เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 55 ตายแล้วเกิดใหม่

บทที่ 55 ตายแล้วเกิดใหม่

บทที่ 55 ตายแล้วเกิดใหม่


ครึ่งเดือนต่อมา วงจรอาคมง่ายๆ ที่ใช้ชำระน้ำทะเลให้กลายเป็นน้ำจืดก็สร้างเสร็จสิ้น

เมื่อมีน้ำดื่มและอาหารพอเพียงอีกครั้ง ผู้รอดชีวิตบนเกาะไท่อันต่างคุกเข่าลงกราบขอบคุณท่านเซียนที่ช่วยชีวิตพวกเขาไว้

แต่ในใจของหลี่ฟานกลับไม่สบายใจนัก เขารู้สึกกระวนกระวายเป็นอย่างมาก

หลังจากได้สร้างวงจรอาคมขึ้นมาเอง หลี่ฟานก็ถือว่าได้เริ่มต้นก้าวเข้าสู่ศาสตร์แห่งวงจรอาคมแล้ว

เมื่อถึงตอนนี้เขาถึงได้พบว่า วงกตอาคมปกป้องเกาะของไท่อันกำลังถูกทำลายด้วยความเร็วที่ผิดปกติยิ่ง

โดยทั่วไปแล้ว วงกตอาคมปกป้องเกาะมักจะทำงานได้ต่อเนื่องนับร้อยปี

แต่หากปล่อยให้ถูกทำลายต่อไปด้วยความเร็วในปัจจุบัน ภายในอีกสองสามปีวงกตก็จะหมดประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง

หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียด ประกอบกับคำอธิบายใน《ทฤษฎีวงจรอาคมเบื้องต้น》 หลี่ฟานก็พบสาเหตุที่ทำให้วงกตเสียหาย

ปราณในสวรรค์พิภพกลายเป็นดุร้าย รุนแรงขึ้นอย่างมาก

ปราณอันเดือดดาลเช่นนี้ราวกับมีจิตใจของตัวเอง เมื่อวงกตอาคมปกป้องเกาะดูดซับแล้ว เริ่มกัดกร่อนจุดสำคัญในวงจรอาคมช้าๆ

ตอนนี้วงกตอาคมปกป้องเกาะก็เหมือนกับเครื่องจักรที่ชิ้นส่วนสำคัญเริ่มขึ้นสนิมช้าๆ ทุกครั้งที่ทำงาน อายุการใช้งานก็จะลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ

หลี่ฟานพบสาเหตุแล้ว แต่กลับไม่มีวิธีแก้ไขใดๆ

วงกตอาคมปกป้องเกาะซับซ้อนมาก ประกอบด้วยจุดสำคัญกว่าหมื่นจุด แต่ละจุดมักจะประกอบด้วยวงจรย่อยอีกหลายสิบวงจรด้วยกัน

ตำนานเล่าว่าตอนสร้างมันครั้งแรก ต้องใช้ปรมาจารย์ศาสตร์วงจรอาคมขั้นหล่อหลอมร่างทารกจากพันธมิตรหมื่นเซียนร่วมมือกันสร้าง

ตอนนี้ปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ไหนเลยจะเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกเซียนที่พึ่งจะเริ่มต้นศาสตร์วงจรจะแก้ไขได้

อีกทั้งสาเหตุหลักของปัญหายังอยู่ที่ปราณซึ่งถูกวงกตดูดซับเข้าไปด้วย

ถึงแม้จะซ่อมวงจรให้เรียบร้อยชั่วคราว แต่หากปราณดุร้ายภายนอกไม่เปลี่ยนแปลงไป ก็เหมือนดับไฟแต่ยังคงตักน้ำมันใส่อยู่ดี

"หากอยู่บนเกาะไท่อันต่อไป ก็มีแต่รอความตายเท่านั้น ต้องหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้"

"แต่ไม่รู้ว่าภายนอกเกิดเหตุการณ์ผิดปกติอะไร ปราณดุร้ายอาละวาดอยู่ทั่วไป การออกไปตอนนี้ก็เหมือนเดินไปสู่ความตาย"

ไม่ว่าจะเดินหน้าหรือถอยหลัง ดูเหมือนตอนนี้จะตกอยู่ในสถานการณ์ตันไปหมด

"นี่หรือคือคำสาปแห่งฟ้าดินที่กล่าวถึงกัน…" หลี่ฟานจ้องมองท้องฟ้าภายนอกวงกต รู้สึกราวกับตัวเองตกอยู่ในใยแมงมุม ดิ้นไม่หลุดและกำลังใกล้ตาย

แต่เขาก็ไม่ได้เลือกใช้ท่วงทำนอง【หวนเจิน】ในทันที

การ【หวนเจิน】กลับไป ต้องเสียเวลานานเกือบสิบปีในการเติมพลัง ยังไม่พูดถึงว่าหากไม่หาต้นตอของปัญหาให้เจอ ครั้งหน้าคงก็หนีความตายไปไม่พ้นอยู่ดี

แม้จะหนีไกลจากทะเลชงอวิ่น จะมั่นใจได้หรือไม่ว่าจะไม่พบเจอวิกฤตใหม่อีก?

ต้องรู้ว่า ธรรมชาติแห่งโลกนี้มีความอาฆาตแค้นต่อผู้ฝึกเซียนแผ่กระจายอยู่ทุกหนแห่ง

หลี่ฟานไม่คิดว่าการย้ายที่ฝึกฝนจะทำให้หลีกเลี่ยงมันได้

ดังนั้น หากไม่ถึงคราวสุดท้าย เขาจะยังไม่ยอมแพ้และสละโลกนี้ไปเสียทีเดียว

ในช่วงเวลาต่อมานี้ หลี่ฟานทั้งฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ทั้งมองหาทางผ่านวิกฤตไปพร้อมกัน

ทว่าพลังปราณดุร้ายภายนอกนั้น ไม่เพียงไม่มีท่าทีสงบลงเลย ยิ่งเวลาผ่านไป กลับรุนแรงบ้าคลั่งมากขึ้น

วงกตอาคมปกป้องเกาะก็เสียหายเร่งเร้าภายใต้การกัดกร่อนนี้ กลายเป็นสภาพที่อาจพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ

"ช่างเถิด คงจะหมดหนทางแล้ว" หลี่ฟานรู้สึกเศร้าสร้อยใจอยู่บ้าง

เขารู้สึกไม่พอใจนัก หากต้องจบชีวิตนี้ไปอย่างไร้ความหมายเช่นนี้

แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ

"หวนเจิน!"

หลี่ฟานมองไปยังเกาะไท่อันอีกครั้งด้วยความอาลัย ก่อนจะร่าย【หวนเจิน】และกำลังจะสิ้นสุดชีวิตนี้

แต่แล้วเขาก็หยุดชะงัก

เพราะเมื่อมองมนุษย์ปุถุชนที่กำลังฟื้นตัวด้านล่าง หลี่ฟานกลับนึกขึ้นมาได้ว่าพลังปราณดุร้ายภายนอกนั้น ดูเหมือนจะไม่ได้มุ่งร้ายต่อมนุษย์ปุถุชน

จากคำบอกเล่าของคนบนเกาะนั้น ภายนอกวงกตเพียงแค่อากาศร้อนขึ้นนิดหน่อยเท่านั้น ไม่ได้มีอันตรายใดๆ เป็นพิเศษ

"ธรรมชาติกำลังหมายมั่นจะสังหารเพียงผู้ฝึกเซียน หากเป็นมนุษย์ปุถุชนคงไม่เป็นอะไร"

ถ้าข้าทำลายพลังฝึกฝนทั้งหมด แปรสภาพเป็นมนุษย์ธรรมดาชั่วคราวไม่ใช่ว่าจะมีชีวิตรอดหรอกหรือ?

หลี่ฟานนึกถึง《คัมภีร์แห่งความจริงดั้งเดิมขั้นสูงสุด》ขึ้นมาได้

ด้วยคัมภีร์วิเศษนี้ แม้สลายพลังฝึกฝน ก็ไม่เสียสูญระดับภายในไปมากนัก เพียงหาที่ปลอดภัยแล้ว ไม่นานก็จะกลับสู่ขั้นเดิมได้อีกครั้ง

"นี่คือความหมายที่แท้จริงของคำว่าตายแล้วเกิดใหม่กระมัง" เมื่อคิดหาทางออกได้ หลี่ฟานก็อดที่จะชื่นชมยินดีไม่ได้

หลังจากนั้น เขาก็คิดพิจารณามากขึ้นตามธรรมชาติ

ขณะนี้เขากำลังฝึกฝนคัมภีร์วิชายุทธ์สองคัมภีร์ด้วยกัน

ก็คือ《คัมภีร์ยุทธ์เซี่ยวเอี๋ยนสุ่ย》ที่แลกเปลี่ยนมาจากพันธมิตรหมื่นเซียน กับ《ตราทองล้อมหยกพันกลไก》ของสำนักโบราณเทียนจี

หนึ่งเป็นวิถีใหม่ อีกหนึ่งเป็นวิถีเก่า

วิธีฝึกฝนของวิถีใหม่นั้น เป็นการช่วงชิงฟ้าแผ่นดิน

ด้วยเหตุนี้เอง จึงก่อให้ฟ้าดินเกิดเคืองแค้น

ดังจะเห็นว่าบัดนี้ ฟ้าดินได้สร้างการสังหารมากมาย โดยมีเป้าหมายคือผู้ฝึกเซียนที่ฝึกฝนวิถีใหม่

หากข้าเพียงสลาย《คัมภีร์ยุทธ์เซี่ยวเอี๋ยนสุ่ย》เท่านั้น แต่รักษาขั้นภายในของ《ตราทองล้อมหยกพันกลไก》เอาไว้ จะเป็นอย่างไร?

บางทีธรรมชาติแห่งการสังหารในโลกจะอ่อนลงบ้างหรือไม่?

หลี่ฟานเป็นคนตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

เมื่อวงกตอาจพังทลายได้ทุกเมื่อ เขาจึงตัดสินใจในทันที ปล่อยปราณวิญญาณไหลเวียนในกาย และเริ่มฝึก《คัมภีร์แห่งความจริงดั้งเดิมขั้นสูงสุด》

"ลึกล้ำเหนือรูปนาม หวนคืนสู่ต้นกำเนิด..."

พร้อมกับการฝึกคัมภีร์ ปราณวิญญาณธาตุน้ำที่หลี่ฟานได้มาจากการฝึก《คัมภีร์ยุทธ์เซี่ยวเอี๋ยนสุ่ย》ก็ค่อยๆ สลายไปดั่งน้ำแข็ง กลายเป็นพลังงานบริสุทธิ์มาสถิตอยู่ในตันเถียนของเขา

ไม่ถึงครึ่งวัน 《คัมภีร์ยุทธ์เซี่ยวเอี๋ยนสุ่ย》ก็ถูกสลายจนหมดสิ้น

และหลี่ฟานไม่รู้สึกอึดอัดใจแต่อย่างใด

"《คัมภีร์แห่งความจริงดั้งเดิมขั้นสูงสุด》นี้วิเศษยิ่งนัก" หลี่ฟานพึมพำด้วยความตื่นตะลึง แล้วบินตรงไปยังขอบเขตวงกตอาคมปกป้องเกาะ

"ดูเหมือนวิธีนี้จะได้ผลจริงๆ!"

เมื่อรับรู้ได้ว่าการสังหารจากฟ้าดินที่แผ่คลุมอยู่ภายนอกลดลงฮวบฮาบ หลี่ฟานก็ดีใจยิ่งนัก

"น่าเสียดายที่《ตราทองล้อมหยกพันกลไก》ก็ยังคงเป็นคัมภีร์ฝึกฝนวิถีใหม่ที่ช่วงชิงฟ้าแผ่นดินอยู่ แม้ว่าเพราะเจตนาของคัมภีร์จะทำให้ธรรมชาติแห่งความเคียดแค้นลดลงไปไม่น้อย แต่มันก็ยังไม่หายไปอย่างสิ้นเชิง"

เมื่อรับรู้ว่าหากออกไปตอนนี้ก็ยังคงเสี่ยงต่อชีวิต หลี่ฟานจึงตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เลือกที่จะสลายพลังต่อไป

อีกไม่นาน พลังงานบริสุทธิ์ในตันเถียนของเขาก็เพิ่มขึ้นมาอีกส่วน

พลังงานทั้งสองก่อนหน้านี้เกิดจากคัมภีร์วิชายุทธ์ที่แตกต่างกัน แต่ตอนนี้กลับหลอมรวมอยู่ด้วยกันได้โดยไม่ขัดแย้งเลยสักนิด

"ตาม《คัมภีร์แห่งความจริงดั้งเดิมขั้นสูงสุด》บรรยายไว้ว่า พลังงานบริสุทธิ์ที่สลายมาได้นี้ สามารถคงอยู่ในตันเถียนได้เป็นร้อยปีทีเดียว" หลี่ฟานกลับไปเป็นมนุษย์ปุถุชนอีกครั้ง

แต่เขาก็ไม่ได้กังวลใจเป็นพิเศษ

"เพียงกลับไปยังเกาะหมื่นเซียน ไม่นานก็จะฝึกฝนกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก"

เมื่อถึงเวลานี้ หลี่ฟานไม่ลังเลอีกต่อไป เขาประคองเรือไท่เหยียน บินออกจากวงกตอาคมด้วยความเร็วเบาๆ

พลังปราณดุร้ายรุนแรงอาละวาดอยู่รอบตัว ทำให้ท้องฟ้าไกลออกไปเป็นสีส้มแดง

แต่หลี่ฟานกลายเป็นมนุษย์ปุถุชนแล้ว ปราณพลังอันคลุ้มคลั่งนี้จึงเพียงแค่พัดผ่านไป ไม่ได้เข้าโจมตีอะไร

หลี่ฟานถอนหายใจโล่งอก เลือกทิศทางแล้วเร่งความเร็วเรือไท่เหยียนเต็มที่ บินตรงไปยังเกาะหมื่นเซียน

ระหว่างทาง หลี่ฟานผ่านเกาะมากมายหลายเกาะ

มนุษย์ปุถุชนบนเกาะเหล่านี้ตายหมดสิ้น ไม่เหลือลมหายใจแห่งชีวิตใดๆ

หลี่ฟานตกใจในใจ

เขาจึงยิ่งเร่งความเร็วในการเดินทางให้รวดเร็วขึ้นไปอีก

สามเดือนต่อมา

หลี่ฟานมาถึงที่ตั้งของเกาะหมื่นเซียน

เขาเปิดแผนที่ขึ้นมาเปรียบเทียบถึงสี่ห้าครั้ง แต่ก็ยังไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

เกาะหมื่นเซียนอันใหญ่โตในอดีตหายไปอย่างสิ้นเชิง

เหลือเพียงหลุมดำขนาดมหึมา ว่างเปล่า ทอดยาวขวางกลางมหาสมุทร

------------

PS: วันเสาร์-จันทร์ ผมจะไม่ได้อยู่สามวัน เข้าไปอบรมที่ กทม. ถ้าไม่มีอะไรอ่านช่วงนี้ ลองไปอ่าน จอมปราชญ์นิรันดร์ ดูก่อนก็ได้นะครับ เรื่องนี้พระเอกจะเก่งมาก และเป็นพวกเดินหน้าชน ยอมหักไม่ยอมงอ พบเจออุปสรรคมากหลาย เฉียดตายตลอด สนุกครับ พบกันวันอังคาร

NOS+

จบบทที่ บทที่ 55 ตายแล้วเกิดใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว