- หน้าแรก
- ฮันเตอร์ X ฮันเตอร์ สัมผัสศพเพื่อทะยานสู่ความเป็นใหญ่
- ตอนที่ 1 นครดาวตก
ตอนที่ 1 นครดาวตก
ตอนที่ 1 นครดาวตก
ตอนที่ 1 นครดาวตก
ถ้าวันหนึ่ง…
ถ้าวันหนึ่ง คุณหลุดเข้ามาในโลกของ Hunter x Hunter สิ่งแรกที่คุณอยากทำคืออะไร?
สำหรับวัยรุ่นผู้หลงใหลเกี่ยวกับต่างโลกทั่วไป คำตอบอาจจะเป็นการฝึกฝนตัวเอง เข้าสอบฮันเตอร์ เจอกับสี่สหายของกอร์น แล้วก็ใช้ชีวิตไปตามเส้นเรื่องของต้นฉบับ จากนั้นก็ค่อยๆ ทำภารกิจและผจญภัยต่อไปในโลกนี้
ส่วนคนที่โชคดีกว่า อาจตื่นมาแล้วพบว่าตัวเองมี “สูตรโกง” ติดมาด้วย เช่น เขียนการ์ตูนแล้วดึงเอาทักษะหรือไอเทมจากเรื่องที่ตัวเองเขียนออกมาใช้จริงได้ บางคนก็วาด “ดราก้อนบอล” แล้วอัญเชิญหมายเลข 18 กับพลังคลื่นเต่าออกมา คราวนี้ก็ทั้งหล่อทั้งเก่ง มีชื่อเสียง มีเงินทองแลพได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในโลกใบนี้
แต่ไม่ว่าจะฝันหวานแค่ไหน ทุกอย่างก็ต้องตั้งบนเงื่อนไขพื้นฐาน…นั่นคือ ต้องรอดให้ได้ก่อน
เพราะโลกของ Hunter x Hunter คือหนึ่งในโลกที่อันตรายที่สุดในหมู่อนิเมะญี่ปุ่น การจะเอาชีวิตรอดที่นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย
“งดงามจริงๆ…”
เวลาที่สวยที่สุดในวัน มีอยู่สองช่วง – พระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก
บนหลังคาบ้านหลังเล็กๆของตัวเอง รอนนั่งอยู่บนเก้าอี้เตี้ยที่ทำจากเศษผ้าเก่า มองดูเมฆสีแดงในยามเย็นด้วยความรู้สึกซาบซึ้งในหัวใจ
ขณะที่รอนกำลังเคลิ้มกับความงามของพระอาทิตย์ตก จู่ๆ ก็มีเสียงเข้มดังขึ้นจากข้างล่าง
“รอน ผู้เฒ่าเรียกหา ดูเหมือนจะมีงานให้นายทำ”
“…มาแล้ว~”
รอนหลุดจากภวังค์ จากนั้นก็ตอบกลับไป ก่อนจะเดินไปที่ขอบหลังคา มองลงไปด้านล่าง เห็นชายร่างใหญ่ผิวคล้ำ คิ้วหนา ดวงตากลมโต กำลังยืนอยู่หน้าประตูบ้าน ดวงตาของเขาดูดุดัน ลมหายใจพ่นเป็นไอขาวออกมาจากจมูก ร่างกายทั้งตัวแผ่รังสีอำมหิตออกมา
ชายร่างใหญ่คนนั้นยืนนิ่ง ไม่แม้แต่จะเคาะประตูบ้าน นอกจากตะโกนเรียกครั้งแรก เขาก็ไม่ขยับอีกเลย พอรอนโผล่หน้ามาให้เห็น เขาก็แค่แหงนหน้าขึ้นเล็กน้อย หรี่ตาลงมอง
“ที่แท้ก็เป็นพี่ลูก้านี่เอง”
รอนกล่าวทักทาย พลางดีดตัวจากหลังคา กระโดดลงมาอย่างแคล่วราวกับเหยี่ยวร่อน แขนทั้งสองข้างกางออกเพื่อรักษาสมดุล และลงมาจอดตรงหน้าชายร่างใหญ่ได้อย่างนุ่มนวล
พอเห็นลีลาการลงจอดอันสง่างามของรอน แววตาของชายคนนั้นก็เป็นประกายขึ้นนิดหนึ่ง ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว
“…ไปกันเถอะ~”
เขาพูดเพียงเท่านั้น เสียงทุ้มต่ำ ไม่มีคำพูดเพิ่มเติม จากนั้นก็หันหลังเดินนำไป
