เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 247 สถานการณ์พลิกผัน (ฟรี)

ตอนที่ 247 สถานการณ์พลิกผัน (ฟรี)

ตอนที่ 247 สถานการณ์พลิกผัน (ฟรี)


ตอนที่ 247 สถานการณ์พลิกผัน

แคว้นต้าเฟิง มณฑลเฉินกวาน ดินแดนบรรพบุรุษตระกูลเมี่ยว

ณ ห้องหนังสือ

ในขณะนี้ ผู้นำตระกูลเมี่ยวคนปัจจุบัน เมี่ยวซิงเจี้ยนที่สวมชุดคลุมสีฟ้าอ่อนกำลังอยู่บนที่นั่งหลัก

เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย นิ่งเงียบ ราวกับไม่อาจพูดคุยกับใคร

สีหน้าของเขาก็ดูจะไม่ค่อยดี ทำให้บรรยากาศภายในห้องทวีแรงกดดันตามไปด้วย

มันเริ่มทำให้คนอื่นๆ เริ่มหายใจลำบาก

“ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน ตระกูลหลัวก็สามารถยึดครองเมืองได้มากกว่ายี่สิบแห่งแล้วหรือ?”

หลังจากนิ่งเงียบอยู่นาน เมี่ยวซิงเจี้ยนก็เอ่ยถาม

เมื่อได้ยิน ผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลเมี่ยวซึ่งสวมชุดคลุมก็หันมามองอย่างเงียบๆ เขาไม่ได้ตอบทางวาจา เพียงพยักหน้าเป็นดั่งคำยืนยัน

ยืนยันข้อเท็จจริงนั้น

เมื่อเมี่ยวซิงเจี้ยนได้รับคำตอบ บรรยากาศในห้องก็ยิ่งหนักหน่วง และกดดันเหมือนภูเขาลูกใหญ่กดทับลงมา

หากสูญเสียเพียงแค่หนึ่งเขตของมณฑลฉางผิง พวกเขาก็สามารถปล่อยไปได้อย่างไม่เสียดาย

เพราะตราบใดที่ความร่วมมือระหว่างตระกูลเมี่ยวของพวกเขากับตระกูลเค่อราบรื่นไปด้วยดี

พวกเขาก็ได้แบ่งปันดินแดนของมณฑลซ่างหลี่

เมื่อถึงตอนนั้น ตระกูลเมี่ยวไม่เพียงจะกู้คืนสูญเสียของตนเท่านั้น แต่ยังได้รับกำไรเป็นกอบเป็นกำอีกด้วย

การแลกดินแดนหนึ่งเขตกับสามหรือสี่เขตนั้น ไม่ต้องคิดให้มากก็รู้ว่าเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ดี

อย่างไรก็ตาม เมื่อหลายวันที่ผ่านมา

สถานการณ์ดูเหมือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

หลังจากกองทัพตระกูลหลัวฝ่าแนวป้องกันเข้ามาได้ ประตูสู่มณฑลเฉินกวานก็ถูกง้างเปิดด้วยกำลัง กลายเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่

สิ่งที่ตามมาจากปัญหานี้ก็คือ หลังจากที่ตระกูลหลัวได้ยึดครองเมืองป้อมปราการแห่งแรกได้สำเร็จ

ดินแดนของมณฑลเฉินกวานก็ถูกเปิดเผยต่อสายตาของพวกเขา เปิดโอกาสให้พวกเขาได้มีโอกาสฉกฉวย และรุกราน

ความพยายามที่จะขับไล่พวกเขากลับออกไปอีกครั้ง ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยาก

แม้กระทั่งย้อนกลับไปสู่สถานการณ์ก่อนที่ตระกูลเมี่ยวจะร่วมกับตระกูลเค่อ และเปิดสงครามในอีกแนวรบหนึ่ง

มันก็ดูเหมือนจะสิ่งที่ยากจะเป็นไปได้

“แล้วแนวรบที่มณฑลซ่างหลี่เป็นยังไงบ้าง?”

หลังจากเงียบอยู่สักพัก

เมี่ยวซิงเจี้ยนซึ่งนั่งอยู่บนที่นั่งหลักก็ถามผู้อาวุโสใหญ่ที่นั่งอยู่ตรงหน้า

“พวกเขายังดื้อดึงต่อต้าน…”

ผู้อาวุโสใหญ่ถอนหายใจเบาๆ จากนั้น ก็เงยหน้าขึ้นเมี่ยวซิงเจี้ยนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ไร้เรี่ยวแรงเล็กน้อยว่า “หากเราต้องการเปิดประตูสู่มณฑลซ่างหลี่ด้วยกำลัง หรือแม้แต่แบ่งแยกดินแดนของทั้งหมดของพวกเขา… ก็น่าจะต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยสามเดือน”

ถ้อยคำของผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลเมี่ยวดังก้องไปทั่วห้องหนังสือ

สามเดือน?

หา สามเดือนเลยหรือ?

เมื่อได้ยินตอบนั้น สีหน้าของเมี่ยวซิงเจี้ยนก็ปรากฏรอยยิ้มอันขมขื่น

หากต้องรออีกสามเดือน โอกาสคงจะหลุดลอยออกไปแล้ว

ตระกูลเมี่ยวของพวกเขามีเวลามากถึงขนาดนั้นที่ไหนกัน

ในขณะนี้ ตระกูลหลัวซึ่งครอบครองทั้งมณฑลหลัวซาน และมณฑลฉางผิงได้ส่งกองทัพใหญ่นับล้านนาย และบุกเข้าสู่มณฑลเฉินกวานได้สำเร็จ

และในช่วงเวลาสั้นๆ เมืองมากกว่ายี่สิบแห่งก็ถูกตีแตก ตกอยู่ในกำมือของพวกเขาแล้ว

และสิ่งที่จะต้องรู้ก็คือ กองทัพตระกูลหลัวใช้เวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น ในการบรรลุความสำเร็จนี้

หากตระกูลหลัวได้รับเวลาอีกสามเดือนในการก่อปัญหา และรุกรานไปทั่ว

เมื่อถึงตอนนั้น มณฑลเฉินกวานก็อาจจะไม่ได้เป็นของตระกูลเมี่ยวอีกต่อไป

“แล้วตระกูลเค่อล่ะ?”

“ตระกูลเค่อได้พูดอะไรบ้างมั้ยเกี่ยวกับเรื่องนี้?”

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง

เมี่ยวซิงเจี้ยนซึ่งนั่งอยู่บนที่นั่งหลักก็สอบถามอีกครั้ง

ผู้อาวุโสใหญ่ครุ่นคิดสักครู่แล้วตอบด้วยเสียงแผ่วเบา “เรียนท่านผู้นำตระกูล ทางตระกูลเค่อขอให้พวกเราอดทนอีกสักพัก ถ้าง้างเปิดประตูสู่มณฑลซ่างหลี่ได้สำเร็จ พวกเขาก็เต็มใจจะให้เรายึดครองสี่เขต ส่วนตัวเองขอเพียงแค่สามเขตเท่านั้น…”

เมื่อได้ยินดังนั้น เมี่ยวซิงเจี้ยนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“สี่ต่อสาม?”

เพื่อที่จะยึดครองมณฑลซ่างหลี่

ตระกูลเมี่ยวของเขาได้ยอมสละหนึ่งเขตของมณฑลฉางผิงไป

แล้วหลังจากแนวป้องกันถูกทำลาย เมืองป้อมปราการถูกยึดครอง และกองทัพตระกูลหลัวรุกคืบเข้ามาได้

ณ เวลานี้ ภายในมณฑลเฉินกวาน ตระกูลหลัวก็ได้ยึดครองพื้นที่ๆ เทียบกับได้เขตๆ หนึ่งแล้ว

จึงถือว่าตระกูลเที่ยวจ่ายราคาแสนสาหัสเลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ตาม ตระกูลเค่อแห่งซุนหยางเพียงแค่ให้คำมั่นสัญญาอย่างลวกๆ ซึ่งมีความไม่แน่นอน และไม่ค่อยน่าเชื่อถือ

เมื่อเป็นเช่นนี้ เมี่ยวซิงเจี้ยนจะยืนกรานต่อไปได้อย่างไร?

ไม่นานหลังจากนั้น

ผู้อาวุโสแห่งตระกูลเมี่ยวก็ได้กล่าวอำลา และขอตัวจากไป

ทำให้ภายในห้องหนังสือ เหลือเพียงเมี่ยวซิงเจี้ยนที่นั่งอยู่อย่างเงียบๆ เท่านั้น

พวกเขาควรจะโจมตีมณฑลซ่างหลี่ต่อ หรือจะถอยกลับมาเพื่อป้องกันดี

ขณะนี้ เมี่ยวซิงเจี้ยนกำลังครุ่นคิดถึงคำถามนี้ ซึ่งอาจเป็นตัวตัดสินอนาคต

หากเป็นก่อนที่ประตูสู่มณฑลเฉินกวานจะถูกง้างเปิดออกอย่างรุนแรงโดยตระกูลหลัว

เมี่ยวซิงเจี้ยนน่าจะมีความโน้มเอียงไปที่การบุกโจมตีมณฑลซ่างหลี่ต่อ

แต่ตอนนี้.

ดูเหมือนว่าความสมดุลในใจของเขาจะค่อยๆ เอียงไปทางการถอยกลับ เพื่อกลับมาปกป้องมณฑลเฉินกวาน

เฮอะ บ้านของพวกเขาถูกทำลายจนราบ ต่อให้โจมตีมณฑลซ่างหลี่ต่อจะมีประโยชน์อะไร

สิ่งสำคัญอันดับแรกควรอยู่ที่การปกป้องบ้านของตัวเอง!

ส่วนคำมั่นสัญญาของตระกูลเค่อแห่งซุนหยางนั้น… คำพูดของพวกเขาจะมีน้ำหนักหรือเปล่าก็ยังไม่อาจรู้ได้

หลังจากที่ เมี่ยวซิงเจี้ยนพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว

ในที่สุดเขาก็ละทิ้งความคิดที่จะเปิดสงครามกับมณฑลซ่างหลี่ต่อไป และเรียกกองทัพตระกูลเมี่ยวที่ตั้งค่ายอยู่ที่ชายแดนของมณฑลซ่างหลี่กลับมา

สำหรับกองทัพตระกูลหลัวที่กำลังรุกคืบเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ นั้น

ตอนนี้ ตระกูลเมี่ยวก็ทำได้เพียงป้องกันตัวเองอย่างเต็มที่เท่านั้น

แล้วรอคอยกำลังเสริมที่กำลังกลับมา

ต่อให้ต้องเสียดินแดนบางส่วนเพื่อซื้อเวลา มันเป็นราคาที่พวกเขาจะต้องจ่ายเพื่อยืนหยัดต่อไป

หลังจากที่ตระกูลเมี่ยวยุติสงคราม และถอยทัพ

แรงกดดันที่ตระกูลเมี่ยวจะต้องแบกรับก็ลดลงอย่างมาก

เพราะเสบียง และอาวุธสงครามจำนวนมากที่เดิมทีถูกส่งไปที่ชายแดนของมณฑลซ่างหลี่

ได้ถูกเปลี่ยนเส้นทาง ส่งต่อมายังเมืองที่ถูกกองทัพตระกูลหลัวหมายตา และกำลังโจมตีอยู่

ทหารใหม่จำนวนมากก็ถูกเรียกเกณฑ์โดยตระกูลเมี่ยว ส่งไปยังแนวหน้าเพื่อทำสงครามกับตระกูลหลัว

ดูเหมือนว่าทั้งหมดนี้ พวกเขาทำไปเพียงเพื่อประวิงเวลา ซื้อเวลาให้กับตัวเองในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาก็ผ่านไปอีกหลายวัน

ในยามเช้าขณะที่ท้องฟ้ายังคงเป็นสีเทาหม่น และยังคงมีหมอกหนาลอยต่ำ

เมืองศิลาคราม ดินแดนบรรพบุรุษตระกูลหลัว

ณ ห้องหนังสือ หลัวผิงตื่นมาทำงานแต่เช้า

หลังจากนั่งประจำที่ เขาก็จิบชาอย่างช้าๆ ขณะอ่านรายงานที่ส่งมาโดยหลัวหย่งอย่างเงียบๆ

สำหรับเรื่องที่น่ากังวลตามรายงาน

พวกมันได้รับการสรุป และจัดการสภาที่ปรึกษาของหลัวผิง ทำให้อย่างมาก เขาก็แค่ต้องตอบอนุญาต หรือปฏิเสธเท่านั้น

การเขียนตอบกลับเช่นนั้นถือเป็นขีดจำกัดแล้ว มากกว่านั้นยังไม่อาจทำได้ เพราะยังเน้นหนักที่ความเร็วในการส่งสาร

ณ ห้องหนังสือ

หลัวผิงถือรายงานสงครามไว้ในมือด้วยท่าทีสงบพอสมควร

ขณะที่เขาอ่านอยู่นั้น เขาก็หรี่ตาลงเล็กน้อย

“โอ้?”

“ตระกูลเมี่ยวตัดสินใจเลิกล้มความคิดที่จะยึดครองมณฑลซ่างหลี่แล้วหรือ?”

“แล้วยังเรียกทหารชั้นยอดกว่าห้าแสนนายที่ส่งไปกลับมาด้วย”

“เสบียง และอาวุธสงครามต่างๆ ก็กำลังถูกขนส่งไปยังเมืองต่างๆ ที่กำลังถูกกองทัพตระกูลหลัวเปิดฉากโจมตีอยู่?”

เมื่ออ่านรายงานจนจบ

รอยยิ้มเล็กๆ ก็ปรากฏบนสีหน้าอันเรียบเฉยของหลัวผิง ดวงตาของพวกเขาเผยให้เห็นความพึงพอใจ

ในที่สุด วันคืออันเลวร้ายของตระกูลเมี่ยวก็มาถึงเสียที

ตอนที่พวกเขาแย่งชิงของๆ ตระกูลหลัว พวกเขาก็ควรจะรู้แล้วว่าวันนี้จะมาถึงในสักวันหนึ่ง

ครั้งนี้ตระกูลเมี่ยวสูญเสียมากกว่าสิ่งที่พวกเขาปล้นชิงไปในตอนนั้นหลายเท่า

พวกเขาไม่เพียงแต่สูญเสียดินแดนของมณฑลฉางผิงที่อยู่ใต้การปกครองของตัวเองเท่านั้น

พวกเขายังสูญเสียดินแดนที่บ้านเกิดของตัวเองอีกด้วย และดินแดนส่วนนั้นก็ไม่น้อย เมื่อนับเมืองมากกว่ายี่สิบแห่ง มันก็กินพื้นที่เท่ากับเขตๆ หนึ่งเลยทีเดียว

ทำให้ด้วยแรงกดดันอย่างหนักจากกองทัพตระกูลหลัว พวกเขาก็ต้องเลิกล้มความตั้งใจเดิม ยุติสงครามกับมณฑลซ่างหลี่ และเรียกกองทัพหลักกลับมา

น่าเสียดายที่ดูเหมือนมันจะสายเกินไปสักหน่อย

จบบทที่ ตอนที่ 247 สถานการณ์พลิกผัน (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว