เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 14 ค่าปราณโลหิตลดลง

ตอนที่ 14 ค่าปราณโลหิตลดลง

ตอนที่ 14 ค่าปราณโลหิตลดลง


ตอนที่ 14 ค่าปราณโลหิตลดลง

“ภายในเมืองศิลาคราม การอยู่ร่วมกันอย่างสันติของสี่ตระกูลใหญ่ดำรงอยู่มานานกว่าสามร้อยปีแล้ว”

“หากตระกูลหลัวถูกทำลายล้างโดยตระกูลจ้าวอย่างกะทันหัน ความสมดุลภายในเมืองก็จะหายไป…”

“ข้ากลัวว่ามันจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้!”

ในศาลาหิน หูต๋าพูดด้วยเสียงแผ่วเบา น้ำเสียงของเขาแฝงด้วยความกังวล

“แล้วท่านคิดจะอะไร ท่านพ่อ…” หูหมินหยุดสิ่งที่เขากำลังทำอยู่อย่างกะทันหัน

เขาเงยหน้าขึ้นมา และจ้องมองพ่อของตน หูต๋าอย่างเงียบๆ

“สิ่งที่ข้าต้องการน่ะเหรอ…”

“ข้ากำลังคิดอยู่ว่าหากตระกูลหูของเรายื่นมือเข้าช่วยเหลือพวกเขาในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ จะเป็นยังไง?”

“อย่างเช่นความร่วมมือระหว่างสองตระกูลด้วยการแต่งงาน เจ้าคิดดีมั้ย?”

“จับมือเป็นพันธมิตรด้วยการแต่งงาน?” เมื่อได้ยินเช่นนี้ หูหมินก็อดไม่ได้ที่จะหรี่ตาลงเล็กน้อย ใบหน้าของเขาเผยให้เห็นสีหน้าครุ่นคิด

“ถ้าข้าจำไม่ผิด หลัวผิง ผู้นำตระกูลหลัวคนปัจจุบัน นอกจากจะมีบุตรชายชื่อหลัวซวนแล้ว ดูเหมือนว่าเขายังมีบุตรสาวอีกคนหนึ่งด้วย และเธอก็ยังไม่ได้แต่งออกไป…”

ขณะที่หูต๋าหัวเราะคิกคัก เขาก็มองไปที่บุตรชายของตนที่นั่งอยู่ตรงหน้า และพูดขึ้น

“ท่านพ่อ ท่านกำลังคิดจะให้ข้าแต่งงานกับบุตรสาวของผู้นำตระกูลหลัวงั้นเหรอ” หูหมินดูประหลาดใจเล็กน้อย

“ทำไม เจ้าคิดว่าความคิดนี้ไม่ดีงั้นเหรอ?”

“ไม่รู้สิท่านพ่อ ข้าแค่ได้ยินมาว่าบุตรสาวของผู้นำตระกูลหลัวค่อนข้างอ่อนแอ และป่วยไข้อยู่บ่อยครั้ง เธอจึงทำได้เพียงใช้ชีวิตอยูบนเตียง”

“โดยเฉพาะในค่ำคืนที่จันทร์เต็มดวง ก็มีข่าวลือว่ามักได้ยินเสียงกรีดร้องประหลาดออกมาจากห้องนอนของเธอ”

“ท่านพ่อ หากท่านให้ข้าแต่งกับเธอ เกรงว่าอย่างมากเธออาจอยู่ได้ประมาณสามถึงห้าเดือนก่อนที่จะเผชิญหน้ากับความตายอันน่าเศร้า”

“เมื่อเธอตายขณะอยู่ในตระกูลเรา อาจจะเป็นปัญหาได้”

“พอได้แล้ว!” หูต๋าโบกมือเพื่อหยุดไม่ให้หูหมินพูดต่อ ด้วยท่าทีที่มั่นใจอย่างแน่วแน่ เขาออกคำสั่งว่า “เรื่องนี้ข้าตัดสินใจแล้ว!”

“หมินเอ๋อร์ เจ้าจงจำไว้ว่าผลประโยชน์ของตระกูลสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด”

“ยิ่งกว่านั้น แม้ว่าเจ้าจะแต่งงานกับข้า ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถรับอนุได้”

“อีกสามวัน ข้าจะพาเจ้าไปสู่ขอเธอที่ตระกูลหลัว”

หลังจากพูดจบแล้ว หูต๋า ผู้นำตระกูลหูคนปัจจุบันก็ยืนขึ้น

จากนั้นก็เดินไปนอกศาลาหินอย่างเงียบๆ โดยไม่สนใจเกมหมากรุกที่ยังเล่นไม่จบอีกต่อไป

“ผลประโยชน์ของตระกูลเหนือสิ่งอื่นใด?” ใต้ศาลาหิน หูหมินเฝ้ามองร่างของพ่อที่ค่อยๆ ห่างออกไป

เขาถอนหายใจเบาๆ

จากนั้น ก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้

แม้ว่าเขาจะลังเลใจเล็กน้อยที่จะตอบตกลงการแต่งงานครั้งนี้

สิ่งที่พ่อของเขาเพิ่งพูดนั้นเป็นความจริง

เพื่อผลประโยชน์ของตระกูล ย่อมต้องมีการเสียสละเล็กๆ น้อยๆ

เวลาผ่านไป และไม่นานก็ผ่านไปอีกสามวัน

ดินแดนบรรพบุรุษของตระกูลหลัว ณ เมืองศิลาคราม

ในลานบ้านที่ตั้งอยู่ตรงกึ่งกลาง

ขณะนั้น หลัวฉางเฟิงกำลังนั่งเงียบๆ ใต้ศาลาที่สร้างด้วยหินชิงสือ

ในมือของเขา เขาถือ... ไม่สิ ถ้าให้พูดอย่างแม่นยำกว่านั้นก็คือ...

ควรเรียกว่าเป็นคัมภีร์บ่มเพาะครึ่งเล่มซึ่งเขาได้ศึกษาอย่างละเอียด

เขานั่งอยู่ในสถาพเดิม แข็งเหมือนหินได้ประมาณครึ่งชั่วโมงแล้ว

จากนั้น หลัวฉางเฟิงก็วางคัมภีร์ครึ่งเล่มที่อยู่ในมือของเขาลงบนโต๊ะหินอย่างช้าๆ

“‘ทักษะก้าววายุเงาช่างซับซ้อนมากจริงๆ”

“เมื่อพิจารณาจากเนื้อหาที่เขียนไว้ในคัมภีร์ ดูเหมือนว่าจะสำเร็จวิชาได้ก็ต้องใช้เวลาฝึกฝนอย่างหนักเป็นเวลานานประมาณสามถึงห้าปี”

“อย่างไรก็ตาม หากข้าเพียงแต่ต้องการเพียงแค่ความเข้าใจขั้นพื้นฐาน…”

“นั่นก็ไม่น่าจะยากจนเกินไป”

เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลัวฉางเฟิงก็ยืนขึ้น และเดินไปที่พื้นที่เปิดโล่ง

เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วถอนหายใจออกช้าๆ

มุ่งมั่นควบคุมความเร็ว และจังหวะการไหลเวียนของพลังปราณในร่างกาย

เขาค่อยๆ ผลักดันพลังปราณไปยังจุดเฉพาะบนขาของตน

ยกเท้าขึ้น และก้าวไปข้างหน้า

แม้จะเป็นเพียงก้าวเดียว แต่มันก็ทำให้เขาต้องตกใจเล็กน้อย

ทุกย่างก้าวที่เขาเดินจะมีสายลมพัดผ่านเท้าของเขา ส่งเสียงหวีดหวิว

ความเร็วของเขาในตอนนี้ดูเหมือนจะเร็วกว่าปกติถึงสามเท่า

“สุดยอดไปเลย ในที่สุดข้าก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเพียงครึ่งเล่มก็เทียบได้กับทักษะบ่มพาะระดับสองขั้นสูงสุด”

“ทักษะนี้มีบางสิ่งที่พิเศษในตัวจริงๆ”

-

หลังจากได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของก้าววายุเงาแล้ว

หลัวฉางเฟิงรู้สึกพอใจที่ได้ฝึกฝนในลานกลางแจ้ง

จนกระทั่งเขาค่อยๆ คุ้นเคยกับการฝึก

ความชำนาญของเขาค่อยๆ ไปถึงขั้นต้น

จากนั้นเขาก็ค่อยๆ หยุดลง และเปิดหน้าต่างของระบบขึ้นมา

[ ชื่อ : หลัวฉางเฟิง! ]

[ อายุขัย : 4 วัน ( + ) ]

[ ระดับการบ่มเพาะ : กลั่นกระดูกขั้นสูง ( 90 / 300 ) ]

[ ค่าปราณโลหิต : 1330 ( -83 ) ( ปราณโลหิตที่ใช้ได้อย่างปลอดภัยคือ 50 ) ]

[ ทักษะบ่มเพาะ : ทักษะพยัคฆ์คลั่ง ( ระดับสองขั้นสูงสุด ความเข้าใจ 30% ) ทักษะก้าววายุเงา ( ระดับสองขั้นสูงสุด ( ไม่สมูบรณ์ ) ความเข้าใจ 1% ) ]

สิ่งเหล่านี้คือค่าสถานะของเขาในตอนนี้

เมื่อเวลาผ่านไปสามวัน อายุขัยที่เหลืออยู่ของเขาก็เหลือเพียงสี่วัน ไม่มีปัญหาอะไรอีก

ค่าประสบการณ์ที่อยู่เบื้องหลังระดับการบ่มเพาะของเขาอยู่ที่ 90 แต้ม ซึ่งก็ถือว่าดีเช่นกัน

ถือว่าเป็นการพัฒนาที่เร็วแล้ว น่าจะอีกไม่นานก่อนที่เขาจะสามารถทะลวงผ่านได้อีกครั้ง และหวนคืนสู่จุดสูงสุดเดิม

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่อยู่ข้างหลังค่าปราณโลหิต… มีอะไรบางอย่างแปลก มันใช่ตัวเลขนี้แน่เหรอ

ถ้าเขาจำไม่ผิด ตัวเลขหลังค่าปราณโลหิตน่าจะต้องเป็น 1350 ไม่ใช่หรือ?

แม้กระทั่งเมื่อวานนี้ ก็ดูเหมือนว่ามันยังคงเหมือนเดิม ค่าปราณโลหิตอยู่ที่ 1350 แต้ม

ทำไมวันนี้ถึงร่วงลงมามากถึง 20

หรือว่าภายในดินแดนบรรพบุรุษของตระกูลหลัว ใครบางคนอายุขัยกำลังหมดลง หรือไม่ก็อาจจะตายไปแล้ว

เป็นการตายที่ไม่คาดคิด หรือเพราะเหตุอื่น?

ความคิดต่างๆ มากมายฉายแวบผ่านจิตใจของหลัวฉางเฟิง

อย่างไรก็ตาม ต่อให้คิดให้ตาย เขาก็ไม่มีทางรู้คำตอบ จึงควรจะถามคนที่รู้จะดีกว่า

เมื่อรู้สึกไร้หนทาง หลัวฉางเฟิงจึงทำได้เพียงขอให้ใครสักคนเรียกหลัวผิงมาพบ เขาจะได้ถาม

“บรรพบุรุษ ท่านกำลังตามหาข้าอยู่เหรอ?”

นอกศาลาหินในลานบ้านที่เต็มไปด้วยบรรยากาศเรียบง่าย และเก่าแก่โบราณ

หลัวผิงสวมชุดคลุมสีเขียวอ่อนมองดูรอบๆ อย่างเงียบๆ

จากนั้น เขาก็ได้เห็นใบหน้าซีดเผือดของหลัวฉางเฟิง และพลังชีวิตในดวงตาของอีกฝ่ายที่ค่อยๆ ผสมกับสัญญาณแห่งความตาย

อารมณ์ของเขาจึงหนักหน่วงขึ้นอย่างกะทันหัน

ขณะนี้ ตระกูลหลัวกำลังตกอยู่ในความโกลาหล

เนื่องจากน้องสามของเขา หลัวหย่งได้ยึดสายแร่ชิงสือชั้นยอดโดยใช้กำลัง…

สิ่งนี้ทำให้ตระกูลหลัวตกอยู่ภายใต้การเฝ้ามองอย่างใกล้ชิดจากตระกูลจ้าว

หากในเวลานี้ มีบางสิ่งเกิดขึ้นกับบรรพบุรุษของพวกเขาจริงๆ

สถานการณ์ของตระกูลหลัวก็จะเลวร้ายลงในพริบตา

“มีอะไรเกิดขึ้นภายในดินแดนบรรพบุรุษของตระกูลเราเมื่อไม่นานมานี้หรือเปล่า?”

เมื่อบรรยากาศระหว่างทั้งสองเริ่มเคร่งขรึมมากขึ้น หลัวฉางเฟิงเป็นคนแรกที่กล่าวขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ

เขาถามหลัวผิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยเสียงทุ้มต่ำ

“หา บรรพบุรุษ ท่านไม่ได้เรียกข้ามาเพื่อมอบคำสั่งสุดท้ายให้งั้นเหรอ?”

เมื่อได้ยินคำพูดของหลัวฉางเฟิง หลัวผิงก็เงยหน้าขึ้นทันที ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“เมื่อกี้เจ้าพูดอะไรนะ” คิ้วของหลัวฉางเฟิงขมวดขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว

“เปล่า ไม่มีอะไรขอรับ…” หลัวผิงรีบส่ายหัว

จากนั้น เขาก็ตอบคำถามของหลัวฉางเฟิงอย่างละเอียด

จบบทที่ ตอนที่ 14 ค่าปราณโลหิตลดลง

คัดลอกลิงก์แล้ว