เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 275 ติดหล่ม (ฟรี)

ตอนที่ 275 ติดหล่ม (ฟรี)

ตอนที่ 275 ติดหล่ม (ฟรี)


ตอนที่ 275 ติดหล่ม

“ตระกูลสวี…”

เค่อเซียวเหวินพึมพำเบาๆ ด้วยสีหน้าที่บิดเบี้ยวจนน่าเกลียด

ร่องรอยของความหมดหนทางเริ่มเผยออกมาให้เห็นลางๆ

นับตั้งแต่จักรพรรดิต้าเฟิง เฟิงอู่เหมียนคิดจะก่อปัญหากับตระกูลหลัว และเลือกที่จะยื่นมือมาช่วยตระกูลเค่อของเขา

ตระกูลเค่อก็ได้เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการพัฒนาอย่างรวดเร็ว

ในช่วงเวลาสั้นๆ อย่างเหลือเชื่อ ตระกูลเค่อก็สามารถยึดครองดินแดนของมณฑลซ่างหลี่ได้สำเร็จ

ในช่วงเวลาสั้นๆ อย่างเหลือเชื่อ ตระกูลเค่อก็สามารถควบคุมดินแดนมณฑลซ่างหลี่ได้อย่างสมบูรณ์

ในช่วงเวลาสั้นๆ อย่างเหลือเชื่อ ความแข็งแกร่งของตระกูลเค่อก็พุ่งทะยานขึ้นราวกับได้ลมหนุน

แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับจักรพรรดิต้าเฟิง เฟิงอู่เหมียนหรือตระกูลหลัวปกครองสามมณฑลได้จริงๆ

แต่เมื่อเทียบกับตระกูลอื่นๆ ที่ปกครองเพียงมณฑลเดียวแล้ว

มันก็เป็นเรื่องง่ายมากสำหรับตระกูลเค่อของเขาที่จะครองความได้เปรียบ

แม้แต่สำหรับตระกูลสวีแห่งว่านซาน หากตระกูลเค่อของเขาพร้อมที่จะทุ่มสุดตัว

ตระกูลสวีก็ไม่อาจเป็นคู่มือของพวกเขาที่ปกครองดินแดนมากถึงสองมณฑลได้

อย่างไรก็ตาม เพื่ออนาคตของตระกูลเค่อ เค่อเซียวเหวินไม่สามารถทำสิ่งที่สุ่มเสี่ยงแบบนั้นได้

เขาจะต้องรักษาความแข็งแกร่งเอาไว้ ต้องมีกำลังทหารที่มากพอ

ต้องทำเช่นนั้นเท่านั้น จึงทำให้ตระกูลเค่อของเขาสามารถหาประโยชน์จากช่วงเวลาอันสับสนวุ่นวายเช่นนี้ได้

แล้วก้าวขึ้นมาโดดเด่นอย่างเต็มภาคภูมิ

พยายามแซงหน้าจักรพรรดิต้าเฟิง เฟิงอู่เหมียน และตระกูลหลัวที่มีกำลังทหารเหนือกว่า

อย่างไรก็ตาม ความจริงก็ไม่ได้เรียบง่ายเช่นนั้น มีหลายปัจจัยที่ยากจะควบคุม

นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น

นับตั้งแต่ผู้นำตระกูลสวีตั้งเป้ามาที่ตระกูลเค่อของเขา

ในตอนแรก มันก็พอจัดการได้

เนื่องจากตระกูลสวีไม่มีหลักฐาน และด้วยการคัดค้านอย่างแข็งกร้าวจากเหล่าผู้อาวุโส ผู้นำตระกูลสวีจึงไม่ได้ประกาศสงครามกับตระกูลเค่อทันที

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อตระกูลหลัวได้ให้ข้ออ้างต่างๆ แก่ผู้นำตระกูลสวี

แม้ว่าผู้นำตระกูลสวีแค่มองเพียงแวบเดียวก็รู้ได้ไม่ยากว่าเป็นตระกูลหลัวที่ยื่นมือเข้ามาสอด

