- หน้าแรก
- เริ่มมาก็ถูกไล่ออกจากตระกูลเศรษฐี
- chapter_34 เจียงเสี่ยวเหนียว (เจียงนกน้อย) เธอเป็นหนี้พวกคุณหรือ?
chapter_34 เจียงเสี่ยวเหนียว (เจียงนกน้อย) เธอเป็นหนี้พวกคุณหรือ?
chapter_34 เจียงเสี่ยวเหนียว (เจียงนกน้อย) เธอเป็นหนี้พวกคุณหรือ?
ผู้กำกับเฉินแสดงความประหลาดใจด้วยเครื่องหมายอัศเจรีย์เรียงยาว
หมิงตงเหิงไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องนี้ อันที่จริงความรู้แวดวงดาราศาสตร์ที่เขาเคยเรียนก็เป็นความก้าวหน้าสูงสุดในชีวิตแล้ว แต่เขายังพอเข้าใจสิ่งที่ผู้กำกับเฉินสื่อออกมา "ของหายากมากขนาดนั้นเลยเหรอ?"
"อย่ามองว่าอิริเดียมตอนนี้เหมือนจะไม่ได้แพงอะไร" ผู้กำกับเฉินส่ายหน้า "ถ้าไปต่างประเทศ พูดคุยกับเจ้าของเหมืองโดยตรง ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะซื้อได้ เข้าใจมั้ยว่ามันคือของหายากที่คนแย่งกัน?"
อิริเดียมขาดแคลบไปทั่วโลก และผลผลิตก็ต่ำเป็นพิเศษ
ในประเทศ ตอนนี้เพื่อประหยัดอิริเดียม จึงต้องเพิ่มมาตรการรีไซเคิลอิริเดียมมากขึ้น
ภารกิจล่าสุดของผู้กำกับเฉินคือไปเจรจาซื้อขายอิริเดียมที่ทวีป F แต่แม้จะพกเงินไปมากแค่ไหน ก็ไม่ได้แม้แต่พบเจ้าของเหมือง สุดท้ายก็ไม่สามารถจัดซื้ออิริเดียมให้ประเทศได้สำเร็จ
เพราะแบบนี้ เขาจึงคุ้นเคยกับอิริเดียมมาก มองแวบเดียวก็รู้ทันที
แต่...ใครเขาเอาอิริเดียมมาห้อยบนมือกันล่ะ?
แถมก้อนใหญ่ขนาดนี้!
ก้อนอิริเดียมนี้ ถ้าเอาไปไว้ในห้องแล็บของมหาวิทยาลัยเจียงจิง ไม่ว่าภาคฟิสิกส์หรือเคมี คนในห้องแล็บคงคลั่งกันหมด
"สองจิน?" (ประมาณหนึ่งกิโลกรัม) หมิงตงเหิงโฟกัสในจุดแปลกๆ เขามองแผ่นหลังของไป๋เหลี่ยนด้วยความตกใจ
เขาไม่เห็นเลยว่าในมือเธอมีของหนักตั้งสองจินอยู่
**
ฝั่งตรงข้าม
เจียงฝูลี่เหมือนจะยังอยากพูดอะไรต่อ แต่พอเห็นใครบางคนเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ก็สูดหายใจลึก
ไป๋เหลี่ยนมองใบหน้าเย็นชาเขา แล้วก้มลงมองเจียงเหอที่นั่งยองๆ เอามือปิดหูอยู่ข้างถังขยะ
เธอก้มตัวลง ใช้สองนิ้วเกี่ยวคอเสื้อเจียงเหอแล้วยกขึ้นมา เพ่งมองอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดเสียงเอื่อยๆ "เธอเป็นขยะตัวน้อยรึไง ถึงได้ไปนั่งอยู่ข้างถังขยะ?"
เจียงฝูลี่จัดรูบิคให้กลับไปที่ขั้นที่เจียงเหอทำไว้
เมื่อได้ยินดังนั้น เขายืนอยู่ข้างหลังไป๋เหลี่ยน มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า ร่างสูงโปร่งกับดวงตาสีอ่อนที่หรี่ลง มองเจียงเหอด้วยรอยยิ้มเย็นชา
เจียงเหอลืมตากว้าง มองไป๋เหลี่ยนด้วยความไม่อยากเชื่อ
ไป๋เหลี่ยนปล่อยมือให้เขายืนลง
เจียงเหอรีบคว้าเสื้อเธอไว้แน่น ก้มหน้า ไม่พูดสักคำ
เธอก็ไม่ถามว่าเขานั่งอยู่ตรงนั้นเพราะอะไร หลังอยู่ด้วยกันเกือบเดือน เธอรู้ว่าเจียงเหอมีปัญหาบางอย่างกับนิสัยใจคอ
เธอปล่อยให้เจียงเหอเกาะชายเสื้อของตัวเอง แล้วหันไปมองเจียงฝูลี่อยู่พักใหญ่
เจียงฝูลี่ปกติก็เข้าใกล้ยากอยู่แล้ว โดยเฉพาะตอนอารมณ์ไม่ดี
เขาทำหน้านิ่ง ตาหรี่ต่ำ ขนาดหมิงตงเหิงยังไม่กล้าเข้าใกล้
แค่เพียงไป๋เหลี่ยนมองแวบหนึ่ง เขาก็ชะงักไปบ้าง
ขณะที่เจียงฝูลี่กำลังจะพูดอะไร ไป๋เหลี่ยนก็เอ่ยขึ้นก่อน "เมื่อคืนไม่ได้หลับเลยเหรอ?"
เจียงฝูลี่ดูแปลกใจ
เขาก้มมองตัวเองโดยอัตโนมัติ
แม้จะไม่ได้นอนทั้งคืน คุณชายเจียงก็ยังแต่งตัวเรียบร้อยสะอาดหมดจด แม้แต่เส้นผมก็ไม่หลุดรุ่ย ดูสูงส่งเย็นชาตามเดิม
แม้แต่ดวงตาเรียวยาวที่หรี่ลงก็ไม่เห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าเลย
"คุณกลับไปนอนก่อนเถอะ" ไป๋เหลี่ยนตบหัวเจียงเหอเบาๆ เอียงศีรษะนิด พลางพูดด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ แต่แฝงรอยยิ้ม "เจียงเหอฝากฉันดูแลเอง"
เธอยื่นกระเป๋าใบเล็กของเจียงเหอให้เขาถือเอง
ส่วนเรื่องที่หมิงตงเหิงบอกว่าผู้กำกับเฉินมีธุระจะคุยกับเจียงฝูลี่นั้น
ไป๋เหลี่ยนไม่พูดสักคำ
ปกติเหตุการณ์แบบนี้ เจียงฝูลี่ต้องทะเลาะกับเจียงเหออย่างต่ำหนึ่งวัน เจียงเหอจะไม่พูดกับใคร เอาแต่นั่งซึม
ใครพูดก็ปิดหู ไม่กินไม่หลับ
เจียงฝูลี่เองก็งานยุ่ง ต้องหาเวลามานั่งเฝ้าให้เขากินข้าว บางทีก็นั่งทำงานข้างๆ ด้วยคอมพิวเตอร์
สองคนนี้แข่งกันอดนอน ดูว่าใครจะหลับก่อน
ผลก็คือเจียงเหอจะเป็นฝ่ายหลับก่อนเสมอ
วันนี้มาอยู่เซียงเฉิงนานขนาดนี้แล้ว เจียงเหอเพิ่งจะมีอาการครั้งแรก เจียงฝูลี่เองก็ไม่คาดคิด แต่ก็ชินซะแล้ว
เขาไม่คาดคิดว่าไป๋เหลี่ยนจะพูดแบบนี้ เจียงฝูลี่จึงเงยตามองขึ้นเล็กน้อย
เงียบนานเกือบหนึ่งนาที กว่าจะตอบกลับเสียงเรียบ "อืม"
ผู้ใหญ่สองคนเด็กหนึ่งคนเดินไปอีกฝั่ง
ไป๋เหลี่ยนถือกระเป๋าตัวเองมือหนึ่ง อีกมือจูงเจียงเหอ เดินเข้าไปในห้องสมุด
เจียงฝูลี่ยืนข้างรถ มือข้างหนึ่งยังล้วงกระเป๋า ร่างสูงถูกแสงอาทิตย์ยามเช้าลากเงาให้ยาว ใบหน้าคมคายถูกแสงทองส่องจนดูน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม
เขามองตามทั้งสองเข้าไปในห้องสมุด
พอทั้งสองลับสายตา เขาจึงละสายตาขึ้นรถ พูดเพียงสองคำสั้นๆ "กลับ"
ผู้กำกับเฉินเตรียมจะพูดเรื่องที่เหลือ
แต่ไม่คิดว่าเจียงฝูลี่จะพูดแค่ว่า "กลับ"
เขานั่งที่เบาะข้างคนขับ รีบหันไปมองหมิงตงเหิง ขอความช่วยเหลือ
หมิงตงเหิงที่นั่งคนขับเองก็ประหลาดใจ กลัวจะเข้าใจผิดความหมายของเจียงฝูลี่ "กลับไปที่จวนใช่ไหม?"
"อืม" เจียงฝูลี่เอนตัวพิงเบาะ หลับตาลงเล็กน้อย ขาที่ยาวเรียงไขว่กันอย่างสง่างาม คิ้วตาถูกซ่อนในเงามืดเหมือนกำลังพักสายตา
หมิงตงเหิงกับผู้กำกับเฉินเลยไม่กล้าพูดอะไรอีก
คิดว่ากลับถึงบ้านแล้ว เจียงฝูลี่จะพูดอะไรต่อ
แต่ไม่คิดว่าเขาจะขึ้นไป...นอน?
"หา? ไป๋เสี่ยวเจีย(คุณหนูไป๋)ไม่ได้บอกคุณชายเจียงเหรอ?" ผู้กำกับเฉินหันไปถามหมิงตงเหิง งงหนักมาก "ทำไมคุณชายเจียงถึงไปนอน?"
ไม่ต้องพูดถึงผู้กำกับเฉิน คนที่ตามเจียงฝูลี่มาหลายปีอย่างหมิงตงเหิงก็แปลกใจเหมือนกัน
เจียงฝูลี่เป็นคนบ้างาน สมัยที่บ้านเจียงยังไม่มั่นคง เขาเรียนไปด้วยจัดการธุรกิจบ้านไปด้วย เคยนอนไม่ถึงสี่วันติดก็มี
ตอนนี้มีเจียงซีจวี้ช่วยดูแลบ้านเจียงแล้ว แต่ช่วงที่แล็บหลายแห่งเข้าสู่ช่วงสำคัญ เขาก็ยังยุ่งมากอยู่ดี
เรื่องของบ้านเจียง ถ้าเจียงซีจวี้จัดการไม่ได้จริงๆ ถึงจะมาหาเขา
อดนอนทั้งคืนแล้วลุยงานต่อวันรุ่งขึ้น สำหรับเจียงฝูลี่เป็นเรื่องปกติ
วันนี้เช้าผู้กำกับเฉินก็ติดต่อหมิงตงเหิงให้มาหาเจียงฝูลี่ แสดงว่าต้องมีธุระสำคัญ เจียงฝูลี่ไม่มีทางดูไม่ออก
ดังนั้น...ไป๋เสี่ยวเจียบอกอะไรเขากันแน่?
ทำไมคุณชายเจียงถึงไปนอนพัก?
หมิงตงเหิงเกาหัว คิดไม่ออก สุดท้ายก็หาวแล้วไปนอนเหมือนกัน เมื่อคืนเจียงเหอไม่ได้นอน เขาเองก็อดนอนทั้งคืน
ปล่อยให้ผู้กำกับเฉินอยู่ตามลำพังอย่างเท่ๆ
ผู้กำกับเฉินไม่กล้าขัดคำสั่ง ได้แต่นั่งเงียบๆ อยู่ในห้องโถง
**
ห้องสมุด วันนี้ยังเช้า คนเลยยังไม่มากนัก
ไป๋เหลี่ยนหาที่นั่งบนชั้นสอง นั่งลงก่อนแล้วเปิดกระเป๋าของเจียงเหอ เอาพจนานุกรมเล่มใหญ่ของเขามาวางบนโต๊ะ "อ่านสิ"
เจียงเหอนั่งข้างๆ เธอ เงียบๆ อ่านหนังสือ
ไป๋เหลี่ยนเพิ่งหยิบโน้ตบุ๊กตัวเองออกมา ก็ได้รับข้อความ WeChat จากลู่เสี่ยวหาน——
[วันนี้เราว่าจะไปปีนเขา เธอไปไหม?]
ไป๋เหลี่ยน: [ฉันอยู่ห้องสมุด]
ลู่เสี่ยวหานเลยไปโพสต์ในกลุ่มห้อง ถามว่ามีใครอยากไปปีนเขาบ้าง จางซื่อเจ๋อยังไม่ตื่น โดนเธอแท็กเรียกจนตื่น——
จางซื่อเจ๋อ: [อะไรเนี่ย เช้าๆ แท็กเรียกพ่อ?]
ลู่เสี่ยวหาน: [เช้า? บื้อ คนที่นั่งโต๊ะหน้าเธอไปถึงห้องสมุดแล้วนะ (ยิ้ม)]
"จางซื่อเจ๋อ ฉันบอกกี่ครั้งแล้ว อย่ามายุ่งกับดอกไม้ของฉัน!"
จางซื่อเจ๋อรีบปิดมือถือ กลัวว่าแม่ที่เข้ามาเปิดผ้าห่มจะเห็นว่ามีคนไปถึงห้องสมุดแล้ว
พอโดนแม่ใช้ไม้ไล่ตีจากห้องนอนถึงห้องนั่งเล่น เขาถือโอกาสยกมือถือขึ้นตอบลู่เสี่ยวหานในกลุ่มห้องสั้นๆ: [6]
ส่วนบ้านหนิงเสี่ยว
เขาถือมือถือ มองข้อความลู่เสี่ยวหานแล้วคิดอยู่พัก ก่อนจะส่งข้อความไปถามไป๋เหลี่ยนเรื่องที่อยู่ในกลุ่มสามคน
แล้วก็เริ่มเก็บกระเป๋าหนังสือ
"จะออกไปข้างนอกเหรอ?" คุณยายผมขาวโพลนในสวนถามอย่างประหลาดใจ
หนิงเสี่ยวตอบสั้นๆ "อืม" ไม่ว่าอยู่ที่ไหน เขาก็นิ่งขรึมเช่นนี้ "ไปห้องสมุดกับเพื่อน"
"อืม ไปเถอะ" คุณยายยิ้ม ลุกขึ้นยืนหลังตรง ใบหน้าอ่อนโยน
พอเห็นหนิงเสี่ยวออกจากบ้าน สีหน้าเธอก็เต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม
เธอกลับเข้าโถงกลาง หยิบธูปมาหนึ่งดอก กราบไหว้ที่หน้าแท่นบูชาสามแท่น ประนมมืออธิษฐานอย่างเมตตา "สวัสดีตอนเช้า หนิงเสี่ยวเหมือนจะมีเพื่อนแล้ว โน่นโน้น เธอก็ดีใจด้วยใช่ไหม?"
เธอปักธูปไว้
เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น
เธอใส่แว่นสายตาหนาเตอะ เดินไปหยิบมือถือ กดปุ่มสีเขียวขนาดใหญ่ "ฮัลโหล เสี่ยวหวัง..."
**
นักเรียน ม.6 มีความเครียดสูง
ลู่เสี่ยวหานตอนแรกจะไปปีนเขา
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไป เพราะในห้องไม่มีใครอยากปีนเขา อยากนอนหรือนั่งเฉยๆ กันหมด
เธอเลยต้องเอาการบ้านมาหาไป๋เหลี่ยนที่ห้องสมุด
พอขึ้นมาชั้นสองก็เห็นหนิงเสี่ยวกับถังหมิงนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามไป๋เหลี่ยน
ถังหมิงเป็นที่หนึ่งของห้องสิบเอ็ด เป็นชื่อที่ลู่เสี่ยวหานเห็นบ่อยในบอร์ดเกียรติยศของโรงเรียน
แต่เมื่อเทียบกับถังหมิง...
คนที่เป็น "เด็กหัวกะทิ" ขี้โดดเดี่ยวตลอด เขามาเล่นกับไป๋เหลี่ยนได้ไงกัน?
หนิงเสี่ยวเงยหน้าขึ้น พยักหน้าให้ลู่เสี่ยวหานเป็นเชิงทักทาย
ลู่เสี่ยวหานตื่นเต้นจนได้นั่งข้างไป๋เหลี่ยน
เด็กหัวกะทิทักเธอด้วยเหรอ!?
เธอรีบตอบรับ แล้วแลก WeChat กับถังหมิงก่อนจะหันมาคุยกับไป๋เหลี่ยน
แต่พอมองไป ก็เจอเด็กชายหน้าตาน่ารักนั่งข้างไป๋เหลี่ยน เจียงเหอกอดพจนานุกรมเล่มใหญ่ อ่านหนังสือเงียบๆ หน้าตาไร้อารมณ์ ขนตายาวหนา
"เด็กคนนี้ใครน่ะ? หน้าตาดีมาก ขนตายาวด้วย!" ลู่เสี่ยวหานกระซิบด้วยเสียงตื่นเต้น
ฝั่งตรงข้าม ถังหมิงมองลู่เสี่ยวหานด้วยสายตาซับซ้อน
สวยใช่ไหมล่ะ?
เดี๋ยวอีกหน่อยจะทำให้เธอสงสัยในชีวิตตัวเอง
ไป๋เหลี่ยนหยิบหนังสือชีวะกับสมุดโน้ตออกมา ปลายนิ้วยาวเรียวขาวกดหน้าสมุดโน้ต ขนตายาวปรือต่ำลง เอ่ยเนิบช้า "เขาชื่อเจียงเสี่ยวเหนียว" (แปลตรงตัว: เจียงนกน้อย)
"เจียงเสี่ยวเหนียว?" ลู่เสี่ยวหานเชื่อซื่อๆ
เจียงเหอเงยหน้าขึ้นมองไป๋เหลี่ยนอย่างไม่อยากเชื่ออีกครั้ง
ถ้าเจียงเหอเป็นเด็กปกติ คงแย้งเสียงดังแล้วแนะนำตัวเอง
เสียดาย เขาไม่ใช่...
เจียงเหอทำได้แค่เปิดพจนานุกรมไปหน้าที่มีคำว่า "เหอ" (หมายถึง นกกระเรียน)
"ดูสิ" ไป๋เหลี่ยนชี้ปลายปากกาที่คำว่าเหอครึ่งตัว หันไปพูดกับลู่เสี่ยวหานอย่างใจเย็น "ก็นกตัวนี้แหละ"
ลู่เสี่ยวหานยิ้มพริ้มมองเจียงเหอ "ชื่อนี้แปลกแต่ก็น่ารักดีนะ"
เจียงเหอ: "......"
"ฟึ่บ——"
เขาเงียบๆ พลิกหน้าพจนานุกรมผ่านหน้านั้น
แล้วหยิบรูบิค 7 ชั้น 5 มุมออกมาจากกระเป๋า
ลู่เสี่ยวหานที่เพิ่งเขียนอะไรไปสองสามคำแล้วกำลังจะยืดเส้น พอเห็นเด็กน้อยคนนั้นหยิบของกลมเหมือนลูกฟุตบอลที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนออกมา
สิบสองด้าน สิบสองสี แถมยังเป็นรูบิคเจ็ดชั้น เธอดูแล้วเวียนหัว
แล้ววินาทีต่อมา เธอเห็น——
เด็กน้อยหน้าตาน่ารักคนนั้นหมุนจนหนึ่งด้านเป็นสีเดียวกันหมด
ลู่เสี่ยวหานชะงักมือที่กำลังจะยืดตัว
ฝั่งตรงข้าม ถังหมิงถึงกับยิ้มอย่างพอใจ
ผ่านไปอีกพัก
เจียงเหอที่กำลังเล่นรูบิค 7 ชั้น 5 มุมอยู่ก็หาวเบาๆ
ไป๋เหลี่ยนเอียงหน้ามอง หยิบกล่องนมมา เสียบหลอดแล้วยัดใส่มือเจียงเหอ พูดอย่างใจเย็นว่า "อย่าเพิ่งนะ เจียงเสี่ยวเหนียว เธออดนอนได้ไม่ใช่เหรอ อย่าเพิ่งหลับ ฉันอยู่เป็นเพื่อนถึงพรุ่งนี้เลย"
เจียงเสี่ยวเหนียวที่ถือกล่องนม: "......"
**
ในเวลาเดียวกัน
บ้านตระกูลเหริน
ชั้นบน
เลขาฯ มองเหรินว่านเสวียนที่นั่งหงุดหงิด พูดปลอบเบาๆ "คุณหนู ผมเข้าใจที่คุณอึดอัดใจ แต่ขออย่าแสดงอารมณ์ต่อหน้าคุณตา เขาเป็นคนชอบควบคุมคนอื่น ไม่ชอบถูกควบคุม คุณเป็นหลานสาวคนเดียวของเขานะ เชื่อเถอะครับ ว่าผมอยู่ข้างคุณแน่นอน"
"รู้แล้วค่ะ" เหรินว่านเสวียนพูดเสียงอู้อี้
แต่ก่อนถ้าไม่ได้เลขาฯ ที่ไม่กลัวอันตรายช่วยชีวิตเหรินเจียเวย แถมยังอุ้มเหรินว่านเสวียนที่เพิ่งเกิดไปส่งถึงมือเหรินเชียนเอง เหรินว่านเสวียนก็คงไม่รอด
ในฐานะผู้มีพระคุณใหญ่ของบ้านเหริน
แต่เลขาฯ ก็ยังคงทำตัวถ่อมตน ไม่เคยโอ้อวดเลย ทั้งบ้านเหรินรวมถึงเหรินเจียเวยต่างก็เชื่อใจเขา
หลังจากปลอบเหรินว่านเสวียนดีแล้วถึงออกจากห้อง
เหรินเชียนยืนอยู่ปลายทางเดิน "เธอเป็นยังไงบ้าง?"
"คุณหนูบอกว่ารู้ตัวดีแล้วครับ" เลขาฯ ก้มหน้าตอบอย่างสุภาพ "เธอไม่อยากให้คุณเป็นห่วง รู้สึกผิดมาก"
เหรินว่านเสวียนออกมาขอโทษ "คุณตา หนูขอโทษค่ะ"
เหรินเชียนไม่ได้โกรธเธอจริงจัง "ไม่เป็นไร เดี๋ยวจำไว้ว่าต้องขอโทษครูด้วย"
ชั้นล่าง
เหรินเจียเวยกำลังคุยโทรศัพท์ "ค่ะ...โอเค"
จี้เส้าหรงนั่งดื่มชา
เหรินเชียนนั่งอีกฝั่ง คอยมองเหรินเจียเวยรอคำตอบ
เหรินว่านเสวียนนั่งข้างเหรินเชียน เอานิ้วสองนิ้วพันเล่น
"ว่าไง ผู้ช่วยด็อกเตอร์เกาว่ายังไง" เหรินเชียนรีบถามเมื่อเหรินเจียเวยวางสาย
เหรินเจียเวยวางมือถือบนโต๊ะ กอดอกกวาดตามองทุกคน "ด็อกเตอร์เกาให้คำตอบมาตรฐาน เรื่องนี้ก็จบแค่นี้ ทั้งสองคนเรียนมากับมือระดับหัวกะทิอย่างเฉินจั๋วตั้งหลายปี แต่สู้คนอื่นไม่ได้ ฉันจะไปว่าอะไรได้"
"แล้วคุณครูหลี่จัดการยังไง?" เหรินเชียนขัดขึ้น หันไปถามเลขาฯ ที่ยืนข้างๆ
"เที่ยงนี้ ห้องส่วนตัวที่ว่านเหอลั่ว" เลขาฯ ตรวจตารางงาน "เป็นคุณเชิญเอง เขาไม่มีทางไม่มา แต่ว่าโทรหาคุณหนูไป๋ติดต่อไม่ได้"
จี้เส้าหรงที่เงียบมาตลอดพูดขึ้นบ้าง "ไป๋เหลี่ยนกำลังตั้งใจเรียน แล้วโควต้านั้นเธอก็ยกให้คนอื่นไปแล้ว ขอร้องล่ะ อย่าไปกวนเธอเลย"
คนอื่นในห้องโถงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน
"เธอยกโควต้าให้คนอื่น?" เหรินเชียนตกใจมาก
เหรินว่านเสวียนก็ลุกขึ้นทันที
เลขาฯ มองจี้เส้าหรง ขมวดคิ้วแน่น "คุณจี้ ยังไงเธอก็เป็นหลานสาวคุณ เป็นญาติแท้ๆ ทำไมช่วยแต่คนนอก โควต้าให้ใครก็ไม่ให้คุณหนู?"
เหรินเชียนก็ไม่ได้ขัดเลขาฯ
ชัดเจนว่าเขาก็คิดคล้ายๆ กัน
ไม่ปฏิเสธว่าเขาชื่นชมไป๋เหลี่ยน แต่เทียบกับเหรินว่านเสวียนแล้ว ไป๋เหลี่ยนก็ยังดูด้อยกว่า
"ทีแรกก็เรื่องหนังสือ ตอนนี้ก็เรื่องโควต้า" จี้เส้าหรงลุกขึ้นยืน หันไปมองเหรินเชียน "เธอเป็นหนี้พวกคุณหรือไง?"