- หน้าแรก
- อัจฉริยะแห่งแพทย์
- ตอนที่ 23 แก้ไขบทความ
ตอนที่ 23 แก้ไขบทความ
ตอนที่ 23 แก้ไขบทความ
“อย่าคิดมากเลย ฉันจะพาไปกินข้าว” ฟางจื่อเย่เห็นเจี๋ยฮั่นยังคงอยู่ในท่าทางครุ่นคิด จึงพูดตัดบทความเหม่อลอยของเขา
ศาสตราจารย์ถูสามารถถูกเรียกว่าท่านอาจารย์ได้นั้น ไม่ใช่แค่เป็นนักวิชาการระดับสูง แต่ยิ่งกว่านั้นคือเหนือกว่าสถานะนักวิชาการเสียอีก
“พี่ เราจะไปกินที่ไหนกัน?” พอได้ยินว่าจะได้กิน เจี๋ยฮั่นก็ดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“ย่านฮั่น ถนนสายอาหาร ปลาย่าง เอาร้านที่ราคาถูกหน่อยนะ พวกนายอย่าหวังว่าฉันจะรวยเหมือนอาจารย์ล่ะ” ฟางจื่อเย่ตัดความเพ้อฝันของเจี๋ยฮั่นในทันที
ศิษย์น้องคนนี้มีฝีมือด้านการเขียนบทความดีเยี่ยม ตั้งแต่ให้เขาหยุดงานคลินิกบางส่วนเพื่อไปเขียนบทความ เพียงเดือนเดียวก็สามารถเขียนจดหมายถึงบรรณาธิการ (letter) ได้หนึ่งฉบับ และได้รับการตีพิมพ์แล้ว แถมยังอยู่ในวารสารที่มีค่าอิมแพกต์แฟกเตอร์สูงถึง 7 คะแนน
สามารถจับผิดตรรกะบางส่วนในบทความ SCI เขตหนึ่งที่มีคะแนนสูงแบบนี้ได้ ถือเป็นความสามารถเฉพาะตัวที่ยอดเยี่ยม และสะท้อนถึงศักยภาพด้านการวิจัยอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ บทความภาษาอังกฤษสองบทความก่อนหน้าของฟางจื่อเย่ หนึ่งบทความได้รับการแก้ไขจนใกล้เสร็จ อยู่ในขั้นตอนการแก้ไขเล็กน้อย กำลังจะตีพิมพ์ ส่วนอีกบทความที่เพิ่งเป็นต้นฉบับ เขียนเหมือนเรียงความภาษาอังกฤษ ตอนนี้ก็ถูกเจี๋ยฮั่นแก้ไขจนเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญของกองบรรณาธิการวารสารแล้ว
สามารถผ่านการพิจารณาเบื้องต้นของกองบรรณาธิการโดยไม่ถูกส่งกลับมาให้แก้ไขก่อน ถือเป็นความสามารถที่ฟางจื่อเย่ชื่นชมเป็นพิเศษ
เมื่อเป็นเช่นนี้ ฟางจื่อเย่ก็มีความเป็นไปได้สูงมากว่าในช่วงสมัครสอบระดับปริญญาเอกเดือนธันวาคม เขาจะมีบทความ SCI ถึง 3 ฉบับ และหนึ่งในนั้นยังเป็นบทความวิจัยหลักในวารสารระดับหนึ่งที่แข็งแกร่งมาก
เมื่อมีบทความที่มีคะแนนสูงปูทางให้ แล้วบทความอื่นๆเป็นการเสริมเพิ่มเติม ก็จะยิ่งเสริมพลังต่อสู้ของเขาให้ดุดันยิ่งขึ้น
เมื่อศิษย์น้องช่วยขนาดนี้ ในฐานะศิษย์พี่ก็ต้องรับบทสนับสนุนเรื่องกินเรื่องดื่มเรื่องฝึกฝนให้เต็มที่
“เข้าใจแล้ว” เจี๋ยฮั่นพูดเลียนเสียงจากละครโทรทัศน์อย่างอารมณ์ดี
เจี๋ยฮั่นตอนนี้อยู่ในช่วงปีหนึ่งของปริญญาโท ยังไม่มีความกดดันอะไร ชีวิตปริญญาโทเพิ่งเริ่มต้น ความกดดันด้านการวิจัยก็ยังไม่มาถึง
นักศึกษาปริญญาโทยังถือว่าอยู่ในช่วงชีวิตนักศึกษา แค่มากินข้าวกับรุ่นพี่หนึ่งมื้อก็ทำให้เจี๋ยฮั่นดีใจไปได้นาน
เจี๋ยฮั่นใช้มือขวาวาดวงกลมไปมา พร้อมกับเริ่มคิดว่าจะสั่งปลาย่างรสชาติไหนดี เขาบ่นพึมพำว่าปลาเผาไฟแรงเกินไป รสพริกล้วนก็เผ็ดเกิน สุดท้ายก็เลือกกินรสเผ็ดชา
ฟางจื่อเย่มองสภาพของศิษย์น้องตอนนี้ ก็รู้สึกอิจฉาในใจ
ตอนตัวเองอยู่ในช่วงเดียวกับเจี๋ยฮั่น ยังไม่มีความไร้กังวลแบบนี้ อย่างน้อยตอนนั้นเขาก็ไม่ได้เหมือนเจี๋ยฮั่น ที่เขียนบทความจบตั้งแต่ตอนปริญญาตรี และพอขึ้นปริญญาโทก็มีบทความตีพิมพ์แล้ว ไม่ต้องกังวลกับเงื่อนไขบทความ SCI สำหรับการจบเลย
“เอาสองตัวเลยไหม?” ฟางจื่อเย่เห็นรุ่นน้องลังเลอยู่ จึงเอ่ยปากอย่างใจกว้าง
“กินได้สองตัวเลยเหรอ?”
“มันจะเปลืองไปหน่อยไหม?”
“ตัวละแค่ร้อยยี่สิบเก้าเอง ฉันเลี้ยงไหว ไปกันเถอะ” ฟางจื่อเย่สลัด ‘ภาระ’ ที่แบกไว้ชั่วคราว แล้วเข้าร่วมความสุขของเจี๋ยฮั่นอย่างเต็มที่
“พี่ ผมจะบอกให้นะ รุ่นพี่ลั่วน่ะสวยจริงจังเลย ถ้ามีประกวดดาวคณะหรือดาวมหาลัย ต้องติดอันดับแน่นอน และคงไม่ใช่อันดับต่ำๆด้วย” เจี๋ยฮั่นพูดอย่างจริงจัง
“นักศึกษาแพทย์จะเอาเวลาว่างมาจากไหนกัน? ปีหนึ่งก็โดนสอนกายวิภาคอย่างโหด ปีสองก็มีสรีรวิทยาเคมีชีวะซ้ำซาก…”
เจี๋ยฮั่นถอนหายใจเบาๆ “พูดตรงๆ ชีวิตมหาลัยของนักศึกษาแพทย์น่ะ นอกจากไม่มีเวลาว่างให้เสียใจแล้ว ก็ถือว่าเต็มอิ่มดีนะ เมื่อเทียบกับเด็กคณะอื่นที่ชีวิตปริญญาตรีถูกบีบคั้นโดยไม่ตั้งใจ”
ฟางจื่อเย่กล่าว “ช่วงปริญญาโทจะอิ่มตัวมากกว่า แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับช่วงปริญญาตรีแล้ว ก็ต้องใช้เวลาศึกษาด้วยตัวเองมากขึ้น”
“โดยเฉพาะนายเลยเจี๋ยฮั่น บทความเขียนได้ดีมาก ได้ยินอาจารย์บอกว่า นายพักงานคลินิกไปเดือนหนึ่ง ตอนนี้นอกจากจะแก้บทความเสร็จ ยังเปิดบทวิเคราะห์เมตา (Meta-Analysis) อีกบทแล้ว?”
“อืม ข้อมูลได้รันด้วย Revman (1) ไปหนึ่งรอบแล้ว ผลออกมาก็โอเคนะ”
“เดี๋ยวเอาไปใช้ภาษา R รันอีกครั้ง ปรับแก้นิดหน่อย ถ้าไม่มีปัญหาก็เริ่มเขียนได้เลย” เจี๋ยฮั่นพูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจไม่น้อย
“แบบนี้ถือว่าเร็วมากนะ” ดวงตาของฟางจื่อเย่เปล่งประกายทันที
นี่มันไม่ใช่ศิษย์น้องธรรมดาแล้ว นี่มันเหมือนเทพนำโชคสำหรับเขาต่างหาก
เจี๋ยฮั่นขยับเข้ามาใกล้หน่อย ใช้มือลูบสิวบนหน้าเบาๆ กดเสียงลงแล้วกล่าว “ในแผนกคนเขาพูดกันว่า พี่น่ะพอวางความกดดันด้านวิจัยลงแล้ว ทักษะการผ่าตัดดีมาก แต่ผมว่าบทความที่ผมเขียนมันไม่ได้มีคุณค่าสูงขนาดนั้น”
“แต่การพัฒนาทักษะการผ่าตัด มันให้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง”
เจี๋ยฮั่นรู้ตัวดีว่าบทความที่เขาเขียนตอนนี้ ส่วนใหญ่ไม่ได้มีคุณค่ามากนัก
Letter กับ Meta-Analysis ถือเป็นบทความเบาๆที่ใช้เพิ่มจำนวนบทความเฉยๆ
…
สองวันต่อมา
เมื่อฟางจื่อเย่กับหยวนเวยหงตรวจคนไข้ร่วมกันอีกครั้ง ตอนเที่ยง
หยวนชื่อ ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนไปจัดการธุระแทนฟางจื่อเย่ ซื้อชุดเคเอฟซีมาให้ที่ห้องตรวจ แล้วคนไข้คนหนึ่งที่เพิ่งตรวจเอกซเรย์เสร็จ ก็เปิดประตูเข้ามาในห้องตรวจด้วยความคิดที่ว่า “เผื่อจะได้อะไรเพิ่มเติม”
เห็นฟางจื่อเย่กับหยวนเวยหงกำลังแกะถุงอาหาร ก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ริมฝีปากขยับอยู่หลายที
แล้วจึงกล่าว “คุณหมอ ขอโทษนะครับ”
พูดจบก็ทำท่าจะเดินออกไป
หยวนเวยหงจึงเลื่อนถุงเคเอฟซีออกไป “ไม่เป็นไรๆ คุณมาก็ดีเลย จะได้ดูฟิล์มของคุณก่อน จะได้ไม่ต้องรอนาน”
คนไข้จึงรีบเดินเข้ามาทันที
หยวนเวยหงรีบช่วยดูฟิล์มเอกซเรย์ แล้วจ่ายยาให้สองรายการ ก่อนจะส่งตัวผู้ป่วยกลับไป ฟางจื่อเย่จึงรีบล็อกประตูห้องตรวจหลังคนไข้ออกไป
ต้องหาเวลากินข้าว ตอนนี้ล่วงเลยมาสี่สิบกว่านาทีจนถึง 12:43 แล้ว ถ้ารอจนถึงเวลาเริ่มตรวจคนไข้ช่วงบ่ายแล้วไม่ได้กินข้าว ก็จะไม่มีโอกาสได้กินเลย
หยวนเวยหงหยิบไก่ป๊อปเข้าปากไป พลางเอียงหัว น้ำเสียงเปล่งพลังสุดๆ “ทักษะผ่าตัดทำความสะอาดแผลดีขึ้นเยอะเลยใช่ไหม?”
ฟางจื่อเย่ถูกความเสียงดังของหยวนเวยหงทำเอาชะงักไปครู่หนึ่ง “ก็พอใช้ได้ครับอาจารย์ ยังห่างจากเกณฑ์การผ่านด่านออกจากห้องฝึกอีกนิด แต่คาดว่าน่าจะปรับขึ้นได้ในเดือนตุลาคมครับ”
“ขอบคุณสำหรับ ‘คัมภีร์’ ของอาจารย์ด้วยนะครับ” ฟางจื่อเย่ไม่ลืมที่จะโยงความดีความชอบมาถึงหยวนเวยหง
“ถ้าออกจากห้องฝึกได้ก่อนธันวาคมก็ออกให้เร็วเลยนะ การออกจากห้องฝึก เป็นเรื่องที่ฝ่ายบัณฑิตวิทยาลัยและฝ่ายวิชาการของโรงพยาบาลจะจัดการเรื่องโควตาสอบเข้าเอก”
“ไม่เกี่ยวกับโควตาที่ศาสตราจารย์เติ้งหยงถืออยู่ แบบนั้นแกก็สามารถสละโควตาของหลี่หยวนเพ่ยได้อย่างเต็มที่”
“ถึงตอนนั้นหลี่หยวนเพ่ยจะได้เรียนเอกรึเปล่า ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับแกเลย” หยวนเวยหงจู่ๆก็พูดประโยคนี้ขึ้นมา
ฟางจื่อเย่ชะงักไปสองวินาที “การออกจากห้องฝึก แล้วได้สิทธิ์เรียนต่อ ถือเป็นโควตาเพิ่มหรือครับ?”
“มหาวิทยาลัยฮั่นก็ถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยระดับ 985 รุ่นเก่า แม้จะไม่ใช่ชั้นนำของสายแพทย์ แต่พึ่งพิงต้นไม้ใหญ่ก็สบายดี แกแค่ทำตัวให้ดี ที่เหลือไม่ต้องไปกังวล”
“อาจารย์กับศาสตราจารย์เติ้งหยงก็จะช่วยประสานกับทางคณะเอง”
“การพัฒนาของแผนกศัลยกรรม ทั้งทักษะเชิงวิชาชีพและด้านวิจัย ไม่มีทางขาดได้แม้แต่ฝั่งเดียว” น้ำเสียงของหยวนเวยหงยังคงดังชัดเจน
“ก็อกๆๆ!”
“ก็อกๆๆ!”
ขณะที่หยวนเวยหงยังคงคุยเสียงดัง สุดท้ายก็มีคนทนไม่ไหวเคาะประตูเข้ามา
มีเสียงชายวัยเดียวกันกับหยวนเวยหงดังมาจากด้านนอก “พี่เวย พอเถอะนะ”
“ฉันพูดอะไรเกี่ยวอะไรกับแก?”
“ลืมไปแล้วเหรอว่าตอนตัวเองพูด พูดมากขนาดไหน? ฉันยังมีคลิปวิดีโออยู่ จะให้เปิดให้ดูไหม?” หยวนเวยหงตะโกนใส่ประตูไปอย่างตั้งใจ
ข้างนอกเงียบสนิทในทันที
หยวนเวยหงยิ่งกินอาหารด้วยความเอร็ดอร่อยมากขึ้น
ตอนนี้ลูกศิษย์ของเขาสองคน คนหนึ่งมีพรสวรรค์ด้านการเขียนบทความวิจัยแบบทะลักเหมือนน้ำหลาก อีกคนพัฒนาด้านทักษะการผ่าตัดอย่างรวดเร็วเหมือนท่อนเหล็กแทงกบ(2) จนทำให้เขาเป็นที่รู้จักในแผนกว่าเป็นผู้มีตาเห็นเพชร แค้นไหนๆก็เหมือนชำระหมดแล้ว
1. RevMan หรือชื่อเต็มว่า Review Manager เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดย Cochrane ใช้สำหรับการทำ Systematic Review และ Meta-analysis โดยเฉพาะในด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ
2.ท่อเหล็กแทงกบ สำนวนนี้หมายถึงการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดและรุนแรง