- หน้าแรก
- ยอดนักดาบไร้เทียมทาน แอบลงชื่อครบสามพันปี
- บทที่ 51 กระซิบแห่งเทพโบราณ!
บทที่ 51 กระซิบแห่งเทพโบราณ!
บทที่ 51 กระซิบแห่งเทพโบราณ!
บทที่ 51 กระซิบแห่งเทพโบราณ!
ยามนี้...
กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งกำลังเร่งฝีเท้าพล่านไปในพงไพร
“พวกแต๋วในชุดคลุมนั่นน่ะ โง่เง่าชะมัด ข้อมูลที่พวกมันได้มามันไม่สมบูรณ์ด้วยซ้ำ เอาแต่โชว์ลีลากระบี่ไร้แก่นสาร!”
“ใช่เลย จากข้อมูลที่เรามีตอนนี้ มันสามารถนำไปหาตัวสิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นได้แน่นอน เพียงแต่นั่นดูเหมือนจะเป็นแค่ส่วนที่ไม่สมบูรณ์ของมัน แต่แค่ส่วนไม่สมบูรณ์ก็ยังน่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้ หน้าที่ของเราก็แค่ระบุตำแหน่งโดยประมาณเท่านั้น ส่วนคนที่จะมาจับอสุรกายคือท่านผู้นั้นต่างหาก”
ในยามนี้ ชายฉกรรจ์ร่างบึกบึนกลุ่มหนึ่งกำลังตะลุยไปในป่า แต่ละคนกำลังถือเส้นขนเส้นหนึ่งไว้ในมือ ขนเส้นนั้นประหลาดยิ่ง ดำสนิทเป็นมันวาว แม้จะเป็นแค่ขนเส้นบาง มีความโค้งงออยู่บ้าง ทว่าเมื่อสังเกตใกล้ ๆ กลับคล้ายสิ่งมีชีวิต มีขนเส้นเล็กจิ๋วราวเส้นใยไม่น้อยกำลังขยับไหวอยู่บนเส้นขนและยามนี้ ขนเส้นนั้นก็กำลังหมุนเปลี่ยนทิศทางอย่างต่อเนื่อง พวกเขาจึงเร่งรุดไปตามทิศทางที่ขนชี้นำ
“เจอแล้ว!”
พวกเขาพากันยิ้มออกมา
ขนเส้นนั้นค่อย ๆ ตั้งลอยอยู่กลางอากาศ
ทันใดนั้น หมอกดำโดยรอบก็พลันเดือดพล่าน แสงสีแดงทะลักออกมาจากทุกทิศทางพร้อมกัน ในเวลาเดียวกัน กลิ่นอายสุดสะพรึงก็ปะทุขึ้น สีหน้าของผู้เดินในหมอกทั้งสี่แปรเปลี่ยนอย่างใหญ่หลวง หวาดหวั่นไม่เป็นสุข พลังนี้ช่างน่าสะพรึงนัก!
โบราณ ลึกลับ ทรงพลัง เย็นเยียบ
ทำเอาพวกเขารู้สึกราวกับจมอยู่ในปล่องน้ำแข็ง!
“น่ากลัวชะมัด!”
“นี่มันตัวอะไร! ข้อมูลในภารกิจคลุมเครือสุด ๆ ไอ้ขนตาเส้นนี้มันไปเรียกอะไรมากันแน่! ท่านมาถึงหรือยัง!”
เพียงพริบตาเดียว ฟ้าดินก็พลันมืดมิด เบื้องหน้าที่พวกเขาเห็น หมอกดำทั้งหมดปะทุขึ้นพร้อมกัน แรงกดดันอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรแผ่พุ่งออกมา จากรอบทิศก็ดังขึ้นด้วยภาษาพูดอันคลุมเครือราวกับเสียงกระซิบของเทพโบราณ ทำให้ศีรษะพลันมึนตื้อ เจ็บปวดแทบทนไม่ไหว
ในหมอกดำซึ่งปกคลุมไปทั่ว พวกเขาเหมือนจะเห็นร่างสูงใหญ่สุดสะพรึงร่างหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้น รูปลักษณ์เก่าแก่ สูงตระหง่าน ถูกปกคลุมด้วยแสงและเงา แลดูศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขาม ที่ที่เขายืนอยู่นั้นคล้ายกลืนกินกาลอวกาศ แสงสว่างถูกกลืนกิน มิติถูกบิดเบือน เขาถูกเรียกมาด้วยขนตาเส้นนั้น สรรพสิ่งคุกเข่า ฟ้าดินระเบิดแรงกดดันอันเกรียงไกร ถล่มทุกสรรพสิ่ง!
“สงบใจไว้!”
จู่ ๆ เสียงตะโกนกึกก้องพลันดังขึ้นในอากาศ ราวกับฟ้าร้อง ทำให้ผู้เดินในหมอกทั้งสี่คนราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็น จิตใจกลับมาแจ่มชัดในทันใด!
“ท่านมาแล้ว!”
ทั้งสี่อุทานด้วยความยินดีสุดขีด!
ทว่าในเวลานี้ เมื่อพวกเขาเห็นสภาพโดยรอบอย่างชัดเจน ก็พากันเหงื่อไหลโทรมกาย หน้าซีดเผือดสุดขีด
รอบด้านไม่ปรากฏแม้เงาคน มีเพียงแสงสีแดงแผ่กระจายไปทั่วและพวกเขากลับอยู่ในใจกลางแสงสีแดงนั้น แสงแดงบิดเบี้ยวราวเส้นสายประหลาดพันกันยุ่งเหยิง คล้ายบางสิ่งอันน่าสะพรึงกำลังจะมาถึง แรงกดดันมหาศาลพุ่งกระแทกจิตใจของพวกเขาและสิ่งที่เห็นในหัวในชั่วขณะนั้น หากไม่ได้รับการปลุกให้ตื่นเกรงว่าพวกเขาคงสมองตายไปแล้ว!
มันน่ากลัวเกินไป!
แรงกดดันที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรนี้มันคืออะไรกันแน่!
ยามนั้น ร่างหนึ่งก้าวออกมา ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด จู่ ๆ ก็เผยแววผวาสุดขีดออกมาทันที
“อะไรกัน! กลิ่นอายนี้…ไม่ใช่ระดับราชาทมิฬหรือ?”
ระดับของอสุรกายมีสามระดับ: ระดับฉือ ระดับเฮยและระดับราชาทมิฬ
เดิมทีพวกเขาได้รับข่าวมาว่า มีผู้ทรงพลังในหมอกดำผู้หนึ่งได้พยากรณ์เอาไว้ว่า ที่แห่งนี้อาจปรากฏต้นตอพลังงานที่มีลักษณะคล้ายราชาทมิฬและจากรูปลักษณ์อาจเป็นอสุรกายวัยเยาว์ ซึ่งอสุรกายประเภทนี้สามารถใช้ประโยชน์โดยผู้เดินในหมอกได้!
สามารถสร้างผู้แข็งแกร่งขึ้นมาได้หนึ่งคนเลยทีเดียว
ทว่า...
เมื่อมาถึงที่นี่ เขาจึงได้ตระหนักว่า คลื่นพลังในระดับนี้...
รวมถึงความสั่นสะท้านจากก้นบึ้งของกระดูก...
มันไม่มีทางเป็นเพียงอสุรกายระดับราชาทมิฬได้เลย!
นี่มันอสุรกายอะไรกันแน่ถึงได้น่าหวาดกลัวขนาดนี้!
แครก แครก แครก!
กรงลายสลักสีทองในมือเขา คล้ายศาลเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้กลับเริ่มแตกร้าว!
ร่างเขาสั่นเทิ้ม!
“ไม่ดี! ถอนตัว! ข้อมูลผิดพลาด!”
ใบหน้าของเขาเปลี่ยนสีทันที!
โครม! โครม! โครม!
หมอกดำรอบด้านระเบิดอย่างต่อเนื่อง แสงสีแดงเจิดจ้าเข้มข้นเป็นลำเส้นประหลาด ไหลวนพันกันอย่างไม่เป็นระเบียบ แค่พริบตาเดียว สถานที่แห่งนี้ก็ถูกห่อพันราวกับกรงขัง พลังอันน่าสะพรึงทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ!
พวกเขาถูกเส้นสีแดงบดบังไว้!
“นี่มันระดับอะไรกันแน่!”
ยามนั้น ผู้แข็งแกร่งที่มาทีหลังระเบิดพลัง กลางหลังของเขาปรากฏมหาสมุทรมืดมิด ลักษณะราวกับคนแจวเรือนำพาผู้คนข้ามทะเลสู่ดินแดนลี้ลับ
นำทาง!
มือของเขาถูกปกคลุมด้วยพลังแห่งความรกร้างบาง ๆ ฝ่ามือแดงก่ำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พลังอันหนักอึ้งพวยพุ่งออกมาทันที!
“ตายซะ!”
ทว่าในเวลาเดียวกัน!
โครม!
ฝ่ามือของเขากลับระเบิดขึ้นมาโดยไร้เหตุผล!
เขากรีดร้องเสียงดัง หน้าซีดเผือด!
สีหน้าของผู้เดินในหมอกทั้งสี่เปลี่ยนสีทันที!
นั่นคือผู้เดินในหมอกระดับนำทาง พลังฝึกฝนที่เน้นการฝึกฝนร่างกายล้วนรวมอยู่ที่ฝ่ามือ แต่ตอนนี้ ฝ่ามือกลับระเบิดขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ...
นี่พวกเขาไปกระตุกหนวดอะไรเข้าแล้วกันแน่!
ครืน!
ในหมอกดำ ร่างสูงใหญ่อันเก่าแก่กำลังจะปรากฏขึ้นอย่างช้า ๆ
ทว่าในเวลานั้นเอง!
ครืน!
เบื้องไกล
แสงสีเลือดสาดขึ้นสู่ฟ้าจากหมอกดำ!
เงาสูงใหญ่นั้นคล้ายสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง เส้นสีแดงหยุดนิ่งอยู่ตรงกลาง จากนั้นเงาสูงใหญ่นั้นก็หันมองไปทางที่แสงสีเลือดสาดขึ้น แม้ไม่เห็นสีหน้า แต่กลับให้ความรู้สึกเหยียดหยาม คล้ายไม่ไยดีต่อแสงสีเลือดนั้น
ทว่าจู่ ๆ...
เงาสูงใหญ่นั้นคล้ายสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง
ในฉับพลัน
เส้นสีแดงก็พลันถอยร่นราวกับคลื่นทะเล หมอกดำในที่นี้ค่อย ๆ แผ่ขยายเข้ามา
สิ่งที่น่าหวาดกลัวนั้นถอยกลับไป
“ในรอบนอกของทะเลหมอก...มีสิ่งใดอยู่กันแน่ ถึงได้ดึงดูดสิ่งนั้น?”
“นั่นมันค่ายกลประตูโลหิตทะลวงสวรรค์?”
ทันใดนั้น ผู้แข็งแกร่งผู้ฝ่ามือแตกเปื้อนเหงื่อเย็นทั่วร่าง อดทนต่อความเจ็บปวดกัดฟันกล่าวว่า
“พวกคลุมดำนั่นหรือ? แต่ค่ายกลประตูโลหิตทะลวงสวรรค์ไม่มีทางดึงดูดตัวตนระดับนั้นได้แน่…เหนือกว่าราชาทมิฬไม่เคยได้ยินเลยด้วยซ้ำแถมยังโผล่มาในรอบนอก? แล้วอะไรกันแน่ที่ดึงดูดเขา!”
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เวลานั้นเขาก็กัดฟันกล่าวว่า “ตามไป! ไม่ว่าอย่างไร ก็ห้ามปล่อยให้พวกคลุมดำได้ตัวเขาเด็ดขาด สิ่งนั้นจะส่งผลต่อสมดุลแน่!”
พวกเขาต่างเร่งเร้าพลัง มุ่งสู่รอบนอกอย่างบ้าคลั่ง
และในเวลานี้...
เสิ่นชางเกอซึ่งยืนอยู่ที่รอบนอก ดวงตาทั้งสองพลันปรากฏแววสงสัยอย่างแรงกล้า
ค่ายกลประตูโลหิตทะลวงสวรรค์ จะดึงดูดสิ่งที่พวกเขากล่าวถึงได้จริง ๆ หรือ? แต่เขากลับไม่คาดหวังเท่าไร เพราะจากคำพูดของพวกนั้น ดูเหมือนเจ้าสิ่งนั้นอาจไม่มีอยู่จริงด้วยซ้ำ
เฮ้อ...
มองไปยังแสงสีเลือดที่พวยพุ่งออกมาจากหมอกดำ
เขานั่งลงกับพื้นอย่างเซ็ง ๆ ไม่มีใครอยู่ข้างกาย เขาจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย ทว่าในขณะนั้นเอง จู่ ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งกำลังจ้องมองเขาอยู่!
“เหวอ...บัดซบเอ๊ย!”
ดวงตาทั้งสองของเขาเบิกโพลง มองเห็นในหมอกดำ มีแสงสีแดงสายหนึ่งพุ่งมาอย่างบ้าคลั่งด้วยความเร็วที่เกือบจับตาไม่ทัน!
นั่นคือลูกตา!
(จบตอน)