- หน้าแรก
- จ่ายปุ๊บ เทพปั๊บ! กับพนักงานนับพันล้านคน!
- บทที่ 30: ทำไมฉันรู้สึกร้อนไปทั้งตัวเลย
บทที่ 30: ทำไมฉันรู้สึกร้อนไปทั้งตัวเลย
บทที่ 30: ทำไมฉันรู้สึกร้อนไปทั้งตัวเลย
บทที่ 30: ทำไมฉันรู้สึกร้อนไปทั้งตัวเลย
"วันเดียวหนึ่งแสนห้า?"
ภายในร้านอาหารซวงชิ่ง เสียงผู้คนจอแจ
เหมิงเจี๋ยได้ยินหวังจื่อหาวพูดถึงรายได้ในวันนั้นของธุรกิจซิมการ์ดนักศึกษา ก็ตกใจจนอ้าปากค้าง มือที่ถือตะเกียบอยู่หยุดนิ่งกลางอากาศ ไม่ขยับเป็นเวลานาน
เธอรู้ว่าเฉินเหยียนเซินทำเงินไปได้แสนกว่าจากการขายต่อ MP3 และ MP4 แต่นั่นก็ใช้เวลาสิบกว่าวัน ตอนนี้วันเดียวทำเงินไปหนึ่งแสนห้า แล้วจะไม่ทำให้เธอตกใจได้อย่างไร
"ก็แค่ประมาณการเฉยๆ สุดท้ายจะได้มาเท่าไหร่ ยังต้องดูความใจกว้างของจ้าวม่าวหลินอีกที"
เฉินเหยียนเซินคีบเนื้อปลาชิ้นหนึ่งส่งเข้าปาก พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"พี่เซิน แกหมายความว่าจ้าวม่าวหลินจะตุกติกเรื่องค่าคอมมิชชั่นเหรอ?"
ความภาคภูมิใจของหวังจื่อหาวพลันหายไปทันที ถามอย่างฉุนเฉียว
"ยอดขายซิมการ์ดพวกเราก็รู้ดีแก่ใจอยู่แล้ว ดังนั้นค่าคอมมิชชั่นจากการเปิดใช้งานใบละ 80 หยวนเขาไม่ให้ขาดแน่ แต่ค่าคอมมิชชั่นจากกิจกรรมเติมเงินคืน พวกเราไม่ได้ข้อมูลที่แม่นยำ จ้าวม่าวหลินย่อมอยากจะให้เท่าไหร่ก็ให้เท่านั้น"
เฉินเหยียนเซินอธิบายอย่างไม่รีบร้อน
คำพูดนี้ราวกับน้ำเย็นที่ราดลงบนหัว หวังจื่อหาวก็หมดแรงลงทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความจนใจ
ทว่า พอเขาเหลือบไปเห็นสีหน้าที่สงบนิ่งของเฉินเหยียนเซิน สมองก็หมุนอย่างรวดเร็ว ในใจพลันจุดประกายความหวังขึ้นมา รีบถามต่อทันที: "พี่เซิน แกต้องมีวิธีรับมือแน่ๆ ใช่ไหม?"
"ฉันจะมีวิธีอะไรได้ เมื่อรถวิ่งไปถึงหน้าภูเขา ย่อมต้องมีหนทางไปต่อ อย่าไปคิดมากเลย กินข้าวก่อน"
เฉินเหยียนเซินถอนหายใจเบาๆ เคาะโต๊ะแล้วพูด
ส่วนเรื่องวิธีรับมือ เขาย่อมมีอยู่แล้ว จ้าวม่าวหลินถ้ากล้าโกงเงินเขาจริงๆ เขาก็มีวิธีมากพอที่จะทำให้อีกฝ่ายคุกเข่าขอความเมตตาได้
ที่ไม่บอกหวังจื่อหาว อย่างแรกคือเพื่อให้เขาเข้าใจว่าจิตใจคนนั้นชั่วร้าย อย่างที่สองคือเห็นเขาลำพองจนลืมตัว , เปิดแชมเปญฉลองตั้งแต่ยังไม่จบครึ่งแรก ก็เลยถือโอกาสตบสั่งสอนสักหน่อย
"พวกนายจะลงสมัครเลือกตั้งหัวหน้าห้องกันไหม? พ่อฉันบอกว่าสองสามวันแรกที่เปิดเรียนสำคัญมาก ถ้าหากสามารถไปปรากฏตัวต่อหน้าอาจารย์ที่ปรึกษาบ่อยๆ พยายามให้ได้เป็นหัวหน้าห้อง ต่อไปไม่ว่าจะเรื่องขอทุนการศึกษา หรือว่าจะเข้าสภานักศึกษา ก็จะได้เปรียบมากกว่า"
เหมิงเจี๋ยยิ้มแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย
"พ่อเราพูดมีเหตุผล แต่ว่าฉันไม่สนใจจะเป็นหัวหน้าห้องหรอกนะ"
เฉินเหยียนเซินเงยหน้าขึ้นมา ฉีกยิ้มกว้างแล้วพูด
มหาวิทยาลัยซวีเฉิงก็เป็นแค่มหาวิทยาลัยชั้นสอง อีกอย่างเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะสอบเป็นนักศึกษาที่ถูกคัดเลือกเข้ารับราชการ ทรัพยากรเล็กๆ น้อยๆ ที่ตำแหน่งหัวหน้าห้องนำมาให้นั้น สำหรับเขาแล้วไม่มีค่าเลยแม้แต่น้อย
แทนที่จะเสียเวลา สู้เอาเวลาไปคิดว่าจะหาเงินอย่างไรดีกว่า
"ใครเป็นพ่อนายกัน? น...นายก็ชอบพูดจาเหลวไหล"
เหมิงเจี๋ยโดนความหน้าด้านของเขาทำเอาหัวเราะทั้งที่กำลังโกรธ พูดจาก็เริ่มตะกุกตะกัก
หวังจื่อหาวหัวเราะแหะๆ ก้มหน้าก้มตากินข้าวอย่างเดียว
จากนั้น ทั้งสามคนก็พูดคุยหัวเราะกัน มื้ออาหารกินเวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมง ตอนที่เดินออกจากร้านอาหาร ท้องฟ้าข้างนอกก็มืดสนิทราวกับน้ำหมึกไปแล้ว
"ขอบคุณเถ้าแก่เฉินที่เลี้ยงนะคะ ฉันกลับหอพักก่อนนะ"
เหมิงเจี๋ยยกมือขึ้นดูเวลา เหลืออีกสิบห้านาทีกว่าจะสองทุ่ม เธอจึงโบกมือลา
"โรงอาบน้ำรวมของมหาวิทยาลัยปิดตอนสองทุ่มนะ ตอนนี้เธอกลับไป เกรงว่าจะไม่มีที่อาบน้ำแล้ว ไปที่ห้องฉันไหมล่ะ?"
มุมปากของเฉินเหยียนเซินยกขึ้นเล็กน้อย ในแววตาฉายแววร้ายกาจ
"อ้าวเฮ้ย! ทำไมไม่บอกให้เร็วกว่านี้?"
เหมิงเจี๋ยชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็คาดคั้นอย่างฉุนเฉียว
"เธอก็ไม่ได้ถามฉันนี่! ทำไม กลัวฉันจะจับเธอกินรึไง?"
เฉินเหยียนเซินล้วงกระเป๋าสองข้าง ก้มตัวลง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอันธพาลไม่ยี่หระ ขยับเข้าไปใกล้หูของเหมิงเจี๋ยแล้วกระซิบ
"เฮอะ! ใครกลัวกัน? พวกเราก็เป็นเพื่อนรักกันทั้งนั้น ก็แค่ยืมห้องนายอาบน้ำเฉยๆ นี่นา"
หัวใจของเหมิงเจี๋ยเต้นรัวเป็นกลอง แต่ปากก็ยังคงพูดไม่หยุด ไม่มีความเหนียมอายเลยแม้แต่น้อย
"เหรอ? ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน"
เฉินเหยียนเซินยิ้มบางๆ หันหลังเดินไปยังโรงแรม
"พี่เซิน ฉันขึ้นไปอาบน้ำด้วยคนสิ"
หวังจื่อหาวตะโกนใส่แผ่นหลังของเขา พูดจบก็วิ่งต้อยๆ ตามขึ้นไป
"จื่อหาว แกร่างกายแข็งแรง จริงๆ แล้วอาบน้ำเย็นก็ได้นะ"
เฉินเหยียนเซินหันกลับมา กระพริบตาปริบๆ พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
"อ้อๆ ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเดี๋ยวอาจารย์ที่ปรึกษาจะมาตรวจหอ ฉันกลับก่อนนะ"
หวังจื่อหาวแค่ประสบการณ์น้อย ไม่ใช่ไอคิวต่ำ พอได้รับสัญญาณจากเฉินเหยียนเซิน ก็รู้สึกตัวขึ้นมาทันที เขาหัวเราะแห้งๆ แล้วรีบวิ่งกลับเข้าไปในมหาวิทยาลัย
"เพื่อนรัก เราไปกันเถอะ"
เฉินเหยียนเซินตบบ่าเหมิงเจี๋ยที่ยืนตะลึงอยู่กับที่ แล้วเอ่ยหยอกล้อพลางยิ้ม
เมื่อเดินเข้ามาในห้องพัก พอเหมิงเจี๋ยเห็นประตูกระจกฝ้ากึ่งโปร่งแสงบานนั้น เธอก็คิดจะถอยทัพทันที: "ฉ...ฉันไม่ได้เอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยน งั้นก็ช่างมันเถอะ"
"เตรียมไว้ให้แล้ว"
เฉินเหยยีนเซินชี้ไปที่โต๊ะ บนนั้นมีชุดชั้นในแบบใช้แล้วทิ้งวางอยู่ หรือแม้กระทั่งผ้าเช็ดตัวและผ้าขนหนูแบบใช้แล้วทิ้งก็ยังมี
"นายสามารถบอกเวลาปิดของโรงอาบน้ำให้ฉันเร็วกว่านี้ได้นี่"
เหมิงเจี๋ยถึงบางอ้อ เข้าใจได้ทันทีว่าเจ้าคนตรงหน้านี่ต้องวางแผนมานานแล้วแน่ๆ ตอนกินข้าวก็ยังจงใจถ่วงเวลาอีก
"เธอไม่อยากจะอยู่กับฉันนานขึ้นอีกหน่อยเหรอ?"
เฉินเหยียนเซินปิดประตูลงเบาๆ ถือโอกาสคล้องโซ่ประตู แล้วเดินเข้าไปใกล้เหมิงเจี๋ยทีละก้าว
"ฉ...ฉันไม่รู้"
เดิมทีเหมิงเจี๋ยอยากจะพูดว่า 'ฉันไม่อยาก' แต่พอมองดวงตาที่สว่างไสวของเฉินเหยียนเซิน กลับพูดไม่ออกเลยแม้แต่คำเดียว
"เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ"
เฉินเหยียนเซินยิ้มๆ เป็นฝ่ายถอยหลังไปหนึ่งก้าว จากนั้นก็นั่งลงบนขอบเตียง สายตาจ้องเขม็งไปที่เหมิงเจี๋ย แล้วเอ่ยวิจารณ์
ดวงตาทั้งสองข้างของเธอได้สัดส่วนสมมาตร เปล่งประกายแวววาวชุ่มฉ่ำ ขนตางอนยาวเรียวสวย ถุงใต้ตารูปพระจันทร์เสี้ยวคู่หนึ่งช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาขึ้นหลายส่วน ริมฝีปากอมชมพู เหมือนกับเจลลี่นุ่มๆ ชิ้นหนึ่ง
นอกจากผมจะสั้นไปหน่อย, แว่นตาน่าเกลียดเกินไป, ไม่รู้จักแต่งหน้าแล้ว ด้านอื่นๆ ล้วนทำให้ในใจของเฉินเหยียนเซินเกิดความรู้สึกรักใคร่ที่ยากจะระงับขึ้นมา
สาวน้อยน่ารักขนาดนี้ ชาติที่แล้วอยู่จนอายุสามสิบกว่ายังไม่ได้แต่งงาน มัวแต่สู้ชีวิตอยู่ในระบบธนาคาร
ผู้หญิงวัยกลางคนที่สวมแว่นกรอบดำและมีสีหน้าเคร่งขรึมในงานเลี้ยงรุ่นคนนั้น กับเด็กสาวตรงหน้า เรียกได้ว่าแทบจะเป็นคนละคนกันเลย
"นายก็เหมือนกัน รู้สึกว่าจะสูงขึ้นอีกแล้วนะ"
เหมิงเจี๋ยพูดพลางยกมือขึ้นมาทาบเหนือศีรษะของเขา สุดท้ายก็พบว่า เฉินเหยียนเซินที่นั่งอยู่สูงเท่ากับตัวเองที่ยืนอยู่
"ก่อนหน้านี้ 182 ตอนนี้ 184 เธอยังจะอาบน้ำไหมล่ะ?"
เฉินเหยียนเซินเอนตัวไปข้างหลัง สองมือยันเตียงไว้ พูดอย่างเกียจคร้าน
"ประตูนี้มันโปร่งแสงนะ นายอยู่ที่นี่ ฉันจะไปอาบน้ำได้ยังไง?"
เหมิงเจี๋ยสองมือเท้าสะเอว ชี้ไปที่ประตูกระจกฝ้าบานนั้นแล้วพูด
"พวกเราก็เป็นเพื่อนรักกันทั้งนั้น เธอคงไม่คิดว่าฉันจะแอบดูเธอหรอกนะ? อีกอย่าง ข้างนอกร้อนจะตายอยู่แล้ว เธอก็ทนปล่อยให้เพื่อนรักของเธอต้องทนทุกข์ทรมานได้ลงคอเหรอ?"
เฉินเหยียนเซินเบ้ปาก ทำหน้าเหมือน 'ทำไมเธอไม่เชื่อฉัน' อย่างน้อยใจ กลับไปตำหนิเหมิงเจี๋ยเสียอย่างนั้น
"ไอ้โรคจิต! ไอ้คนพาล!"
เหมิงเจี๋ยโกรธจนหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง เหลือบมองบนอย่างแรง พอเห็นท่าทางหมูตายไม่กลัวน้ำร้อนของเขา ก็จนปัญญาจริงๆ ทำได้แค่หยิบกล่องชุดชั้นในแบบใช้แล้วทิ้งมาหนึ่งกล่อง แล้วมุดเข้าไปในห้องน้ำอย่างฉุนเฉียว
ไม่นาน เสียงน้ำไหล "ซ่าๆ" ก็ดังขึ้น ร่างเล็กกระทัดรัดน่ารักร่างหนึ่ง สะท้อนอยู่บนกระจกอย่างชัดเจน
"เล็กๆ ก็น่ารักดีเหมือนกันนะ"
เฉินเหยียนเซินเหลือบมองแวบหนึ่ง จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะเขียนหนังสือ หยิบโน้ตบุ๊กธุรกิจยี่ห้อ Dell ออกมาจากกระเป๋า แล้วล็อกอิน QQ ส่วนใหญ่เป็นข้อความกลุ่ม และก็มีข้อความส่วนตัวของ 'น้องสาว' อีกบ้าง
ตอนนั้นเอง ข้อความของหลี่ฮุยก็เด้งขึ้นมา: "พี่เซินครับ พรุ่งนี้ผมอยากจะขอซิมการ์ดเพิ่มอีก 300 ใบครับ"
"เช้า 7 โมง ที่บูธกิจกรรม China Telecom"
คำตอบของเฉินเหยียนเซินสั้นกระชับชัดเจน
"ขอบคุณครับพี่เซิน"
หลี่ฮุยตอบกลับมาทันที คำว่า 'พี่เซิน' นี้เรียกได้คล่องปากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้คนหนึ่งจะเป็นรุ่นพี่ปีสาม อีกคนเพิ่งจะขึ้นปีหนึ่งก็ตาม
เหมิงเจี๋ยอาบน้ำเสร็จ แต่งตัวเรียบร้อย แล้วค่อยๆ ผลักประตูห้องน้ำออกมาอย่างระมัดระวัง เดิมทีคิดว่าจะเห็นเฉินเหยียนเซินนั่งยองๆ แอบดูอยู่ที่ประตู
แต่ในความเป็นจริง ตอนนี้เฉินเหยียนเซินกลับนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ คีย์บอร์ดดัง 'แปะๆ' ไม่หยุด เห็นได้ชัดว่ากำลังยุ่งอยู่กับงานขายซิมการ์ดนักศึกษา
พอเห็นภาพนี้ ในใจเธอก็พลันเกิดความรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย
ใช่สิ ก็หุ่นไม่มีอะไรแบบตัวเอง เฉินเหยียนเซินส่วนใหญ่ก็คงไม่สนใจจะดูหรอกมั้ง อารมณ์ที่เคยตึงเครียด กลับกลายเป็นความรู้สึกว่างเปล่าขึ้นมาแทน
"เอาน้ำมาให้ขวดหนึ่ง"
เฉินเหยียนเซินได้ยินเสียงเคลื่อนไหวข้างหลัง ก็ไม่ได้หันกลับมามอง สั่งเหมิงเจี๋ยโดยตรง
"อ้อ ได้สิ"
เหมิงเจี๋ยมองซ้ายมองขวา ไม่นานก็เห็นขวดน้ำแร่บนโต๊ะกาแฟ ถือโอกาสหยิบมาหนึ่งขวดส่งไปให้ ตัวเองก็เปิดดื่มอีกขวดหนึ่ง จิบเล็กๆ น้อยๆ แก้มแดงระเรื่อ
"ง...งั้นฉันกลับก่อนนะ?"
เหมิงเจี๋ยนั่งลงที่ขอบเตียง ถามเสียงเบา
"แปลกจริง น้ำนี่มีปัญหาแน่ๆ เธอให้ฉันดื่มอะไร? ทำไมฉันรู้สึกร้อนไปทั้งตัวเลย"
เฉินเหยียนเซิน 'อึกๆ' ดื่มน้ำเข้าไปหนึ่งอึก จู่ๆ ก็ขมวดคิ้ว ถามด้วยสีหน้าจริงจัง
"???"
เหมิงเจี๋ยตะลึงไปทันที ในใจด่าเฉินเหยียนเซินว่าไร้ยางอาย ชั่วขณะหนึ่งไม่รู้จะทำอย่างไรดี