เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 352 มรดกเซียน (ฟรี)

ตอนที่ 352 มรดกเซียน (ฟรี)

ตอนที่ 352 มรดกเซียน (ฟรี)


ตอนที่ 352 มรดกเซียน

เมื่อระดับการบ่มเพาะของหลัวฉางเฟิงก้าวเข้าสู่ระดับหลุดพ้นขั้นกลาง

รวมถึงตัวเขาที่มีตัวช่วย และไพ่ตามากมายอยู่ในมือ

การสังหารผู้ฝึกตนสักคนที่อ่อนแอกว่านั้น เป็นเรื่องง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ

ฉ่า ฉ่า ฉ่า ฉ่า…

ทันใดนั้น เสียงเปลวเพลิงลุกไหม้ก็ดังขึ้นเรื่อยๆ

เพลิงสีดำสนิทลุกไหม้ และอาบทั่วร่างของเค่อเฉิงซ่งอย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้น ราวๆ สองถึงสามลมหายใจ

เรื่องราวของเค่อเฉิงซ่ง บรรพบุรุษตระกูลเค่อ ผู้ที่คนตัดมรดกสายเลือดของตระกูลตัวเองก็ได้สิ้นสุดลง ณ ที่แห่งนี้

ภายใต้การแผดเผาของเพลิงซวีอู๋

ร่างของเขากลายเป็นเพียงกลุ่มควัน ก่อนจะค่อยๆ สลายหายไปในความว่างเปล่า

แม้ในขณะที่เพลิงซวีอู๋กำลังลุกโหม และสังหารศัตรู

เค่อเฉิงซ่งก็แทบไม่มีโอกาสได้กรีดร้องอะไรออกมาเลย

ส่วนแหวนมิติบนร่างของเค่อเฉิงซ่ง ขณะที่เพลิงซวีอู๋กำลังเผาร่างของอีกฝ่ายอยู่

หลัวฉางเฟิงได้หยิบมันมาอยู่ในมือก่อน แล้วเล่นกับมันอย่างไม่ค่อยใส่ใจแล้ว

...

หลังจากเค่อเฉิงซ่งเสียชีวิต

แหวนมิติวงนั้นก็กลายเป็นทรัพย์สินที่ไร้เจ้าของ

แต่ต่อให้แหวนมิติจะมีตราประทับ และเจ้าของเดิมของมันยังมีชีวิตอยู่ก็ตาม

หลัวฉางเฟิงก็มีวิธีที่จะชิงมันมาเป็นของตัวเองได้อยู่ดี

“เรื่องที่เหลือพวกเจ้าจัดการเก็บกวาดให้เรียบร้อย…”

ณ ประตูใหญ่ของดินแดนบรรพบุรุษตระกูลหลัว

หลัวฉางเฟิงเหลือบมองผู้บัญชาการของหน่วยองครักษ์เงาทั้งสามที่ยืนอยู่ข้างๆ กาย

ออกคำสั่งเพียงประโยคสั้นๆ จากนั้นร่างของเขาก็หายวับไปในทันที

ราวกับว่าเขาไม่เคยยืนอยู่ที่นั่นมาก่อน

...

เมืองศิลาคราม ดินแดนบรรพบุรุษตระกูลหลัว

หลังจากกลับมาถึงลานบ้านของตัวเองแล้ว

หลัวฉางเฟิงก็ส่งจิตสัมผัสเข้าไปในแหวนมิติเพื่อเปิดดู และมองหาสิ่งของต่างๆ ภายในนั้น

เขาต้องการดูว่าเค่อเฉิงซ่งที่เป็นถึงกึ่งเซียนได้เก็บสะสมสมบัติอะไรเอาไว้บ้าง?

“หืม? โอสถหรือ?”

“ปริมาณก็ไม่น้อย…”

หลัวฉางเฟิงหยิบขวดโอสถออกมาจากแหวนมิติอย่างง่ายดาย และตรวจสอบมัน “ปริมาณของโอสถค่อนข้างมาก แต่ระดับและคุณภาพดูจะต่ำเกินไปสักหน่อย…”

“มันดูไร้ประโยชน์สำหรับข้า”

“ช่างเถอะ ข้าแค่ต้องนำไปมอบให้กับหลัวผิงแล้วให้เขาไปหาวิธีใช้ประโยชน์เอาเอง”

หลังจากส่ายหัวเบาๆ

หลัวฉางเฟิงยังคงตรวจสอบสิ่งของอื่นๆ ในแหวนมิติต่อไป

นอกจากโอสถแล้ว ยังมียันต์ และอาวุธวิญญาณอีกจำนวนหนึ่งภายในนั้นอีกด้วย

แน่นอนว่ายังมีทักษะบ่มเพาะบางอย่างรวมอยู่ด้วย

แต่ระดับของพวกมันดูธรรมดา และแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรกับตัวเขาเลย

"หืม?"

“นั่นมันอะไรน่ะ?”

ขณะที่หลัวฉางเฟิงเริ่มรู้สึกผิดหวังมากขึ้นเรื่อยๆ

จู่ๆ จิตสัมผัสของเขาก็ถูกดึงดูดไปที่หนังสัตว์โบราณแผ่นหนึ่ง

หนังสัตว์แผ่นนี้ดูเหมือนจะมีเนื้อหาลึกลับบางอย่างเขียนเอาไว้

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากหนังสัตว์อยู่ภายในวงแหวนมิติ

หลัวฉางเฟิงจึงไม่อาจมองเห็น หรืออ่านมันได้อย่างชัดเจนนัก

ดังนั้น เขาจึงโบกมือ

หยิบชิ้นหนังสัตว์โบราณออกจากแหวนมิติ วางไว้บนโต๊ะหินตรงหน้าเพื่อพยายามตรวจสอบอย่างละเอียดด้วยตาตัวเอง

“ดูจากเนื้อหาที่เขียนอยู่บนนี้…”

“มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ถูกเรียกว่า ‘ภูเขาหมาป่า’ แล้วดูเหมือนที่นั่นจะมีมรดกของเซียนซ่อนอยู่”

“ยิ่งกว่านั้น มรดกของเซียนผู้นั้น ยังมีทักษะศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังทำลายล้างอย่างรุนแรงอยู่อีกด้วย”

เมื่ออ่านเนื้อหาในหนังสัตว์โบราณอย่างละเอียด

แม้ว่าบางส่วนจะเลือนรางไปแล้ว เขาก็ยังมองเห็นแผนที่ๆ วาดอยู่บนนั้นได้

หลัวฉางเฟิงจึงยื่นมือขวาออกมา และลูบคางของตัวเองพลางครุ่นคิด

“ภูเขาหมาป่าหรือ?”

“ไม่เห็นจะเคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย…”

“แต่ภูมิประเทศบนแผนที่นี้ดูคุ้นเคยอยู่นิดหน่อย…”

หลัวฉางเฟิงหรี่ตาลงเล็กน้อย

เขาครุ่นคิดเกี่ยวกับข้อมูลเกี่ยวกับบนแผนที่อย่างเงียบๆ

หลังจากผ่านไปมาสักพักหนึ่ง

ดวงตาของหลัวฉางเฟิงก็เปล่งประกาย

เขาจำได้แล้วว่าทำไมแผนที่ตรงหน้าถึงได้ดูคุ้นเคยนัก

ภูมิประเทศนั่นมันเหมือนกับภูมิประเทศของมณฑลเยว่หมิงของแคว้นต้าหยานไม่น้อยเลยทีเดียว

จริงอยู่ที่ในตอนแรกเขาเพียงแค่เหลือบมองแผนที่ของแคว้นต้าหยานแค่ช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น

แต่เมื่อระดับการบ่มเพาะสูงขึ้น ความทรงจำของเขาก็เหมือนกับภาพถ่าย สิ่งที่เคยเห็นจะจำได้ไม่มีวันลืม

“หนังสัตว์นี่ เขาไปหามาจากที่ไหนกันนะ?”

หลัวฉางเฟิงครุ่นคิดอย่างเงียบๆ อยู่เพียงลำพัง

นอกจากคำถามนี้แล้ว

ยังมีอีกอันหนึ่งซึ่งเป็นความแท้จริงของเนื้อหาที่บันทึกไว้บนหนังสัตว์แผ่นนี้

นั่นคือ มรดกของเซียนผู้นั้น

มีใครได้เข้าไปสำรวจแล้วหรือยัง หรือว่าจนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีใครได้ย่างกรายเข้าไปเลย

หลังจากที่การบ่มเพาะของเขาได้ก้าวเข้าสู่ระดับหลุดพ้นขั้นกลางแล้ว

มรดกของเซียนสามัญธรรมดาทั่วไปก็ไม่อาจดึงดูดความสนใจของเขาได้อีกต่อไป

ถ้าแค่นั้น หลัวฉางเฟิงก็อาจจะไม่มีสนใจเรื่องนี้มากนัก

แต่หากในที่แห่งนั้น มรดกที่ว่านั้นมีทักษะศักดิ์สิทธิ์อันทรงพลังอยู่จริง

มันก็ดึงดูดความสนใจของเขาได้มากเลยทีเดียว

ทักษะบ่มเพาะ ทักษะศักดิ์สิทธิ์

ทั้งสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน

ทักษะบ่มเพาะสามารถเขียนลงไป และสอนสั่งให้กับผู้ฝึกตนคนอื่นๆ ได้

แต่ทักษะศักดิ์สิทธิ์นั้นแตกต่างออกไป

ทักษะศักดิ์สิทธิ์ เป็นเหมือนเอกลักษณ์เฉพาะที่มีเพียงผู้ฝึกตนระดับหลุดพ้น ระดับอมตะ หรือสูงกว่าเท่านั้นจึงจะสามารถเรียนรู้ได้

ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าตัวเองจะมีความรู้ ความเข้าใจแล้วก็ตาม

แต่ก็ไม่สามารถบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรได้

ทำให้ไม่ต้องพูดถึงการสอนผู้ฝึกตนคนอื่น

หากต้องการถ่ายทอดทักษะศักดิ์สิทธิ์ของตนให้คนอื่นๆ จริงๆ

งั้นก็มีเพียงหนทางเดียวเท่านั้น

นั่นก็คือ การลอกตราประทับของทักษะศักดิ์สิทธิ์ออกจากร่างของตัวเองด้วยกำลัง

จากนั้น จึงจะสามารถสอนทักษะที่ถูกลอกออกมาให้กับคนที่ต้องการได้

อย่างไรก็ตาม ภายใต้สถานการณ์ปกติ

แทบไม่มีเซียนระดับอมตะคนใดเลยที่คิดจะทำเช่นนั้น

ยกเว้นผู้ที่มีอายุขัยเหลือน้อย และเพื่อให้แน่ใจว่าลูกหลานของตนจะปลอดภัย เพื่อรับประกันความแข็งแกร่ง และความมั่นคงของตระกูลหรือนิกายของตน

ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้นเท่านั้น เหล่าเซียนจึงมีความคิดที่จะส่งต่อทักษะศักดิ์สิทธิ์ให้กับคนอื่น

ไม่เช่นนั้น ปกติแล้วพวกเขาก็คงจะไม่ทำสิ่งที่เป็นผลเสียกับตัวเองอย่างแน่นอน

“ทักษะศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังอย่างยิ่ง…”

“เรื่องนี้ถือว่าค่อนข้างน่าสนใจเลยทีเดียว”

“แต่คงจะต้องรออีกสักพักใหญ่ รอจนกว่าความวุ่นวายในแคว้นต้าเฟิงจะจบลงเสียก่อน ข้าถึงจะมีเวลาไปดู”

“อยากรู้เหมือนกันว่ามรดกที่ว่านั้นมีอยู่จริงหรือเปล่า แล้วมันเป็นเรื่องจริงหรือไม่กันแน่”

...

หลังจากตัดสินใจ และวางแผนคร่าวๆ

หลัวฉางเฟิงก็เก็บแผ่นหนังสัตว์โบราณเข้าไปในแหวนมิติของตัวเอง

จากนั้น เขาค้นหาสิ่งของอื่นๆ ที่จัดเก็บอยู่ในแหวนมิติอีกวงที่เดิมทีเป็นของเค่อเฉิงซ่ง

เขาอยากดูว่านอกเหนือจากหนังสัตว์โบราณแผ่นนั้นแล้ว ยังมีสิ่งของอื่นใดที่พอจะมีประโยชน์หลงเหลืออยู่อีกหรือเปล่า

ผลลัพธ์ก็ค่อนข้างชัดเจน

สิ่งของที่เหลืออยู่ภายในแหวนมิติวงนั้น ถือว่าค่อนข้างธรรมดามาก

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงแค่มุมมองของหลัวฉางเฟิงเท่านั้น

หากเป็นผู้ฝึกตนระดับหลุดพ้นคนอื่นๆ แล้วล่ะก็

ภายในแหวนมิติ นอกเหนือจากหนังสัตว์โบราณแผ่นนั้นแล้ว ก็ยังถือว่ามีสมบัติดีๆ อยู่อีกหลายชิ้นอย่างแน่นอน

“ในเมื่อปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว”

“ต่อไปก็ถึงเวลาที่ข้าต้องปิดด่านไปอีกสักพักหนึ่ง”

“พยายามยกระดับการบ่มเพาะให้สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

“แม้ว่าพลังที่ข้าสามารถปลดปล่อยออกมาได้ในตอนนี้นั้นจะไม่ได้ถือว่าอ่อนแอกว่ากึ่งเซียนขั้นสูงแล้วก็ตาม แล้วถ้าหากเพิ่มไพ่ตายต่างๆ เข้าไปด้วย ต่อให้เป็นกึ่งเซียนขั้นสูงสุด ข้าก็ยังสามารถคุกคาม และหมายเอาชีวิตได้”

“แต่ปลอดภัยไว้ก่อนย่อมดีกว่าเสมอ เพราะยังถือว่ามีความเสี่ยงอยู่”

“หากกึ่งเซียนลึกลับจากวัดพรหมขาวพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองได้อย่างรวดเร็วโดยอาศัยพลังจิตพิสุทธิ์ของดอกบัวพรหมขาว”

“มันอาจกลายเป็นเรื่องยุ่งยากขึ้นมาจริงๆ”

ในลานบ้านเล็กๆ

ใต้ศาลาหิน

หลัวฉางเฟิงกำลังใคร่ครวญเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ

แน่นอนว่า ณ ขณะนี้

เขาไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหาจากวัดพรหมขาว

เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าตระกูลหลัว ยังมีแคว้นต้าหยานที่คอยแบกรับแรงกดดันจากอีกฝ่ายเอาไว้อยู่

แม้จะไม่รู้ว่าแคว้นต้าหยานจะยืนหยัดต่อไปได้อีกนานแค่ไหน

แต่ถ้าหากถ่วงเวลามาได้สักสามหรือห้าปีก็คงจะเป็นเรื่องดีเลยทีเดียว

จบบทที่ ตอนที่ 352 มรดกเซียน (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว