เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP 608 สั่งสอนผู้อำนวยการหลิง!

EP 608 สั่งสอนผู้อำนวยการหลิง!

EP 608 สั่งสอนผู้อำนวยการหลิง!


EP 608 สั่งสอนผู้อำนวยการหลิง!

By loop

ในห้องโถง

"ป้า" สิ่งที่ดงซูบินพูดออกมา ทำเอาทุกคนถึงกับตะลึงไปเลย!

โจวหยินหยูเธอเองก็ตกตะลึงชั่วขณะหนึ่งและไม่ตอบสนองเป็นเวลานาน

ผู้อำนวยการหลิงจ้องไปที่ดงซูบินในทันทีและสูดลมหายใจเข้าไป เขาสำลักในลำคอถึงกับพูดอะไรไม่ออก และตัวของเขาก็แข็งไปในทันที

เจ้าหน้าที่สำนักงานของกระทรวงกิจการพลเรือนที่อยู่รอบๆ ก็ตกตะลึง จ้องมองพวกเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า เพราะไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่

แน่นอนนี่ไม่ใช่คำทั่วๆที่จะใช้กันง่ายอย่างเช่น "ป้า ลุง" "ป้า" "ลุง" ไม่ใช่แค่เรียกง่ายๆ นะ

อันที่จริงดงซูบินยังรู้ว่าหญิงวัยกลางคนที่อยู่ข้างหน้าเขานั้นคือใคร เขาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นภรรยาของลูกคนที่สองของตระกูลเสี่ยว ซึ่งเป็นญาติคนสำคัญของเสี่ยวหลานและเป็นแม่ของเสี่ยวจิน เธอคือเสี่ยวหยางเจิง  ดงซูบินที่กำลังหงุดหงิดที่ผู้อำนวยการหลิงอยู่ตอนนี้เองก็ถึงกับปรับอารมณ์ไม่ถูกเช่นกัน ดั้งนั้นดงซูบินจึงถามเธอในทันที "คุณป้ามาที่นี่ได้อย่างไรกันครับ" "

เสี่ยวหยางเจิงยิ้มและพูดว่า: "พอดีว่าที่นี้เป็นที่ทำงานของฉันนะ โอ้จริงสิ ฉันยังไม่ได้บอกคุณเรื่องนี้อย่างงั้นหรอ?" "

ดงซูบินกล่าวต่อทันที่ว่า "อันที่จริงคุณป้าย้ายมาที่กระทรวงกิจการพลเรือนอย่างงั้นหรอครับ?" “

“แสดงว่าฉันยังไม่ได้บอกคุณเลยจริงๆสินะ.” เสี่ยวหยางเจิงทำท่าทางครุ่นคิดว่าเธอและดงซูบินคุยกันมากมายเมื่อวานนี้ แต่พวกเขาไม่ได้พูดถึงเรื่องงานกันเลยหรือไม่ก็ลืมพูดเรื่องงานกันไปเลย

ดงซูบินก็เข้าใจทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น รัฐมนตรีเสี่ยว นั่นคือ รัฐมนตรีกระทรวงกิจการพลเรือนนั้นเอง นี้มันบังเอิญอะไรเช่นนี้!

"แล้วสรุปคุณมาทำอะไรที่นี้หรอ ซูบิน? คุณบอกว่าคุณมาที่ปักกิ่งเพื่อทำธุระ ไม่ใช่หรือยังไงกัน "เสี่ยวหยางเจิงถาม

ดงซูบินเริ่มพูดพร้อมกับยิ้มแห้งไปด้วยในเวลาเดียวกัน: "พอดีว่าผมมาส่งเอกสารเกี่ยวการเข้าประเมินการเป็นหน่วยงานต้นแบบด้านการส่งเสริมผู้สูงอายุที่นี้นะครับคุณป้า “

เมื่อคนรอบๆได้ยินสิ่งที่รัฐมนตรีเสี่ยวกำลังพูดกับดงซูบินอย่างอ่อนโยน และแต่ละก็รู้ทันทีว่าทั้งสองคงรู้จักกันไม่ก็ต้องเป็นญาติกันอย่างแน่นอน!

นี้มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกันขึ้น

ผู้อำนวยการหลิงถึงกับตัวเซ่เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า

นี่มันอะไรกันเนี่ย! ชายคนนั้นกลายเป็นญาจิของรัฐมนตรีเสี่ยวได้อย่างไรกัน? ทำไมชายคนนั้นถึงไม่พูดเรื่องนี้ก่อนเลย! ฉันงงไปหมดแล้ว!

สายตาของทุกคนกำลังมองดงซูบินดูเหมือนจะเปลี่ยนไปในทันที ไม่น่าแปลกใจที่ชายคนนั้นจะกล้าตะโกนเสียงดังอย่างไม่พอใจในกระทรวงกิจการพลเรือน! พวกเขาเข้าใจเรื่องนี้หมดแล้ว! ปรากฎว่าชายคนนี้ไม่ใช้บุคคลธรรมดานั้นเอง!

ในเวลานี้เสี่ยวหยางเจิงมองไปรอบ ๆ "เกิดอะไรขึ้น?"

เธอถามทุกคนที่อยู่รอบๆนั้น นั้นก็ร่วมถึงผู้อำนวยการหลิงก็ต้องตอบเช่นกัน แต่เมื่อถามอีกครั้ง เห็นได้ชัดต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ

“อ๋ออย่างงี้ครับ พอดีว่าผมได้ยินมาว่าคุณป้าอยู่แถวนี้ ผมก็เลยมาหาคุณ  แต่ผมมาเมื่อเช้าแล้วหาไม่เจอไม่คิดว่าคุณป้าจะเป็นรัฐมนตรีประจำกระทรวงนี้  ผมได้ยินมาว่าผู้อำนวยการหลิงอยู่ในความดูแล แต่พอดีว่าผมรอมาตั้งสองสามชั่วโมงกว่าจะเจอเขา  แต่เมื่อถึงเวลาเข้าพบ เขาก็บอกผมว่าเขาไม่ว่าง ซึ่งก่อนหน้านั้นผมไปที่สำนักงานส่งเสริมผู้สูงอายุมาแล้วทางนั้นบอกว่าพวกเขาได้โอนหน้าที่นี้ให้กับทางกระทรวงกิจการพลเรือนแล้ว ผมเลยต้องกลับมาที่นี้อีกครั้ง แต่สุดท้ายสิ่งที่พบคือเขากลับพยายามปฏิเสธเอกสารของผมนั้นร่วมถึงบอกว่ารูปแบบเอกสารที่เราเตรียมมาผิดอีกด้วย และขอให้เราเขียนใหม่ครับ ตอนนี้การประเมินได้เริ่มขึ้นแล้ว , ถ้าผมกลับไปที่เขตเพื่อเปลี่ยนเอกสารและประทับตราใหม่ มันก็จะไม่ทันเวลาในการประเมิน นอกจากนี้ การจัดรียงเอกสารของเราก็ได้แบบมาจากหน่วยงานที่ส่งเอกสารและทางหน่วยงานรับรองแล้ว” ดงซูบินพยายามเล่าเรื่องทีเขาเจอและชี้ไปที่พื้นแล้วพูดว่า: “ผมไม่รู้ว่าผู้อำนวยการหลิงนั้นมีปัญหาอะไรหรือไม่ ขัน้นโยนเอกสารที่ทางเราตั้งใจทำงานหนักมากและไม่แม้แต่จะนำขึ้นมาพิจรณาก่อนด้วยซ้ำ !”

ใบหน้าของผู้อำนวยการหลิงนั้นดูซีดไปนทันที และเขาดูเหมือนเขาต้องวิ่งเอามือไปอุดปากดงซูบินด้วยซ้ำ และพูดอย่างเร่งรีบ: “ท่านรัฐมนตรีเสี่ยว ไม่ใช่ มันไม่ใช่อย่างนั้น จริงๆแล้วเรื่องราวเป็นเช่นนี้…” เสี่ยวหยางเจิง เหลือบมองเขาแลพูดแทรกขึ้นมาทันที: “คุณช่วยตามฉันไปที่ห้องทำงานด้วย!”

“คือ... เรื่องมันไม่ใช่..” ผู้อำนวยการหลิงรีบแก้ตัว ตื่นตระหนกจริงๆ

เสี่ยวหยางเจิงไม่ได้มองเขาอีกเลย ตบไหล่ดงซูบินแล้วยิ้มและพูดว่า "หลังจากฉันทำธุระเสร็จให้คุณแวะไปหาฉันที่ห้องเลยก็ได้นะ พร้อมเอกสารเหล่านั้นด้วย ”

“ขอบคุณครับ คุณป้า ต้องขออภัยที่ต้องรบกวนคุณ” ดงซูบินพูด

“เอาล่ะเดียวอย่างไรฉันจะให้เลขาติดต่อไปอีกที” หลังจากเสี่ยวหยางเจิงพูดเสร็จเธอหันหลังกลับและออกจากอาคารสำนักงาน

ตอนนี้ดงซูบินไม่ได้กังวลและดึงมือโจวหยินหยู "พี่โจว นั่งลงและรอ"

“อา!” ใบหน้าของโจวหยินหยูเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เธอมองดงซูบินอย่างประหลาดใจอย่างสุดซึ้ง จากนั้นเหลือบมองที่ผู้อำนวยการหลิงซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยรอยยิ้มจางๆ และนั่งลงที่เก้าอี้ว่างพร้อมกับดงซูบิน เลขาธิการซูบิร รู้จักผู้นำระดับเมืองหลวงและเธอยังเป็นคนระดับรัฐมนตรีของกระทรวงและคณะกรรมาธิการระดับชาติด้วย? อีกทั้งยังเป็นญาติกัน? เรื่องราวนี้ทำให้โจวหยินหยูถึงกับตะลึงไปในทีเดียว

บรรยากาศในห้องโถงตอนนี้ดูอึดอัดมาก และไม่มีใครพูดอะไรกันเลย

ในเวลานี้ ยามหลายคนเที่ถูกเรียกมาก็มาถึง

“คนนั้นอยู่ที่ไหน”

“คนร้ายอยู่ตรงไหนครับ” .

ผู้อำนวยการหลิงที่กำลังยืนหน้าชาอยู่หลังจากที่รู้ว่าป้าของดงซูบินนั้นคือใคร อีกทั้งสิ่งที่เขาทำไปมันยากที่จะให้อภัยเอามากๆ อีกทั้งรู้ว่ารัฐมนตรีเสี่ยวคงไม่ปล่อยเขาไปแน่ๆ  เมื่อเห็น ยามเหล่านั้นเดินเข้ามาอย่างดุดัน ใบหน้าของผู้อำนวยการหลิงเปลี่ยนไป และเขาก็พูดทันทีว่า: "กลับไปให้หมด ไม่มีใครสร้างปัญหาอะไรทั้งนั้น!"

"แต่..." ยามพูดอย่างสงสัย

“กลับไป! ไม่ได้ยินที่ฉันสั่งหรอ?” ผู้อำนวยการหลิงโกรธ

ยามมองดูกันและกันแล้วก็หันหลังให้สกปรก

ไร้สาระ ตอนนี้เราทุกคนรู้ว่าดงซูบินเป็นญาติของรัฐมนตรีเสี่ยว!

และใครจะกล้าจับเขากัน? ทุกอย่างมันผิดเพี้ยนไปหมด? ตอนนี้จิตใจของผู้อำนวยการหลิงนั้นไม่อยู่กับเหนือกับตัวแล้ว

บรรยากาศกลับมาคึกคักอีกครั้ง

เจ้าหน้าที่ๆอยู่รอบๆ ก้มศีรษะลงทันทีและกลับไปทำงาน โดยแสร้งว่าไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น พวกเขารู้ว่าวันนี้น่าเป็นวันซวยสุดๆของผู้อำนวยการหลิง

เจ้าหน้าที่ธุรการที่เป็นคนนำดงซูบินขึ้นไปพบกับผู้อำนวยการหลิงในตอนแรกก็หน้าเสียไปเหมือนกัน ก่อนหน้านี้เขาหยาบคายมากกับดงซูบิน และตอนนี้เขาเองก็ยังไม่ทราบชะตากรรมของตัวเขาเอง เพราะเขาไม่รู้เลยว่าดงซูบินจะเอาเรื่องเขาด้วยหรือไม่? และจะนำเรื่องนี้รายงานต่อรัฐมนตรีเสี่ยวหรือไม่ดังนั้นเขาจึงกัดฟันด้วยที่นั่ง ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เทน้ำสองแก้วแล้วยื่นให้ ดงซูบิน และ โจวหยินหยูอย่างสุภาพ “คุณทั้งสองครับ ได้โปรดดื่มน้ำก่อนนะครับ มีเรื่องอะไรให้ผมช่วยบอกได้เลยนะ ถ้าหากมีอะไรเพิ่มเติม.... บอกได้เลย”

ดูเหมือนท่าทีหยิ่งยโสของเขาในตอนแรกจะหายไปจนหมดแล้ว

เมื่อผู้อำนวยการหลิงเห็นลูกน้องของเขาเองก็เปลี่ยนท่าทีไปเช่นกัน เขาก็รู้สึกอับอายขึ้นมา หน่อยๆ เขาเองอยกาจะเหวี่ยงใส่ลูกน้องของเขาแต่ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะทำอะไรได้ สุดท้ายเขาก็ทำได้เพียงกัดฟันหลังของเขาและนั่งยอง ๆ บนพื้นโดยไม่มีทางเลือกอื่น เขาหยิบเอกสารเหล่านั้นขึ้นมาช้าๆ เขาหยิบกระดาษที่เขาเพิ่งโยนทิ้งไป จัดเรียงทีละใบ จากนั้นจึงเดินไปที่เก้าอี้ที่ว่างด้วยท่าทางที่เขินอายตอนนี้ นี้เป็นการเสียหน้าครั้งใหญ่ที่สุดที่เขาเคยเจอมาในชีวิต ดังนั้นเขาไม่ทางเลือกนอกจากต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยก่อนแต่อย่างไรถึงแม้เขาจะจัดการเรื่องเอกสารให้กับดงซูบินจนเสร็จสุดท้ายรัฐมนตรีเสี่ยวก็ได้ยินเรื่องที่ผู้อำนวยการหลิงได้ลงไม้ลงมือกับดงซูบินแล้ว นี้ถือเป็นเรื่องใหญ่และรัฐมนตรีเสี่ยวจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปอย่างแน่นอน "คุณทั้งสองคน ทางเราจะรีบดำเนินการเรื่องเอกสารให้ในทันที...“ดงซูบินไม่ได้พูดอะไรต่อ และโจวหยินหยูก็ยื่นบุหรี่ให้”คุณว่ารูปแบบข้อมูลผิดหรือเปล่า” โจวเหยียนหยูจับมือของเธอและก็หยิบไฟแช็คและจุดบุหรี่ให้เลขาซูบิน แล้วจากนั้นเขาก็หยิบเอกสารที่เหลือขึ้นมาโดยไม่แม้แต่จะมองผู้อำนวยการหลิงด้วยซ้ำ

ผู้อำนวยการหลิงหัวเราะคิกคักกลบเกลื่อนสิ่งที่เขาทำไป: “ผมอาจจะไม่สุภาพไปเมื่อกี้ แต่ไม่ต้องห่วง  ข้อมูลของคุณนั้นดีเยี่ยมทางเราสามารถดำเนินการต่อได้” ดงซูบินจ้องเขม็ง“คุณบอกว่ารูปแบบไม่ถูกต้อง คุณจะบอกว่าสิ่งที่คุณพูดไปตะกี้คือการหยอกล้อหรือยังไง”

ในตอนนี้ผู้อำนวยการหลิงเองไม่สามารถโต้เถียงใดๆกับดงซูบินได้เลยเขาทำได้เพียงแสดงท่าทางที่สุภาพออกมา  “เปล่าเลย ผมเพียงอ่านไม่ชัดเท่านั้น”

“แสดงวาตอนนี้น่าจะชัดแล้ว ใช่ไหม?” ดงซูบินชี้ไปที่นาฬิกา “ตั้งแต่เก้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น คุณนับได้กี่ชั่วโมง เพียงเพราะคุณดูไม่ระวัง คุณเลยมาประวิงเวลาจนทำให้เราเสียเวลาไปมากเลย” นี้หรือประสิทธิภาพการทำงานของกระทรวงแห่งนี้

แล้วใครกันที่โยนผลงานอันทรงคุณค่าที่เราตั้งใจทำมาทิ้งเช่นนั้น คุณสิทธิอะไรกัน อา และผมจะถามว่าใครให้สิทธิ์คุณ!”ดงซูบิน ถือก้นบุหรี่ในมือชี้ไปที่เขา!

ผู้อำนวยการหลิงทำได้เพียงแค่ฟังอย่างจำยอมเพียงเท่านั้น

เจ้าหน้าที่รอบๆ พบว่า ผู้อำนวยการหลิงคนนี้กำลังถูกชายหนุ่มดุ ทุกคนคิดว่ามันตลก แต่ไม่มีใครกล้าหัวเราะ

หลังจากวิพากษ์วิจารณ์ผู้อำนวยการหลิงมาระยะหนึ่งแล้วดงซูบินก็เหนื่อยและดื่มน้ำ.

ผู้อำนวยการถือได้ว่าเป็นการฉวยโอกาสพูดแล้วพูดด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยวว่า “อันที่จริง คราวนี้เอกสารการสมัครของหน่วยต้นแบบการส่งเสริมผู้สูงวัยถูกโอนมาจากสำนักส่งเสริมผู้สูงอายุแห่งชาติ ตามขั้นตอนปกติและไปที่กระทรวงโยธาโดยตรงมีขั้นตอนเล็กน้อยว่ารูปแบบเอกสารประกอบการสมัครเพิ่มเติมแตกต่างจากการสมัครครั้งแรกคำอธิบายของการส่งเสริม ควรเพิ่มเข้าไป และยังมีตราประทับอย่างเป็นทางการด้วย...”

" คุณไม่จำเป็นต้องบอกผมเกี่ยวกับเรื่องนี้"ดงซูบินรู้วิธีการทำงานของพวกเขาเป็นอย่างดี จริงคุณทำได้เพียงแจ้งเราโดยตรง แต่เพราะคุณขี้เกียจคุณจึงจะทำให้งานที่เราทำมาทั้งหมดนั้นสูญเปล่า และพยายามหาเหตุผลร้อยแปดพันก้ามาเพื่อปฏิเสธเรา ถ้าอย่างงั้นไม่มีข้อผิดพลาดในเอกสารหรือไม่ ถ้าอย่างนั้น ช่วยบอกหน่อยว่าทางเราจะดำเนินการต่อได้หริอยัง" โจวเหยียนหยูยินดีที่ได้ยินมันตอนนี้เธอเข้าใจบุคคลิกของดงซูบินแล้ว เขาจะไม่ยอมให้อภัยใครง่ายๆ และคนที่มามีเรื่องกับเขานั้นถือเป็นความโชคร้ายของคนผู้นั้นมาก

อย่าทำอีก?

อย่าบอกนะว่า!

ผู้อำนวยการหลิงพูดในใจว่าคนตัดสินใจฉันไม่ใช้นายหรอกพ่อหนุ่มแต่เป็นรัฐมนตรีเสี่ยวตั้งหาก การพูดเช่นนี้นจะช่วยอะไรได้กัน? นายไม่ใช่หรือยังไงที่เล่าเรื่องพวกนั้นให้กับรัฐมนตรีเสี่ยวฟัง? แต่ยังไงก็ตามนายก็เป็นญาติของเธอ ถ้ายังงั้นก็ใช้เวลาที่นายมาอบรมฉันบอกรัฐมนตรีเสี่ยวแทนฉันได้ไหม?หรือนายต้องการให้รัฐมนตรีเสี่ยวสำเร็จโทษฉันกันแน่? แล้วช่วยอย่ามาทำตัวเป็นหัวหน้าฉันด้วย!

“คุณ” ผู้อำนวยการหลิงถอนหายใจและพูดอย่างรวดเร็ว: “นั่นเป็นเพราะผมนั้นไม่ว่างจริงๆ ซึ่งทำให้เวลาของคุณล่าช้า ผมขอโทษจริงๆ ด้วยวิธีนี้ ผมจะรีบดำเนินการเอกสารให้คุณทันที ส่วนปัญหา ผมจะหาคนมาแก้ไขให้  มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลย” หลังจากผู้อำนวยการหลิงพูดจบเขาไม่รอให้ดงซูบินพูดอะไร ผู้อำนวยการหลิงก็รีบหยิบเอกสารและ เดินขึ้นไปชั้นบน " เสี่ยวหลิว มากับฉัน ทำสำเนาเอกสารและรีบตามขึ้นมา"ลูกน้องของผู้อำนวยการหลิงรีบเดินตามเขาไปอย่างเร่งรีบ

ดงซูบินมองดูเขา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

โจวหยินหยูเองเธอเคยผ่านเรื่องราวมากมายในการเป็นข้าราชการมาก่อนแต่เธอไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นวันนี้  อีกทั้งผ่านไป 2 นาทีเท่านั้นลูกน้องของผู้อำนวยการหลิงก็เดินลงมาจากชั้นบนและบอกพวกเขาว่าเอกสารเสร็จเรียบร้อยแล้ว , มอบสำเนาให้พวกเขารับเอกสารไปแล้วและขั้นตอนที่เหลือทางผู้อำนวยการหลิงก็รับไปดูแลเองทั้งหมด

ซึ่งก่อนหน้านี่เขาใช้เวลา 7-8 ชั่วโมงในการรอ แต่ตอนนี้มันจบภายใน 2 นาที เวลามันต่างกันมาก  จริงแล้วๆพวกเขาทำไม่ได้หรือไม่ตั้งใจทำกันแน่?

ดงซูบินมองเยาะเย้ยและพูดภายใจของเขาว่าถ้าไม่เกิดเรื่องนี้ขึ้นคนพวกนั้นก็คงจะไม่เปลี่ยนวิธีการรทำงานสินะ! ? .

จบบทที่ EP 608 สั่งสอนผู้อำนวยการหลิง!

คัดลอกลิงก์แล้ว