เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ

บทที่ 22 ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ

บทที่ 22 ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ


บทที่ 22 ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ

โซล ประสบความสำเร็จได้รับมอบหมายให้แยกชิ้นส่วนศพ ในห้องเก็บศพ 3

อีกทั้งโซลยังได้รับเสื้อคลุมหนังจากอาจาร์ยแคซ

แม้มันจะอับชื้นนิดหน่อย แต่เขาก็ไม่ต้องกังวลว่าเลือดเนื้อจะกระเด็นใส่อีกต่อไป แถมยังทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย

อาจาร์ยแคซยังได้ขอให้โซลมาที่ห้องเก็บศพนี้ เพื่อทำงานในทุก ตี 3 - 7 โมง ของทุกวัน และที่นี่ไม่สามารถเอาอะไรออกไปได้ รวมถึงชิ้นส่วนศพ

โซล ไม่ต้องไปที่ห้องทดลองอีกต่อไป ซึ่งก็ไม่สามารถทำอะไรได้

หากเขาส่งชิ้นส่วนศพได้มากขึ้น เขาก็จะได้รับรางวัลเพิ่มเติม อาจาร์ยแคซเชื่อว่าด้วยความสามารถโซล เขาจะต้องได้คะแนนเกิน 3 แต้มอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงเพิ่มรางวัลพิเศษเพื่อสนับสนุนให้โซลทุ่มเทกับงาน

นับว่าเป็นผลตอบแทนที่สูงมากสำหรับ พ่อมดฝึกหัดระดับ 1

โดยปกติแล้ว พ่อมดฝึกหัดหน้าใหม่ จะถือว่าเป็นพ่อมดฝึกหัดระดับ 1 อย่างเป็นทางการ หลังจากที่เขาได้เรียนรู้วิชาพื้นฐานทั้งหมดแล้วเท่านั้น

นอกเหนือจากการได้รับคะแนนจากการทดสอบประจำเดือน ส่วนที่เหลือ พ่อมดฝึกหัดต้องได้รับงานมอบหมายงานจากอาจาร์ยจึงจะได้รับคะแนนเพิ่มขึ้น

แม้ว่าหอคอยพ่อมดจะใหญ่ แต่งานภายในที่เหมาะกับพ่อมดฝึกหัดนั้นมีจำกัด

งานที่ปลอดภัยมักได้รับคะแนนเพียง 1-3 แต้มต่อเดือน ในขณะที่งานที่อันตรายอาจได้รับคะแนน 4-7 แต้ม

โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากได้รับคะแนน 7 แต้ม นั้นหมายความว่าแม้แต่พ่อมดฝึกหัดระดับ 1 ที่อยู่มานานก็อาจตายได้

หากไม่มีวิธีเอาตัวรอด คนปกติที่ไหนจะยอมรับมัน

งานของโซลก็ยังมีความเสี่ยงอยู่บ้าง

ตามที่อาจาร์ยแคซบอก ศพที่ถูกส่งต่อให้โซลได้ผ่านการตรวจสอบมาแล้ว 2 รอบ

ผู้รับผิดชอบคนแรก อันตรายที่สุดก็คือพ่อมดฝึกหัดระดับ 2 ซึ่งต้องพยายามอย่างเต็มที่เพิ่มกำจัดอันตรายออกจากศพ

ผู้รับผิดชอบคนที่ 2 คือพ่อมดฝึกหัดระดับ 1 หน้าเก่า เขาเรียนรู้วิชาพื้นฐานของพ่อมดฝึกหัดและรู้จักเวทมนตร์ระดับ 0 สามารถป้องกันตัวเองและยังสามารถคัดแยกชิ้นส่วนศพที่ประโยชน์ได้อีกด้วย

และโซล ที่ต้องอาศัยจิตสัมผัสของเขาในห้องเก็บศพ ทำการแยกศพรอบสุดท้าย

แม้ว่ารอบที่ 3 จะมีความเสี่ยงน้อยกว่า แต่คะแนนที่ได้รับก็น้อยลงเช่นกัน แต่หากเขาทำถึงเป้าในทุกๆ วัน มันมีความเป็นไปได้ที่เขาจะได้คะแนนถึง 6 แต้ม

สิ่งสำคัญก็คือความเชี่ยวชาญ

อาจาร์ยแคซ ไม่เข้าใจว่าทำไมโซลถึงสัมผัสได้ถึงพลังพิเศษต่อศพ แม้ว่าการรับรู้ธาตุมืดของเขาไม่ได้แข็งแกร่งเลยซักนิด

เขาสามารถบอกได้เลยว่า โซลมีสัมผัสที่ไวต่อวิญญาณเป็นพิเศษ

ธาตุมืดแม้สัมผัสต่อวิญญาณจะต่ำ มันจะเน้นไปทางภูติผีซะมากกว่า

โซล ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาเห็นแสงเหล่านั้นผ่านการทำสมาธิ แต่ไม่สำคัญว่าเขาจะเข้าใจหรือไม่ แต่เขาไม่ได้หยุดใช้มัน

เขาอาจสามารถหาเวลาคุยกับเคลี ว่าความเร็วในการทำสมาธิแตกต่างกันหรือไม่?

ในฐานะที่เป็นพ่อมดฝึกหัดหน้าใหม่ เขาต้องสังเกตทุกสิ่งทุกอย่าง เห็นได้ชัดว่ารุ่นพี่และอาจาร์ย ซึ่งเป็นผู้นำไม่เต็มใจที่จะมอบความรู้ให้ฟรี

ภายใต้การแนะนำของอาจาร์ยแคซ โซล ทำงานวันแรกได้อย่างราบรื่น ทำความคุ้นเคยกับห้องเก็บศพ หมายเลข 3

อาจาร์ยแคซพบว่าเมื่อเขาทำงานได้ จึงให้ความสนใจและให้คำแนะนำแก่โซล

เขาพบว่าพรสวรรค์ด้านพลังจิตของโซลนั้น ยอดเยี่ยมอย่างมาก แถมเขายังเรียนรู้ในการวาดอักษรรูนได้อย่างรวดเร็ว และสามารถทำสมาธิได้อย่างชำนาญ

แม้ว่าโซลจะมีพรสวรรค์ที่ดี ในการเรียนรู้ภาษาโนอาร์

แต่หากเขามีความสามารถเพียงแค่นี้ เขาสามารถเป็นได้เพียงคนธรรมดาทั่วไปเท่านั้น

เขาก็กลายเป็นเพียงแค่พ่อมดที่ใช้เวทมนตร์ไม่ได้ มันเหมือนอาวุธที่ไม่มีคม ไม่สามารถสังหารใครได้ เป็นเพียงของเล่นให้คนอื่นใช้งานเท่านั้น

เว้นแต่เขาจะสามารถออกผจญภัย หรือ ได้รับการเปลี่ยนแปลงร่างกายของพ่อมด

แต่ในการเปลี่ยนแปลงร่างกายของพ่อมด มีอัตราการตายสูงมากแม้แต่พ่อมดฝึกหัดระดับ 2 แล้วพ่อมดฝึกหัดระดับ 1 จะมีโอกาสประสบความสำเร็จเท่าไหร่กัน?

ความหวังแทบจะไม่มีเลย

มันจึงทำให้ความสนใจของอาจาร์ยแคซค่อยๆลดน้อยลง

ผ่านไปไม่นาน เขาก็ทิ้งให้โซล อยู่ในห้องเก็บศพเพียงลำพัง และเตือนเขาว่าอย่าออกมาชั้นที่ 2 ของหอคอยตะวันออกก่อน 8 โมงเช้า ทางที่ดีคืออย่าอยู่ในหอคอยตะวันออก

โซล กล่าวลาอาจาร์ย ปิดประตู ก่อนจะหันหลังกลับไปยังสายพาน

เขาสงบสติอารมณ์อยู่พักหนึ่ง

ตอนนี้เขาอยู่ที่นี่เพียงคนเดียว จึงต้องใช้ความกล้าในการดึงคันโยกเพื่อนำศพออกมา

โซล จับคันโยกอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะดึงออกมา

สายพานลำเลียงส่งเสียงดังกึกก้อง แต่รออยู่นานก็ไม่มีร่างใหม่ปรากฏขึ้น

โซลรู้สึกแปลกๆ จึงดึงคันโยกอีกครั้ง

แต่ก็ยังไม่มีอะไร

ในตอนนั้น โซลรู้สึกไม่สบายใจ เขาต้องการดึงมันเป็นครั้งที่ 3

เสียงของชายคนหนึ่งก็ดังออกมาจากพู่สีดำ

"หยุดได้แล้ว วันนี้ไม่มีเหลือแล้ว"

"เข้าใจแล้วขอรับ"

"เจ้าต้องดูแสงไฟเทียน ถ้ามันเป็นสีขาวแสดงว่ามีศพอยู่"

เทียนแท่งเล็กๆบน พู่สีดำ รูปลักษณ์ของมันไม่ต่างจากผนัง

แต่ในขณะที่แสงเทียนทั้งหมดกำลังเปลี่ยนเป็นสีขาว แต่เทียนเล่มนี้กับดูสลัวๆ ราวกับจะดับ

อาจาร์ยแคซไม่ได้บอกโซลเกี่ยวกับเรื่องนี้ อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้รับผิดชอบงานนี้โดยเฉพาะ ดังนั้นจึงไม่รู้ขั้นตอนบางอย่าง

เมื่อไม่มีงานทำ โซลก็ไม่อยากอยู่ที่นี้อีกต่อไป เขาจึงรีบจากไป

เมื่อเขาจากไป ชายร่างใหญ่ที่อยู่สุดปลายทางเดินก็ ยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นราวกับคนตาย

แต่โซล สังเกตเห็นว่าจมูกของเขากระตุก

น่าจะยังมีชีวิตอยู่

วันที่ 2 ของการเป็นพ่อมดฝึกหัดผ่านไปอย่างราบรื่น เมื่อเทียบกับวันแรก

วันพรุ่งนี้ในชั้นเรียน โซล ได้พบกับ เคลี

"ตอนนี้ข้ามีคริสตัลเวทมนตร์ 10 ชิ้นแล้ว"

"เจ้าจะจ่ายคืนแล้วงั้นหรือ?"

"เจ้าจะเอาคะแนน 1 แต้ม หรือคริสตัลเวทมนตร์ 10 ชิ้น?"

เคลี เบิกตากว้าง "เจ้าได้งานแล้วงั้นหรือ?"

"เมื่อวาน ข้าได้ยินจากท่านอาจาร์ยว่านอกเหนือจากการทดสอบประจำเดือนที่จะได้รับคะแนนแล้ว พ่อมดฝึกหัดยังสามารถทำงานในหอคอยเพื่อให้ได้รับคะแนนเหล่านั้นอีกด้วย" นางจับคาง

"แต่อาจาร์ยของข้าไม่อนุญาตให้ข้าหางานทำ"

"งั้นข้าตกลงแลก ตอนนี้ข้าไม่มีคะแนนอยู่ในมือเลย"

ที่เขาไม่อนุญาตให้เจ้าทำงานก็เพราะเจ้าสามารถผ่านการทดสอบได้อย่างสบายๆโดยไม่ต้องทำงานหน่ะสิ โซลอดไม่ได้ที่จะรู้สึกขมขื่นในใจ แต่เขาก็รีบเก็บอาการ "เจ้าต้องการคะแนนหรือคริสตัวเวทมนตร์"

"แน่นอน ต้องเป็นคะแนนอยู่แล้ว" เป็นธรรมดาที่มันไม่สามารถแลกเปลี่ยนในชั้นเรียนได้

พวกเขาต้องไปห้องทะเบียนข้างห้องสมุด บนชั้นที่ 9 ของหอคอยตะวันออก เพื่อโอนคะแนนให้กับเคลี

พวกเขาหันมาสนใจชั้นเรียนอีกครั้ง

ในวิชาสมาธิ ครั้งที่ 2 อาจาร์ยโมนิก้า ไม่ได้ปรากฏตัวขึ้น แต่ถูกแทนที่ด้วย แม่มดฝึกหัดระดับ 2

นางได้บอกความรู้ใหม่ๆ จากนั้นก็เริ่มนั่งสมาธิ

พ่อมดฝึกหัด ที่ออกมาข้างหน้าพร้อมกับคริสตัลเวทมนตร์เพื่อถามคำถาม จ้องไปยังนางด้วยสายตาที่เย็นชา

ชั้นเรียนนี้จึงกลายเป็นชั้นเรียนที่ต้องเรียนด้วยตัวเอง

เมื่อไม่มีคนสอน พ่อมดฝึกหัดจึงเริ่มรวมตัวกันพูดคุย

ห้องเรียนค่อยๆ เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย

เคลี ยังคงนั่งอยู่ข้างๆ โซล

โซล มองไปยังภาพทำสมาธิมนุษย์และสัตว์ประหลาดในหนังสือของเขา ทันใดนั้นหัวใจของเขาก็สั่นสะท้าน เขานึกถึงคำถามเมื่อวาน

"เคลี เจ้าใช้ภาพไหนในการทำสมาธิ"

"ข้าใช้ดอกไม้แห่งอาณาจักรลี้ลับ ในหน้าที่ 3"

"แล้วเจ้าสามารถทำสมาธิโดยไม่มี ลูกแก้วคริสตัลได้หรือไม่?"

"ข้าทำไม่ได้ ท่านอาจาร์ยบอกว่า เจ้าจะสามารถทำสมาธิได้อย่างอิสระ ก็ต่อเมื่อพลังจิตของเจ้าไปถึงพ่อมดฝึกหัดระดับ 2 แล้วเท่านั้น" เคลี รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย

"เจ้าทำสมาธิได้อย่างอิสระแล้วงั้นเหรอ?"

โซล ส่ายหัว "ข้าทำได้ แต่มันยังไม่สมบูรณ์ ข้าไม่สามารถดูดซับพลังธาตุได้ ทำได้เพียงรักษาจิตใจให้มั่นคงเท่านั้น"

"น่าทึ่งจริงๆ" เคลี ยกนิ้วให้ "ถ้าข้าทำสมาธิโดยไม่มีลูกแก้ว ตัวข้าจะเห็นเพียงลายเส้นที่ยุ่งเหยิง"

นางโน้มตัวเข้ามา และถามว่า "เจ้าใช้ภาพไหนในการทำสมาธิกัน?" เคลี มองไปที่เขาด้วยความสงสัย พลางพลิกหนังสือดู "เหตุใด หนังสือของเขาจึงแตกต่างกัน ทำไมข้าไม่มีหน้านี้"

จบบทที่ บทที่ 22 ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ

คัดลอกลิงก์แล้ว