เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 135 กองทัพนับล้าน (ฟรี)

ตอนที่ 135 กองทัพนับล้าน (ฟรี)

ตอนที่ 135 กองทัพนับล้าน (ฟรี)


ตอนที่ 135 กองทัพนับล้าน

ผ่านไปอีกหนึ่งวัน เร็วราวกับสายลมพัดพาก่อนที่ใครจะทันรู้ตัวเสียอีก

เขตหวายสุ่ย ณ คฤหาสน์เก่าแก่โบราณที่งดงาม และหรูหรา

อ๋องหวายสุ่ย เฟิงเหวินไถกำลังนั่งอยู่อย่างเงียบๆ ในห้องๆ หนึ่ง

สามวันก่อน เขาได้ส่งผู้ส่งสารไปยังดินแดนบรรพบุรุษตระกูลหลัว และดินแดนบรรพบุรุษตระกูลเฉิน

เขาได้เปิดเผยความคิด เป้าหมาย และแผนการสำหรับทั้งสองตระกูล

เกี่ยวกับแผนการนี้ ตระกูลเฉินซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่ไม่ได้ลังเลใจมากนัก ก่อนจะตอบตกลงด้วยความเด็ดเดี่ยว

เพราะดูเหมือนพวกเขาจะไม่มีทางเลือกอื่นใดที่ดีไปกว่านี้แล้วเช่นกัน

บัดนี้ แม่น้ำหวายแห้งคอด ทำให้ทุกคนสูญเสียแหล่งน้ำสำคัญที่เป็นเหมือนเส้นชีวิตไป

ส่วนน้ำในบ่อที่ขุดเพื่อประทังไปวันๆ ก็คงจะยื้อเวลาได้ไม่นานนัก

รวมถึงอากาศที่ร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ และจำนวนตั๊กแตนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง

มันก็ส่อให้เห็นเค้าลางว่าฝูงตั๊กแตนระบาดที่เป็นภัยร้ายอันน่าสะพรึงกลัวสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ดังนั้น ตระกูลเฉินมีเหลือเพียงทางเลือกเดียวนั่นคือต้องร่วมมือด้วยเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ตระกูลหลัวนั้นแตกต่างจากตระกูลเฉิน และจวนอ๋องหวายสุ่ย

นับตั้งแต่ที่ยันต์เหมันต์ ยันพิรุณ และยันต์ฉู๋หวาง ชุดยันต์มหัศจรรย์เหล่านี้… เริ่มปรากฏขึ้น

พืชผลในไร่นา และทุ่งข้าวก็หมดซึ่งปัญหา พร้อมกับเจริญเติบโตด้วยความเร็วอันน่าทึ่งด้วยการเกื้อหนุน และอุ้มชูจากแหล่งน้ำที่เพียงพอ และสภาพอากาศที่เหมาะสม

ภายในเวลาอีกไม่เกินหนึ่งเดือน ตระกูลหลัวก็จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตรอบแรกได้

นั่นทำให้ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ตระกูลหลัวมีทางเลือกอื่นอยู่ และพวกเขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องออกมาเสี่ยง

“คารวะท่านอ๋อง”

ภายในห้อง คนรับใช้ชุดสีเทาเดินเข้ามา และก้มหัวลงด้วยความเคารพ

เมื่อเฟิงเหวินไถเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า

เขาก็ตระหนักได้ว่าชายคนนี้เป็นผู้ส่งสารที่เขาออกคำสั่งให้ส่งข่าวเกี่ยวกับการก่อตั้งพันธมิตรกับตระกูล และตระกูลเฉินโดยเฉพาะ

“เป็นยังไงบ้าง?”

“ตระกูลเฉิน และตระกูลหลัวตอบตกลงที่จะให้ความร่วมมือกับเราหรือเปล่า?”

