เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 324 วันหน้า (ฟรี)

ตอนที่ 324 วันหน้า (ฟรี)

ตอนที่ 324 วันหน้า (ฟรี)


ตอนที่ 324 วันหน้า

แคว้นต้าเฟิง

มณฑลหลัวซาน เมืองศิลาคราม ดินแดนบรรพบุรุษตระกูลหลัว

ณ ห้องหนังสือ

ในขณะนี้ หลัวผิง ผู้นำตระกูลหลัวคนปัจจุบันกำลังนั่งเงียบๆ บนที่นั่งหลัก

เขากำลังดื่มชาอุ่นๆ ในมือพร้อมกับก้มหน้าลง ขณะจัดการกับเรื่องต่างๆ มากมายที่ซับซ้อนอย่างยิ่งบนโต๊ะ

แม้ว่าจะมีเรื่องมากมายที่ต้องให้เขาคอยตรวจสอบ

อารมณ์ของหลัวผิงก็ถือว่าค่อนข้างดีเลยทีเดียว

เหตุผลหลักคือ เมื่อไม่นานนี้ แคว้นต้าหยานซึ่งเข้ายึดครองดินแดนของตระกูลเค่อของสมบูรณ์ ดูเหมือนว่าจะค่อยๆ ลดระดับการโจมตีมณฑลว่านซานที่อยู่ใต้การปกครองของตระกูลหลัวของเขา

หลังจากนั้น ดูเหมือนพวกเขาจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาตัวเองเป็นหลัก

แม้ว่าหลัวผิงจะไม่รู้ว่าแคว้นต้าหยานคิดจะทำอย่างไรกันแน่

แต่อย่างน้อยที่สุด สถานการณ์ที่เป็นอยู่ก็เป็นประโยชน์ต่อตระกูลหลัว นั่นก็มากพอแล้ว

ในฐานะผู้นำตระกูลหลัวคนปัจจุบัน หลัวผิงก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของมณฑลว่านซานมากพอ เหตุผลแค่นี้ยังไม่พอให้มีความสุขอีกหรือ?

“ลู่จุน…”

เมื่อเวลาผ่านไป ในขณะที่หลัวผิงกำลังจัดการเอกสารรายงานต่างๆ ให้เสร็จสิ้น

ทันใดนั้น เขาก็เงยหน้าขึ้น มองไปทางลู่จุนที่อยู่ข้างๆ กาย ซึ่งดูเหมือนกำลังคิดว่าจะพัฒนาดินแดนของตระกูลหลัวให้มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม และปรับปรุงความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนได้อย่างไร

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็ถามลู่จุนด้วยเสียงเบาว่า “เจ้าคิดว่าแคว้นต้าหยานกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่?”

“เมื่อไม่นานมานี้ กองทัพใหญ่ของพวกเขาได้ถูกระดมพล เปิดฉากโจมตีมณฑลว่านซานอย่างไม่ลดละ เหมือนกับต้องการทุ่มทุกสิ่งที่มี”

“อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังๆ แคว้นต้าเฟิงได้ลดทอนระดับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง”

“เปลี่ยนไปเน้นหนักที่การสะสมและพัฒนาจุดแข็งของตนเองแทน”

“เจ้าคิดว่าแคว้นต้าหยานคิดจะทำอะไรต่อไป?”

...

คำกล่าวของหลัวผิงค่อยๆ ดังก้องไปทั่วทั้งห้องที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย

เมื่อถูกเอ่ยถึง ลู่จุนผู้ที่ได้ยินคำกล่าวเหล่านั้น ก็ตกใจชั่วขณะ และขมวดคิ้วเล็กน้อย

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาพูดเสียงเบา

“สถานการณ์ของแคว้นต้าเฟิงไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คนส่วนใหญ่คาดคิด”

“ตระกูลเฟิง วัดพรหมขาว รวมถึงพวกเราตระกูลหลัว”

“ความขัดแย้งนั้นวุ่นวายมากพออยู่แล้ว แต่บัดนี้ แคว้นต้าเฟิงกลับเข้ามาแทรกแซงทำให้เกิดความวุ่นวายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม…”

ขณะที่เขาพูด

ลู่จุนดูเหมือนจะตระหนักว่าคำพูดของตนไม่ได้ตอบคำถามของหลัวผิงเลย

ดังนั้น เขาจึงเปลี่ยนเรื่อง และกล่าวต่อว่า “บางที จักรพรรดิแห่งแคว้นต้าหยาน หยานปู้หมิงอาจตระหนักถึงความวุ่นวายที่แคว้นต้าเฟิงกำลังเผชิญอยู่ เขาเริ่มสังเกตเห็นว่าดินแดนแห่งนี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิด และตระกูลหลัวของเราก็ไม่ใช่ศัตรูที่จะโค่นล้มได้ง่ายๆ แล้วยังมีวัดพรหมขาวอยู่เบื้องหลังพวกเขา ซึ่งดูเหมือนจะกระตือรือร้นที่จะปลุกปั่นความขัดแย้ง”

“ดังนั้น เมื่อไม่มีทางเลือก แคว้นต้าหยานจึงต้องกระทำเช่นนี้”

“ค่อยๆ ลดระดับการโจมตีลงทีละน้อย”

“แล้วเปลี่ยนไปเน้นหนักที่การพัฒนา และสะสมความแข็งแกร่งของตนเอง”

“มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ที่เมื่อโอกาสมาถึง พวกเขาจะมีความสามารถในการไขว่คว้ามันเอาไว้”

หลังจากกล่าวจบ ลู่จุนหยิบถ้วยชาที่วางข้างๆ ตัวขึ้นมา

เขาจิบชาจิตวิญญาณจนหมดถ้วยในอึกเดียว

ชาจิตวิญญาณที่แฝงไปด้วยพลังวิญญาณ เป็นหนึ่งในผลประโยชน์ที่เหล่าที่ปรึกษาอย่างเขาได้รับ

แม้ว่าจะมีการสูญเสียพลังวิญญาณไปบางส่วน และด้วยระดับการบ่มเพาะก็ไม่อาจดูดซับได้อย่างเต็มที่

มันก็ยังช่วยยืดอายุขัย ลดโอกาสเจ็บป่วย และเพิ่มพูนความแข็งแกร่งทีละน้อย

ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่จ่ายออกไป

แน่นอนว่าความคิดเหล่านี้มาจากหลัวผิง

หากบรรพบุรุษตระกูลหลัวอย่างหลัวฉางเฟิงรับรู้ และให้การประเมิน

ก็คงจะเป็นคำชมเชยเช่นเดียวกัน

เป็นเล่ห์เหลี่ยมที่จำเป็นสำหรับผู้มีอำนาจ

จากมุมมองของตระกูลหลัว ดูเหมือนว่าพวกเขาต้องจ่ายราคาค่อนข้างสูง

กลับกันผู้ที่ได้รับประโยชน์ดันเป็นคนอื่นที่ได้ดื่มชาจิตวิญญาณ

แต่ในสายตาของหลัวฉางเฟิง มันเป็นการซื้อใจที่มีประสิทธิภาพ

ด้วยต้นทุนเพียงเล็กน้อย ภาระงานของเขาก็จะลดลง และยังได้รับความภักดีอีก มีข้อดีมากกว่าข้อเสียอย่างเห็นได้ชัด

“เป็นอย่างนั้นรึ?”

ภายในห้องหนังสือ

หลัวผิงซึ่งนั่งอยู่บนที่นั่งหลักพยักหน้าเงียบๆ หลังจากได้ยินเรื่องนั้น

ดูเหมือน จากเหตุผลต่างๆ ที่ลู่จุนกล่าวมาจะตรงกับสถานการณ์จริงๆ ของแคว้นต้าเฟิง

แคว้นต้าเฟิงเหมือนกับหล่มบึงไม่ได้ตื้น และย่ำเดินได้อย่างง่ายอย่างที่เห็น

ไม่ว่าจะเป็นตระกูลเฟิงหรือตระกูลหลัวของพวกเขา

รวมถึงวัดพรหมขาว ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในสามสำนักมารพุทธ

ทั้งสามฝ่ายนี้ ไม่มีฝ่ายใดที่จะโค่นล้มลงได้ง่ายๆ เลย

บัดนี้ หลังจากที่แคว้นต้าหยานเข้ายึดครองดินแดนของตระกูลเค่ออย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์

พวกเขาก็ได้ระดมกำลังพลจำนวนมหาศาล และเปิดฉากโจมตีมาเป็นเวลานานพอสมควร

อย่างไรก็ตาม ผลประโยชน์ที่พวกเขาได้รับก็แทบจะเป็นศูนย์

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เป็นที่เข้าใจได้ว่าแคว้นต้าหยานจะเลือกที่จะเลือกระดับการโจมตีลง และมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาของตนเอง

“หากเป็นเช่นนั้นจริงๆ การกระทำของแคว้นต้าหยานก็ดูสมเหตุสมผล”

“แต่ก็ยังไม่แน่ว่าในอนาคต พวกเขาจะไขว่คว้าโอกาสเอาไว้ได้”

“เพราะดินแดนของพวกเขามีศัตรูอยู่รอบด้านเลยทีเดียว”

ในห้องหนังสือ หลัวผิงคิดต่างออกไปเล็กน้อย

เพราะจากการตรวจสอบหลายต่อหลายครั้ง ดินแดนของตระกูลเค่อที่แคว้นต้าหยานยึดครองอยู่มีปัญหารุมเร้ามากมาย

มณฑลหลัวซาน เมืองศิลาคราม ดินแดนบรรพบุรุษตระกูลหลัว

ภายในลานบ้านเล็กๆ ที่อยู่ ณ ใจกลางดินแดนบรรพบุรุษตระกูลหลัว และเปล่งกลิ่นอายแห่งความลึกลับ และเก่าแก่โบราณออกมา

ใต้ศาลาเรียบง่ายที่สร้างด้วยหินชิงสือ

หลัวฉางเฟิง บรรพบุรุษตระกูลหลัวกำลังนั่งด้วยสีหน้าเรียบเฉย

ในมือของเขาตอนนี้เขาถือถ้วยชาที่ยังคงมีไอน้ำร้อนพวยพุ่งออกมา

ผู้ที่ยืนอยู่ข้างๆ กายเขาคือเด็กสาวคนหนึ่งที่สวมชุดคลุมดำ ผิวของเธอซีดขาว และมีสีหน้าเย็นชา ใบหน้าอันบอบบางของเธอไม่เผยให้เห็นถึงอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ราวกับเจ้าหญิงน้ำแข็งที่วางตัวห่างเหินกับทุกคน

“งั้นเจ้ากำลังบอกว่า…” หลัวฉางเฟิงกล่าว

“ระดับการโจมตีของแคว้นต้าหยานกำลังลดลงเรื่อยๆ?”

“ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังเปลี่ยนไปเน้นหนักที่การสะสมรากฐาน และพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองแทน”

ใต้ศาลาหิน

หลัวฉางเฟิงยกถ้วยชาในมือขึ้นแตะที่ริมฝีปากอย่างเงียบๆ

หลังจากจิบไปอึกหนึ่ง เขาก็เอ่ยถามกับหยวนหลิวหลีที่ยืนอยู่ข้างๆ

หยวนหลิวหลีไม่ได้ตอบทางวาจา

เมื่อถูกถามเธอ เธอเพียงพยักหน้าอย่างเงียบๆ

เมื่อเห็นเช่นนี้ หลัวฉางเฟิงก็วางถ้วยกลับลงบนโต๊ะหิน

เขาเบนสายตาออกอย่างช้าๆ ไปยังทิศทางของแคว้นต้าหยาน

หรือเป็นเพราะการรุกรานของพวกเขาล้มเหลว?

หลังจากพวกเขาเปิกฉากโจมตีมาเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่ได้รับสิ่งตอบแทนกลับมา

ทำให้พวกเขาเลือกที่จะยอมแพ้หรือ?

และเปลี่ยนไปสะสมพลัง เพื่อรอคอยโอกาสในวันหน้า?

เกี่ยวกับเรื่องนี้

เกี่ยวกับการกระทำดังกล่าวของแคว้นต้าเฟิง

หลัวฉางเฟิงพอจะเข้าใจสิ่งที่พวกเขาคิดอยู่ได้

แต่เมื่อเวลาผ่านไป

มณฑลว่านซานจะถูกเสริมแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ ตระกูลหลัวของพวกเขาก็เช่นเดียวกัน

หากค่อยเปิดสงครามอีกครั้ง ณ เวลานั้น มันจะไม่สายเกินไปเหรอ?

แม้ว่าแคว้นต้าเฟิงจะยังคงเพิ่มระดับการโจมตีอย่างต่อเนื่อง แต่ก็มีความเป็นไปได้สูงที่พวกเขาจะไม่ได้รับสิ่งใดเลย

“ตอนนี้ในแคว้นต้าเฟิง ตระกูลเค่อได้ร่วงหล่น และถูกแคว้นต้าเฟิงเข้าแทนที่แล้ว” เขากล่าวอย่างครุ่นคิด

“เมื่อมองเผินๆ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะได้รับประโยชน์ และแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม”

“ดินแดน กำลังพล และทรัพยากรต่างๆ ก็เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก”

“แต่ความจริง…จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ หรือ?”

จบบทที่ ตอนที่ 324 วันหน้า (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว