เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1: อัจฉริยะแห่งตระกูลหลิน, หลินเสวียน

บทที่ 1: อัจฉริยะแห่งตระกูลหลิน, หลินเสวียน

บทที่ 1: อัจฉริยะแห่งตระกูลหลิน, หลินเสวียน


บทที่ 1: อัจฉริยะแห่งตระกูลหลิน หลินเสวียน

ทวีปเสวียนเทียน

ราชวงศ์ต้าเยี่ยน

เมืองไท่อัน

ตระกูลหลิน

“ขอบเขตชุบกายขั้นห้า”

“ผ่าน”

“ขอบเขตชุบกายขั้นเจ็ด”

“ยอดเยี่ยม”

“ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นเจ็ด”

“นี่....”

หลินเสวียนมองไปยังอักษรห้าตัวใหญ่ที่ปรากฏบนศิลาการต่อสู้ ทว่าสีหน้าของเขากลับไม่มีความเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย ราวกับว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตน

“ยินดีกับนายน้อยหลินเสวียนที่ทะลวงสู่ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นเจ็ด”

ผู้อาวุโสของตระกูลหลินผู้รับผิดชอบการทดสอบระดับบำเพ็ญเพียรกดความตกตะลึงในใจลง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มและกล่าวแสดงความยินดีต่อหลินเสวียน

สิ้นเสียงของผู้อาวุโส เหล่าเด็กหนุ่มและเด็กสาวที่รายล้อมลานกว้างของตระกูลหลินต่างเผยสีหน้าอิจฉา

“เมื่อปีก่อนนายน้อยหลินเสวียนยังอยู่เพียงขอบเขตรวบรวมปราณขั้นสาม แต่ปีนี้กลับทะลวงสู่ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นเจ็ดแล้ว ความเร็วในการฝึกฝนนี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน”

“ใครว่าไม่ใช่เล่า แม้แต่ท่านเจ้าเมืองยังส่งของขวัญให้นายน้อยหลินเสวียนทุกปี ด้วยต้องการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนายน้อยหลินเสวียน!”

“เมื่อเทียบกับนายน้อยหลินเสวียนแล้ว ข้ารู้สึกว่าฐานบำเพ็ญเพียรขอบเขตชุบกายขั้นเจ็ดของข้ามันไม่ต่างอะไรกับขยะ”

“เทียบกับนายน้อยหลินเสวียนน่ะรึ เจ้าก็คู่ควร? เจ้ารู้หรือไม่ว่าการที่นายน้อยหลินเสวียนบรรลุขอบเขตรวบรวมปราณขั้นเจ็ดตั้งแต่อายุสิบหกปีนั้นหมายความว่าอย่างไร?”

“หึ่ม ก็ไม่ใช่นายน้อยหลินเสวียนมีปู่ที่ดีหรอกรึ? หากปราศจากทรัพยากรของตระกูลที่ทุ่มเทให้ หลินเสวียนจะฝึกฝนได้รวดเร็วเช่นนี้ได้อย่างไร”

“เหอะๆ ต่อให้เจ้ามีท่านปู่เป็นประมุขตระกูลแล้วอย่างไร? ขยะก็ยังคงเป็นขยะ มีดีแต่ปาก อายุสิบแปดปีแล้วยังอยู่แค่ขอบเขตชุบกายขั้นสี่ ช่างขายขี้หน้าตระกูลหลินเสียจริง แม้แต่หลินเหยียนยังดีกว่าเจ้า อย่างน้อยเขาก็เคยรุ่งโรจน์มาก่อน”

“เจ้า....”

“เจ้าอะไรของเจ้า มีปัญญาก็ขึ้นไปบนเวทีประลอง ดูสิว่าข้าจะไม่ซัดเจ้าจนขี้แตกเลยรึไง สภาพอย่างเจ้ายังกล้ามาดูแคลนนายน้อยหลินเสวียน”

เสียงชื่นชม อิจฉา ริษยา และชิงชังดังเข้าหูของหลินเสวียน บุรุษหนุ่มทำเพียงยิ้มบางๆ ฉากเช่นนี้ตนเคยประสบมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

“นายน้อยหลินเสวียนเหนื่อยแล้ว ทดสอบเสร็จแล้วนายน้อยไปพักผ่อนก่อนได้”

ผู้อาวุโสผู้รับผิดชอบการทดสอบมีใบหน้าเปี่ยมเมตตา ปกติแล้วในตระกูลเขาเป็นคนไม่ค่อยยิ้มแย้ม จะมีก็เพียงตอนที่ได้เห็นหลินเสวียนในการทดสอบเท่านั้นจึงจะเผยรอยยิ้มสดใสออกมา สำหรับผู้อาวุโสที่อุทิศทั้งชีวิตให้แก่ตระกูล การที่ได้เห็นอัจฉริยะอย่างหลินเสวียนปรากฏตัวขึ้นในช่วงชีวิตของตน ความรู้สึกในใจย่อมเป็นที่ประจักษ์

หลินเสวียนพยักหน้า ในใจอดรู้สึกซับซ้อนไม่ได้

ตน...มิใช่คนของโลกใบนี้

ตนมาจากโลกที่เรียกว่าดาวสุ่ยหลัน บัดนี้ได้ข้ามมิติมายังโลกใบนี้เป็นเวลาสิบหกปีแล้ว

โลกนี้มีความสามารถเหนือธรรมชาติ ผู้แข็งแกร่งสามารถเหินฟ้ามุดดิน เผาสวรรค์ต้มทะเล เด็ดดารากุมจันทรา ไม่มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้ นับตั้งแต่หลินเสวียนรู้ว่าโลกนี้ไม่ธรรมดา เขาก็ตั้งปณิธานว่าจะเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง!

ในขณะที่คนอื่นยังคงดื่มนมอยู่ในผ้าอ้อม หลินเสวียนก็เริ่มขบคิดว่าจะเข้าถึงวิถีแห่งการฝึกฝนได้อย่างไร โชคดีที่ชาติกำเนิดของตนไม่ได้เลวร้าย ในภพชาตินี้ตนเป็นหลานชายของผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลหลิน และสามารถเข้าสู่วิถีแห่งการฝึกฝนได้สำเร็จเมื่ออายุสามขวบ

จึงได้เริ่มการฝึกฝนอย่างขมักเขม้น กลายเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลหลินและเมืองไท่อันในรอบพันปี แม้กระทั่งในราชวงศ์ต้าเยี่ยนก็ยังมีชื่อเสียงไม่น้อย

เพียงแต่ว่า เส้นทางนี้ราบรื่นเกินไป ไม่ได้มีเรื่องราวน่าเบื่อหน่ายอันใดเกิดขึ้น ทั้งยังไม่มีระบบปรากฏขึ้น สิ่งนี้ทำให้หลินเสวียนผิดหวังเล็กน้อย

เคล็ดวิชาสูงสุดที่ตนฝึกฝนในตอนนี้เป็นเพียงวิชาระดับเสวียนขั้นต่ำเท่านั้น เคล็ดวิชาในทวีปเสวียนเทียนแบ่งออกเป็นสี่ระดับคือ เทียน ตี้ เสวียน และหวง โดยระดับเทียนสูงที่สุด และระดับหวงต่ำที่สุด ส่วนเหนือระดับเทียนขึ้นไปยังมีเคล็ดวิชาระดับสูงกว่านี้อีกหรือไม่ เรื่องนี้หลินเสวียนไม่ทราบ

“หากข้าสามารถได้รับเคล็ดวิชาระดับเทียนสักเล่ม ระดับบำเพ็ญเพียรในตอนนี้คงทะลวงสู่ขอบเขตแก่นแท้ หรือกระทั่งขอบเขตทะเลปราณไปแล้ว!”

หลินเสวียนคิดในใจ พรสวรรค์ของตนไม่ได้ด้อยเลย แม้จะมองไปทั่วทั้งต้าเยี่ยนก็นับว่าเป็นกลุ่มที่อยู่บนสุด สิ่งเดียวที่ขาดไปคือเคล็ดวิชา!

《ติ๊ง....》

บนแท่นสูง ประมุขตระกูลและผู้อาวุโสหลายคนมองไปยังหลินเสวียนที่กำลังเดินลงจากเวทีอย่างช้าๆ บนใบหน้าของทุกคนต่างเผยรอยยิ้มออกมา

ผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลหลินลูบเคราสีขาวของตน ใบหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “เจ้าเด็กนี่บอกข้าว่าทะลวงขึ้นมาได้นิดเดียว ไม่นึกเลยว่าเขาจะทะลวงพรวดเดียวสู่ขอบเขตรวบรวมปราณขั้นเจ็ด!”

ผู้อาวุโสสองพยักหน้าและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ด้วยความเร็วในการฝึกฝนของหลินเสวียน ก่อนอายุสิบแปดปีจะต้องทะลวงสู่ขอบเขตแก่นแท้ได้อย่างแน่นอน ไม่แน่ว่าก่อนอายุยี่สิบอาจจะแซงหน้าพวกเราเหล่าผู้เฒ่าไปแล้ว ในอนาคตตระกูลหลินของพวกเราจะต้องเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไท่อัน!”

“ผู้อาวุโสใหญ่ ท่านมีหลานชายที่ดีจริงๆ”

ประมุขตระกูลหลินนามหลินจ้านมองไปยังอัจฉริยะหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา ในแววตาฉายความยินดีอยู่บ้าง ทว่าหลังจากนั้นสีหน้ากลับหมองคล้ำลง “เฮ้อ ระดับบำเพ็ญเพียรของเหยียนเอ๋อร์กลับหายไปอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ไม่ว่าจะฝึกฝนอย่างไรก็ไม่มีประโยชน์”

“หลายปีมานี้ไม่ว่าจะทำอย่างไร แม้กระทั่งตามหาโอสถกรระดับสามมาดูก็ยังมองไม่ออกว่าเหยียนเอ๋อร์เกิดปัญหาที่ใด”

หลินเหยียนคือบุตรชายของหลินจ้าน ครั้งหนึ่งเคยเป็นถึงผู้มีพรสวรรค์อันดับสองของเมืองไท่อัน น่าเสียดาย...

“คนต่อไป หลินเหยียน!”

เมื่อเสียงของผู้อาวุโสผู้รับผิดชอบการทดสอบดังขึ้น สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปยังทิศทางเดียวกัน เพียงแต่ว่ามันต่างจากสายตาที่มองหลินเสวียนอย่างสิ้นเชิง สายตาที่พวกเขามองไปยังร่างนั้นมีแต่การเยาะเย้ย ความขบขัน และความดูถูก

หลินเสวียนยืนอยู่นอกกลุ่มคน มองไปยังร่างอันโดดเดี่ยวนั้นด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ตนไม่ได้เยาะเย้ยถากถาง ทั้งไม่ได้เดินเข้าไปทักทาย ราวกับกำลังมองคนเดินถนนคนหนึ่ง

ต้นแบบของอัจฉริยะที่ตกต่ำนั้นหลินเสวียนกระจ่างแจ้งแก่ใจดี ทั้งยังรู้สาเหตุที่ระดับบำเพ็ญเพียรของหลินเหยียนหายไปด้วย แต่ตนกลับไม่เลือกที่จะยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว

แม้หลินเสวียนจะดูอายุไม่มาก แต่ตนเป็นผู้ข้ามมิติมา!

ทุกคนในตระกูลหลินต่างคิดว่าอัจฉริยะเช่นตนมีท่วงท่าของอัจฉริยะอย่างแท้จริง--เย่อหยิ่ง เย็นชา พูดน้อย แข็งแกร่ง เป็นหนุ่มหน้าตาย

ในความเป็นจริง ตนแค่ไม่สามารถเข้ากับเด็กเหลือขอพวกนี้ได้ หลังจากนั้นก็พบว่าการทำตัวเย็นชาก็ไม่เลว อย่างน้อยทุกคนในตระกูลหลินก็ค่อนข้างรักใคร่ตน จึงได้คงท่าทีเช่นนี้ไว้ตลอดมา

ดังนั้นตนจึงไม่คิดจะทำลายภาพลักษณ์ของตัวเอง มันจะทำให้คนอื่นสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ที่ตนยังคงแบกรับชื่อเสียงอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลหลิน ต่อให้ต้องการผูกมิตรกับหลินเหยียนอย่างจริงใจ ก็อาจถูกบิดเบือนและมักจะให้ผลตรงกันข้าม

เว้นเสียแต่ว่าตนจะเปลี่ยนเพศ

อีกประเด็นหนึ่งคือตาแก่ที่อยู่ในตัวของหลินเหยียน หลินเสวียนสงสัยว่าระบบของหลินเหยียนไม่ซ่อนอยู่ในแหวนก็ต้องอยู่ในจี้หยก ก่อนหน้านี้ตนก็เคยคิดที่จะแอบฉวยเอาระบบของหลินเหยียนมา หรือกระทั่งมีจิตสังหาร

ทว่าต่อมา ตนก็ล้มเลิกความคิดเช่นนั้นอย่างรวดเร็ว

ตนไม่เชื่อหรอกว่าตาแก่ของหลินเหยียนจะรับมือได้ง่ายๆ ผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่มานานไม่รู้กี่ปีแล้วจะไม่ทิ้งไพ่ตายไว้เลยได้อย่างไร?

แม้จะอยู่ในสภาวะหลับใหล แต่ก็ย่อมมีการรับรู้พื้นฐานต่อโลกภายนอกอยู่บ้าง กระทั่งการที่ระดับบำเพ็ญเพียรของหลินเหยียนหายไปในช่วงไม่กี่ปีมานี้ หลินเสวียนยังสงสัยว่าอาจเป็นบททดสอบที่ตาแก่ของหลินเหยียนมอบให้

หากเป็นเช่นนั้นจริง ต่อให้ตนได้ตาแก่ของหลินเหยียนมาแล้วจะอธิบายเรื่องทั้งหมดนี้อย่างไร?

หลินเสวียนส่ายหัว ตนมีโอกาสสูงมากที่จะถูกตาแก่ของหลินเหยียนมองว่าเป็นศัตรูแล้วตบตายในฝ่ามือเดียว

ประจบสอพลอก็เป็นไปไม่ได้ ขโมยก็ทำไม่ได้ คงทำได้เพียงพึ่งพาตนเองให้เป็นหนึ่งในใต้หล้า

“ระบบสืบทอดมรดกไร้เทียมทาน อธิบายความสามารถมา!”

——————————

ลำดับขอบเขตบำเพ็ญเพียร

ชุบกาย รวบรวมปราณ แก่นแท้ ทะเลปราณ พลังเหนือธรรมชาติ ตำหนักวิญญาณ ทลายมิติ หวนคืนสู่หนึ่ง สามแดนผนึกนักบุญ เก้าก้าวสู่เซียน นิพพานสูงสุด

...

จบบทที่ บทที่ 1: อัจฉริยะแห่งตระกูลหลิน, หลินเสวียน

คัดลอกลิงก์แล้ว