เฟิงเหวินไถถามด้วยน้ำเสียงที่เงียบ และท่าทีนิ่งเฉย

เหมือนกับว่าทุกสิ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของเขามาตั้งแต่ต้น

“เรียนท่านอ๋อง ตระกูลเฉินตอบตกลงข้อเสนอของเรา แต่ตระกูลหลัว…”

ดวงตาของเฟิงเหวินไถหรี่ลงเล็กน้อย ขณะที่เขามองตรงไปทางคนรับใช้ชุดเทา และถามด้วยเสียงต่ำ “พูดต่อ”

คนรับใช้ก้มหัวเล็กน้อย จากนั้นเขาก็กล่าวว่า

“ดูเหมือนตระกูลหลัวจะไม่ได้สนใจเกี่ยวกับข้อเสนอของเรามากนัก ดังนั้นพวกเขาจึงตอบปฏิเสธ”

คำพูดของคนรับใช้ชุดเทาดังก้องไปทั่วทั้งห้องอย่างช้าๆ

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฟิงเหวินไถก็ตกใจชั่วขณะ แล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว

ทำไม..

ทำไมตระกูลหลัวถึงเลือกที่จะปฏิเสธ…

ในเขตหวายสุ่ย ตระกูลถังกักตุนเสบียงอาหารจำนวนมากมายมหาศาล

จำนวนเสบียงของพวกเขามากถึงขนาดต่อให้นับรวมเสบียงที่ตระกูลหลัว ตระกูลเฉิน และฝ่ายของเขามี ก็ยังอาจไม่มากถึงหนึ่งในสามของอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ

การทำลายตระกูลถังจึงถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับตระกูลหลัว ตระกูลเฉิน และตัวเขาเอง

แล้วทำไมตระกูลหลัวถึงไม่คิดจะรับข้อเสนอ

พวกเขาต้องการเฝ้าดูอยู่ข้างสนามงั้นรึ?

เฝ้าดูความขัดแย้งระหว่างสามฝ่ายจากระยะปลอดภัย และคิดจะหาทางเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทีหลังเหมือนเฒ่าชาวประมง?

หลังจากครุ่นคิดอยู่เป็นเวลานาน เฟิงเหวินไถก็ไม่สามารถคิดหาคำตอบที่ชัดเจนได้

“ตระกูลหลัวให้เหตุผลอะไรหรือไม่?”

เฟิงเหวินไถเงยหัวขึ้นอย่างกะทันหัน มองคนรับใช้ชุดเทาที่ยืนอยู่ตรงหน้า และเค้นถาม

เมื่อได้ยินคำถาม คนรับใช้ชุดเทาก็นิ่งเงียบ และทำแค่เพียงส่ายหัว

“เอาล่ะ ข้ารู้แล้ว เจ้าออกไปได้…”

เฟิงเหวินไถโบกมืออย่างเงียบๆ

เมื่อคนรับใช้ค่อยๆ ถอยออกจากห้องไป จนเหลือเพียงตัวเขาเท่านั้นในห้องอันเงียบสงัด เฟิงเหวินไถก็ถอนหายใจเบาๆ และสีหน้าของเขาดูซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

ตระกูลเฉินเลือกเข้าร่วม ในขณะที่ตระกูลหลัวรอดูอยู่ข้ามสนาม

ถ้าเป็นไปได้ เขาก็ไม่อยากลงมือกับตระกูลถังในขณะที่พันธมิตรระหว่างสามฝ่ายไม่ได้แสดงจุดยืนว่าอยู่ข้างเดียวกัน

แต่เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์เร่งด่วน เขาก็ไม่อาจรอช้าได้อีกต่อไป

หากมัวแต่รอช้า คนที่จะแย่ก็จะเป็นตัวเขาเอง และโอกาสชนะก็จะริบหรี่ลงเรื่อยๆ จากการขาดแคลนเสบียง

เพียงพริบตาเดียว อีกสามวันก็ผ่านพ้นไป

ในที่สุด หลังจากมีการหารือกันเป็นการภายในระหว่างจวนอ๋องหวายสุ่ย และตระกูลเฉิน

ทั้งสองฝ่ายก็เลือกที่จะระดมกองทัพ เพื่อบุกโจมตีดินแดนของตระกูลถัง

ในเมื่อตระกูลหลัวไม่เข้าร่วม พวกเขาก็ต้องปล่อยไปก่อน เพราะต้องแข่งกับเวลา

การทำลายตระกูลถังเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนที่พวกเขาจะต้องให้ความสำคัญมากกว่า

ถ้าตระกูลถังยังคงอยู่ และไม่ถูกปราบปรามโดยเร็ว ด้วยเสบียงอาหารที่เป็นจุดแข็ง

อีกฝ่ายก็จะสามารถขยายขอบเขตอิทธิพลของตัวเองได้อย่างรวดเร็ว หากรอต่อไป จนถึงจุดๆ หนึ่ง พวกเขาก็จะถูกสะกดข่มโดยตระกูลถังอย่างสมบูรณ์

ดังนั้น สำหรับตระกูลหลัวแห่งเมืองศิลาครามที่ซ่อนตัว และมีจุดยืนไม่แน่ชัด

จึงถูกจัดลำดับความสำคัญรองลงมา เมื่อพิจารณาว่ายังไม่ถือว่าเป็นภัยคุกคามอย่างแท้จริง

เขตหวายสุ่ย เมืองถังเจีย ดินแดนบรรพบุรุษตระกูลถัง

ภายในห้องที่หรูหรา ประดับประดาไปด้วยงานเขียน และภาพวาดล้ำค่า

เมื่อทราบข่าวว่าตระกูลเฉิน และจวนอ๋องหวายสุ่ยได้ร่วมมือกัน และต้องการทำลายตระกูลถัง

ถังหวายผิง ซึ่งเป็นผู้นำตระกูลถังคนปัจจุบันก็รู้สึกกระสับกระส่าย และกังวล

“ท่านผู้นำตระกูล แม้ว่ากองทัพพันธมิตรของพวกเขาจะอ้างว่ามีกำลังพลมากถึงหนึ่งล้านคน แต่จากข่าวที่เราได้รับมา จำนวนทหารหุ้มเกราะที่ผ่านการฝึกจริงๆ มีเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น”

ในห้องมี ผู้อาวุโสตระกูลถังยืนเงียบๆ จากนั้นก็รายงานข่าวที่เขาได้รับมาให้ถังหวายผิงฟัง

“กองทัพหนึ่งล้าน ทหารหุ้มเกราะห้าแสน…”

เมื่อได้ยินตัวเลขดังกล่าว ถังหวายผิงก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกมา และถูขมับตัวเอง

หัวของเขาที่รู้สึกปวดอยู่แล้วก็รุนแรงมากขึ้น พร้อมกับจิตใจที่หนักอึ้ง

ทหารหุ้มเกราะห้าแสนคน แม้ว่าจะเพียงหนึ่งในสามเท่านั้นที่เป็นทหารชั้นยอด

ก็ยังถือว่าเป็นศัตรูที่น่ากลัวอยู่ดี และต้องหาวิธีรับมืออย่างรัดกุม

“ท่านผู้นำตระกูล ก่อนหน้านี้ เฟิงเหวินไถได้วางแผนที่จะร่วมมือกับตระกูลเฉิน และตระกูลหลัวเพื่อโจมตีเราจากทั้งสามด้านพร้อมๆ กัน”

“แต่ด้วยเหตุผลบางประการ ตระกูลหลัวเลือกที่จะปฏิเสธ เมื่อเป็นแบบนี้ทำไมเราไม่ส่งคนไปเจรจากับพวกเขาล่ะ”

“ถ้าเราได้รับการสนับสนุนจากกองทัพตระกูลหลัว… แรงกดดันที่ตระกูลเราต้องแบกรับก็จะลดทอนลงมากเลยทีเดียว”

เมื่อเห็นว่าถังหวายผิงเต็มไปด้วยความกังวลกับสถานการณ์ของตระกูลที่เต็มไปด้วยความล่อแหลม

ผู้อาวุโสตระกูลถังจึงเสนอทางออกไปเขาคิดได้

“ขอความช่วยเหลือจากตระกูลหลัว?”

