เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 นิกายกระบี่ต้ารื่อบุก!

บทที่ 14 นิกายกระบี่ต้ารื่อบุก!

บทที่ 14 นิกายกระบี่ต้ารื่อบุก!


บทที่ 14 นิกายกระบี่ต้ารื่อบุก!

“หรือว่า...พวกเราควรจะถอยกันก่อน...” ศิษย์หนุ่มหลายคนเริ่มลังเล

ไม่กี่วันก่อน ศิษย์พี่ของพวกเขาคนหนึ่งเคยเดินทางมาสำรวจแถบนี้ แล้วขาดการติดต่อไปโดยไร้วี่แวว พวกเขาเดินตามร่องรอยของศิษย์พี่มาเรื่อยๆ จนกระทั่ง

มาถึงที่นี่ ร่องรอยก็หายไปอย่างสิ้นเชิง

“เราควรถอยจริงนั่นแหละ...แต่รอสักพักก่อน รอจนแน่ใจว่าอสูรปีศาจถอยไปแล้ว ไม่อย่างนั้น ถ้าย้อนกลับตอนนี้ก็เท่ากับเดินเข้าปากเสือเท่านั้นเอง”

ทุกคนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ต่างกำกระบี่แน่น คล้ายจะลองดูว่าตัวเองหลุดพ้นจากความหวาดกลัวก่อนหน้านี้แล้วหรือยัง

แต่ในตอนนั้นเอง...

“เดี๋ยวก่อน ข้างหน้า...เหมือนหมอกดำจะจางลง?”

ศิษย์คนหนึ่งสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว

ตอนนี้พวกเขายังอยู่ในหมอกดำ วัตถุหม่นมัวรอบตัวทำให้รู้สึกอึดอัดบีบคั้นอย่างรุนแรง แต่พอมองไปข้างหน้ากลับรู้สึกว่าหมอกเริ่มเบาบางลงอย่างชัดเจน!

“จริงด้วย เมื่อกี้ยังไม่ได้สังเกต ที่นี่ดูเหมือนจะจางกว่าตรงที่เราผ่านมาเยอะเลย...”

พวกเขาสบตากัน

ภายในใจล้วนเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา

หรือว่า...

พวกเขาฮึดกล้าเดินหน้าไปอีกหน่อย แล้วก็พบว่าหมอกดำเบื้องหน้าได้ถูกขับไล่ออกไปแล้ว บริเวณตรงหน้านั้นคล้ายกับพื้นที่ของนิกายของพวกเขาเอง ไม่มีหมอกดำรุกรานแม้แต่น้อย!

สีหน้าทุกคนสั่นไหว

“นี่มัน...”

“ภายในหมอกดำ ยังมีนิกายอื่นอยู่จริงๆ อย่างนั้นหรือ? แล้วศิษย์พี่ของเราที่มาตรงนี้ก่อน...ถูกอสูรฆ่าตายหรือโดนนิกายแห่งนี้ฆ่ากันแน่ นอกจากนิกายกระบี่ต้ารื่อของพวกเรา ยังมีนิกายอื่นที่เหลืออยู่ด้วยสินะ...”

ทุกคนสีหน้าตึงเครียด

หากเป็นกรณีแรก ก็คงทำอะไรไม่ได้ แต่หากเป็นกรณีหลังจะต้องประกาศสงครามหรือไม่?

ในสภาพแวดล้อมที่ถูกหมอกดำปกคลุมเช่นนี้ การนองเลือดนั้นมีความหมายลึกซึ้ง

เพราะทุกคนต่างตึงเครียดถึงขีดสุดแล้ว

“ลองสืบข่าวของนิกายนี้ก่อนดูว่าระดับพลังของพวกเขาเป็นอย่างไร...จากนั้นค่อยรายงานกลับนิกายเรา เฟิ่งหยาง เจ้ามีวิชาตัวเบาดีที่สุด ไปดูมาเงียบๆ หน่อย”

ชายร่างผอมคนหนึ่งพยักหน้า เมื่อพูดถึงวิชาตัวเบา ดวงตาเขาก็เปล่งประกายด้วยความมั่นใจ

เขาฝึกวิชาก้าวต้ารื่อของนิกายกระบี่ต้ารื่อจนถึงขั้นสูงสุดและมีพรสวรรค์โดดเด่นในด้านนี้ เพียงแต่วิชาก้าวต้ารื่อเป็นแค่ระดับวิญญาณขั้นสูงเท่านั้น ยังห่างจากระดับคืนสัจธรรมอยู่มาก ความฝันสูงสุดของเขาในชีวิตนี้ก็คือการได้ก้าวเข้าสู่ขอบเขตสุดยอดของวิชาตัวเบา!

เขาเชื่อว่าเขาต้องบรรลุระดับล่องหายได้แน่

จะสำเร็จหรือไม่ ก็แค่เรื่องของเวลาเท่านั้น

“ไปเถอะ” เหล่าศิษย์พยักหน้า พวกเขาทุกคนซ่อนตัวอยู่ภายนอก ปล่อยให้ชายหนุ่มชื่อ ฉินเฟิ่งหยาง ลอบเข้าไปสอดแนม

“ระวังตัวไว้ หากมีอะไรให้ใช้หยกสื่อสารแจ้งเราทันที”

ฉินเฟิ่งหยางพยักหน้า “เข้าใจแล้ว ว่าแต่ พวกเจ้ารู้สึกเหมือนข้าหรือเปล่า? ข้ามีลางแปลกๆ ในใจ มันยิ่งกว่าตอนที่อสูรไล่ล่าเราเมื่อกี้เสียอีก รู้สึกหนาวเยือกอย่างบอกไม่ถูก”

“มีหรือ?”

“งั้นแปลว่าไม่มีละนะ”

ฉินเฟิ่งหยางบ่นพึมพำ จากนั้นก็หมุนตัวหายลับไป

ในที่ที่พวกเขามองไม่เห็น เงาร่างหนึ่งแวบผ่านอย่างรวดเร็ว

...

ยามรุ่งสาง หอคัมภีร์น้อยซึ่งเป็นพื้นที่เพิ่งเปิดใหม่ มีศิษย์มากมายเร่งมาที่นี่แต่เช้า บ้างคอยบันทึกตรวจสอบกระบวนท่ากระบี่ บ้างลาดตระเวนดูแลรอบบริเวณ

“แปลกแฮะ เหมือนมีอะไรแวบผ่านเมื่อกี้ พวกเจ้าเห็นไหม?”

ศิษย์คนหนึ่งหันไปมองด้านหลังด้วยสีหน้างุนงง พลางหดคออย่างระแวง

“ไม่เห็นนะ เจ้าอาจตาฝาดก็ได้?”

ศิษย์นิกายกระบี่ต้าลั่วรอบข้างต่างมองเขาอย่างงุนงง

“หรือเจ้าเบลอไปเอง ข้าจำได้ว่าอาทิตย์ก่อน ศิษย์พี่ใหญ่ยังวิ่งถามหาว่าใครเห็นไก่อยู่เลย ข้าเริ่มสงสัยแล้วว่านิกายเรามีข่าววงในอะไรที่ข้าเก็บตกไม่ทัน เจ้าบอกข้ามาเถอะ เจ้าไปหา ‘ไก่’ อยู่ใช่ไหม?”

อีกคนทำหน้าประหลาด “ไก่ที่เจ้าพูดนี่...มันหมายถึงจริงหรือ?”

“พูดบ้าอะไร คนจริงใครจะถามหาไก่จริงจัง!”

เหล่าศิษย์พากันล้อเล่นหยอกล้อ

ขณะที่ฉินเฟิ่งหยางในเงามืดกลับมองด้วยสายตาเหยียดหยาม

พวกศิษย์พวกนี้ ส่วนใหญ่แค่ระดับช่องเปิดสวรรค์เท่านั้น

เขากวาดตามอง ดูเหมือนจะมีแค่คนเดียวเท่านั้นที่อยู่ระดับแน่นจิต

“นิกายนี้ดูอ่อนแอ แต่เหมือนจะครอบครองหอคัมภีร์ หากสามารถกลืนพวกมันได้ก็จะช่วยเสริมพลังให้กับนิกายกระบี่ต้ารื่ออย่างมาก”

ที่สำคัญ ดูเหมือนนิกายกระบี่แห่งนี้จะไม่ได้แข็งแกร่งนัก

เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ได้ยินพวกเขาคุยกัน บอกว่าที่นี่เคยเป็นสาขาของนิกายกระบี่ต้าลั่ว?

ถ้าอย่างนั้น พวกเขาต้องมีบางส่วนของคัมภีร์กระบี่ต้าลั่วแน่!

พอคิดถึงคัมภีร์กระบี่ต้าลั่ว แม้จะรู้ว่าไม่ครบถ้วน ดวงตาเขาก็ยังเปล่งประกายความโลภออกมา

เขาควักหยกเนื้อเรียบใสชิ้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ

ขยับมือถูบนนั้นอยู่พักหนึ่ง

นี่เรียกว่าหยกสื่อสาร

เป็นเครื่องมือสื่อสารเพียงหนึ่งเดียวในหมอกดำตอนนี้

หากถูมันด้วยวิธีเฉพาะ พร้อมส่งพลังวิญญาณเข้าไปก็จะสร้างข้อความขึ้นบนหยกของคนอื่นได้

“ที่นี่เป็นสาขานิกายกระบี่ต้าลั่ว? แถมดูเหมือนจะไม่แข็งแกร่ง ศิษย์ภายในแม้แต่ระดับแน่นจิตก็แทบไม่มี...”

ขณะนั้นเอง ศิษย์ที่รออยู่ภายนอกก็มีสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย

นิกายกระบี่ต้าลั่ว!

นิกายกระบี่ในตำนานที่เปี่ยมด้วยเกียรติภูมิ...

คัมภีร์กระบี่ต้าลั่วซึ่งเน้นพลังโจมตีอย่างถึงขีดสุด...

และที่สำคัญที่สุดคือ ภายใต้การรุกรานของหมอกดำ นิกายนี้ดูจะไม่มีพลังมากนัก!

อย่างน้อยจากที่ฉินเฟิ่งหยางตรวจตราภายในนิกาย ก็ยังไม่เห็นแม้แต่ผู้ฝึกตนระดับแน่นจิตที่แข็งแกร่ง!

“ถ้าอย่างนั้น เราก็เข้าไปดูกันบ้างเถอะ”

ทุกคนยิ้มกันอย่างย่ามใจ

“แล้วเฟิ่งหยางล่ะ?”

“เขายังเข้าไปลึกอยู่ สังเกตการณ์เพิ่มเติมอยู่ข้างใน แต่อย่าห่วง เขาน่าจะรู้ขอบเขตของตัวเองดี ไม่ไปยั่วพวกตัวตึงตัวจริงแน่ ถึงจะเป็นอูฐตาย แต่ก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า ยังไงก็อย่าประมาทจะดีกว่า”

...

จางซานเจี้ยนกำลังนั่งขัดสมาธิในห้อง ฟื้นฟูบาดแผลของตน

ไม่รู้เลยว่า ตอนนี้มีดวงตาคู่หนึ่งกำลังมองเข้ามาจากภายนอก

“ที่แท้...ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของนิกายกระบี่ต้าลั่วตอนนี้ก็คือเฒ่าคนนี้เอง กลิ่นพลังของเขาหนักหน่วงลึกล้ำดั่งเหวลึก เพียงแต่ดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บหนักมาก นี่แหละโอกาสของนิกายกระบี่ต้ารื่อ!”

นอกหน้าต่าง เงาร่างหนึ่งซ่อนตัวในเงามืด บรรยากาศเงียบสนิท หากไม่เข้าใกล้จริงๆ ก็มองไม่ออกว่าเขาอยู่ที่นั่น

ฉินเฟิ่งหยางสมกับเป็นอัจฉริยะด้านวิชาตัวเบาอย่างแท้จริง!

แต่ในตอนนั้นเอง...

ดวงตาเขาพลันเบิกกว้าง สีหน้าซีดเผือด

ไม่ดีแล้ว! ข้ากำลังถูกจ้องอยู่!

เขาหายตัวจากที่เดิมอย่างรวดเร็ว พุ่งหนีออกไปอย่างไม่คิดชีวิต เบื้องหน้าคือป่าลึกที่ติดกับหมอกดำ เขาเร่งวิชาตัวเบาถึงขีดสุด ก้าวเท้าแต่ละก้าวส่งแรงสะเทือนเป็นคลื่นสีทองกระจาย ความเร็วถึงขั้นน่าสะพรึง

แต่ข้างหลังกลับมีเงาร่างหนึ่งตามมาอย่างกระชั้นชิด ความเร็วของมันไม่เร็วไม่ช้า ทว่าเหมือนกำลังเล่นตามจังหวะของเขา ไม่เคยปล่อยให้หลุดมือ

ความรู้สึกนั้นคล้ายกับหนูที่กำลังถูกแมวหยอกเย้า!

ข้าถูกตัวประหลาดอะไรกันแน่ตามล่า?

ดวงตาของฉินเฟิ่งหยางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เขารู้สึกชัดเจนว่าวิชาตัวเบาของตน

กำลังถูกกดไว้จนแทบหายใจไม่ออก!

1.‘หาไก่’ เป็นสำนวนหมายถึงการหาหญิงบริการ

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 14 นิกายกระบี่ต้ารื่อบุก!

คัดลอกลิงก์แล้ว