เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 ศิลปินอัจฉริยะ

บทที่ 1 ศิลปินอัจฉริยะ

บทที่ 1 ศิลปินอัจฉริยะ


“ที่นี่คือที่ไหน”

ไป๋เย่ลืมตาขึ้น ทอดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความมึนงงและตกตะลึง ห้องพักซอมซ่อ ข้าวของวางระเกะระกะไปทั่ว พื้นเต็มไปด้วยขยะ มันไม่มีทางเป็นที่พักหรูของเขาแน่นอน

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่”

“ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่”

ไป๋เย่ยกมือขึ้นกุมขมับที่ปวดตุบๆ แล้วพยายามยันตัวขึ้นจากโซฟา

เขาขมวดคิ้วพยายามรื้อฟื้นความทรงจำ

“เมื่อวาน... หรือก่อนหน้านั้น”

ช่างเถอะ วันนั้นเขาเพิ่งเสร็จสิ้นงานชิ้นใหญ่ของสตูดิโอ ได้รับค่าตอบแทนก้อนโต และยังมีออเดอร์ใหม่เข้ามาอีก

นับว่าเป็นวันดี วันแห่งความสุขของเขา ในฐานะเจ้าของสตูดิโอ เขาย่อมต้องฉลองให้สมเกียรติ ดังนั้น เขาจึงพาพนักงานทั้งหมดไปฉลองกันที่โรงแรมห้าดาว

ไวน์แดง ไวน์ขาว เบียร์ อาหารทะเลชั้นเลิศ เนื้อสัตว์หายาก ทุกอย่างพร้อมสรรพ ค่าใช้จ่ายสำหรับมื้อฉลองเริ่มต้นที่หลักแสน!

แต่ไป๋เย่ไม่สนใจ เขาแค่ต้องการให้ทุกคนมีความสุข จึงสั่งให้ผู้จัดการโรงแรมจัดเต็มทุกอย่าง พนักงานทั้งหลายต่างก็เริงร่า พากันยกแก้วขึ้นมาเสนอให้เขาดื่ม

ไม่มีใครบังคับเขาให้ดื่ม เพียงแต่เขาอารมณ์ดีเกินไป จึงดื่มมากไปหน่อย จากนั้นก็หมดสติไป

พอตื่นขึ้นมา เขาก็พบว่าตัวเองมาอยู่ในห้องที่ไม่คุ้นเคย

“หรือว่าเขาถูกลักพาตัว”

ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัว แต่ไม่นานเขาก็ปัดมันทิ้งไป

ถ้าเป็นการลักพาตัว เขาควรถูกมัดมือมัดเท้า หรืออย่างน้อยต้องมีอะไรบางอย่างจำกัดการเคลื่อนไหว แต่ตอนนี้เขาสามารถขยับตัวได้อิสระ

“แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

ถึงแม้ว่าเขาจะเมาจนไม่ได้สติ แต่พนักงานของเขาไม่น่าจะพากันโง่จนปล่อยให้เขานอนเมาในที่แบบนี้ไม่ใช่หรือ อย่างน้อยก็น่าจะส่งเขากลับบ้าน ถ้าไม่มีลูกกุญแจบ้านเขา ก็ยังสามารถพาเขากลับไปที่สตูดิโอ หรือไม่ก็จองห้องพักที่โรงแรมให้

ทั้งหมดนั้นเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผล

“แต่ทำไมพวกเขาถึงปล่อยให้ฉันมาอยู่ที่นี่”

“ที่นี่เป็นบ้านใคร ทำไมมันถึงโทรมขนาดนี้ แถมยังมีกลิ่นเหม็นอีกด้วย...”

ไป๋เย่ยกจมูกขึ้นพร้อมกับเบ้หน้า เขาสูดกลิ่นเน่าเหม็นของอาหารที่บูดเสีย เมื่อมองหาต้นตอของกลิ่น เขาก็พบถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่กินเหลือวางอยู่บนโต๊ะข้างๆ

ซุปบูดจนเริ่มมีเชื้อราขึ้น... น่าขยะแขยงสิ้นดี!

เขารีบสาวเท้าไปเปิดหน้าต่างให้แสงแดดส่องเข้ามาพร้อมกับเสียงจอแจของผู้คนและการจราจรคึกคัก

ทันทีที่มองออกไปนอกหน้าต่าง ร่างไป๋เย่ก็แข็งค้าง

ทิวทัศน์ที่ปรากฏเบื้องหน้าเต็มไปด้วยตึกสูงเสียดฟ้า ถนนคลาคล่ำไปด้วยผู้คนและรถรา เมืองนี้เต็มไปด้วยความเจริญ

แต่ปัญหาคือ...

เขาไม่รู้จักเมืองนี้เลย!

ทั้งห้องที่เขาอยู่ ทั้งเมืองที่เขามองเห็น ทุกอย่างล้วนแปลกตาไปหมด

“นี่มันอะไรกันแน่”

ความรู้สึกประหลาดเริ่มก่อตัวในใจ และสิ่งที่ทำให้เขาตกใจที่สุดก็คือ... เมื่อเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกหน้าต่างสะท้อนกลับมา

เรือนผมที่ยาวยุ่งเหยิงเหมือนรังนก

ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่ปัญหาคือ... ก่อนหน้านี้ เขายังตัดผมสั้นทรงเปิดข้างอยู่เลย แล้วทำไมตอนนี้ผมถึงยาวปะบ่าได้

ไป๋เย่เริ่มรู้สึกกระวนกระวาย เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องจนพบกระจกเงาบานใหญ่ข้างประตูห้องน้ำ

เขาเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ แล้วก็ต้องอ้าปากค้าง!

ภาพสะท้อนในกระจกคือชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบ ผิวขาวสะอาดสะอ้าน ใบหน้าคมคาย แต่ในแววตามีประกายความหม่นหมองแฝงอยู่เล็กน้อย

นี่มัน... ใครกัน?!

เรือนผมยุ่งเหยิงเหมือนรังนก ไม่เพียงแต่ไม่ลดทอนเสน่ห์ของเขา กลับยิ่งเพิ่มความดุดันและท่าทีไม่ยี่หระต่อสิ่งใดให้ชัดเจนขึ้น

ไป๋เย่ตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดหวั่น

นี่ไม่ใช่เขา!

ต้องเข้าใจก่อนว่า เขาโลดแล่นอยู่ในวงการนี้มานานกว่าสิบปี จากเด็กหนุ่มผู้ใช้หน้าตาหาเลี้ยงชีพในช่วงแรก กลายเป็นชายวัยกลางคนที่พึ่งพาทักษะฝีมือเลี้ยงชีพไปแล้ว

เขารู้ตัวดี...

“แต่ทำไมเขาถึงกลับมาเป็นหนุ่มอีกครั้ง”

ไม่เพียงเท่านั้น ใบหน้าของเขายังเปลี่ยนไปด้วย!

สีหน้าของไป๋เย่เคร่งเครียด ความคิดอันแปลกประหลาดค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในหัว

เปรี้ยง!

ไป๋เย่สะดุ้งเฮือก รีบหันมองไปรอบตัว พยายามหาเบาะแส ซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่กินทิ้งไว้ ขวดน้ำอัดลมที่วางระเกะระกะข้างโซฟา ทุกอย่างพิมพ์ด้วยอักษรจีนแบบย่อ

ค่อยยังชั่ว...

เขารู้สึกโล่งใจขึ้นเล็กน้อย

แต่เดี๋ยวก่อน...ขวดนั้น

ไป๋เย่หยิบขวดขึ้นมาดู สายตาเพ่งมองตัวอักษรที่ฉลาก อ่านรายละเอียดอย่างรวดเร็ว

แล้วทันใดนั้นเอง ดวงตาของเขาหดแคบลง

ขวดเปล่า...ยาในนั้นหมดเกลี้ยง

นี่มัน...ยานอนหลับ!

ลิ้นของเขาชาไปหมด รสขมขื่นแผ่ซ่านไปทั่วช่องปาก เขายกมือขึ้นกดขมับ

ปวดหัวเหลือเกิน...

คำถามนับไม่ถ้วนพุ่งเข้ามาในสมอง แต่กลับมีบางอย่างขัดขวางไม่ให้เขาจำได้ เหมือนกับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาในหัว...

“อย่าถาม...ถ้าถามอีก แกจะต้องตาย!”

ไป๋เย่ขมวดคิ้วแน่น ความรู้สึกปวดหน่วงรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เขากวาดตามองไปรอบๆ และหยุดลงที่ประตูห้อง

เขาตื่นขึ้นมาบนโซฟาในห้องนั่งเล่น ถ้าดูจากโครงสร้างของห้องแล้ว ประตูบานนั้นควรเป็นทางเข้าห้องนอน

เขายื่นมือไปหมุนลูกบิดแล้วเปิดออก

แต่ภายในห้องนั้น...ไม่ได้เป็นห้องนอน

ไป๋เย่ชะงักไปเล็กน้อย หากเทียบกับห้องนั่งเล่นที่เต็มไปด้วยขยะ ห้องนี้กลับสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบสุดขีด มีชั้นวางของ เก้าอี้พับวางเรียงอยู่ที่มุมห้อง โต๊ะทำงานตัวยาว ชั้นเก็บเอกสาร และกล่องใส่ของ ทุกอย่างจัดไว้อย่างเป็นระเบียบ

พื้นห้องสะอาดราวกับไม่มีฝุ่นเกาะแม้แต่นิดเดียว

เพียงประตูหนึ่งบาน แต่ราวกับสองโลกที่แตกต่างกันสิ้นเชิง

ไป๋เย่รู้สึกประหลาดใจ เขาเดินเข้าไปในห้องอย่างเงียบๆ สายตาสะดุดเข้ากับชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยหนังสือ นิตยสาร และเอกสารรายงานมากมาย

เขาหยุดชั่วครู่ ก่อนจะค่อยๆ หยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดอ่าน

เมื่อเห็นปกและเนื้อหาภายใน ราวกับประตูสู่โลกใหม่เปิดกว้างตรงหน้าเขา

ใช่แล้ว...

เขา...ข้ามมิติมาแล้ว!

ปัง!

ไป๋เย่สะบัดหนังสือในมือด้วยความขุ่นเคือง

คนในยุคปัจจุบัน ไม่มีใครไม่รู้จักแนวคิดการข้ามภพ ไม่ว่าจะจากภาพยนตร์ ซีรีส์ การ์ตูน หรือแม้แต่นิยาย หลายคนอาจเคยใฝ่ฝันว่าอยากข้ามภพไปเริ่มชีวิตใหม่ ได้เปลี่ยนแปลงโชคชะตาของตัวเอง

แต่พวกนั้น...ไม่มีวันรวมถึงไป๋เย่!

เขามีชีวิตที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว มีทรัพย์สินมหาศาล บ้านหรู รถแพง กิจการที่ประสบความสำเร็จ เขาไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งนั้น!

บัดซบ!

ไป๋เย่กัดฟันกรอด ไม่รู้ว่าไปทำให้เทพองค์ไหนไม่พอใจ ถึงได้ส่งเคราะห์กรรมนี้มาให้

เขาไม่ได้ทำอะไรผิด!

แล้วแบบนี้จะไปฟ้องใครได้กัน?!

หลังจากอารมณ์ขุ่นมัวอยู่พักใหญ่ ไป๋เย่ก็ถอนหายใจและก้มลงหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านต่อ เขาต้องการเข้าใจว่าโลกใบนี้เป็นเช่นไร และมีความแตกต่างจากโลกเก่าของเขามากน้อยแค่ไหน

แต่หนังสือเพียงเล่มเดียวให้ข้อมูลไม่มากพอ

สายตาของเขากวาดไปรอบๆ ห้อง ก่อนจะพบว่าหนังสือและนิตยสารในห้องนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับศิลปะแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นคู่มือวาดภาพ เทคนิคสีน้ำมัน ศิลปินยุคใหม่ ศิลปะร่วมสมัย และอื่นๆ

หนังสือพวกนี้เป็นเพียงตำราทั่วไป หรือเป็นเอกสารเชิงวิชาการกันแน่

เจ้าของร่างนี้สะสมสิ่งเหล่านี้ไว้ทำไม

เป็นเพียงงานอดิเรก หรือเป็นอาชีพกันแน่

ไป๋เย่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบนิตยสารเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดดู พลิกไปทีละหน้าอย่างตั้งใจ กระทั่งมือของเขาชะงักลงเมื่อเห็นภาพหนึ่งบนหน้ากระดาษ

เขาเห็น “ตัวเอง” บนหน้านิตยสาร

“...ศิลปินอัจฉริยะ!”

ดวงตาของไป๋เย่หรี่ลง ไม่เพียงแต่ภาพถ่ายที่ปรากฏ เขายังพบว่ามีบทสัมภาษณ์ของ “ตัวเขา” อยู่ในนั้นด้วย

จากบทสัมภาษณ์นั้น เขาได้รับรู้ว่าตัวตนของร่างนี้คือใคร

เด็กหนุ่มชื่อไป๋เย่ เป็นจิตรกรแนวนามธรรม ผู้โด่งดังในสาขาภาพสีน้ำมัน เขาสร้างชื่อเสียงตั้งแต่อายุสิบแปด และภายในเวลาเพียงสองปี เขาก็กลายเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ จัดนิทรรศการศิลปะมากถึงสามสิบสองครั้งในหลายประเทศทั่วโลก

ผลงานของเขามีมูลค่าสูงที่สุด ทะลุหลักล้านไปแล้ว

ตัวเลขนี้เป็นสิ่งที่ศิลปินอาชีพมากมายใฝ่ฝันถึง แต่ไม่ใช่ทุกคนจะไปถึงจุดนั้นได้

อายุยังน้อยแต่มีชื่อเสียงโด่งดัง ชีวิตที่เต็มไปด้วยแสงสีและความสำเร็จ

ไป๋เย่ประหลาดใจเล็กน้อย เขาวางนิตยสารลง แล้วหยิบหนังสือพิมพ์และวารสารอื่นๆ ขึ้นมาเปิดดู และเป็นเช่นที่คาดไว้ ทุกฉบับล้วนมีข่าวเกี่ยวกับเขา

แต่...

ไป๋เย่สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล

แม้ว่าเขาจะไม่มีความทรงจำของเจ้าของร่างนี้ แต่จากสภาพแวดล้อมของห้องนั่งเล่น และขวดยาที่ว่างเปล่า เขาสามารถสรุปได้เพียงอย่างเดียว

เจ้าของร่างนี้กินยานอนหลับเกินขนาดจนเสียชีวิต

ไม่มีข้อกังขาใดๆ นี่คือการฆ่าตัวตาย

เด็กหนุ่มผู้มีชื่อเสียงระดับประเทศ ดาวรุ่งแห่งวงการศิลปะ

ทั้งๆ ที่มีอนาคตสดใสขนาดนี้ ทำไมถึงเลือกจบชีวิตตัวเอง

นี่เป็นปริศนาที่ใหญ่ที่สุดสำหรับไป๋เย่

จบบทที่ บทที่ 1 ศิลปินอัจฉริยะ

คัดลอกลิงก์แล้ว