เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP 722 สานความสัมพันธ์กับครอบครัวเกิง

EP 722 สานความสัมพันธ์กับครอบครัวเกิง

EP 722 สานความสัมพันธ์กับครอบครัวเกิง


กำลังโหลดไฟล์

EP 722 สานความสัมพันธ์กับครอบครัวเกิง

By loop

ในช่วงเย็น

บริเวณห้องนั่งเล่น.

สิ่งที่เกิงโยฮวาพูดไปทำให้พ่อและแม่ของเธอถึงออึ้งไปสักพักใหญ่ และบรรยากาศก็เงียบไปชั่วครู่ ... สองวินาที... สามวินาที... ไม่มีใครพูดอะไรเลย

ไม่นานหลังจากนั้น แม่ของเกิงโยฮวาก็พูดว่า: “โยฮวาเรื่องมันเป็นอย่างงั้นจริงๆหรอ?”

"นั้นคือความจริง." เกิงโยฮวาเทน้ำชากก่อนจะดื่มมัน

เกิงเซียงมองไปที่พี่สาวของอย่างไม่เชื่อ: "พี่ ทำไมพี่ไม่บอกผมก่อนหน้านี้"

เกิงโยฮวาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อันที่จริงซูบินขอร้องไม่ให้ฉันพูดเรื่องนี้กับนาย”

"แต่..." พ่อของเกิงโยฮวาขมวดคิ้ว: "ทำไม ดงซูบินคนหนึ่งถึงได้เข้ามาช่วยเหลือเกิงเซียงล่ะ?"

ดูเหมือนนี้จะเป็นคำถามที่ทุกคนในบ้านอยากรู้เช่นกัน แม่ของเกิงโยฮซากับเกิงเซียงก็มองไปที่เกิงโยฮวาอย่างใจจดใจจ่อและรอคำตอบ ใช่ทำไมดงซูบินถึงทำแบบนั้น?

เกิงโยฮวาเองเธอวางถ้วยน้ำชาในมือเบา ๆ "เกิงเซียงเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของ ซูบินหลี่ปิงปิงเองก็เป็นเช่นนั้น ดงซูบินเองในฐานะหัวหน้าเข้าเป็นผู้นำ และคงไม่สามารถทิ้งลูกน้องของเขาให้เผชิญชะตากรรมพวกนั้นได้ และนั้นเขาก็ไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปอย่างแน่นอ เหตุผลเพียงเท่านี้ก็น่าจะเพียงพอที่จอธิบายสิ่งนี้ได้ เขาเองสามารถแยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องส่วนรวมออกจากกันได้ ต่อให้เขาก็จะถูกกระชากคอเสื้อขนาดนั้นก็ตาม ซูบินเองก็ไม่ตอบโต้อะไร ในเวลานั้นเขาต้องไปที่ตงไห่ เพื่อตามเช็ดล้างสิ่งที่เกิงเซียงทำไว้ หนูรู้สึว่าครอบครัวของเรามีอคติกับซูบินมาโดยตลอด ทุกวันนี้หนูมีโอกาสที่ได้พูดคุยกับเขามากยิ่งขึ้น หนูเองกับพบว่าการทำงานของซูบินนั้นดีเลยและดูเปิดกว้างมาก  เพีนงเท่านี้ก็น่าจะสรุปเรื่องทั้งหมดได้แล้ว“

ตอนนี้ภายในครอบครัวของเกิงโยฮวาเริ่มสับสน

แม่ของเธอถอนหายใจ: “โยฮวา ทำไมลูกไม่บอกเราก่อนหน้านี้ล่ะ ตอนที่ดงซูบินพยายามทักทายแม่ แม่กับเมินใส่เขา”

เมื่อเกิงเซียงฟังแล้วมันก็ทำให้ใจเขาแทบจะสั่นขึ้นมาทันทีดูเหมือนตอนที่ดงซูบินชวนเขาไปทานข้าวเขาก็ปฏิเสธดงซูบินไป

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เรื่องนี้ก็เป็นเพราะความช่วยเหลือของดงซูบิน” พ่อของเกิงโยฮวาบอกว่า "เราจะปล่อยให้คนอื่นคิดว่าครอบครัวเราเป็นพวกไร้เหตุผลไม่ได้"

แม่ของเกิงโยฮวาเองก็ถอนหายใจออกมา "โยฮวา ถ้าแม่ได้พบกับซูบินล่ะก็แม่จะเข้าไปขอบคุณเขาเลย"

เกิงโยฮวาพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย: "หนูขอบคุณให้แล้ว"

“ขอบคุณสำหรับครอบครัวเราอย่างงั้นหรอ?” พ่อของเกิงโยฮวาเองก็รู้สึกแปลกใจ: "พ่ออาศัยอยู่ที่นี่มาก็นาน ไม่เห็นลูกจะคุยกับใครเลย แล้วเอาเวลาไหนไปขอบคุณเขา"

สายตาแม่ของเกิงโยฮวาจ้องไปที่สามีของเธอ “อย่างคุณจะไปเห็นอะไร วันๆหนึ่งก็ไม่เห็นจะสนใจใครเลยไม่ใช่หรอ”

พ่อของเกิงโยฮวาหันนามายังภรรยาของเขา “นี้กำลังว่าผมอยู่อย่างงั้นหรอ”

ดูเหมือนเกิงเซียงเองเขาไม่รู้จะพูดอะไรกับเรื่องนี้? เขามีแต่รอยยิ้มอันขมขื่น เดิมทีเขาเกลียดดงซูบินเอามากๆแล้วและสาบานว่าจะต้องเป็นศัตรกับดงซูบินในวันข้างหน้า แต่ใครจะคิดกันว่าเมื่อเขาเจอกับปัญหาดงซูบินผู้นี้กับรีบจัดการแก้ไขปัญหาเรื่องต่างๆให้ มันทำให้ภายในใจของเกิงเซียงนั้นร้อนรุมขึ้นมา แต่สำหรับคร่าวนี้มันไม่ใช่อาการโกรธหรือเกลียดแต่อย่างใด ตามที่พี่สาวของเขาเล่า ถ้าไม่มีดงซูบินตั้งแต่แรก ดีวีดีเหล่านั้นไม่รู้ว่าต้องส่งไปกี่แผนกแล้ว และเรื่องนี้คงยุ่งยากขึ้นมาก  ทุกอย่างจะไม่ได้ดูราบเรียบเหมือนตอนนี้

เมื่อคิดได้เช่นนั้เกิงเซียงก็กัดฟันของเขา “ดงซูบินพึงจะชวนผมไปทานอาหารเย็นด้วย แต่ผมตอบปฏิเสธไป มันจะดีไหมที่จะชวนเขามาทานข้าวด้วยกัน?” ถึงแม้เกิงเซียงจะคิดว่าความคิดของเขานั้นอาจฟังดูแปลกแต่เวลานี้ดงซูบินแต่เขากับทำรุนแรงกับดงซูบินในที่สาธาณะ นั้นก็ยิ่งทำให้เกิงเซียงเองรู้สึกผิดมากเข้าไปอีก

แม่ของเกิงโยฮวาเข้าใจเหตุการณ์ในทันที “แม่เข้าใจแล้ว โยฮวาลูกโทรดงซูบินสิ”

เกิงโยฮวาไม่ได้มีท่าทีอะไร เธอทำเป็นไม่ได้ยินด้วยซ้ำ

เมื่อเห็นอย่างงั้นแม่ของเธอก็สกิดเธอ: "โยฮวานี้แม่คุยกับลูกอยู่นะ"

พ่อของเกิงโยฮวาพูดขึ้นมาทันที: "อันที่จริงต้องเป็นเกิงเซียงสิที่จะต้องไปเชิญดงซูบินจริงไหม? พี่สาวเธอไม่ใช่คนก่อเรื่องนี้  เกิงเซียงลูกนั้นแหละขึ้นไปเชิญเขา!"

เกิงเซียงก็คิดเช่นกันว่า "นั่น ผมจะไปเชิญเขาด้วยตัวเอง"

“ตกลง ถ้าอย่างงั้นก็ไปจัดการนะ” แม่ของเกิงโยฮวาเธอเดินปลีกตัวออกไปและกล่าวว่า "...งั้นแม่จะไปทำอาหารนะ!"

......

ในระหว่างทางเดิน

ทันทีๆเกิงเซียงออกมาจากห้อง เขาก็โทรหาหลี่ปิงปิงในทันที

ปลายสายรับโทรศัพท์ "สวัสดีค่ะ นั้นใครกัน?"

“สวัสดี ปิงปิง นี่ผมเอง”

น้ำเสียงของหลี่ปิงปิงเปลี่ยนไปในทันทีเธอพูดเบาลง"...คุณรู้หมายเลขโทรศัพท์มือถือของฉันได้อย่างไร" แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นคู่นอนกัน แต่หลี่ปิงปิงไม่เคยให้เธอโทรศัพท์มือถือกับเขาเลย

“พอดีผมขอจากคนอื่นมานะ ผมรู้ว่าคุณทำงานที่สำนักงานส่งเสริมการลงทุนหยานไทพอดี เลยได้เบอร์คุณมาจากเจ้าหน้าที่ๆนั้น”

“มีอะไรหรือเปล่าถึงโทรมาหาฉัน”

“คุณทานข้าวหรือยัง ทำอะไรอยู่ตอนนี้”

"...กำลังจะทานข้าวพอดี มีอะไรสำคัญหรือเปล่า?"

“พอดีผมจะโทรบอกคุณว่า ปัญหาเรื่องวีดีโอมันมีเรื่องที่จะต้องทำความเข้าใจนิดหน่อย” เกิงเซียงพูดด้วยน้ำเสียงกระซิบ: "คุณพูดถูก ดงซูบินนั้นไม่ได้เป็นเหมือนที่ผมคิดไว้ เรื่องวีดีโอดงซูบินนั้นช่วยจัดการทั้งหมด เมื่อวานผมเข้าใจเขาผิดไปจริงๆ"

หลี่ปิงปิง พูดต่อ "เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า เหตุการณ์มันเป็นยังไงกันแน่?"

"สำหรับเรื่องนี้ ... " เกิงเซียงเองพยายามอธิบายเรื่องราวที่ได้ยินมาจากเกิงโยฮวา

หลังจากฟังแล้ว หลี่ปิงปิง ก็อุทานว่า: “สมัยที่ผู้อำนวยการซูบินเขาดูแลสำนักงานส่งเสริมการลงทุนหยานไทนะ  เขาดูแลพวกเรดีมาก พวกเราทุกคนเป็นหนี้บุญคุณเขา และตอนนี้คุณเองก็ด้วย” แน่นอนว่าสำหรับหลี่ปิงปิงแล้วในสายตาของเธอดงซูบินคือผู้มีพระคุณของเธอ เธอรู้ดีว่าผู้อำนวยการซูบินของเธอเป็นคนยังไง ดงซูบินเองเป็นคนที่จริงจังและจริงใจกับงานมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับลูกน้องของพวกเขาที่มีน้ำใจและปกป้องดูแลเป็นอย่างดี

“พอดีว่าผมจะชวนดงซูบินมาทานข้าวด้วยกัน ผมจะขอบคุณเขาแทนคุณล่ะกัน” เกิงเซียกล่าว

เมื่อหลี่ปิงปิงได้ยิน “ไม่เป็นอะไรสำหรับเรื่องนั้น ฉันจะไปขอบคุณเขาด้วยตัวของฉันเอง”

"อย่างงั้นก็ได้"

"……ฉันไปล่ะ"

“ดูแลรักษาสุขภาพด้วยะน”

"เข้าใจแล้ว."

ดูเหมือนน้ำเสียงของหลี่ปิงปิงเต็มไปด้วยความตื่นตันใจอย่างบอกไม่ถูก อันที่จริงเกิงเซียงเองเขาก็แอบโกรธตัวเองอยู่นิดหน่อยสมัยที่เขาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัย เขาก็เลิกกับหลี่ปิงปิงต่อมาหลังจากเข้ารับราชการ ตัวเขาเองก็เคยคบกับผู้หญิงอยู่หลายคน แต่พวกเธอไม่ใช่สิ่งที่เขาจินตนาการไว้ และไม่ใช่ความรู้สึกที่จะเข้ากันได้ดีกับหลี่ปิงปิง ในเวลานั้น เกิงเซียงเอง รู้สึกเสียใจเล็กน้อย สุดท้ายเขาก็เข้าใจเรื่องนี้หลังจากที่โทรศัพท์กลับไปหาหลี่ปิงปิง เธอก็เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์เสียแล้ว และเขาก็ไม่ได้พบเธออีกจนกระทั้งสองวันที่ผ่านมานี้

เมื่อทำใจใจเกิงเซียงก็ก้าวขึ้นไปชั้นบนและเดินขึ้นไปที่ประตูหน้าห้องของดงซูบิน ดูเหมือนเขาจะเขินอายกับการกระทำครั้งนี้อยู่ไม่น้อย เขาเองไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาทำเช่นนี้มาก่อน เนื่องจากเขาเป็นศัตรูกับดงซูบินมาตลอดตั้งแต่ดงซูบินมาทำงานที่แห่งนี้ เลยทำให้เขารู้สึกอึดอัดเป็นพิเศษที่จะต้องมาเช่นนี้

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งเกิงเซียงก็รวบรวมความกล้าทั้งหมดในการกดกริ่ง

ติ่งติ่ง ดูเหมือนมีเสียงฝีเท้ากำลังจะเดินมาเปิดประตู “สวัสดี เกิงเซียง? มาได้ยังไง? เข้ามาก่อนไหม.”

ดงซูบินซึ่งกำลังดูทีวีอยู่ที่บ้านคนเดียว เขาได้ยินเสียงกริ่งที่เกิงเซียงเป็นคนกดตะกี้ ก่อนที่จะเดินมาเปิดประตูและเหลือบมองหน้าของเกิงเซียงเล็กน้อย

เกิงเซียงหัวเราะและพูดว่า: "ไม่เป็นการรบกวนจะดีกว่าครับ เลขาซูบินคุณทานข้าวหรือยัง พอดีว่าที่ชั้นล่างครอบครัวของเรากำลังทำอาหารเย็นพ่อและแม่ของผมเองก็อย่าจะเชิญคุณไปทานข้าวด้วย ... "

ดงซูบินทำสีหน้าแปลกใจและป่นสงสัยในเวลาเดียวกัน “ฉันยังไม่ได้ทานข้าวเลย มันจะเป็นการรบกานพวกท่านใช่ไหมที่จะไปทานข้าวด้วยกัน”

“ไม่รบกวนเลย  มาเถอะ ครอบครัวของเรายินดีมากที่คุณจะให้เกียรติไปทานข้าวกับพวกเรา” แน่นอนว่ามันเป็นการยากมาสำหรับเกิงเซียงที่จะพูดถ้อยคำเหล่านี้ออกมา แต่เขาก็พูดมันออกมาได้

“ไม่ต้องพูดถึงขนาดนี้ก็ได้ เดี๋ยวฉันขอตัวปิดทีวีก่อน”

เมื่อดงซูบินกลับเข้าบ้านเขาก็เดินไปปิดทีวี ดงซูบินก็หยิบบุหรี่สองมวนแล้วลงไปข้างล่างกับเกิงเซียง เมื่อเห็นท่าทีของเกิงเซียงในวันนี้แล้ว ก็ทำให้ดงซูบินเข้าใจบางอย่างได้ เรื่องทั้งหมดต้องเป็นเพราะเกิงโยฮวาอย่างแน่นอน เธอคงจะบอกกับครอบครัวของเธอ เกี่ยวกับเรื่องวิดีโอคลิปไปแล้ว

อาจจะเล่าเรื่องทั้งหมดไปแล้ว

มันก็เลยทำให้ครอบครัวเกิงโยฮวาจึงมาทำดีกับเขาในวันนี้

......

ในบ้านของครอบครัวเกิง

“ซูบินมาแล้วอย่างงั้นหรอ” พ่อของเกิงเซียงวางหนังสือพิมพ์แล้วลุกขึ้นยืน

แม่ของเกิงเซียงก็ลุกยืนขึ้นมาทักทายดงซูบิน “ซูบิน เข้ามาเร็วเข้า”

ตง เสวี่ยปินยิ้มอย่างสุภาพ: “คุณลุง คุณป้า ผมต้องขออภัยด้วยที่ไม่เตรียมตัวจึงไม่ได้เอาอะไรติดไม้ติดมือมามากมาย มีเพียงบุหรี่เพียงสองกล่องเท่านั้นที่ติดมาด้วย” ดงซูบินวางบุหรี่ราคาแพงไว้บนโต๊ะ

ดูเหมือนพ่อของเกิงเซียงเองจะพอใจมากเช่นกัน "เท่านี้ก็มากพอแล้วซูบิน"

“คุณไม่ต้องลำบากก็ได้” แม่ของเกิงเซียงยังกล่าวเสริมขึ้นมาทันที

ดงซูบินยิ้มและพูดว่า: "ผมเองกลัวว่ามันจะเป็นการเสียมารยาททั้งๆที่มาเยี่ยมบ้านครั้งแรกแต่กลับไม่ได้เตรียมอะไรมาด้วยเลย ผมต้องขอภัยจริงๆ"

แม่ของเกิงเซียงพูดว่า: "คนปักกิ่งนี้สุภาพจริงๆเลย ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นเลย เราคงจะได้พบกันอีกหลายครั้ง"

"ครับ." ดงซูบินเปลี่ยนรองเท้าของเขาเป็นห้องนั่งเล่นและกล่าวสวัสดี: "สวัสดีครับ นายกเทศมนตรีโยฮวา"

เกิงโยฮวานั่งอยู่ที่โซฟาและดูข่าวด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย เมื่อเธอเห็นดงซูบินเธอพยักหน้าเล็กน้อยและไม่พูดอะไร เธอยังคงดูทีวีต่อไป

เวลาอาหารเย็น

ทุกคนนั่งอยู่รอบโต๊ะ และพ่อของเกิงเซียงก็ได้บอกให้ลูกชายของเขานำไวน์ในบ้านของเขาออกมา

“ซูบินทานนี้ส่ะสิ” แม่ของเกิงเซียงยกถ้วยขึ้นก่อน แต่ถ้วยนั้นเต็มไปด้วยน้ำต้มสุก “พอดีฉันเองไม่ดื่มไวน์เลยขอทานเป็นน้ำซุปแทนเพื่อให้เกียรติการมาบ้านของเราในวันนี้”

แน่นอนว่าดงซูบินเองแสดงท่าทางเกรงใจออกมาทันที “ไม่เป็นไรครับคุณป้า ผมเกรงใจมาก ด้วยความเคารพ”

เกิงเซียงพูด “ถ้าอย่างงั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท ผมขอดื่มแก้วนี้ให้กับเลขาซูบินเพื่อเป็นการขอบคุณและให้เกียรติที่เลขาซูบินมาเยี่ยมบ้านของผมในวันนี้”

ดงซูบินเอื้อมมือออกไปและหยุด “ไม่ต้องเลย อย่าทำแบบนั้นเลย ไวน์แก้วแรกนี้ผมเองควรจะดื่มให้กับคุณลุงคุณป้าก่อน ผมเองยังเด็ก ผมจะปล่อยให้คุณลุงคุณป้าดื่มก่อนได้อย่างไร”

เมื่อดงซูบินพูดจบเขาได้ขอชนแก้วไวน์กับทางพ่อของเกิงเซียงและดื่มซุปที่แม่ของเกิงเซียงได้ทำให้เขา

รอยยิ้มปรากฎขึ้นมาบนใบหน้าของแม่ของเกิงเซียง หลังจากที่ดงซูบินทานเสร็จ เธอมองไปที่ดงซูบินและยิ้ม "คุณเป็นคนสุภาพจริงๆ ต่างจากลูกชายของเราที่ไม่ได้เรื่องเลย..."

พ่อของเกิงเซียงพูดขัดขึ้นมาทันที: "เราหยุดพูดเรื่องเก่าๆจะดีกว่า"

"จริงสินะ." แม่ของเกิงเซียงพูดขึ้นมาทันที “เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไป เรามาทานข้าวกันจะดีกว่า”

จบบทที่ EP 722 สานความสัมพันธ์กับครอบครัวเกิง

คัดลอกลิงก์แล้ว