เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1: โปรเจกต์รถไฟไร้ขีดจำกัด

บทที่ 1: โปรเจกต์รถไฟไร้ขีดจำกัด

บทที่ 1: โปรเจกต์รถไฟไร้ขีดจำกัด


บทที่ 1: โปรเจกต์รถไฟไร้ขีดจำกัด

บ่ายวันหนึ่งในเมืองเจียง แสงอาทิตย์อ่อนโยนส่องลงมาเคล้าลมเบาเย็นสบาย

บนระเบียงของอพาร์ตเมนต์สูง แสงวาบจาง ๆ แลบขึ้นชั่วขณะ ชายคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมองดวงอาทิตย์ ก่อนจะก้มลงดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือ แล้วปิดม่านบังแสงของกล้องดูดาว

เบื้องล่าง เมืองทั้งเมืองทอดตัวอยู่ใต้เมฆหนา ในความเงียบงันอันผิดปกติ บนขอบฟ้า มวลเมฆก้อนใหญ่ลอยนิ่งราวภูเขา ไม่เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย

ปี๊บ ปี๊บ

เสียงแจ้งเตือนดังจากนาฬิกา

ห้าโมงเย็น ยังเหลืออีกชั่วโมงครึ่งก่อนจะถึงเวลาตกค่ำ

ชายหนุ่มลากโซ่เหล็กเส้นหนึ่ง ดึงบานเกล็ดเหล็กผสมชนิดพิเศษให้เลื่อนขึ้นมาปิดหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้อง ห้องทั้งห้องพลันมืดลง แสงอาทิตย์ลอดผ่านช่องระหว่างแผ่นเกล็ดเป็นลำเส้นบาง ๆ ทาบลงบนห้องนั่งเล่นที่อัดแน่นไปด้วยเสบียง

บึ๊ซ... บึ๊ซ...

เสียงประหลาดบางอย่างดังแว่วมา ทำให้ชายคนนั้นหยุดมือ เงี่ยหูฟัง

แค่ชั่ววูบเดียว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที

เขาคว้ามีดสั้นสำหรับป้องกันตัว ติดไว้ที่เอว แล้วก้าวออกจากห้องอย่างระมัดระวัง มุ่งหน้าขึ้นไปบนดาดฟ้า

เสียงเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งดังแว่วมาแต่ไกล ใบพัดขนาดใหญ่กรีดอากาศด้วยเสียงที่ดังกึกก้องขึ้นเรื่อย ๆ

ฟุ่บ!

ชายหนุ่มคว้าท่อประปายาวเส้นหนึ่งจากไหนไม่รู้ ผูกผ้าขี้ริ้วสีส้มไว้ที่ปลาย แล้วโบกสะบัดอย่างแรง

ภายในเฮลิคอปเตอร์ เด็กสาวคนหนึ่งที่สวมเฮดโฟนเห็นแสงวาบของสีส้มผ่านหน้าต่าง เธอลากนิ้วเบา ๆ ไปบนกระจก

“คุณเหวิน?”

นักบินที่นั่งอยู่ด้านหน้าหันมาถามด้วยน้ำเสียงลังเล หลังเห็นสัญญาณผ้าสีส้มบนดาดฟ้า

ชายที่ถูกเรียกว่า "คุณเหวิน" เป็นชายวัยกลางคนในชุดสูทเรียบหรู เขามองออกไปนอกหน้าต่างแวบหนึ่ง แล้วหลับตาลงด้วยสีหน้าเย็นชา พูดเสียงเรียบว่า

“ฝันไปเถอะ ใครจะไปสนชีวิตของพวกคนชั้นล่างกัน?”

นักบินเงียบไปทันที

แต่เพราะสายตาของเด็กสาวคนนั้น คุณเหวินจึงขึ้นเสียงพูดต่อ

“เป็นอะไร? สงสารขึ้นมาเหรอ?”

“จำไว้นะ พวกมันไม่ใช่พวกเดียวกับเรา ต่อให้พรุ่งนี้โลกจะแตก เราก็จะเป็นพวกสุดท้ายที่ตาย เข้าใจมั้ย?”

“เชอะ”

เด็กสาวเพียงปรายตามองไปนอกหน้าต่าง ดวงตาเย็นชาราวกับไม่คิดจะแยแสคำพูดนั้นเลยแม้แต่น้อย

ฟู้วว~

เฮลิคอปเตอร์พุ่งผ่านเหนือศีรษะไปในพริบตา

ชายหนุ่มที่อยู่บนดาดฟ้าเฝ้ามองภาพนั้น ค่อย ๆ ลดท่อน้ำลง ก่อนจะจ้องมองไปไกลลิบด้วยแววตาครุ่นคิด

“บัดซบ... เครื่องบินดีขนาดนี้ เสียดายฉิบหาย...”

...

วู้วววว !!

ไม่กี่นาทีให้หลัง เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังลั่นภายในเฮลิคอปเตอร์

“เตือน! เครื่องกำลังหยุดลอยตัว!”

“เกิดอะไรขึ้น?!”

“เราสูญเสียแรงยกอย่างกะทันหัน! อาจเป็นกระแสลมวนประหลาด!”

สีหน้าของนักบินร่วมหนุ่มเปลี่ยนไปทันที รีบควบคุมการทรงตัว

เหตุการณ์ปัจจุบันทันด่วนทำให้ทุกคนแตกตื่น

“นี่เรากำลังลอยอยู่กลางอากาศ! แถมยังเป็นตอนกลางวัน!? จะบอกว่า... เจอผีเหรอ?!” ชายวัยกลางคนที่เคยใจเย็นตะโกนลั่นจากด้านหลัง

นักบินมองจอเรดาร์บนเครื่อง แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ ทว่าทันใดนั้น แสงภายในห้องนักบินก็มืดลง ราวกับมีบางอย่างบดบังแสงจากด้านบน เขาเงยหน้ามองขึ้นไปทางกระจกหน้าด้วยสัญชาตญาณ

และสิ่งที่เห็น ทำให้รูม่านตาของเขาหดเล็กลงทันที สีหน้าซีดเผือดราวเห็นผี

เหนือศีรษะ พ้นขึ้นไปจากมวลเมฆหนา ปรากฏเงาดำอัปลักษณ์ขนาดยักษ์ พรางแสงอาทิตย์มิด!

เมฆหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ลมก็กระหน่ำอย่างรุนแรง

เฮลิคอปเตอร์ถูกแรงดูดมหาศาลดึงให้สูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไม่อาจต่อต้านได้

“เตือน! เตือน!”

“เวรเอ๊ย! กัปตัน ทำไงดี?!”

นักบินร่วมหนุ่มหันไปถาม แต่กลับเห็นอีกฝ่ายนั่งตาค้างจ้องขึ้นไปอย่างตะลึง เขาจึงเงยหน้ามองตาม

เมฆชั้นบางค่อย ๆ ถูกทะลวงจนโปร่งแสง และในที่สุด ทั้งสองคนก็ได้เห็นสิ่งที่อยู่ภายในเมฆอย่างชัดเจน

นั่นคือ... ซากศพมนุษย์ยักษ์!

ศพขนาดมหึมาลอยคว่ำหน้าอยู่ในชั้นเมฆ เงาของมันบดบังทั้งท้องฟ้าและแสงตะวัน เพียงแค่ช่วงลำตัวที่พ้นออกมาจากเมฆก็กว้างไม่ต่ำกว่าสิบกิโลเมตร!

ร่างนั้นลอยนิ่งเหมือนทวีปลอยน้ำ สีผิวเป็นสีเทาดำ แห้งกรังราวกับถูกเผา ริ้วรอยตามร่างลึกเป็นร่องเหมือนหุบเขา ดวงตากลวงโบ๋ดำสนิท ไม่หลงเหลือร่องรอยของชีวิต หากแต่แผ่กลิ่นอายสยดสยองออกมาราวกับเทพปีศาจบนฟากฟ้า

“อ๊ากกกกก !!”

เสียงกรีดร้องจากลูกเรือที่หมดหนทางดังลั่นภายในเฮลิคอปเตอร์ที่ไร้หนทางรอด...

ด้านหลัง เครื่องหน้าเด็กสาวซีดขาว ราวกับวิญญาณหลุดจากร่าง ดวงตาคู่นั้นค่อย ๆ ถูกความมืดกลืนกิน

ลมพายุฟาดใส่ลำตัวเฮลิคอปเตอร์อย่างไร้ความปรานี เครื่องจักรหนักหลายตันราวกลายเป็นฝุ่นผงในอากาศ

แรงดูดล่องหนฉุดมันขึ้นไปทันที กลืนหายเข้าไปในกลุ่มเมฆ ก่อนจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย...

...

บนดาดฟ้า

หลินเซียนเฝ้ามองภาพทั้งหมดเกิดขึ้นตรงหน้า สีหน้าเขาหม่นลงทันใด

บึ๊ซ!

แสงวาบเส้นหนึ่งปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้า เขาเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ จึงสบถออกมาเบา ๆ ว่า “ซวย” แล้วรีบหันหลังกลับไปยังอพาร์ตเมนต์

เขาปิดบานเกล็ดเหล็ก ฉีดน้ำหอมดับกลิ่นตรงบันได แล้วลงกลอนประตูเหล็กทุกชั้น

ตอนนี้... ทำได้แค่รอให้ค่ำคืนมาถึง

ปี๊บ ปี๊บ

เวลา 18:45 ขอบฟ้าวาบแสงอีกครั้งเป็นรอบที่สอง ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว เมืองทั้งเมืองถูกกลืนเข้าสู่ความมืด

ในเมืองที่มืดสนิท เสียงกระซิบลี้ลับลอยผ่านตรอกซอกซอย เสียงหอนแหลมเจ็บหูสะท้อนก้องมาจากเงามืด

...

ภายในห้อง

เครื่องเล่นแผ่นเสียงยังหมุนเบา ๆ ท่ามกลางแสงสลัว เสียงแจ๊สคลอช้า ๆ ในอากาศ หลินเซียนใส่ผ้ากันเปื้อน ยืนทำครัวอย่างใจเย็น เขาเปิดกระป๋องถั่วแบบสบาย ๆ บนเตาไฟฟ้า หม้อตุ๋นเนื้อกับมะเขือเทศเดือดปุด ส่งกลิ่นหอมเย้ายวน

บนเขียง มีผักชีสดเขียวขจีหนึ่งก้าน ของหายากจากสวนบนดาดฟ้า ในยุคแบบนี้ แค่เห็นสีเขียวเพียงเสี้ยวเดียว ก็ทำให้รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมานิดหนึ่งแล้ว

เขาสับผักชีอย่างละเอียด โรยลงในหม้ออย่างประณีต แม้เศษใบที่ติดปลายมีดก็ไม่ยอมให้หลุดรอดไป

ด้านนอก ค่ำคืนหนาวเหน็บ ว่างเปล่า และชวนสิ้นหวัง ใต้พื้นกระดานไม้ เสียงฝีเท้าจาง ๆ ดังขึ้นช้า ๆ อย่างตั้งใจ จากทางเดินมืดสนิท เสียงหายใจครืดคราดผิดมนุษย์ลอยมาแผ่วเบา...

แต่หลินเซียนกลับไม่สะทกสะท้าน ราวกับชินกับความผิดธรรมชาติรอบตัว เขาจัดโต๊ะอาหารด้วยความเคยชิน แล้วนั่งกินข้าวใต้แสงเทียนริบหรี่

“พระอาทิตย์ขึ้นตอนเที่ยงแล้วตอนนี้ อีกไม่ถึงห้าวันก็จะเข้าช่วงคืนมืดมิดถาวร...”

เขาพึมพำเบา ๆ ขณะกินข้าวไปด้วย

ที่โต๊ะอาหาร หลินเซียนเปิดสมุดจดเล่มเล็ก ขีดเขียนบางอย่างลงไป

แบตเตอรี่กับเครื่องปั่นไฟ ในห้องเก็บของนั้น เอาไว้ให้ตู้เย็นกับระบบเตือนภัยเท่านั้น เรื่องแสงสว่าง เขาเลี่ยงไม่เปิดโดยเด็ดขาด เพราะนั่นเท่ากับชูธงเรียกความตาย ในเมืองที่เต็มไปด้วยความมืดมิด

พอกินข้าวเสร็จ เขาก็เริ่มจัดของที่ได้จากวันนี้

“ได้ถั่วกระป๋อง 2 กระป๋อง น้ำ 2 ขวด... แล้วก็... มันฝรั่งทอดหมดอายุอีกหนึ่งห่อ”

ที่แปลกคือ เป้ใบใหญ่ของเขาแทบไม่มีอาหารหรือน้ำ แต่กลับเต็มไปด้วยของใช้ที่คนอื่นมองว่า “ไร้ประโยชน์” เช่น โทรศัพท์พัง ๆ สองสามเครื่อง ลำโพงเก่า เครื่องโกนหนวดเสีย และไดร์เป่าผม

แต่สำหรับหลินเซียน... ของพวกนี้คือสมบัติ

เขายิ้มบาง ๆ แล้วเอามือแตะลงบนลำโพงเก่าเครื่องหนึ่ง ทันใดนั้น แสงฟลูออเรสเซนต์บางเบาปรากฏรอบมือและในดวงตา เส้นผมปลิวขึ้นเบา ๆ ทั้งที่ไม่มีลม เหมือนมีพลังลึกลับบางอย่างตื่นขึ้น

ไม่กี่วินาทีต่อมา แสงนั้นก็ดับวูบ และลำโพงที่เขาแตะก็สลายกลายเป็นเถ้าสีน้ำตาล ร่วงลงบนพื้น

【กลืนกินสำเร็จ: +1 แต้มต้นกำเนิดจักรกล, +1 ค่าชำนาญทักษะกลืนจักรกล】

【โบนัส: พละกำลัง +1】

【ระดับหัวใจจักรกลปัจจุบัน: LV.1 (176/500)】

※ หมายเหตุ: เมื่ออัปเกรดหัวใจจักรกลจะได้รับรางวัลทักษะพิเศษ

ปลดล็อค “การตื่นรู้ลึกลับ” ที่เลเวล 3, 6 และ 9

…..

ค่าสถานะปัจจุบัน:

ทักษะปัจจุบัน:

…..

อินเทอร์เฟซระบบคุ้นตาสว่างขึ้นตรงหน้า แววตาของหลินเซียนสว่างวาบ แค่ลำโพงเก่าเครื่องเดียวก็เพิ่มพละกำลังได้ 1 แต้ม!?

อย่าดูถูก 1 แต้มเด็ดขาด

ตั้งแต่เขาอัปพลังจาก LV.0 ไป LV.1 ก็รู้สึกได้ชัดเจนว่าร่างกายเปลี่ยนไป

จากนักศึกษาตัวผอมบาง แบกถังน้ำยังแทบไม่ไหว ตอนนี้เขาสามารถวิดพื้นมือเดียวได้เป็นร้อยครั้งแบบสบาย ๆ ความเปลี่ยนแปลงนี้ มันเหลือเชื่อจริง ๆ

แรกเริ่ม เขานึกว่าความสามารถของตัวเองอ่อนด้อย แต่ยิ่งใช้ ยิ่งเห็นศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด หากยังพัฒนาได้ต่อไป บางทีวันหนึ่งเขาอาจต่อกรกับผู้มีพลังกลายพันธุ์ทางร่างกายได้เลยก็เป็นได้

【กลืนกินสำเร็จ: +1 แต้มต้นกำเนิดจักรกล】

【กลืนกินสำเร็จ: +1 แต้มต้นกำเนิดจักรกล】

โทรศัพท์พัง ๆ ที่เหลือไม่ได้อะไรพิเศษมาอีก ทำให้เขาแอบผิดหวัง

“ดูเหมือนว่า... อุปกรณ์ใหญ่และมีพลังมากจะให้ผลดีกว่าแฮะ”

เขาพึมพำ แล้วนึกถึงครั้งหนึ่งที่เคยกลืนกินเครื่องยนต์รถยนต์

ครั้งนั้นได้แต้มต้นกำเนิดถึง 20 แต้ม แถมยังได้ค่าสถานะเพิ่มอีก 5 แต้ม

แต่เหตุผลที่ช่วงนี้เขาเลือกอุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ และแบกมันกลับห้องก็คือ ถ้าเป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่จะกินพลังเยอะมาก

ตอนกลืนเครื่องยนต์รถยนต์ เขาหมดแรงแทบเป็นลม ต้องใช้เวลานานกว่าชั่วโมงเต็ม ๆ และโชคดีมากที่ตอนนั้นไม่โดนซอมบี้จู่โจม เรียกว่ารอดมาได้แบบปาฏิหาริย์

นับแต่นั้น เขาก็เรียนรู้บทเรียนสำคัญ: “อดทนไว้ก่อน” คือหลักการอยู่รอด

แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดคือ ตอนกลืนไดร์เป่าผม จู่ ๆ อินเทอร์เฟซกลับเปล่งแสงสีทองขึ้นมา!

【กลืนกินสำเร็จ: +1 แต้มต้นกำเนิดจักรกล, +1 ค่าชำนาญกลืนจักรกล】

【โบนัส: คุณได้รับทักษะ “ปืนใหญ่อากาศ”!】

ทักษะ “ปืนใหญ่อากาศ” LV.1:

รวมอากาศที่ปลายนิ้ว แล้วปล่อยออกทันทีเป็นแรงกระแทกทำลายล้าง

“ทักษะ!?”

หลินเซียนเบิกตากว้าง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับ “ทักษะ” จากการกลืนจักรกล!

“ใครจะไปคิดว่าแค่กลืนของธรรมดา ๆ จะปลดล็อกสกิลได้?”

ไดร์เป่าผม... แล้วได้เป็น “ปืนใหญ่อากาศ”?

นี่มันตรรกะบ้าอะไรกันเนี่ย?

หลินเซียนพยายามระงับความตื่นเต้น เขาจดจ่อกับพลังในใจ แล้วยกนิ้วขึ้นชี้ไปที่โซฟาตัวหนึ่งที่อยู่อีกฝั่งของห้อง

ฟุ่บ!

เสียงลมบางเบาพุ่งแหวกอากาศตามมา ก่อนที่เบาะโซฟาจะระเบิดตูมออกเหมือนถูกบางอย่างที่มองไม่เห็นโจมตี เศษสำลีลอยฟุ้งออกมาราวหิมะปลิว

“เหี้ยเอ๊ย!”

หัวใจหลินเซียนเต้นแรงขึ้นทันที แม้เขาจะตั้งใจลดแรงปืนใหญ่อากาศลงเพื่อไม่ให้เสียงดังมาก แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ยังน่าตกใจ ถ้าใช้ด้วยพลังเต็มที่ มันจะต้องกลายเป็นอาวุธร้ายแรงได้แน่นอน

…..

ปี 2069   วันสิ้นโลกมาถึง

ทั่วโลกปรากฏ “เขตกลืนกิน” ขนาดยักษ์ 13 แห่ง แต่ละแห่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางหลายร้อยกิโลเมตร พวกมันถูกเรียกชื่ออย่างเป็นทางการว่า “หลุมนรก” และหลุมนรกเหล่านี้มีพฤติกรรมราวกับสิ่งมีชีวิตลึกลับ มันจะปล่อย คลื่นแห่งความมืด ออกมาระลอกแล้วระลอกเล่า

คลื่นเหล่านี้ที่เรียกว่า “กระแสความมืด” จะกลืนกินพื้นที่ใหม่ทุกสองวัน แต่ละครั้งขยายออกหลายร้อยกิโลเมตร กลางวันค่อย ๆ สั้นลง จนเมื่อถึงจุดหนึ่ง พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจะเข้าสู่ คืนมืดมิด ตลอดกาล

ในช่วงคืนมืดมิด จะเกิดสภาพอากาศสุดขั้ว การติดเชื้อทางชีวภาพ ฝูงซอมบี้ และสิ่งสยองจากหลุมนรกบุกเข้ามา

มนุษยชาติถูกบีบให้ อพยพครั้งใหญ่ เพื่อหนีความมืดที่กำลังไล่ล่า

หลังจากวันสิ้นโลกเริ่มต้น มนุษย์บางส่วนที่ได้รับรังสีจากหลุมนรกได้กลายพันธุ์ พวกเขาได้รับพลังเหนือธรรมชาติหลากหลายแบบ และกลายเป็นผู้ได้เปรียบในการอยู่รอด หลินเซียนก็เป็นหนึ่งในนั้น

ในไม่ช้า กลุ่มผู้รอดชีวิตที่มีผู้นำเป็น “ผู้มีพลัง” ก็เริ่มปรากฏขึ้นราวประกายไฟในความมืด

…..

“รายงานฉุกเฉินเมืองเจียง: หน่วยสอดแนมจากเขตตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันตกเฉียงใต้ทั้งหกหน่วย ขาดการติดต่อ โปรดระวังตัว! ทุกคน จงหนีไปทางตะวันออก!”

“ขบวน [โอเอซิส] นำโดยผู้มีพลัง ‘หลิวเหว่ย’ จะออกจากวอลมาร์ท เขตไวท์ เวลา 16:00 น. พรุ่งนี้ รับเฉพาะผู้รอดชีวิตอายุ 16-50 ปีที่ร่างกายแข็งแรง ไม่รับคนแก่ เด็ก หรือผู้หญิง เว้นแต่จะมีปืน อาวุธ หรือเสบียงจำนวนมาก สามารถพาครอบครัวเพิ่มได้ 1 คน...”

“[หลุมหลบภัยเมืองเจียง] ยินดีต้อนรับผู้มีพลังและสาวงามทุกคน ฐานตั้งอยู่ในศูนย์หลบภัยนิวเคลียร์ระดับทหาร ใจกลางเมืองเจียง มีสมาชิกกว่า 300 คน แบ่งหน้าที่ชัดเจน สามารถทนคืนมืดมิดได้...”

“อยู่ตึก A ห้อง 1304 ชุมชนหมิงหวัง เสบียงพร้อม บ้านดัดแปลงให้อยู่รอด รับเฉพาะผู้หญิงอายุ 16–30 ปี หน้าตาดีเท่านั้น...”

“อนันดา คือตัวแทนแห่งพระผู้สร้าง ผู้มาเพื่อล้างบาปมนุษย์ด้วยศรัทธา หากท่านรู้สึกสำนึกบาปอย่างแท้จริง จงเข้าร่วมศาสนาแห่งสวรรค์ ถวายน้ำ อาหาร และหญิงสาวบริสุทธิ์ แล้วพระผู้ไถ่จะเมตตา ท่านใดแสวงการไถ่บาปในหายนะ ติดต่อ 139...”

“ฉันคือศาสตราจารย์หวัง แห่งสถาบันวิจัยเมืองเจียง จากการคำนวณ เมืองเจียงจะเข้าสู่คืนมืดมิดอีกครั้งในอีก 5 วัน... คราวนี้จะไม่มีพระอาทิตย์อีกแล้ว... ฮ่าๆๆ ฟิสิกส์มันไร้สาระสิ้นดี ไม่มีใครหนีได้ ไม่มีใครหนีได้ ฮ่าๆๆๆ!”

…..

ภายใต้ความมืด หลินเซียนหมุนปุ่มวิทยุอย่างช้า ๆ เสียงประกาศสุดขั้วจากผู้รอดชีวิตแต่ละคนดังสลับกันไป

ดูเหมือนว่า... หลังจากประสบกับคืนมืดมิดครั้งแรก คนส่วนใหญ่ในเมืองเจียงก็หนีไปกันหมดแล้ว

คืนมืดมิดครั้งก่อนกินเวลานานถึง 21 วัน เปลี่ยนเมืองใหญ่ที่เคยมีประชากรนับล้าน ให้กลายเป็นแดนนรก และไม่มีใครบอกได้ว่า... คืนครั้งหน้าจะยาวนานแค่ไหน

เสบียงของเขา... จะอยู่ได้นานพอจนฟ้าสางอีกครั้งไหม?

…..

“โปรเจกต์รับสมัครรถไฟไร้ขีดจำกัด รวมพลสร้างรถไฟหุ้มเกราะติดอาวุธ ออกเดินทางตามรางวงโคจรรอบโลก 320,000 กิโลเมตร!”

หลินเซียนหยิบมือถือ เปิดโพสต์เก่าที่เคยลงไว้ในฟอรั่มท้องถิ่นก่อนคืนมืดมิดครั้งก่อนจะเริ่ม

คอมเมนต์มีน้อย และเต็มไปด้วยคำเหน็บแนม:

“มึงดู Snowpiercer มากไปปะ?”

“พี่ครับ ไฟฟ้าทั้งโลกดับหมดแล้ว จะให้วิ่งยังไงล่ะครับ?”

“ถึงจะมีรถจักรดีเซล ก็เผาน้ำมันเป็นสิบลิตรต่อชั่วโมงนะ ถ้ามีน้ำมันขนาดนั้น กูเอาไปขับรถออฟโรดหนีเอาตัวรอดดีกว่า!”

“ตัวตลกหลังวันสิ้นโลก รอเหยียบรางพังแล้วจะรู้สึกเอง…”

“ฟังดูเหมือนฝัน รถไฟหุ้มเกราะเคลื่อนที่ ปลอดภัยจากฝูงซอมบี้ แต่อย่างว่าล่ะ ฝันก็แค่ฝัน”

“ควาย ไปกินหญ้าหวานไป๊!”

…..

ในโพสต์นั้น หลินเซียนเคยอธิบายแผนสร้างรถไฟป้อมปราการที่มีตู้หลายประเภท ทั้งตู้ที่พัก ตู้เสบียง ตู้แพทย์ ตู้ปลูกพืช ตู้ผลิตพลังงาน และตู้ผลิตสิ่งของ โดยเปิดรับสมาชิกเข้าร่วม แต่มีเงื่อนไขเข้มงวด  ต้องเป็นผู้มีพลัง หรือมีทักษะเฉพาะที่ใช้ในระบบรถไฟได้เท่านั้น

รถไฟหุ้มเกราะสุดแกร่ง เคลื่อนที่ไปทางตะวันออกตามรางวงโคจรรอบโลก แม้ต้องจอดพักกลางทาง ก็ยังต้านทานฝูงซอมบี้และสิ่งเหนือธรรมชาติได้อย่างมั่นคง

มันคือความฝันสุดโรแมนติก และในขณะเดียวกันก็เป็นความเพ้อคลั่งสุดขีด

ทว่า... หลังคืนมืดมิดครั้งล่าสุด อินเทอร์เน็ตและระบบไฟฟ้าส่วนใหญ่ก็ล่ม โพสต์ของเขาไม่มีคนตอบอีกเลย

ตอนนี้ เหลือเพียงเสียงของผู้รอดชีวิตที่กระจัดกระจายทางวิทยุ ขณะที่เมืองเจียงทั้งเมือง เงียบราวป่าช้า...

.......

คำศัพท์เรื่องนี้

คืนมืดมิด คือเวลากลางคืนตลอดกาลจะไม่มีมีแสงตะวันส่องลงมายังพื้นที่นั่นอีกแม้จะเช้าแล้ว (ยังไม่แน่ใจในคำเรียก อนาคตอาจเปลี่ยนเป็นทำนอง รัตติกาลดับแสง รัตติกาลทมิฬ รัตติกาลนิรันดร์)

และถ้าไม่ชอบให้ใส่ [ รูปภาพ ] อยากจินตนาการเอง เม้นบอกได้นะครับ

จบบทที่ บทที่ 1: โปรเจกต์รถไฟไร้ขีดจำกัด

คัดลอกลิงก์แล้ว