนการค้า พอดีกับทางลาดชันช่วงกลางของกระเช้าลอยฟ้า หันหน้าเข้าหาน้ำตก และมีลำธารไหลผ่าน
เรียกได้ว่ามีข้อได้เปรียบทางสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน เป็นสถานที่ที่ดีที่ติดภูเขาและติดน้ำ
ตำแหน่งแบบนี้ ไม่สร้างรีสอร์ท ไม่สร้างโรงแรม แต่กลับเว้นไว้ต่างหาก นี่จะทำอะไรกันแน่?
ไป๋เย่รู้สึกเหมือนจะเดาอะไรบางอย่างออกได้ เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็พูดตรงๆ “ถ้าการพัฒนาแกรนด์แคนยอนสำเร็จลุล่วง สถานที่นี้เชื่อมต่อระหว่างบนกับล่าง ก็ถือเป็นทำเลทองได้เลย”
“สายตาเฉียบแหลม พวกเราก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน”
คุณสวียกนิ้วโป้งให้ และพูดอย่างยิ้มแย้ม “แล้วคุณคิดว่า สถานที่ดีๆ แบบนี้ ควรจะใช้ทำอะไรดี?”
คำถามนี้…
เฉินต้าอี้และเสี่ยวอู๋มองหน้ากัน รู้ถึงความหมายที่ซ่อนอยู่
ทั้งสองคนกระซิบกระซาบแลกเปลี่ยนความเห็นกันอยู่ข้างๆ
“ถ้านายเป็นนาย จะทำอะไร?” เฉินต้าอี้พูดกับตัวเอง “ถ้าเป็นฉันนะ ต้องทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว แล้วก็เปิดร้านค้าสิบกว่าร้าน ให้บริการเครื่องดื่ม อาหาร ของที่ระลึก”
“ผมก็คิดแบบนั้นครับ” เสี่ยวอู๋เห็นด้วย
เฉินต้าอี้พูดต่อ “แต่ฉันว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะง่ายขนาดนั้น ต้องมีอะไรแปลกๆ แน่”
“แปลกยังไง?” เสี่ยวอู๋สงสัย
“อืม…”
เฉินต้าอี้ส่ายหน้า “ไม่แน่ใจ แต่รู้สึกแปลกๆ”
มีเหรอ?
สายตาของเสี่ยวอู๋ก็อดไม่ได้ที่จะมองไปที่ไป๋เย่
ในขณะนั้น ไป๋เย่ลังเลเล็กน้อย แล้วก็พูดขึ้นว่า “ก่อนจะคิดว่าจะทำอะไร ต้องดูก่อนว่าที่นั่นมีอะไรอยู่แล้ว”
เอ๊ะ หมายความว่ายังไง?
เสี่ยวอู๋งงไปชั่วครู่ ก็ได้ยินคุณสวีหัวเราะลั่น “ฮ่าฮ่า ศิลปินไป๋ช่างมีสัญชาตญาณที่เฉียบแหลมจริงๆ บอกตามตรงนะ ที่ตำแหน่งนั้นมีวัดร้างอยู่หลังหนึ่ง มีประวัติศาสตร์ประมาณสองถึงสามร้อยปีแล้ว เนื่องจากขาดการบูรณะมานาน ก็เลยทรุดโทรมไปมาก”
“ผมมาครั้งนี้ ก็เพื่อจะเชิญศิลปินไป๋ให้มาบูรณะและขยายวัด…”
คุณสวียกฝ่ามือขึ้น และพูดอย่างองอาจ “ขอแค่คุณพยักหน้า ผมสัญญาได้เลยว่าจะให้…งบประมาณห้าสิบล้าน!”
“อ๊ะ!”
เสี่ยวอู๋ตกใจและอิจฉา
จะว่าไปแล้ว ตามธรรมเนียมของวงการนักออกแบบ โครงการที่มีมูลค่าห้าสิบล้าน ค่าออกแบบก็จะอยู่ที่ประมาณร้อยละห้า นั่นก็คือสองล้านห้าแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยชื่อเสียงของไป๋เย่ เก็บค่าธรรมเนียมร้อยละสิบก็เป็นเรื่องปกติมาก
พยักหน้าทีเดียว ห้าล้านก็เข้ากระเป๋า
เงินนี้…
ก็ไม่ได้บอกว่าง่ายหรือยากที่จะหา แต่ก็คุ้มค่าแน่นอน
เสี่ยวอู๋ไม่ได้หวังว่าจะเป็นนักออกแบบชั้นนำของโลกอย่างเผิงไป่ แต่ระดับของไป๋เย่นี้ เขาก็เคยฝันถึง…
“บูรณะวัด?”
ไป๋เย่ทำหน้าเฉยเมย บอกไม่ได้ว่าเป็นความดีใจหรือความผิดหวัง เพียงแค่พูดอย่างสงบ
“ผมนึกว่าคุณสวีหาผมมาเพื่อออกแบบรีสอร์ท วิลล่าซะอีก”
“ถ้าศิลปินไป๋สนใจ แน่นอนว่าสามารถรับผิดชอบธุรกิจด้านนี้ได้”
คุณสวียกศีรษะมองไปรอบๆ และชื่นชมว่า “เท่าที่ผมรู้ คฤหาสน์หลังนี้ของคุณก็เป็นคุณออกแบบและสร้างเอง สวยงามและมีเอกลักษณ์มาก”
“แต่บอกตามตรง โครงการโรงแรม รีสอร์ทต่างๆ เป็นของพันธมิตรของเรา เพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ พวกเขาตัดสินใจหาคนออกแบบและสร้างเอง ผมไม่มีอำนาจเข้าไปยุ่ง แต่ถ้าศิลปินไป๋อยากทำจริงๆ ผมจะแนะนำอย่างสุดความสามารถ”
คุณสวีพูดอย่างตรงไปตรงมา “จะสำเร็จหรือไม่ ผมก็ไม่กล้าพูด แต่เชื่อว่าพันธมิตรก็จะให้เกียรติผมบ้าง ผมบอกได้แค่ว่า ผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น”
“ไม่เป็นไรครับ”
ไป๋เย่โบกมือ ไม่ว่าคำพูดนี้จะจริงหรือเท็จ เขาก็ไม่สนใจที่จะออกแบบรีสอร์ทหรือโรงแรม เมื่อเทียบกันแล้ว เขาอยากรู้มากกว่า
“คุณสวี ตกลงว่ามีเหตุผลอะไรที่ทำให้พวกคุณยอมทิ้งทำเลที่ดีขนาดนั้น และตัดสินใจบูรณะวัดร้าง?”
ถ้าวัดร้างเป็นวัดที่มีชื่อเสียง ก็ย่อมมีคุณค่าที่จะใช้ประโยชน์ได้ ถ้เป็นวัดที่ไม่มีชื่อเสียง รื้อทิ้งไปเลย เกรงว่าหน่วยงานท้องถิ่นและชาวบ้านก็คงจะไม่มีความเห็น
คุณสวีลังเล
รออยู่หลายวินาที ไป๋เย่ก็หัวเราะ “ถ้าไม่สะดวก ก็ถือว่าผมไม่ได้ถามแล้วกัน คำเชิญของคุณก็ค่อนข้างจะกะทันหัน ชั่วขณะหนึ่งผมก็ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจยังไงดี ไม่อย่างนั้น…ให้เวลาผมสักสองสามวัน คิดอย่างจริงจังหน่อยเป็นยังไงครับ?”
“คุณสวีคงจะรู้ว่า ผมมีงานในมืออยู่ไม่น้อย ถ้าเร่งรีบเกินไป ก็จัดเวลาได้ลำบากจริงๆ”
ไป๋เย่พูดอย่างเกรงใจ “ขอโทษด้วยนะครับ โปรดเข้าใจด้วย”
“เข้าใจครับ เข้าใจ”
คุณสวีรีบกล่าว “เกี่ยวกับวัดร้าง มีความ…แปลกประหลาดอยู่บ้าง ที่จริงผมไม่พูด บางทีอีกสองสามวันก็คงจะมีข่าวออกมาแล้ว”
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ตัดสินใจแล้ว “ได้ งั้นผมจะบอกศิลปินไป๋ก่อน หวังว่าพวกคุณจะช่วยเก็บเป็นความลับ อย่าเพิ่งรีบเปิดเผยต่อภายนอก เพราะงานบางอย่างยังอยู่ในระหว่างดำเนินการ ยังไม่ได้ข้อสรุป”
เอ๊ะ?
เฉินต้าอี้และเสี่ยวอู๋ ตาเป็นประกายเล็กน้อย
พวกเขารู้ว่าคุณสวีกำลังเตือนพวกเขา ซึ่งก็ยิ่งทำให้พวกเขาอยากรู้มากขึ้น
“ความแปลกประหลาด?”
ไป๋เย่ตาเป็นประกาย และนึกอะไรบางอย่างออก “หรือว่าตอนที่พวกคุณรื้อวัด มีการค้นพบอะไรพิเศษบางอย่าง?”
“อ่า ศิลปินไป๋คุณ…”
คุณสวีตกตะลึง แล้วก็ตบมือหัวเราะ “นี่คุณเดาออกมาเองนะ ไม่ถือว่าผมเปิดเผยความลับ”
“ขุดเจออะไร?”
ไป๋เย่ยิ้ม และคาดเดา “คัมภีร์? เครื่องราง? หรือของศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาที่หายาก…”
ไม่นึกเลยว่าเขาจะเดาถูกจริงๆ
“เอ่อ…”
คุณสวีหัวเราะฮ่าๆ “จริงๆ แล้วผมก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ กำลังรอข่าวอยู่ แต่สำหรับโครงการแกรนด์แคนยอนแล้ว นี่เป็นข่าวดีอย่างแน่นอน”
จะไม่ดีได้ยังไงล่ะ ไป๋เย่พึมพำในใจ สุสานใต้ดินของวัดฝ่าเหมินเพียงแห่งเดียวก็เพียงพอที่จะหล่อเลี้ยงธุรกิจมากมายไปได้ชั่วชีวิต
(วัดฝ่าเหมิน ชื่อของวัดโบราณที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในประเทศจีน เป็นที่รู้จักจากการค้นพบพระบรมสารีริกธาตุข้อนิ้วพระหัตถ์ของพระศากยมุนีพุทธเจ้า - ผู้แปล)