เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 147.1 ปาฏิหาริย์เทพเจ้าดงซูบิน(1)

บทที่ 147.1 ปาฏิหาริย์เทพเจ้าดงซูบิน(1)

บทที่ 147.1 ปาฏิหาริย์เทพเจ้าดงซูบิน(1)


บทที่ 147.1 ปาฏิหาริย์เทพเจ้าดงซูบิน(1)

ผู้แปล loop

ณ ห้องทำงานของหัวหน้าเซง

หลังจากได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนเก่าของเสี่ยวหยาน ก็รีบไปที่สำนักงานของเซงอังเกา หลังจากนั้นครู่หนึ่งเฉิงไห่เหม่ยและหัวหน้าแผนกการเมืองของปางปินก็เดินทางมาถึงด้วยเช่นกัน ผู้ปกครองของนักเรียนเหล่านั้นจะต้องติดต่อพวกเขามาเช่นกัน หยานเหล่ยนั้นเป็นเลขาคนเดียวที่อยู่ในห้องนั้น นี่มันเป็นเหมือนการประชุมฉุกเฉิน ‘ฮืม ……นี่เป็นการประชุมฉุกเฉินจริง ๆ เนื่องจากหัวหน้าหลายคนจากเมืองและรัฐบาลกลางมีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องนี้’

เซงอังเกา รู้ว่าทำไมหัวหน้าจากหลายแผนกจึงมารวมตัวกันที่ก้องของเขา “ผมได้บอกให้สำนักที่หกปล่อยพวกเขาไปแล้ว”

ปางปินมองหัวหน้าเซงอย่างกังวล “หัวหน้าครับ เด็กได้รับบาดเจ็บหรือป่าว”

เซงอังเกา ตอบว่า:“ไม่ได้รับการบาดเจ็บเลย แค่โดนล็อกกุญแจเมืองเท่านั้น”

เฉิงไห่เหม่ย, เสี่ยวหยาน และหัวหน้าที่เหลือก็โล่งใจเมื่อได้ยินอย่างนั้น หากเด็กได้รับบาดเจ็บจะไม่มีวิธีแก้ไขเหตุการณ์นี้ได้เลย

เตาะ เตาะ เตาะ

ผู้อำนวยการเจียนจากสำนักงานที่หกเข้ามาในสำนักงานตามด้วยเจ้าหน้าที่อาวุโส เขาเป็นคนหนึ่งที่นำทีมปล่อยนักเรียน

หัวหน้าเซงมองไปที่พวกเขา “แล้วพวกนั้นกลับไปแล้วหรอ”

เจ้าหน้าที่อาวุโสเช็ดเหงื่อและตอบว่า:“ผมพาคนของผมไปถึงที่นั้นแล้ว แต่เด็ก ๆ เหล่านั้นไม่ยอมออกไป พวกเขาต้องการคำอธิบายจากเรา พวกเขาต้องการรู้ว่าทำไมเราถึงจับกุมพวกเขา ผมต้องการที่จะปล่อยพวกเขา แต่เด็กพวกนั้นปฏิเสธและปิดรูกุญแจของกุญแจมือ พวกเขาอ้างว่ากุญแจมือนั้นเป็นหลักฐานและต้องการแสดงให้ครอบครัวของพวกเขาเห็น เราไม่กล้าใช้กำลังกับพวกเขา หัวหน้าเซงครับ พวกเราควรทำอย่างไรดี?”

ใบหน้าของเซงอังเกาเปลี่ยนไป “แค่เรื่องง่ายๆแค่นี้พวกคุณก็ไม่สามารถจัดการได้หรือยังไง”

เฉิงไห่เหม่ย, ปานปิง และคนอื่น ๆ ตื่นตระหนก นักเรียนต้องการที่จะใส่กุญแจมือและรอให้ครอบครัวของพวกเขามาเจอนี้นะ? มันจะทำให้สำนักงานเขตตะวันตกพบเจอปัญหาที่ใหญ่หลวงๆแน่ๆ!

เฉิงไห่เหม่ยพูดอย่างตรงไปตรงมา:“ไปเอากุญแจมือออกมาให้ได้ก่อน!”