แต่เขาก็เลือกที่จะหลับตาข้างหนึ่ง ไม่สนใจคำคัดค้านของเหล่าผู้อาวุโสอีกต่อไป

ประกาศสงครามกับตระกูลเค่ออย่างเปิดเผย และส่งกองทัพใหญ่มาทันที

หลังจากการประกาศสงคราม ตระกูลสวีก็เกาะติดตระกูลเค่อเหมือนกับกอเอี๊ยะหนังสุนัข

ไม่หวั่นไหวต่อความพยายามของตระกูลเค่อที่จะกวาดล้างพวกเขา

ตระกูลเค่อพยายามปิดล้อม และพยายามบดขยี้กองทัพตระกูลสวีอยู่หลายครั้ง

แต่กองทหารม้าที่ถือครองความได้เปรียบด้วยกิเลนดำ ก็ลื่นเหมือนปลาไหล

เมื่อเห็นว่ากองทัพตระกูลเค่อมีจำนวนมากกว่า พวกเขาก็เพียงแค่หลบหนี

และเมื่อกองทัพตระกูลเค่อละความสนใจจากพวกเขา

กองทหารม้ากิเลนดำของตระกูลสวีก็เปิดฉากโจมตีอย่างรุนแรง โดยไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย

มันเป็นสงครามกองโจรที่ไร้ยางอายอย่างแท้จริง ไม่ได้เป็นการพูดเกินไปเลย

นอกจากนี้ ณ เวลาปัจจุบัน

มันตรงกับช่วงเวลาที่แนวป้องกันของมณฑลชิงเฉิงถูกตีแตก และกองทัพใหญ่ของจักรพรรดิต้าเฟิง เฟิงอู่เหมียน เฟิงหวู่เหริน และตระกูลหลัวรุกคืบเข้าไป และพยายามแย่งชิงดินแดน

ทำให้มันเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตระกูลเค่อที่จะขยับขยายอำนาจ

น่าเสียดายที่ตระกูลสวีทำตัวเหมือนกาฝากคอยเกาะติดไม่ปล่อย เมื่อเป็นแบบนี้พวกเขาจะมองหาโอกาสที่จะเข้ายุ่งเกี่ยว และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ยังไง?

ในห้องหนังสือ

เค่อเซียวเหวิน ผู้นำตระกูลเค่อคนปัจจุบันนั่งคิดอยู่เพียงลำพังเป็นเวลานาน

จากนั้น เขาก็ถอนหายใจอย่างช้าๆ ยืนขึ้นโดยเอามือไพล่หลัง และเดินออกไปนอกห้องอย่างเงียบๆ

ปัญหาของตระกูลสวีเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องรีบหาทางแก้

และประตูที่เปิดกว้างของมณฑลชิงเฉิงก็นำเสนอโอกาสอันดีสำหรับตระกูลเค่อของเขา

เขาไม่สามารถปล่อยผ่านมันไป โดยไม่ทำอะไรเลยได้

อย่างไรก็ตาม เขาสงสัยว่าเขาจะสามารถสร้างสมดุลให้กับเรื่องทั้งหมดนี้ได้อย่างไร

ในขณะนี้ เค่อเซียวเหวินดูเหมือนจะยังมองหาหนทางไม่เจอ

มณฑลหลัวซาน เมืองศิลาคราม ดินแดนบรรพบุรุษของตระกูลหลัว

ภายในห้องหนังสือ

ขณะนั้น ชายวัยกลางคนจำนวนมากกำลังนั่งอยู่รอบโต๊ะไม้อย่างเงียบๆ

พวกเขาก้มหน้าลงเล็กน้อย และดูเหมือนจะจริงจังมากกับการจัดการกับเอกสารที่กองพะเนิน

ส่วนหลัวผิงที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ กำลังจิบชาอย่างช้าๆ ผ่อนคลายกับชีวิต

ขณะที่กำลังจิบชา เขาก็เหลือบมองผู้คนตรงหน้าอย่างเงียบๆ

เมื่อใดก็ตามที่สายตาของหลัวผิงจับจ้องไป ชายวัยกลางคนเหล่านั้นก็จะยืดหลังตรง

ดูเหมือนว่าพวกเขาคิดที่จะสร้างความประทับใจอันดีในสายตาของหลัวผิง

“ฟู่…”

หลัวผิงหยิบกาน้ำชาขึ้นมา และเทชาร้อนๆ ลงไปในถ้วย จากนั้นเขาก็ยกถ้วยชาขึ้นมา และเป่าลมเบาๆ

ขณะนี้ ประตูสู่มณฑลชิงเฉิงเปิดกว้างแล้ว

จักรพรรดิต้าเฟิง เฟิงอู่เหมียนก็ได้เร่งส่งกองทัพหลวงบุกตะลุยเข้าไป ยึดครองดินแดนอย่างรวดเร็ว

ส่วนเฟิงหวู่เหรินซึ่งกำลังเฝ้าดูอย่างกระตือรือร้น ก็หวังว่าจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากสถานการณ์นี้ให้ได้มากที่สุด

เขาจะได้ส่งกองทัพของตนบุกเข้าไปในมณฑลชิงเฉิงในเวลาไล่เลี่ยกัน

แน่นอนว่าตระกูลหลัวของซึ่งปกครองสามมณฑลก็ไม่เป็นข้อยกเว้น

อย่างไรก็ตาม ต่างจากสิ่งที่คนอื่นคาดเดาเอาไว้

เป้าหมายของตระกูลหลัวในคราวนี้ไม่ใช่มุ่งหวังที่จะขยายดินแดนของตัวเองให้ได้มากที่สุด แต่เป็นการชะลอการเคลื่อนไหวของกองทัพหลวงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

พวกเขามุ่งหวังที่จะป้องกันไม่ให้เฟิงอู่เหมียนขยายอำนาจ และยึดครองดินแดนส่วนใหญ่

เมื่อทำได้ตามแผน ตระกูลหลัวก็จะถือว่าตัวเองได้บรรลุจุดประสงค์ที่วางเอาไว้แล้ว

“นายท่าน…”

ทันใดนั้น ฟางเฉาหวู่ที่นั่งข้างๆ หลัวผิงก็ยืนขึ้น

เขาโค้งคำนับเล็กน้อย ท่าทีเต็มไปด้วยความนอบน้อม

“ว่ามา”

หลัวผิงวางถ้วยชาลงอย่างเงียบๆ และหันไปมองฟางเฉาหวู่ก่อนที่เขาจะถามด้วยเสียงต่ำ

“เมื่อไม่นานมานี้ พระจากวัดต้าเสวียนได้มาเยือนถึงหน้าประตู พร้อมกับบอกว่าต้องการพบท่าน…”

“เขากล่าวว่าภัยคุกคาม และความน่าสะพรึงกลัวของวัดพรหมขาวที่เป็นหนึ่งในสามสำนักมารพุทธนั้นเกินกว่าที่ใครๆ จะจินตนาการได้ หากรีบจัดการก่อนเวลาอันควร…”

“มันอาจจะนำไปสู่มหันตภัยครั้งใหญ่…”

ฟางเฉาหวู่พูดเบาๆ และก้มหัวลงเล็กน้อย

“วัดต้าเสวียน?”

“พวกเขาต้องการพบข้าเหรอ?”

“ภัยคุกคามที่เกินกว่าใครๆ จะจินตนาการได้… มหันตภัยครั้งใหญ่?”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลัวผิงก็อดหัวเราะ และส่ายหัวไม่ได้

เขาจะไม่ทราบถึงภัยคุกคามจากวัดพรหมขาวได้อย่างไร?

เมื่อวัดพรหมขาวเผยตัว เขาได้สอบถามเรื่องนี้กับบรรพบุรุษฉางเฟิงแล้ว

เขาได้สอบถามความเห็นของบรรพบุรุษเกี่ยวกับวัดพรหมขาว

แต่คำตอบที่เขาได้รับคือ ไม่ต้องกังวล

นอกจากนี้ ตระกูลเฟิงซึ่งเป็นผู้ปกครองแคว้นต้าเฟิงก็ยังคงเฉยเมยต่อวัดพรหมขาว ไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ

แล้วเลือกที่จะทุ่มเทความพยายามมหาศาลเพื่อแย่งชิงดินแดนของมณฑลชิงเฉิง

เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เหตุใดตระกูลหลัวของเขาจึงต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย

แม้ว่าสิ่งต่างๆ จะเลวร้ายอย่างที่ว่าเอาไว้ก็ตาม

อย่างมากก็แค่ทุกคนต้องตายไปพร้อมๆ กัน

แน่นอนว่าตระกูลหลัวไม่ใช่ฝ่ายเดียวที่จะต้องพินาศอย่างแน่นอน

ดังนั้น เมื่อพิจารณาดูแล้ว เขาก็ไม่ได้หวาดกลัววัดพรหมขาวเลย

“พวกเขาเป็นเพียงเศษซากของวัดต้าเสวียนคง ไม่จำเป็นต้องสนใจ…”

หลัวผิงพูดกับฟางเฉาหวู่ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และยังคงจิบช้าอย่างเพลิดเพลินต่อไป

เพียงพริบตา อีกหลายวันก็ผ่านไป

แคว้นต้าเฟิง มณฑลชิงเฉิง

เวลานี้กองทัพใหญ่ทั้งสามยังคงรุกคืบเข้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง

กองทัพหลวงของจักรพรรดิต้าเฟิง เฟิงอู่เหมียนบุกตีเมืองแล้วเมืองเล่า และได้รับชัยชนะอย่างต่อเนื่อง

ดูเหมือนว่าพวกเขาพยายามกอบโกยผลประโยชน์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยแข่งกับเวลา

อีกด้านหนึ่ง เฟิงหวู่เหรินกลับก้าวไปในทิศทางที่แตกต่างออกไป

เมื่อเฟิงอู่เหมียนงัดเปิดประตูสู่มณฑลชิงเฉิง ก็เป็นธรรมดาที่เขาอยากจะเดินตามหลังพี่ชายของตน และลิ้มรสชาติกับสิ่งของที่ปล้นชิงมาได้

หากไม่ทำเช่นนั้น ก็จะเป็นการเสียโอกาสดีๆ ไปโดยเปล่าประโยชน์

ต่อให้การทำเช่นนั้นจะมีผลพวงมากมายที่ตามมา และระดับความเคียดแค้นที่อีกฝ่ายมีต่อเขาก็จะพุ่งสูงขึ้น

มันก็เป็นสิ่งที่เขา เฟิงหวู่เหรินไม่คิดจะสนใจ

นอกจากกองทัพหลวงของจักรพรรดิต้าเฟิง เฟิงอู่เหมียน และกองทัพฉางชิงของเฟิงหวู่เหรินแล้ว

ตระกูลหลัวที่พวกเขาให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ กลับทำสิ่งที่ไม่คาดฝันสำหรับทุกคน

หากจะพูดตามหลักเหตุผล หลังจากที่เฟิงอู่เหมียนเปิดประตูสู่มณฑลชิงเฉิงด้วยกำลัง

เฟิงหวู่เหริน และตระกูลหลัวควรจะพยายามยึดครองดินแดนให้ได้มากที่สุดในเวลาอันสั้น

จากนั้น พวกเขาก็ได้รับผลประโยชน์ที่มากพอสำหรับตัวเอง

ต้องทำแบบนั้นเท่านั้น ทุกคนจึงสามารถรักษาความแข็งแกร่งมากพอที่จะรับมือกับมหาสงครามที่จะมาถึงได้

แต่...ตระกูลหลัวดูเหมือนจะคิดต่างออกไป

นับตั้งแต่กองทัพตระกูลหลัวก้าวเข้าสู่มณฑลชิงเฉิง การเดินทัพของพวกเขาไม่ได้หยุดชะงักเลย

พวกเขาไม่ได้เปิดฉากโจมตีเมืองใดๆ ระหว่างเส้นทาง

พวกเขาก็ไม่ได้สนใจทรัพยากรสำคัญบางอย่างของมณฑลชิงเฉิง

แต่พวกเขากลับเดินทัพตรงไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับศรที่ตัดผ่านท้องฟ้า

พฤติกรรมดังกล่าวทำให้หลายๆ ฝ่ายเกิดความสับสน

หลายๆ คนกำลังครุ่นคิดอยู่ว่าตระกูลหลัวคิดจะทำอะไรกันแน่

จบบทที่ ตอนที่ 275 ติดหล่ม (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว