เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 เจ้าต้องเชื่อข้าสิ!

บทที่ 23 เจ้าต้องเชื่อข้าสิ!

บทที่ 23 เจ้าต้องเชื่อข้าสิ!


บทที่ 23 เจ้าต้องเชื่อข้าสิ!

“ประตูไม่ได้ล็อก เข้ามาเลย”

เมื่อเดินเข้ามาในเรือนของศิษย์พี่ใหญ่ ม่อชิงเฉินยังคงมีสีหน้าครุ่นคิด

แต่ในใจก็เริ่มรู้สึกว่าบางทีตนอาจจะระแวงเกินไป

แม้เสิ่นชางเกอจะบากบั่นฝึกฝนจนก้าวขึ้นสู่ระดับสะพานเทพได้แล้วจริง ๆ

แต่เขาจะไปรู้กระบี่ของนิกายต้ารื่อได้ยังไงกัน?

เพราะงั้น...

คงเป็นแค่ข้าเองที่คิดมากเกินไป

“ชิงเฉิน ภารกิจสำเร็จแล้วหรือ?” เสิ่นชางเกอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ใบหน้าเคร่งขรึม

“อืม สำเร็จแล้ว ทรัพยากรส่งให้กับนิกายเรียบร้อยแล้ว คาดว่าน่าจะพอให้พวกเราอยู่ได้อีกหนึ่งสัปดาห์…ท่านไม่จำเป็นต้องเป็นห่วง…”

ไม่ใช่สิ!

ข้าจะรายงานเขาทำไมกัน?

ปกติหมอนี่ก็ขี้เกียจจะตาย ไม่เคยยุ่งเรื่องการงานเลยสักนิด

พูดให้ตายเขาก็ไม่ทำอะไร แล้วน้ำเสียงนั้นมันอะไรกันนักหนา?

ม่อชิงเฉินสีหน้าเริ่มหม่น

“ศิษย์น้องหญิงปลอดภัยดีใช่ไหม?” เสิ่นชางเกอพูดพลางหยิบตะกร้าผ้าใกล้เตียงขึ้นมา ข้างในเต็มไปด้วยชุดขาวสำหรับเปลี่ยน

ม่อชิงเฉินหน้าดำยิ่งกว่าเก่า

“ศิษย์น้องหญิงเดินทางมาเหนื่อยทั้งวัน คงเมื่อยล้าเต็มที…”

“แต่ถ้าศิษย์น้องหญิงไม่ซักผ้าให้ข้า แล้วข้าจะใส่อะไร?”

“ข้ายืมเสื้อข้าให้ท่านก็ได้”

“ข้าน่ะเป็นคนเที่ยงตรง ซื่อตรง ทำอะไรเปิดเผยเสมอ จะให้ใส่เสื้อของผู้อื่นได้อย่างไร?”

พูดให้ตรงก็คือเสื้อของข้ามันสีดำ ไม่เข้ากับท่านใช่ไหมล่ะ?

“ถ้างั้น…ไหน ๆ ศิษย์น้องหญิงก็เหนื่อยแล้ว เจ้าช่วยข้าซักแทนแล้วกัน”

อดทนไว้

ต้องอดทนไว้!

ตั้งแต่เหยียบเข้ามาในเรือนศิษย์พี่ใหญ่ ความอดกลั้นกับคุณธรรมของข้าก็ลดฮวบ

ต้องบอกตัวเองไว้ว่าเขาคือศิษย์พี่ใหญ่ของข้า

ห้ามชักกระบี่! ห้ามชักกระบี่!

เพล้ง!

ทันใดนั้นเอง เสิ่นชางเกอก็เดินมาข้างหลังและชักกระบี่ของม่อชิงเฉินออก

ม่อชิงเฉิน: ???

“เห็นเจ้าลูบกระบี่ไปมาเหมือนลังเลอยู่ ข้านึกว่ากระบี่เจ้าเป็นสนิมแล้วเสียอีก”

เสิ่นชางเกอประสานมือไว้ด้านหลัง มองเขานิ่ง ๆ

ท่าทีราวกับจะพูดว่า: “ไม่พอใจข้ารึ? งั้นก็ฟันมาเลยสิ”

ข้า...

เขามีอะไรมั่นใจนักหรือ?

ยอดฝีมือในหมอกดำนั่น...เขาสูดลมหายใจลึก พยายามเตือนตัวเองถึงเป้าหมายที่มาที่นี่

“ศิษย์พี่…เมื่อครู่ท่านไปไหนมา?” ม่อชิงเฉินสายตาเป็นประกาย จับจ้องใบหน้าของเสิ่นชางเกออย่างแน่วแน่

“ไปไหนมา?” เสิ่นชางเกอทำหน้าฉงน “เจ้าว่าข้าไปไหนล่ะ?”

“เมื่อครู่ท่านอยู่ในนิกายหรือเปล่า? หรือว่า...ท่านเข้าไปในหมอกดำ?”

ม่อชิงเฉินถามรวดเดียวจบ จากนั้นก็ใช้เทคนิคสังเกตสีหน้าที่อาจารย์เคยสอนเขา

หลายครั้งคำตอบไม่สำคัญเท่ากับสีหน้าขณะตอบ

ผู้ที่โกหกก่อนพูดจะมีอาการสายตาวอกแวก

พอคิดคำโกหกเสร็จ จะมีแววตามั่นใจ

หากเราแย้งกลับอย่างนิ่ง ๆ เขาจะวอกแวกอีกครั้ง

ม่อชิงเฉินแค่นยิ้มในใจ

ศิษย์พี่ใหญ่นึกไม่ถึงใช่ไหมว่า ข้าน่ะไม่ใช่เด็กใสซื่อคนนั้นอีกต่อไปแล้ว

เขาจับจ้องใบหน้าของเสิ่นชางเกออย่างถี่ถ้วน

และสิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นความเย่อหยิ่งและความไม่แยแสอย่างถึงที่สุด

เสิ่นชางเกอยิ้มเย็น

“ใช่แล้ว เจ้ากล้าสงสัยข้าได้ขนาดนี้เลยหรือ?”

ม่อชิงเฉิน: ???

ท่านยอมรับเลยเรอะ?

“ท่านเข้าไปในหมอกดำ? แล้วไปทำอะไร? หรือว่าผู้แข็งแกร่งคนนั้น...”

“แข็งแกร่ง? ถ้าไม่ใช่ข้าแล้วจะเป็นใคร เจ้าเรอะ?” เสิ่นชางเกอก้มตามองเขา

ม่อชิงเฉินจำได้ว่าอาจารย์เคยบอกท่าทางแบบนี้คือการดูแคลนขั้นสูงสุด

ม่อชิงเฉินต้องกล้ำกลืนความรู้สึกอยากกระชากเสื้ออีกฝ่ายออกมาตบ

“เป็นท่านจริง ๆ งั้นหรือ? ท่านฆ่าปีศาจพวกนั้น? พลังของท่าน...”

เสิ่นชางเกอมีสีหน้าแปลกประหลาด แต่ก็ตอบรับทุกอย่างแบบทันควัน

“เจ้าคาดถูกแล้ว ทุกอย่างข้าทำเองหมด

‘ผู้แข็งแกร่ง’ คือคำเรียกแทนตัวข้า

ฆ่าปีศาจ ปราบหมอกดำ ล้วนเป็นฝีมือข้า

ส่วนพลังของข้า ลึกล้ำเกินหยั่งถึง

เจ้าเดาได้แม่นจริง ๆ ข้ายังไม่ทันพูด เจ้าก็รู้แล้ว

เห็นหรือไม่ว่า ภาพลักษณ์อันสูงส่งของศิษย์พี่ในใจเจ้านั้น เป็นสิ่งที่แม้กาลเวลาก็ลบไม่หมด!”

ตอบรับมาหน้าด้าน ๆ เลยเรอะ?

ม่อชิงเฉินมองเสิ่นชางเกอที่เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเปล่งรัศมีเย่อหยิ่ง

อะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากล!

ไอ้หมอนี่กำลังโชว์เก๊กอยู่แน่นอน!

เขาไม่ได้ฟังสิ่งที่ข้าถามเลย

แค่ได้ยินคำว่า “แข็งแกร่ง” กับ “ฆ่าปีศาจ” ก็รีบตอบรับทันที?

“เจ้ามาเพื่อถามว่าข้าคือยอดฝีมือที่ซ่อนตัวอยู่ใช่ไหม? เอาล่ะ วันนี้ศิษย์พี่จะบอกความจริงกับเจ้า

ข้าคือบุรุษผู้แข็งแกร่งที่สุดในนิกายกระบี่

ข้าคือฝันร้ายของยุคใหม่

ข้าคือเงาเงียบในความมืดที่คอยย่างกราย” เสิ่นชางเกอประสานมือไว้ด้านหลัง มองไกลออกไปอย่างลุ่มลึก

บัดซบ!

นี่มันโหมดโชว์เก๊กโดยสมบูรณ์!

ม่อชิงเฉินรู้จักศิษย์พี่ใหญ่ดีเกินไปแล้ว

เมื่อไรที่เขายืดหลังไขว้มือ มองฟ้ากว้าง เจ้าต้องเตรียมตัวรับคัมภีร์โชว์เก๊กประจำตระกูลได้เลย

“คิดว่าข้าจะเชื่อไหม?”

ม่อชิงเฉินแค่นหัวเราะเย็น ตาจ้องอย่างทะลวงวิญญาณ

ก่อนจะหมุนตัวกระแทกประตูออกไป

แถมตอนจะไปยังถ่มน้ำลายใส่หน้าประตูอีกด้วย

เสิ่นชางเกอยืนอยู่ที่เดิม

เจ้ามาเพื่อถามไม่ใช่หรือ?

เจ้าจะมาพิสูจน์ไม่ใช่หรือว่าคนที่ช่วยพวกเจ้าจากในหมอกดำคนนั้นเป็นข้าหรือเปล่า?

มันคือข้าจริง ๆ นะ!

แล้วทำไมเจ้าไม่เชื่อ?

เชื่อข้าหน่อยได้ไหม?

เสิ่นชางเกอมองฟ้ากว้าง ถอนหายใจเบา ๆ “เด็กคนนี้นิสัยดี แต่โง่ไปหน่อย”

ม่อชิงเฉินเดินกลับ สีหน้าอึมครึม สายตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง

“ศิษย์พี่ใหญ่เก่งเกินคาด ขนาดวิชาที่อาจารย์สอนข้า ยังดูไร้ประโยชน์ไปเลย…”

...

เช้าวันรุ่งขึ้น

เสิ่นชางเกอเริ่มลงชื่อ

“ลงชื่อสำเร็จที่รูปสลักเทพกระบี่ +1”

“รางวัลจากการลงชื่อ: พลังฝึกปรือคัมภีร์กระบี่ต้าลั่ว +500 ปี”

“ลงชื่อสำเร็จที่ลานฝึก +1”

“รางวัลจากการลงชื่อ: พลังฝึกปรือ +500 ปี”

“ลงชื่อสำเร็จที่หอคัมภีร์น้อย +1”

“รางวัลจากการลงชื่อ: กระบวนท่ากระบี่ม่อหลิว 2/7”

เสิ่นชางเกอเดินครบทุกจุดลงชื่อภายในนิกายกระบี่ต้าลั่ว

ได้พลังฝึกปรือเพิ่มอีกห้าร้อยปี

แม้พลังจะยังไม่ทะลุขึ้นอีกขั้น

แต่เขารู้สึกได้ว่าพรุ่งนี้เขาจะก้าวเข้าสู่จุดสูงสุดได้แล้ว

“ระดับทำลายมายาขั้นสูงสุด...ใกล้ถึงเต็มที”

ที่น่าพูดถึงคือ

คัมภีร์กระบี่ต้าลั่ว ภาคควบคุมกระบี่ของเขาดูเหมือนจะพัฒนาอีกขั้น

เขายกมือขึ้นเบา ๆ

ครืน!

รอบข้างระเบิดเสียงกระบี่ก้องสะท้าน พลังอัสนีแผ่ซ่าน!

ครั้งนี้

พลังวายุอัสนีของเขาควบคุมได้อย่างใจ!

“ขั้นควบคุม!”

ใกล้จะถึงจุดสูงสุดของภาคควบคุมกระบี่แล้ว!

เสิ่นชางเกอยกมือขึ้นอีกครั้ง

กระบี่ทั้งสามเล่มของเขาสั่นสะเทือนพร้อมกัน

“กระบี่ทั้งสามของข้าระดับมันต่ำไปหน่อย”

เขาถอนหายใจเบา ๆ

สายตาเหม่อมองออกไปไกลแสนไกล

“ถึงเวลาที่จะไปเยือน...นิกายกระบี่ต้ารื่อแล้วล่ะ…”

ณ มุมหนึ่งของนิกายในหมอกดำ

เหล่าศิษย์พลันรู้สึกเย็นวาบไปทั่วร่สง...

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 23 เจ้าต้องเชื่อข้าสิ!

คัดลอกลิงก์แล้ว