เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP 612 แต่งองค์ทรงเครื่อง!

EP 612 แต่งองค์ทรงเครื่อง!

EP 612 แต่งองค์ทรงเครื่อง!


EP 612 แต่งองค์ทรงเครื่อง!

By loop

ในช่วงกลางดึก

ณ อพาร์ทเม้นท์ของดงซูบิน

นี้ก็เกือบสิบนาทีแล้วที่ดงซูบินรู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของครอบครัวของหยางจ้าวเต๋อ หลังจากเขาพูดไปมากมายอยู่กลางห้องโถงจนถึงตอนนี้เขาก็เงียบไปแต่ภายในใจเต็มไปด้วยความโกรธ

“ถ้าเป็นหยางจ้าวเต้อเขาต้องไม่คิดเช่นนั้นอยู่แล้ว !”

“เรื่องนี้ยอมไม่ได้! ทำไมหยางจาวจวงถึงไม่เอาเรื่องนี้มาพูดต่อหน้าพกวเราเลยละ!”

“ซูบินพอเถอะเรื่องมันผ่านไปแล้ว! พวกเขาคงมีเหตุผลของเขาแหละ!?”

"การเป็นคนบ้านนอกมันเลวร้ายมากเลยอย่างงั้นหรอ ?? ผมอยากรู้จริงๆว่าต้นตระกูลของพวกเขาไม่ใช่คนบ้านนอกหรือยังไงกัน แล้วยังไง มันหนักหนามากเลยยังงั้นหรอ! ครอบครัวของคุณก็เคยเป็นคนบ้านนอกมาก่อนเหมือนกัน!"

เมื่อเห็นความบ้าคลั่งของลูกชายของเธอ ลวนเสี่ยวปิงก็เปลี่ยนท่าทีไปหลังจากที่เธอมีน้ำตาซึมออกมา หลังจากนั้นไม่นานเธอก็หัวเราะออกมาพร้อมรอยยิ้มก่อนที่จะนั่งบนโซฟาข้างลูกชายของฉันแล้วสัมผัสมือลูกชายของเขาเบา ๆ

ดงซูบินกล่าวว่ารำคาญ: "แม่กำลังยิ้มอยู่! แล้วแม่หัวเราะเรื่องอะไรกัน?"

ลวนเสี่ยวปิงยิ้มอย่างสบายใจ"ก็เพราะลูกนั้นแหละ"

"อะไรกันเพราะผมอย่างงั้นหรอ!"  ดงซูบินนิ่งไปสักพักและมองไปที่แม่ของเขา  “ผมเข้าใจเรื่องนี้ดี เอาเถอะเรื่องของลุงหยาง นั้นผมไม่ได้ติดใจอะไร และผมไม่ได้โกรธลุงหยางด้วย ผมรู้ว่าลุงหยางนั้นเป็นคนดีและเขาก็ดีกับแม่มากด้วย อีกทั้งผมเองก็ชอบเขามาก แต่ถึงอย่างงั้นทัศนคติของครอบครัวลุงหยางนั้นค่อนข้างแย่ พวกเขาดูถูกเรา! และเรื่องนี้ผมเองก็ยอมไม่ได้!”

"ลูกพูดเสร็จหรือยัง" ลวนเสี่ยวปิงเหลือบมองดงซูบิน

ดงซูบินแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาทันที: "ผมยังพูดไม่จบ ผมไม่ยอมแน่ๆกับเรื่องนี้ เราปล่อยเรื่องนี้ไปไม่ได้"

" เอาเถอะ แม่คิดว่าแค่นี้ก็พอแล้ว เราคงจะทำอะไรไม่ได้มากหรอกก็ปล่อยให้คนเหล่านั้นพูดกันไปเถอะ"

"แม่เราจะยอมคนพวกนั้นจริงๆหรอ ?" ดงซูบินจ้องไปที่เธอ "ทำไมแม่ยังดูใจเย็นอยู่เลย"

ลวนเสี่ยวปิงยิ้มและสัมผัสหลังมือของลูกชายของเธอ “แค่นี้แม่ก็มีความสุขแล้ว แม่ไม่โกรธเลยจ้าวจวนเธอเป็นคนเจ้าอารมณ์จริงๆแล้วเธอเองก็เป็นคนดี”

“คนดีอย่างงั้นหรอ การพูดเช่นนั้นแสดงถึงการเป็นคนดีอย่างงั้นหรอ!” ดงซูบินกล่าวพร้อมความโมโห

“ซูบิน หยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ว”

""แม่บอกกับผมว่าแม่อยากที่จะแต่งงานกับลุงหยาง แต่จนถึงตอนนี้แม่ก็ยังคิดเช่นนั้นอยู่ใช่ไหม?"

ลวนเสี่ยวปิง เขินอายเล็กน้อยและลังเล: "ลูก อืม ถ้า ลูกไม่ต้องการให้แม่แต่งงาน แม่ก็จะไม่แต่งงาน“ดงซูบินเปลี่ยนท่าทีไปในทันทีแล้วพูดว่า:”เรื่องนี้ไม่ใช่ผมที่เป็นคนตัดสินใจ ” หลังจากคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้

ลวนเสี่ยวปิงก็ไอออกมา “หยางจ้าวเต้อนั้นดีต่อแม่มาก”

ในตอนนั้นดงซูบินก็เข้าใจทันทีว่าแม่ของเขานั้นรักหยางจ้าวเต้อมากขนาดไหน เขาหยิบบุหรี่ออกมาก่อนจะจุดมัน ในที่สุดเขาก็พูดว่า: ตอนนี้แม่ตัดสินใจแล้ว แม่ฟังผม ผมเคารพคำตัดสินใจของแม่เสมอ" ดูเหมือนอารมณ์ของดงซูบินจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่ดงซูบินจะไม่หยุดเพียงเท่านี้  "แต่นี่ไม่ใช่จุดจบหยางจ้าวจว เธอจะต้องได้รู้ซึ้งถึงชายที่ชื่อดงซูบิน เธอทำให้แม่ของฉันเสียใจ อีกทั้งยังดูถูกแม่ของฉันว่าเป็นคนบ้านนอก ฉันเองจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปแน่ๆ!"

ลวนเสี่ยวปิงดึงเสื้อของดงซูบินเพื่อดึงสติ "ลูกกำลังคิดอะไรอยู่”

ดงซูบินสูดลมหายใจเข้า “ในเมื่อแม่ตั้งใจจะอยู่กับลุงหยางไปตลอดชีวิตจริงๆ  แม่จะต้องจัดการกับครอบครัวของลุงหยางให้อยู่มัดเสียก่อน มิฉะนั้นแม่ก็จะถูกกลั่นแกล้งหลังจากแต่งงานไปแล้ว แม่จะรับมือกับเรื่องนั้นอย่างไร ? อีกทั้งหยางจ้าวจวงกล้าที่จะอึบนหัวของแม่เช่นนี้น! อีกทั้งนั้นร่วมถึงคุณนายหยางเธออาจจะอ้างถึงเรื่องความกตัญญูของการเป็นลูกชายของลุงหยางก็เป็นได้?”

ลวนเสี่ยวปิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย: 'ยังไงก็ตามลุงหยางก็จะพาพวกเขามาที่นี้ในวันพรุ่งนี้'. "

“สำหรับเรื่องนี้ผมจะต้องจัดการขั้นเด็ดขาด!” ดงซูบินพูดอย่างไม่สบายใจ “เราจะปล่อยให้พวกนั้นมาดูถูกเราเช่นนี้ไม่ได้ ฉันอีกทั้งการดูถูกแม่ของผมนั้นผมยอมไม่ได้ กว่าที่เราจะมาถึงจุดนี้ได้แม่จะต้องทำงานหนักมากแค่ไหน อีกทั้งผมจะทำให้เห็นว่าแม่ของผมไม่ใช่เพียงผู้หญิงบ้านนอกที่ดูธรรมดา และจะทำให้รู้ว่าครอบครัวของพวกเขาตั้งหากที่ไม่คู่ควรกับแม่ของผม” ทันใดนั้นดงซูบินดึงแขนของลวนเสี่ยวปิงและยืนขึ้น “เราไม่ควรเพิกเฉยกับเรื่องนี้! แม่เรา ไปกันเถอะ!”

แม่ของดงซูบินไม่ขยับตัว “มีอะไรกัน ลูกจะพาแม่ไปไหน

"ไปกับผม"

"ตอนนี้ดึกแล้วนี้มันกี่โมงกี่ยามกันแล้ว "

"เชื่อผมเถอะ" ดงซูบินนั้นไม่สนใจแล้วว่าแม่ของเขาจะถามอะไรเขาดึงลวนเสี่ยวปิงและออกปากอพาร์ทเม้นท์ทันที.

เมื่อเห็นว่าดงซูบินนั้นดูจริงจังมา ลวนเสี่ยวปิงจึงได้แต่เธอยิ้มอย่างช่วยไม่ได้และต้องออกไป "เหอเหอ ลูกนี้อารมณ์ร้อนไม่เปลี่ยนเลยนะ"

"เรื่องนั้นไม่เปลี่ยนแปลง"

"แม่เองไม่ได้อารมณ์ร้อนเหมือนลูกนะ. "

ในเมื่อหยางจ้าวจวงดูถูกบ้านเรา! ฉันจะทำให้พวกเขาไม่สามารถดูถูกครอบครัวของฉันได้อีก! ดงซูบินเปิดประตูก่อนจะเดินลงบันไดลงไป "ผมอยากจะแนะนำคนๆหนึ่งให้รู้จักกับแม่ เขาคือหยางชู บุคคลนี้เขาขับรถบีเอ็มดัมเบิ้ลยู มีบ้านพักตากอากาศในเป่ยเหอ แม่คิดว่าหยางจ่าวจวนจะตกใจไหมถ้ารู้ว่าเรามีของเหล่านี้ทั้งหมด ผมเดาว่าเธอคงไม่คาดคิดว่าเราจะมีเงินมากมายขนาดนี้”

ลวนเสี่ยวปิงหัวเราะ "เราก็แค่พวกบ้านนอก "

หลังจากออกจากอพาร์ทเม้นท์ แน่นอนว่ารถคาเยนไม่ได้อยู่ที่นั้นเพราะเขาให้โจวหยินหยูยืมรถใช้อยา และรถเบนซ์ของฉูหยวนเองเธอก็ขับรถกลับไปแล้ว

ดงซูบินจึงเรียกรถแท็กซี่. หลังจากนั้นรถแท๊กซี่ก็จอดรับพวกเขา

ดงซูบินเปิดประตู ให้แม่ขึ้นไปก่อนแล้วเขาก็นั่งข้างหน้า

ลวนเสี่ยวปิงถามว่า: "ซูบินเราจะไปไหนกัน?" "

"หวังฝูเจา! ไปซื้อเสื้อผ้าให้แม่! "

นี้มันเกือบสองทุ่มแล้วนะ

ถนนคนเดินหวังฝูเจา

ลวนเสี่ยวปิงคิดว่าลูกชายของเธอต้องการพาตัวเองไปที่ห้างสรรพสินค้าเล็กแห่งหนึ่งใครจะคิดว่าดงซูบินไม่ได้พาเธอไปที่นั้นแต่กับพาเธอไปที่แฟล็กชิปสโตร์ของแบรนด์ชั้นนำระดับนานาชาติหลายแห่ง , สายตาของเธอมองสลับสายขวา

พนักงานต้อนรับทักทายเขาว่า "ยินดีต้อนรับ"

ดงซูบินหันกลับมาและพูดกับแม่ของเขา: "นี่คือกระเป๋าถือที่ดี แม่ชอบอันไหน"

ลวนเสี่ยวปิงกระซิบ: "มันดูค่อนข้างแพง ราคาเท่าไหร่?"

"น่าจะหลักหมื่นหยวน หลุยส์ วิตตองมันคือ แอลวี"

"หมื่น?" เมื่อลวนเสี่ยวปิงได้ยินเธอก็หันหลังและจากไป "อย่าเลย มันแพงเกินไป แม่ยังใช้ถุงผ้าราคาไม่ถึงสิบหยวนก็พอ

“มันไม่เหมือนกัน” ดงซูบินดึงแม่ของเขาไว้แล้วพูดว่า: “มาเถอะแม่เลือกมา วันนี้แม่จะต้องได้ของแต่งตัวให้พร้อม แม่ไม่อยากสอนบทเรียนให้กับหยางจ้าวจวงอย่างงั้นหรอ?” ลวนเสี่ยวปิงถึงกับนิ่งไปสักผัก

"ถ้าแม่ไม่พูดอะไร ผมจะเลือกให้แม่แล้วนะ"

"โอเค วันนี้แม่จะเชื่อลูก" ดูเหมือนลวนเสี่ยวปิงจะใจอ่อนขึ้นมาแล้ว

“ดีเลยวันนี้เป็นวันดีของแม่เลย”

ลวนเสี่ยวปิงยิ้ม: “แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวแล้วอย่าทำแบบนี้อีกในครั้งหน้า” ดงซูบินทักทายพนักงานขาย “คุณแนะนำให้เราหน่อย”

พนักงานดูกระตือรือร้นมากเพราะเขาเห็นนาฬิกาที่ข้อมือของดงซูบินซึ่งเป็น  ปาเต๊ะฟินลิปมูลค่าสองล้านหยวนในมือของ ดงซูบินเขารู้ว่าจะต้องเป็นผู้ซื้อเขาจึงพาพวกเขาไปรอบ ๆ แนะนำทีละชิ้น ดงซูบินมองดูนาฬิกาบ่อยๆ ด้วยความเร่งรีบเล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ดูอะไรอย่างระมัดระวังและไม่ได้ถามราคาทีละอย่างเลย ในที่สุด สายตาของเขาก็เหลือบไปที่กระเป๋าถือสีแดงสด และเขาก็ ไม่รู้ว่าเป็นหนังอะไร

“แม่ครับ เป็นไงบ้างครับ”

ลวนเสี่ยวมองดู“”มันจะดูเด่นไปไหม?W

“มันออกจะสวย” "

ดูเหมือนมันจะราคาแปดหมื่นหยวนแต่มันไมได้ทำให้ดงซูบินกังวลเลย และพาแม่ของเขาไปที่ร้านค้าแบรนด์แถวหน้าถัดไป ตอน

เวลาสามทุ่ม

ดงซูบินและ ลวนเสี่ยวปิง หลังจากออกจากร้าน ตอนนี้พวกเขาได้กระเป๋ามา 7-8 ใบแล้ว นั้นร่วมถึงกระโปรง เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และสร้อยคออัญมณี อย่างไรก็ตามดงซูบินซื้อทุกสิ่งที่ทำให้แม่ของเขาดูดีขึ้นแน่นอนว่าเงินจำนวนนี้ไม่ได้ทำให้ดงซูบินลำบากใจแต่อย่างใด กระเป๋าใบใหญ่และใบเล็กที่ดูไม่เกะกะเหล่านี้มีราคามากกว่าหนึ่งล้านหยวน และไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านห้าแสนหยวน เสื้อผ้าและเครื่องประดับของแบรนด์ชั้นนำคือ ราคากระเป๋าหนังแพงกว่ามาก และเสื้อผ้าก็ราคาหลายแสน

ทันทีที่เขาออกไปลวนเสี่ยวปิงรู้สึกเสียใจกับมัน "ซูบินมันแพงเกินไป นี่มัน..."

"ไม่แพงเลย แต่งสวยได้ คุ้มทุกเม็ด! “

แม่ก็อายุห้าสิบแล้ว สวยอะไรอย่างนี้“”

เกิดอะไรขึ้นกับอายุห้าสิบปี?“แม่ยังดูดี แม่ยังไม่ได้แต่งหน้าและผมของแม่เลย ...” เราเดินมาสักพักแล้ว เสื้อผ้าก็ซื้อหมดแแล้ว ไปร้านเสริมสวยกันเถอะ"

ใกล้ๆเมืองทางเหนือ

ดงซูบินและลวนเสี่ยวปิง เดินเข้าไปในศูนย์ความงามที่ตกแต่งอย่างหรูหรา

พนักงานรีบรุดไปข้างหน้าและพูดว่า "สวัสดี ทางเรายินดีต้อนรับ"

ลวนเสี่ยวปิงรู้สึกว่าดงซูบินจะใช้เงินมากเกินไปในวันนี้ และเธอก็ไม่อยากใช้เงินอีกเลย เธอเองก็อยากจะกลับแล้ว แต่ดงซูบิน ปฏิเสธที่จะตกลงและกดดันแม่ของเขา พูดกับพนักงานว่า: "ผมอยากให้คุณแต่งสวยให้กับแม่ของผมหน่อย คุณมีรายการอะไรบ้างที่นี่"

"เอาล่ะได้โปรด รอสักครู่"

ไม่นานพนักงานที่ก็นำรายการมามอบให้ฉัน พวกเขาแนะนำซ้ำแล้วซ้ำอีก

ดงซูบินไม่ค่อยเข้าใจจริง ๆ ว่า "ที่นี่ปิดกี่โมง"

หญิงสาวยิ้มและพูดว่า "เราเปิดตลอด 24 ชั่วโมง"

"ดีมาก"ดงซูบินเดินกลับมาสัมผัสผมของแม่และพูดว่า "ขั้นแรกย้อมผมให้ของผมก่อนและก็ช่วยดำเนินการทุกรายการที่จะทำให้แม่ของผมสวยขึ้นได้เลย "

ลวนเสี่ยวปิงยิ้มอย่างขมขื่น: 'ซูบินนี้มันจะเยอะไปแล้ว และนี้ก็ดึกมาแลว'. "

ดงซูบินกล่าวว่า" ไม่ วันนี้เราจะนอนที่นี้ ผมจะให้พวกเขาจัดการแต่องค์ทรงเครื่องให้แม่ใหม่ทั้งหมด“

เมื่อพนักงานสาวเห็นดงซูบินสั่งการดูแลความงาม 60,000 ถึง 70,000 หยวน เธอยิ้มทันที เมื่อดงซูบินไปจ่ายเงิน พนักงานสาวพูดกับลวนเสี่ยวปิงว่า “คุณนาย ลูกชายของคุณใจดีกับคุณมาก” "

" อา. “เมื่อเขาพูดถึงลูกชายของเธอ ลวนเสี่ยวปิงก็ภูมิใจเล็กน้อย” เขากตัญญูตั้งแต่ยังเด็ก "

“ฉันก็คิดเช่นนั้น” สายตาของพนักงานสาวคนนั้นอิจฉานิดหน่อย“คุณโชคดีมาก”

“เรียบร้อยแล้วครับแม่”ดงซูบินที่จ่ายเงินเสร็จแล้ว กลับมาเอาแขนโอบไหล่แม่แล้วพูดว่า “ไป ไปทำผมกันก่อน แล้วรอพรุ่งนี้พวกเขาจะได้เห็นว่าแม่ของผมสวยแค่ไหน! เราจะทำให้คนพวกนั้นหัวใจวายกันไปเลย”

จบบทที่ EP 612 แต่งองค์ทรงเครื่อง!

คัดลอกลิงก์แล้ว