รอนเห็นแบบนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาเคยชินแล้วจึงเพียงแค่ไหล่ตก ถอนหายใจนิดหน่อย ก่อนจะเคาะประตูบ้านของตัวเองเบาๆ เป็นสัญญาณ แล้วจึงเดินตามลูก้าไป
แม้ว่าภายนอกจะดูเหมือนทั้งสองเป็นเพื่อนที่รู้จักกันดี เดินข้างกันอย่างไม่มีพิษมีภัย แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า ทั้งลูก้าที่เดินนำ และรอนที่เดินตาม ต่างก็ระมัดระวังซึ่งกันและกัน ทั้งคู่รักษาระยะห่างที่คิดว่าปลอดภัยสำหรับตนเอง
สำหรับคนทั่วไป อาจรู้สึกว่าพวกเขาทำเกินกว่าเหตุ แต่สำหรับที่นี่…ความระแวดระวังเช่นนี้คือเรื่องปกติ
เพราะที่นี่คือ “นครดาวตก”
หลังจากทั้งสองเดินจากไปได้สักพัก ประตูบ้านเล็กของรอนก็เปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าของเด็กสาวคนหนึ่ง สวมแว่นกรอบดำ หน้าตาน่ารักอ่อนหวาน เธอมองตามรอนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหลบตาแล้วปิดประตูลง
นครดาวตก
ที่นี่คือดินแดนแห่งขยะ ตั้งอยู่ทางเหนือของทวีปอูลูเบียน ตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน ทุกประเทศต่างกำหนดให้ที่นี่เป็นพื้นที่ทิ้งขยะส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็น เศษขยะ ศพ ทารกแรกเกิด ขยะจากอุตสาหกรรม – ทุกอย่างที่ไม่มีค่า ล้วนถูกโยนทิ้งที่นี่หมด
แต่สิ่งที่แตกต่างคือ ภายในนครดาวตกไม่ใช่สลัมโสโครกแบบที่ทุกคนคิด แม้รอบเมืองจะเต็มไปด้วยกองขยะ แต่ถนนในเมืองกลับสะอาดเป็นระเบียบ อาคารบ้านเรือนสร้างด้วยวัสดุที่ไม่เลว มีสีเหลืองขาวดูอบอุ่น ถ้ามองแค่ในเมือง โดยไม่มอวขยะข้างนอก ก็เหมือนเมืองเล็กๆทั่วไป
รอนกับลูก้าเดินไปตามถนน ยามนี้แม้พระอาทิตย์ใกล้ลับฟ้า แต่ก็ยังมีผู้คนมากมายเดินขวักไขว่
ชาวเมืองส่วนใหญ่แต่งตัวเรียบร้อย แม้จะดูเรียบง่ายและเก่าโทรม แต่ไม่ใช่ชุดขาดรุ่งริ่ง ชาวนครดาวตกทั้งหมดต่างเป็นคนที่ถูกสังคมทอดทิ้งมา ไม่มีแม้แต่ข้อมูลประวัติในระบบโลกภายนอก พวกเขาหากินด้วยการคัดแยกขยะ รีไซเคิลสิ่งของที่ยังพอใช้ได้
แม้จะอาศัยอยู่กับขยะ แต่ชีวิตพวกเขาก็เต็มไปด้วยพลังและความหวัง
แน่นอน…กฎที่พวกเขาใช้ดำรงชีวิต ไม่ใช่กฎหมายศีลธรรมของโลกภายนอก
แต่เป็น “กฎแห่งป่า” – ผู้แข็งแกร่งอยู่รอด ผู้แพ้ถูกเหยียบย่ำ
กฎนี้เรียบง่าย ยุติธรรม และโหดร้าย
ทุกคนที่เดินผ่านลูก้าต่างเบี่ยงตัวหลีกทางให้โดยอัตโนมัติ หนึ่งเพราะความแข็งแกร่ง สองเพราะเขาคือ “สมาชิกสภาผู้เฒ่า” หน่วยปกครองสูงสุดของนครดาวตก
ส่วนเมื่อพวกเขามองเห็นรอนที่เดินตามมา สายตาของพวกเขาก็สั่นไหวเล็กน้อย
ในแววตานั้น มีทั้งความเคารพ…และความรังเกียจ
ความรู้สึกสองอย่างนี้ปะปนกัน จนยากจะแยกออก