หลังจากได้ยินข้อเสนอดังกล่าว ถังหวายผิงที่หลับตาอยู่ก็ลืมตาขึ้น

ในดวงตาของเขา มีความคิดมากมายแวบผ่าน

หากเป็นตระกูลหลัวตอนที่ยังคงอ่อนแอ… จะได้รับความช่วยเหลือจากพวกเขาหรือไม่ก็คงจะไม่ส่งผลต่อผลลัพธ์ของสงคราม

แต่สำหรับตระกูลหลัวในวันนี้ สถานการณ์อาจจะไม่เหมือนเดิมก็เป็นได้

“เฉินอี้เฉิง เฟิงเหวินไถ พวกเจ้าคิดจะชิงเสบียงไปจากข้าอย่างนั้นหรือ? ฝันไปเถอะ!”

“แม้ว่าข้าจะต้องยกมันให้กับตระกูลหลัว ข้าก็ไม่มีวันยอมมอบเสบียงเหล่านั้นให้กับคนชั่วช้าสารเลวอย่างพวกเจ้าเป็นอันขาด”

หลังจากตัดสินใจได้แล้ว

ถังหวายผิงก็ส่งผู้อาวุโสคนหนึ่งออกทำหน้าที่เป็นทูตสำหรับการเจรจาความร่วมมือ มุ่งตรงไปยังเมืองศิลาครามอย่างรวดเร็ว

วันต่อมา เวลาเที่ยงตรง

ดวงอาทิตย์ลอยสูงเด่นอยู่บนท้องฟ้า และอุณหภูมิภายนอกก็เพิ่มสูงขึ้นถึงระดับที่น่าหวาดหวั่นอย่างยิ่ง

หากเดินจากบ้าน แม้จะเพียงครู่เดียว ก็จะสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่ถาโถมเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง ทำให้รู้สึกอึดอัด และไม่สบายไปทั้งตัว

เมืองศิลาคราม ดินแดนบรรพบุรุษของตระกูลหลัว

ภายในห้องหนังสือของหลัวผิง

ตอนนี้ มีคนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก

หลัวหย่ง หลัวอัน หลัวซวนมาอยู่ที่นี่กันอย่างพร้อมเรียง

นอกจากนี้ ยังมีอีกคนหนึ่ง นั่นคือผู้อาวุโสตระกูลถัง ถังหยวนที่ถูกส่งมาเจรจาในครั้งนี้

หลัวผิงที่นั่งอยู่บนที่นั่งหลักจ้องมองถังหยวนซึ่งพยายามทำตัวสงบ แต่ก็เผยให้เห็นถึงความกังวลที่ซ่อนเร้นได้ไม่หมด

จากนั้น เขาก็ไอเบาๆ สองครั้ง และถามโดยแสร้งทำเป็นไม่ทันเหตุการณ์บ้านเมือง

“ข้าสงสัยเหลือเกินว่าเหตุใดผู้อาวุโสใหญ่อย่างเจ้าถึงมาได้มีเวลามาเยือนตระกูลหลัวของข้าได้?”

เมื่อได้ยิน ถังหยวนก็สูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามสะกดความกังวลในใจ “การก่อตั้งพันธมิตรระหว่างตระกูลเฉิน และจวนอ๋องหวายสุ่ย ผู้นำตระกูลหลัว ท่านคงจะทราบเรื่องนี้อยู่แล้วใช่หรือไม่?”

“โอ้? มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นด้วยหรือ?”

หลัวผิงมองไปทางหลัวหย่ง หลัวอัน และหลัวซวนด้วยความอยากรู้อยากเห็น

จบบทที่ ตอนที่ 135 กองทัพนับล้าน (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว