- หน้าแรก
- วันสิ้นโลก: ขบวนรถไฟสู่รุ่งอรุณ
- บทที่ 25: วิงวอน
บทที่ 25: วิงวอน
บทที่ 25: วิงวอน
บทที่ 25: วิงวอน
“ยังไม่ทันถึงร้อยกิโล นายก็เจอกลุ่มโจรสองกลุ่มแล้วนะ คิดเหรอว่าจะโชคดีแบบนี้ตลอด? แล้วก็...พวกนายมีแค่สองคน ผู้หญิงที่อยู่กับนายดูยังไงก็สู้ซอมบี้ตัวเดียวไม่ได้ แล้วถ้าฝูงซอมบี้ล่ะ? มีเครื่องทำความร้อนไหม? เรดาร์? หยุดรถแล้วมีระบบเฝ้ายามรึเปล่า? ระบบป้องกันล่ะ? ขนเสบียงง่ายก็จริง แต่ขนเครื่องจักรล่ะ?”
“แล้วอีกเรื่อง! มนุษย์มันบอบบาง จะทำยังไงถ้าใครสักคนติดเชื้อ หรือป่วย? ต้องใช้หมอกับยาปฏิชีวนะใช่ไหม? ขาดวิตามินนาน ๆ ก็ต้องกินผักผลไม้ นายมีระบบการแพทย์ไหม? มีชุดกลจักรช่วยแรงไหม? มีระบบซ่อมแซม? โดรนลาดตระเวน? แล้วถ้าเจอธารน้ำแข็งล่ะ มีเกราะเจาะน้ำแข็งไหม? ถ้ารางพังล่ะ? ต้องใช้เหล็ก รถรางเล็ก และระบบยกรางด้วยใช่ไหม? นายรับมือไหวรึเปล่า? บอกตรง ๆ โปรเจกต์รถไฟไร้ขีดจำกัดของนายน่ะ แค่พันกิโลก็พังพินาศแล้ว เกมโอเวอร์ ลาก่อน!”
น้ำเสียงคิกิเข้มขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาเบิกกว้าง หน้าแดงด้วยความโมโห เธอกัดฟันแน่นขณะระบายความหงุดหงิด การที่หลินเซียนเมินโปรเจกต์รุ่งอรุณ แล้วมัวแต่หมกมุ่นกับรถไฟของตัวเองทำให้เธอหงุดหงิดสุดขีด
เหมือนเธอเริ่มจนมุม สีหน้าจริงจังขึ้น หันไปมองมีดที่แขวนอยู่เหนือหัว พูดด้วยน้ำเสียงเร่งเร้า
หลินเซียนกลับนิ่งไป แต่ไม่ใช่เพราะโกรธ ดวงตาเขากลับเปล่งแสงด้วยความสนใจที่เพิ่มขึ้นทุกวินาที
“เดี๋ยวนะ...ช้าก่อน ระบบเฝ้ายาม ระบบป้องกัน เรดาร์ เครื่องจักรขนย้าย ระบบแพทย์ ชุดกลจักร ระบบซ่อม โดรน...มีอะไรอีก?!”
เขาเริ่มตื่นเต้น ความคิดพรั่งพรู พลังจักรกลในตัวเขาราวกับได้รับแรงบันดาลใจชุดใหญ่
คิกิอ้าปากค้าง มองเขาเหมือนคนเพี้ยน เธอเพิ่งสาดน้ำเย็นใส่แผนเขาจนเปียกโชกจากหัวจรดเท้า แต่แทนที่เขาจะโมโห กลับตื่นเต้นเหมือนจะเอาไปทำตามทุกอย่างที่เธอด่า
“นาย...เข้าใจที่ฉันพูดไหมเนี่ย?!”
“เข้าใจสิ เธอกำลังบอกว่าฉันควรเตรียมระบบพวกนั้นไว้ให้รถไฟเร็วขึ้น เสถียรมากขึ้นใช่ไหม?” หลินเซียนตอบหน้าตาย “หรือเธออยากแนะนำให้ติดตั้งปืนแม่เหล็กไฟฟ้า(เรลกัน)กับระบบหุ่นยนต์บนรถไฟด้วย?”
“นายนี่มัน—!”
“พูดจบแล้วใช่ไหม? งั้นก็ลาก่อน” เสียงเย็นเฉียบ สีหน้าของเขาเปลี่ยนทันควัน ราวกับไม่ใช่คนเดิม
“เฮ้ เดี๋ยว! เดี๋ยวสิ!” คิกิร้องเสียงหลง พอเห็นหลินเซียนลุกขึ้นแล้วเตรียมจะโยนเธอออกจากรถไฟจริง ๆ เธอก็หน้าซีดเผือด ตะโกนเสียงสั่น “พี่! พี่ชาย! พูดกันก่อนไม่ได้เหรอ! ก็ได้ก็ได้ ฉันยอม! ฉันจะ...ฉันจะทำเหมือนยัยนั่นก็ได้...ยอมให้นายนอนกับฉัน!”
สีหน้าหลินเซียนมืดทันที
“เมื่อกี้ว่าไงนะ?”
คิกิกลอกตามองหาทางหนี ตอบอ้อมแอ้ม
“ก็...แต่ต้องรออีกไม่กี่เดือนนะ ถึงฉันจะอายุครบสิบหก ไม่งั้น...มันก็จะเข้าข่ายล่วงละเมิดเยาวชน…”
“ขอโทษนะ...ไม่มีนม ไม่มีตูด ไม่ใช่สเปกฉัน” หลินเซียนพูดนิ่ง ๆ
“หา!?”
...
รถไฟไร้ขีดจำกัดแล่นทะยานไปตามรางเจียงหยู ภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น ร่างมันเคลื่อนผ่านด้วยความเฉียบคมแบบจักรกลที่งดงาม
ในตู้โดยสารหมายเลขสาม อากาศเหมือนถูกตรึง
แกร๊ง!
เสียงไฮดรอลิกประตูท้ายตู้ดังขึ้น
หลินเซียนเดินกระแทกเท้า เปิดประตูท้ายออกกลางทาง ก่อนจะคว้าคิกิเหมือนไก่ตัวเล็ก ยกขึ้นข้างคอแล้วลากไปยังท้ายตู้
“ข้างนอกน่าจะปลอดภัยกว่าตัวเมืองนะ โชคดีล่ะ” เขาพูดเรียบเย็น เตรียมโยนเธอลงจริง ๆ
“เดี๋ยวก่อน!!”
คิกิหวีดร้อง สีหน้าซีดเผือด ตะเกียกตะกายสุดแรง
“พี่หล่อ พี่หล่อ...อย่าเพิ่งโยนสิ! จะเอาเงื่อนไขอะไรพูดมาเลย! ต่อรองกันได้!”
หลินเซียนคลายมือเล็กน้อย สีหน้าเย็นชาจนไร้ความเป็นมนุษย์
“เธอคิดว่าตัวเองมีค่า? ขโมยอาหาร วางแผนซุ่มทำร้ายฉัน แต่ฉันยังไม่ฆ่าเธอ แค่นั้นก็เกินพอแล้ว”
แม้รู้ดีว่าโยนเธอลงไปตอนนี้...เท่ากับฆ่าเธอโดยตรง แต่เขาไม่แคร์เลยสักนิด
“ฉันมีค่า!” ดวงตาคิกิเปล่งประกายด้วยความตื่นกลัว “ฉันบอกแล้วไงว่าฉันเป็นใคร! แค่เก็บฉันไว้ นายจะได้เสบียงเป็นตัน!”
“ฉันบอกไปแล้ว” หลินเซียนยิ้มบาง ๆ เย็นยะเยือก “ฉันไม่สนใจข้อเสนอของเธอ”
“พูดจริงนะ!”
“ไม่จำเป็น”
“อย่าเพิ่ง!”
หลินเซียนหลับตา สูดหายใจลึก ใจเย็นลงก่อนสั่งให้หัวใจจักรกลสั่งรถไฟชะลอความเร็ว
กรี๊ดดดด—
เสียงเบรกดังสะท้อนราง รถไฟเริ่มชะลอลง หลินเซียนจ้องคิกิด้วยสีหน้ามืดมน บังคับให้เธอถอยหลังไปใกล้ขอบประตู
“ลงไปซะ” เสียงของเขาเย็นเฉียบ
คิกิชะงักค้าง เมื่อรู้ว่าหลินเซียนหยุดรถไฟจริง ๆ ความกลัวแล่นเข้าจู่โจมจนดวงตาโต ๆ ของเธอเริ่มคลอไปด้วยน้ำตา เธอมองเขาด้วยแววตาขุ่นเคือง ก่อนจะเบือนหน้าหนี เดินไปยังขอบตู้โดยไม่พูดอะไร แต่พอถึงจุดสุดท้าย เธอกลับหยุด หันกลับมา จ้องเขาด้วยสายตาตื่นตระหนก กัดริมฝีปากแน่น ก่อนถามเบา ๆ
“นี่นายกำลังทดสอบฉันอยู่ใช่ไหม?”
หลินเซียนขมวดคิ้ว “พูดเรื่องอะไรของเธอ?”
สายตาคิกิเย็นลงทันที “นายกำลังทดสอบความสามารถของฉันอยู่ ไม่ใช่เหรอ?”
รูม่านตาหลินเซียนหดเล็กน้อย แต่เขายังเงียบ
พอเห็นว่าเขาไม่ตอบ สีหน้าคิกิก็เปลี่ยนอีกครั้ง ความหวาดกลัวในดวงตาค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยแววเจ้าเล่ห์ เธอมองเขาด้วยความสนใจ ทั้งที่น้ำตายังเปื้อนหน้า แต่เธอกลับหัวเราะเบา ๆ อย่างมีเลศนัย
“ถ้านายจะฆ่าฉันจริง ๆ นายน่าจะทำไปตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ใช่เหรอ? นายแค่อยากลองใจฉันเท่านั้น ใช่ไหม?”
เหมือนเธอเพิ่งเข้าใจอะไรบางอย่าง ร่างเล็กของคิกิเชิดหน้าขึ้น เดินตรงเข้ามาหาหลินเซียน หยุดยืนต่อหน้าเขาด้วยท่าทางมั่นใจ
“นายรู้ใช่ไหม ว่าฉันมีพลัง”
“แน่ใจเหรอ?” หลินเซียนยิ้มบาง ๆ
“แน่นอนอยู่แล้ว” คิกิตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “นายก็เห็น ฉันรอดจากเฮลิคอปเตอร์ตก แล้วยังเดินทางผ่านความมืดมาถึงที่นี่โดยไม่โดนสัตว์ประหลาดหรือแมลงยักษ์ฆ่าตาย ถ้าฉันไม่มีพลังจริง ฉันจะรอดมาได้ยังไง? นายถึงสนใจฉัน ใช่ไหม? ถึงได้แกล้งโยนฉันเพื่อทดสอบกันแบบนี้น่ะ!”
หลินเซียนจ้องเด็กสาวตรงหน้า...หน้าตาไม่เกินสิบหกปี แต่กล้าเจรจา เล่นกล และพลิกบทบาทราวมืออาชีพ เขายังคงนิ่งเฉย แต่ในใจกลับปั่นป่วน
...เธอพูดถูก
ถ้าเป็นคนอื่น ป่านนี้เขาฆ่าทิ้งไปนานแล้ว
คืนนั้น ตอนที่เธอมาขอความช่วยเหลือ เขาไม่แม้แต่จะคิดช่วยด้วยซ้ำ
แต่การที่เธอสามารถรอดชีวิตจากโลกมืดที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาด แล้วฝ่ามาถึงหน้าประตูเขาได้ มันเหนือความคาดหมายโดยสิ้นเชิง แรงกระแทกจากคืนนั้นยังฝังอยู่ในหัวของเขา ถ้าคิกิไม่แสดงพลังจนพังประตูเข้ามา เขาก็ไม่มีทางเสี่ยงให้ขึ้นรถไฟด้วยแน่
แต่ตอนนี้...กลับไม่มีวี่แววว่าเธอจะใช้พลังนั่นเลยซักนิด
‘ทำไมยังไม่ใช้? ลองใจฉันอยู่รึเปล่า?’
แม้จะไม่สนใจทั้งโครงการรุ่งอรุณและเด็กหน้าอกแบน แต่พลังลึกลับที่เธอปล่อยออกมาวันนั้นยังติดอยู่ในใจเขา
...และนั่นคือเหตุผลที่เขายังไม่ฆ่าเธอทันที
เขากำลัง “ลองใจเธอ” เช่นกัน
คิดถึงจุดนี้ สีหน้าหลินเซียนเย็นลงทันควัน รอยยิ้มจาง ๆ ที่เคยอยู่บนหน้า หายไปเหมือนไม่เคยมี
“เธอเองก็ทดสอบฉันอยู่เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”
“อะไรนะ?” รอยยิ้มของคิกิแข็งค้าง
“ตอนแรกก็ทำเป็นไร้เดียงสา หวังจะดูว่าฉันเป็นพวกโรคจิตหรือเปล่า พอไม่เวิร์กก็เปลี่ยนกลยุทธ์ เสนอผลประโยชน์ ต่อรองสารพัด เอาเข้าจริง...เธอแค่อยากรู้ว่าฉันอันตรายแค่ไหน ถูกไหม?”
เขาค่อย ๆ ดึงมีดสั้นออกมาจากข้างเอว สีหน้าไร้อารมณ์
“ถ้าเธออยากรู้ว่าขีดจำกัดของฉันอยู่ตรงไหน...ฉันจะบอกให้เอง”
ทันใดนั้น หลินเซียนพุ่งเข้าหาเธอ มีดในมือแทงออกด้วยความเร็วเต็มกำลัง
คิกิหน้าเผือด รูม่านตาหดวูบ เธอถอยหลังสุดแรงแต่ไม่มีที่ไป เธอหลับตาแน่น ยกมือขึ้นป้องหน้า ตะโกนลั่น
“หยุด! หยุดนะ! ฉันยอมแล้ว! ฉันจะพูด! ฉันจะเล่าทุกอย่าง!”
ฉัวะ!
ทุกอย่างเงียบสนิท คิกิรู้สึกเหมือนแม้แต่ลมหายใจตัวเองก็หยุดไปชั่วขณะ เธอลืมตาขึ้นช้า ๆ แล้วพบว่าปลายมีดจ่ออยู่ห่างหน้าเธอไม่ถึงคืบ
สีหน้าหลินเซียนไร้อารมณ์ ดวงตาเย็นเฉียบ เขาลงแรงเต็มที่ในจังหวะเดียว ถึงขั้นกระตุ้นพลังปืนใหญ่อากาศโดยไม่พูด แต่...แม้จนถึงจุดวิกฤตสุด เธอก็ยังไม่ใช้พลังอะไรกลับมาเลย
‘มันไม่สมเหตุสมผล’
เขายังคงจ้องเธอด้วยแววตาสงสัย
สุดท้าย หลินเซียนถอนหายใจเบา ๆ กดกลั้นความรู้สึกที่พลุ่งพล่าน
“พูดมา” เสียงของเขาเย็นเฉียบ