“ผู้ตัดสินทางการเมืองเฉิง……” เจ้าหน้าที่อาวุโสตอบ “ผมขอให้เจ้าหน้าที่ของเราทิ้งกุญแจกุญแจไว้บนพื้น แต่พวกเขาก็ปฏิเสธที่จะถอดมันออก ผมก็……”

ผู้อำนวยการเจียนก็กล่าวเสริม:“เด็กพวกนี้นั้นดื้อมากและปฏิเสธที่จะฟังพวกเรา หากเราใช้กำลังในการถอดกุญแจมือพวกเขาอาจได้รับบาดเจ็บได้”

ปานปิงถึงกับขมวดคิ้ว:“แต่เราเองก็ไม่สามารถรออยู่นิ่งๆแบบนี้ได้ แล้วครอบครัวของเด็กพวกนั้นจะว่ายังไงล่ะ ถ้าครอบครัวของเด็กพวกนั้นเดินทางมาและเอาเรื่องกับทางสำนัก สำนักงานสาขาเขตคงต้องเสียชื่อแน่ๆในครั้งนี้”

“อย่างงั้นเราก็ลองเจรจากับเด็กพวกนั้นใหม่ล่ะกัน!” เซงอังเกามองไปที่เสี่ยวหบาน“หัวหน้าเสี่ยวคุณสามารถไปเจรจากับเด็กพวกนั้นดูได้ไหม”

เสี่ยวหยาน พยักหน้า

เฉิงไห่เหม่ยรู้สึกไม่สบายใจและลุกขึ้นยืน “อย่างงั้นผมขอไปด้วยคน”

ปานปิงก็จะติดตามไปด้วยเช่นกัน

เซงอังเกา กล่าวว่า “หลานเหล่ยอย่างงั้นนายไปกับพวกเขาด้วยและทำยังไงก็ได้ให้เด็กพวกนั้นออกไปโดยดี จำไว้ว่านักเรียนเหล่านั้นต้องออกจากสาขาของเราอย่างปลอดภัยภายในครึ่งชั่วโมง นอกจากนี้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีใครทำร้ายเด็กพวกนั้น” หลังจาก หยานเหล่ยจากไปแล้วเซงอังเกาก็ถูกมือของเขา เมื่อสมัยที่เขาอยู่ในแผนกสืบสวนเขา เขาก็เจอเรื่องยุ่งยากเช่นนี้เหมือนกัน เคสใหม่ๆถูกวางไว้บนโต๊ะของเขาเกือบทุกชั่วโมง แต่แม้แต่เคสที่ยุ่งมากเขาก็ไม่ได้ปวดหัวแบบนี้เหมือนที่เขากำลังเผชิญอยู่ ตั้งแต่วันที่เขาถูกย้ายมาที่สำนักความมั่นคงของรัฐ มันทำให้เขามีเรื่องปวดหัวได้ตลอดทั้งวัน จากปัญหามากมายทีเกิดขึ้นมาในแต่ล่ะวัน

เซงอังเกา มองออกไปนอกหน้าต่างที่ทางเข้าหลักของสาขา เขารู้ว่านี่มันเป็นปัญหาที่ละเอียดอ่อนและต้องแก้ไขโดยเร็วที่สุด!

ภายในห้องเก็บของเล็ก ๆ ที่ประตูใหญ่นักเรียนสองสามคนยืนสูบบุหรี่

เสี่ยวหยาน และ เฉิงไห่เหม่ยปิดปากและไอจากควันบุหรี่ พวกเขามองไปที่นักเรียนและเสี่ยวหยานถามว่า:“หลิวซี คือคนไหน” นักเรียนสามคนหันไปมองเด็กผู้ชายคนหนึ่งในชุดเครื่องแบบเสี่ยวหบานกล่าวว่า“หลิวซีฉันเป็นเพื่อนร่วมชั้นกับลุงของเธอ เขาโทรหาฉันเพื่อมาตามเธอกลับบ้าน  รีบถอดกุญแจมือออก แล้วนี้อะไรกัน?” กุญแจมืออยู่บนพื้นและ เสี่ยวหยานหยิบกุญแจขึ้นมา

หลิวซี ขว้างก้นบุหรี่และปิดรูกุญแจมือ “คุณ ป้า ผมเองไม่เคยโดนทำอย่างนี้มาเลยตลอดชีวิต ผมไม่ยอมแน่!”

เสี่ยวหยานขมวดคิ้ว "ยอมแต่โดยดีเถอะ! อย่าปล่อยให้ลุงของเธอเป็นห่วงเลย!”

หลิวซีหันศีรษะของเขาออกไปและยืนนิ่งเงียบ

เฉิงไห่เหม่ยเห็นและมองนักเรียน เขาสังเกตเห็นนักเรียนคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลัง“คุณต้องเป็นเสี่ยวเหลียง? รีบหยิบกุญแจมือเหล่านั้นออกมา เธอไม่รู้สึกอึดอัดใช่ไหม บอกเพื่อน ๆ ให้ถอดกุญแจมือออกมา หยุดสร้างปัญหาทสักที ครอบครัวพวกเธอต้องการให้กลับบ้าน”

เสี่ยวเหลียง ปฏิเสธที่จะฟังและตะโกนออกมา:“เราสร้างปัญหาอยู่อย่างงั้นหรอ? เรากำลังยืนที่ถนนเพื่อรอใครบางคน สิ่งนี้ผิดกฎหมายหรือยังไงกัน? ทำไมคุณถึงจับพวกเราทุกคนมา? ทำไมเราถูกใส่กุญแจมือ? พวกเราเป็นอาชญากรหรือยังไง? คุณทุกคนเป็นคนเริ่มต้นเรื่องนี้! นี้เป็นครั้งแรกที่พวกเราเคยโดนจับ! ให้ตายเถอะ! เราจะไม่ออกไปตอนนี้แน่!  มีอะไรที่คุณไม่พอใจไหม?”

เฉิงไห่เหม่ยขมวดคิ้ว:“มันก็ไม่เป็นไรหรอกถ้าพวกเธอทุกคนไปรอคนของหน่วยงานรัฐบาลอื่น แต่เธอทุกคนก็น่าจะรู้ว่าสำนักงานการรักษาความปลอดภัยของรัฐทำอะไร เราไม่สามารถให้ใครออกไปพบพวกเธอได้ง่ายๆหรอก”

นักเรียนคนอื่นโต้แย้ง:“อย่างงั้นก็หยุดพวกเราให้ได้สิ! ผมเองก็จะรอที่นี้และให้พ่อของผมจัดการกับสำนักงานแห่งนี้!”

ติก, ติก, ติก หนึ่งในโทรศัพท์ของนักเรียนดังขึ้น

นักเรียนคนหนึ่งเอื้อมมือเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมา "สวัสดี? พ่อ? ……ผมยังถูกใส่กุญแจมือและถูกขังอยู่ในห้องมืดเล็ก ๆ …….“นักเรียนคนนั้นพูดเกินจริงทั้งเหตุการณ์” เรายืนอยู่ตรงทางเข้ามาระยะหนึ่งและพวกเขาก็รีบออกมาจับเรา พวกเขาบิดแขนของผมจนเกือบหัก ตอนนี้เอวผมปวดมาก……. พ่อ! ไม่……พ่อสนใจผมหน่อย อา? อย่างงั้นบอกแม่ว่าผมมถูกรังแกโดยพวกคนเหล่านี้!” นักเรียนคนนั้นวางสายด้วยความโกรธ

หยานเหล่ย รู้สึกว่านี่เป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมที่เขาจะได้สร้างผลงานสักที่ หากเขาสามารถจัดการกับปัญหานี้ได้ล่ะก่อ เขาก้าวไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้ม “ทุกคนตอนนี้ใกล้ถึงมื้อเที่ยงแล้ว  ออกไปทานข้าวกลางวันด้วยกันดีกว่า คุณทุกคนสามารถเลือกร้านได้เลยและงั้นเรามาคุยกันเรื่องมื้อเที่ยงกันดีกว่า ตกลง?”

นักเรียนทั้งหมดดูนาฬิกาแล้วมองนักเรียนที่หล่อเหล่าคนนั้น “พี่เฮา……”

นักเรียนคนนั้นกำลังนั่งไขว่ห้าง “พวกนายหิวหรือเปล่า ส่วนฉันหรอไม่หิวโว้ย!”

หลิวซีกล่าวทันที:“ฉันไม่หิว!”

"ถูกต้อง! เรารอได้!”

หยานเหล่ยรู้เลยว่านักเรียนที่หล่อเหล่าคนนั้นน่าจะเป็นหัวโจ๊กและเขาหันไปหาเขา “ตายแล้ว อย่างงั้นก็ดื่มน้ำสักหน่อยไห?”

คนเรียนคนนั้นพึมพำออกมา“ฮืม!”  เขารู้ว่าหยานเหล่ยไม่ใช่ผู้นำในสาขาและเขาจึงไม่ได้ให้ความเคารพใด ๆ แก่หยานเหล่ย "นายคิดว่านายเป็นใคร?! นายคิดว่านายจะหลอกเราได้หรอ! ให้น้ำเราดื่มและอยากให้พวกเราเข้าห้องน้ำ?”

นักเรียนอีกคนโวยวายออกมา:“ชั่วเอ๋ย! นายนี้ชั่วเหลือเกิน!”

เสี่ยวหยาน ขมวดคิ้วและจ้องไปที่ หยานเหล่ย

หยานเหล่ยย้ายไปยืนอยู่ด้านหลังทันที

ปานปินบอกกับเด็กพวกนั้นว่าเขาเป็นเพื่อนกับผู้ปกครองของเด็ก แต่คำตอบที่เขาได้รับจากนักเรียนคนนั้นก็เหมือนกับเสี่ยวหยาน และ เฉิงไห่เหม่ย เช่นกัน นักเรียนเหล่านี้ทั้งหมดอยู่ในช่วงวัยที่ชอบต่อต้านและค่อนข้างจะมีเส้นสายเขาจึงไม่กลัวที่ใครเลย

‘เวรเถอะ!’

ตอนนี้ก็จะใกล้ถึงมือกลางวันแล้วก็ยังไม่สามารถโน้นน้าวเด็กพวกนั้นได้ดังนั้นเสี่ยวหยานจึงรายงานสถานณการณ์กับเซงอังเกา

ตอนนี้พนักงานหลายคนออกมาทานอาหารกลางวันและเห็นผู้นำหลายคนยืนอยู่ใกล้กับห้องเก็บของเล็ก ๆ พวกเขารู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ‘เห้อ……สาขาตะวันตกนี้โชคไม่ดีเลยปีนี้ ครั้งก่อนหน้าคือการจับกุมหลานชายของหัวหน้าเจียงโดยมิชอบ ตอนนี้มันเป็นการจับกุมโดยมิชอบของญาติ ๆ ผู้นำรัฐบาลกลางหลายคน! สิ่งนี้ต้องส่งผลกระทบร้ายแรงแน่ะ! มันคงไปเรื่องที่รุนแรงมากจนหัวหน้าเซงอาจะรับมือไม่ไหวก็ได้’!

เซงอังเกาไม่สามารถนิ่งนอนใจได้อีกต่อไป หลังจากได้ยินรายงานจาก เสี่ยวหยานเขาก็เดินไปที่ทางเข้า เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องลองลงมาจัดการณ์เหตุการณ์นี้ด้วยตัวของเขาเอง

ณ ด้านนอกของห้องเก็บของ

“หัวหน้าเซงครับ ตอนนี้พวกเขาก็ยังปฏิเสธอยู่เช่นเดิมครับ……”

“เห้อ……พวกเขาไม่เชื่อฟังสิ่งที่เราบอกเลย!”

เซงอังเกาสูดหายใจลึก ๆ และเข้าไปในห้อง เขายิ้มอย่างอ่อนโยนและกล่าวว่า“ฉันเป็นหัวหน้าสำนักงานสาขาเขตตะวันตก ญาติของเธอโทรมาหลายครั้งและเป็นห่วงพวกเธอมาก มันคงจะไม่ดีแน่ถ้าพวกเธอยังอยู่ที่นี้ เราควรไปหาที่นั่งคุยสบายๆสักแห่งจะดีกว่า”

นักเรียนคนหนึ่งตอบว่า“หัวหน้าไม่ใช่เราไม่ให้เกียรติคุณ  แต่เรารับไม่ได้กับการกระทำเช่นนี้ เราทุกคนเป็นพลเมืองที่ปฏิบัติตามกฎหมาย! ทำไมคนของคุณถึงจับเรา ผมไม่เคยรู้สึกต่ำต้อยเช่นนี้มาก่อนเลย!”

เซงอังเกา ยิ้ม:“เข้าใจแล้ว มันมีปัญหาเกิดขึ้นเล็กน้อยกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ ฉันจะลงโทษพวกเขาให้เธอเอง!”

นักเรียนอีกคนพูดเพิ่มเติมขึ้นมาว่า:“การลงโทษไม่เพียงพอ พวกเขาต้องขอโทษและคำนับเรา นอกจากนี้ขอให้พี่สาวผมยาวที่เรากำลังรออยู่ออกมาพบ หลิวซีอยากชวนเธอไปทานข้าวด้วย”

จบบทที่ บทที่ 147.1 ปาฏิหาริย์เทพเจ้าดงซูบิน(1)

คัดลอกลิงก์แล้ว