เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 100 ความผิดพลาดครั้งใหม่

บทที่ 100 ความผิดพลาดครั้งใหม่

บทที่ 100 ความผิดพลาดครั้งใหม่


บทที่ 100 ความผิดพลาดครั้งใหม่

ผู้แปล loop

ในวันจันทร์

เนื่องจากในวันนี้แม่ของฉูหยวนจะต้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลซึ่งเธอตรวจปีล่ะครั้งเนื่องจากเธอเป็นโรคหลอดเลือดในสมอง ทำให้ฉูหยวนเองก็เป็นห่วงแม่ของเธอมาจึงตัดสินใจไปอยู่กับแม่ของเธอสักหนึ่งสัปดาห์ และเธอจะกลับมาที่ปักกิ่งในสัปดาห์หน้า

ในด้านของดงซูบินเข้าพึงใช้พลังพิเศษของเขาในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาและวันนี้เขาจะเริ่มเก็บสะสมพลังพิเศษนี้อีกครั้ง เพราะว่าเขาจะไม่สามารถกลับไปเล่นการพนันหินได้ถ้าไม่สะสมพลังพิเศษไว้ ดังนั้นดงซูบินจึงหันมาให้ความสำคัญกับงานหลักของเขาและพยายามจะไม่ทำผิดพลาด ด้วยวิธีนี้เขาจะสามารถเก็บพลังพิเศษของเขาไว้ใช้ในยามกรณีฉุกเฉิน

ณ สำนักงานกิจการทั่วไป ต้าหลินเหม่ย, ฉางจ้วงและคนอื่น ๆ กำลังสนทนาเรื่องบางอย่างอยู่

“พี่จ้วงเคยได้ยินข่าวเรื่องนี้หรือป่าว หัวหน้าของเราอาจจะถูกโอนย้าย” ต้าหลินเหม่ยพูดเบา ๆ

ฉางจ้วง พยักหน้า:“ดูเหมือนว่าหัวหน้าหยานจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งและย้ายไปยังสำนักความมั่นคงแห่งรัฐในเมืองอื่นนะ”

เกาแพนเหว่ยขัดจังหวะ “หัวหน้าจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้อำนวยการประจำเมืองทางใต้ตั้งหาก”

“โอ้จริงเหรอ?” ฉางจ้วงถึงกลับเก็บดินสอเขียนคิ้วไว้ในลิ้นชักของเธอเพื่อสนทนาต่อ “ฉันคิดว่าเขาจะถูกย้ายไปยังเมืองทางเหนือเสียอีก”

ในขณะนั้นดงซูบินเพิ่งจะเดินเข้าสำนักงานมาและได้ยินสิ่งที่เรื่องเหล่านี้ด้วย ‘หัวหน้าหยานจะถูกย้ายหรอ?’ เขาเองก็เคยได้ยินข่าวลือนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเช่นกัน แต่เขาเองกไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ แต่เนื่องจากมีผู้คนจำนวนมากพูดคุยเรื่องนี้ในขณะนี้ เรื่องพวกนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องจริง แล้วใครจะเป็นหัวหน้าคนใหม่ของสำนักสาขานี้ เขาจะถูกโอนย้ายไปที่สาขาอื่นหรือผู้ว่าการทางการเมืองโจวจะเข้ามาดำรงตำแหน่งนี้แทนหรือเปล่า?

“เอ๊ะหัวหน้าซูบิน” ฉางจ้วงเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นว่าดงซูบินเข้ามาในสำนักงานและเธอก็ยิ้มขึ้นมาทันที

“อรุณสวัสดิ์หัวหน้าซูบิน”

“หัวหน้าซูบิน”

ดงซูบินเองก็ชอบบรรยากาศในสำนักงานและเขายิ้มให้กับทุกคนและแสดงท่าทางที่พึงพอใจออกมา เขาจ้องไปที่ฉางจี้ ก่อนที่จะเข้าสำนักงาน ดงซูบินเองยังจำได้ว่าเขาเคยถูกรังแกโดยฉางจี้เพราะดงซูบินทำตัวสนิทสนมผู้อำนวยการหลี่ชิงมากเกินไป รวมถึงตอนที่ดงซูบินได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นรองหัวหน้าสำนักกิจการทั่วไป ฉางจี้เองก็พยายมหาวิธีในการให้ดงซูบินออกจากตำแหน่งนี้ให้ได้

หลังจากที่เขาดื่มชา ดงซูบินกำลังคิดว่าเขาควรรับมืออย่างไรกับฉางจี้

‘เตาะ เตาะ เตาะๆ’ต้าหลินเหม่ย และ จ้วงจือเข้ามาในห้องทำงานของเขา

ดงซูบินหันไปมองพวกเขา:“โอ้,หลินเหม่ย,จ้วงจือ ทำไมดูท่าทางจริงจัง จังเลยมือะไรรึเปล่า?”

จ้วงจือเขิน “ซูบินเรื่องมีนเป็นแบบนี้… .. เอ่อร์…เอ้อ…”

“นายนี้มันซื้อบื้อจริงๆ!” ต้าหลินเหม่ยหันไปตำหนิจ้วงจือก่อนที่จะยิ้นหวานให้กับดงซูบิน “’งั้นดิฉันขอพูดเองดีกว่านะคะ หัวหน้าซูบิน หัวหน้าน่าจะทราบเรื่องที่ว่าหน่วยงานความมั่นคงของรัฐมีกฎระเบียบมากกว่าหน่วยงานรัฐบาลอื่น ๆ ตัวอย่างเช่นหากเราออกเดทเราจะต้องรายงานต่อหัวหน้างานโดยตรงของเรา เช้าวันนี้จ้วงจือและดิฉันได้ไปพบกับผู้อำนวยการหลี่ชิงมา สิ่งแรกที่เขาพูดเมื่อเขาเห็นพวกเราคือถ้าจะคบกันอย่าทำแบบหลบๆซ่อนๆและผู้อำนวยการหลี่ชิงยังบอกให้เรามารายงานต่อหัวหน้าซูบินด้วย ดิฉันคิดว่าเราคงจะถูกโอนย้ายไปยังหน่วยอื่นๆ ภายในอีกสองสามวันนะคะจึงมาแจ้งให้หัวหน้าทราบ” เนื่องจากทั้งสองไม่สามารถทำงานในสำนักงานเดียวกันหากพวกเขาจะต้องออกเดทกันเอง

ดงซูบินเองก็แสดงท่าทางที่ยินดีให้กับเพื่อนของเขา “ฮ่าฮ่าฮ่าขอแสดงความยินดีด้วย แล้วเมื่อไหร่จะแต่งกันล่ะ?”

จ้วงจือมีท่าทางเขินอายก่อนจะตอบกลับไปว่า “พวกเราถึงจะพากันไปพบพ่อแม่ของกันและกันเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา งานแต่งงาน… .. มันควรจะเร็ว ๆ นี้แหละ”

“ใครบอกว่าฉันจะแต่งงานกับนายกัน!” ต้าหลินเหม่ยบีบของจ้วงจือ แต่เธอยิ้มก็หันมายิ้มอย่างเขินอาย “ฉันจะต้องคิดๆเรื่องนี้ดูก่อน”

ดงซูบินถึงกับหัวเราะขึ้นมา “จ้วงจื่อของเรานั้นเป็นคนซื่อสัตย์ หลินเหม่ยเธอไม่ควรจะไปตีจ้วงจืออย่างงั้นนะ แม้ว่าเขาจะมีผิวหนาก็ตาม”

“โอ้วตกลง ดิฉันจะเชื่อหัวหน้า”หลังจากพูดคุยไปพักหนึ่งทันใดนั้นต้าหลินเหม่ยก็จำบางสิ่งได้ “โอ้ดิฉันพึงได้ยินบางอย่างมา หลักสูตรการฝึกอบรมผู้บริหารระดับต้นประจำภาคตะวันตกภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์ ในปีนี้จะเริ่มอีกในไม่ช้า เวลานั่นจะมีสองระดับซึ่งระดับแรกจะเป็นระดับหัวหน้าส่วนระดับต้นและอีกหนึ่งสำหรับระดับหัวหน้าส่วนระดับสูง ระยะเวลาของหลักสูตรคือ 2 สัปดาห์”

ดงซูบินกะพริบตา “หลักสูตรฝึกอบรมของพรรคคอมมิวนิสต์”

ต้าหลินเหม่ยรู้ว่า ดงซูบินเพิ่งเข้ามาทำงานไม่ถึงสามเดือนและแน่นอนว่าเขาก็ยังต้องเรียนรู้อะไรอีกมากมาย ต้าหลินเหม่ยจึงใช้โอกาสนี้อธิบายกับดงซูบินอย่างอดทน “จริงๆแล้วหัวหน้าควรทราบด้วยว่าหน่วยงานของเราแตก จากหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ พวกเราได้รับการจัดสรรงบบางอย่างโดยไม่คำนึงว่าจะเป็นระดับอำเภอหรือระดับเมืองซึ่งตัวแทนที่จะได้เข้ารับอบรมนั้นจะได้สิทธิพิเศษ ซึ่งถ้าเทียบกับสำนักเขตสาขาในเมืองอื่นๆ สาขาตะวันตกของพวกเราถือได้ว่าเป็นเขตอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ซึ่งถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้สาขาของเราคงไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาลอย่างแน่นอนและการอบรมนี้ยังถือเป็นเป็นโอกาสที่จะไดพบเจอกับเหล่าผู้บริหารระดับสูงของพรรค ขนาดสาขาเขตตะวันออกและสาขาเขตภาคเหนือยังไม่ได้รับโอกาสให้เข้าอบรมเช่นนี้เลยที่ผ่านมา”

ดงซูบินก็เคยได้ยินเรื่องการอบรมเหล่านี้มาบ้างเช่นกัน หากมีใครที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งพวกเขามักจะถูกส่งให้ไปเข้าร่วมหลักสูตรฝึกอบรมที่จัดโดยพรรคคอมมิวนิสต์ นี่คือการเตรียมพร้อมสำหรับเจ้าหน้าที่ ที่จะรับตำแหน่งที่สูงขึ้นในหลักสูตรนี้เป็นสัญญาณของเจ้าหน้าที่ที่จะได้รับการเลื่อนขั้นในเร็วๆนี้

จ้วงจือก็กล่าวเพิ่มเติมขึ้นมาว่า:“ซูบิน,นายควรที่จะลองไปอบรมดูนะ”

ดงซูบินก็ต้องการทำเช่นนั้น หากเขาเข้าร่วมในหลักสูตรนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาสำหรับเขาที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นหัวหน้าส่วนรอง แต่เขาพึงได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นรองหัวหน้าสำนักกิจการทั่วไป แม้ว่าตำแหน่งของเขาจะไม่ใช่หัวหน้าส่วนรองแต่เขาก็คิดว่ามันคงจะมีประโยชน์ต่อเขามาถ้าได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าสำนักซึ่งมันไม่สามารถไปจุดนั้นได้ง่ายๆเช่นกัน

ต้าหลินเหม่ยสามารถบอกได้ว่าดงซูบินกำลังคิดอะไรอยู่และก็ยิ้มออกมา “การได้รับประโยชน์จากหัวหน้าส่วนรองและเข้าไปในพรรคคอมมิวนิสต์เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว มีเคสที่เจ้าหน้าที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เข้าร่วมหลักสูตรนี้ ดังนั้นหัวหน้าซูบิน ดิฉันคิดว่าหัวหน้าไม่ควรยอมแพ้ที่จะเข้าอบรมหลักสูตรนี้ หากคุณได้รับตำแหน่งนี้อันดับของคุณอาจได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นรองหัวหน้าแผนกเมื่อคุณกลับมา”

ดงซูบินยิ้มและโบกมือของเขา “มันเร็วเกินไปสำหรับฉันที่จะได้รับตำแหน่งนี้” ดงซูบินเขินอายจาการคำแนะนำของต้าหลินเหม่ย

‘เขาคิดที่จะรับตำแหน่งรองหัวหน้าสำนัก!’

แหวนแหวนแหวน……

โทรศัพท์ของดงซูบินดังขึ้น หลี่ชิงโทรหาเขาหลังจากวางสายโทรศัพท์ดงซูบินก็พูดกับต้าหลินเหม่ยและจ้วงจื่อ “อย่างงั้นเรามาคุยกันเกี่ยวกับงานของพวกเราในตอนนี้เถอะ จะมีการประชุมในช่วงบ่ายที่ห้องประชุม 2 ฉันจะให้รายการเอกสารที่พวกเธอต้องการในภายหลังหลินเหม่ย ฉันจะให้เธอและ ฉางจ้ว จัดการเรื่องนี้ เพราผู้หญิงทำงานค่อนข้างละเอียดในการทำงานเอกสาร  อืมม……ให้ฉางจี้ไปและเตรียมห้องประชุม” นอกเหนือจากการประชุมคณะกรรมการฝ่ายสาขาสำนักงานกิจการทั่วไปก็มีหน้าที่เตรียมเอกสารการประชุมสำหรับการประชุมสามัญ

"ค่ะหัวหน้า!"

ต้าหลินเหม่ยเดินออกไปและแจ้งคำสั่งของดงซูบินให้กับคนอื่น

เมื่อ ฉางจี้ได้ยินว่าเขาต้องจัดสถานที่ประชุมเขาถึวกลับลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธและเดินออกจากสำนักงานไป การจัดห้องประชุมนั้นง่ายกว่าการเตรียมเอกสารอยู่มาก แต่มันเป็นงานที่มีความสำคัญน้อยสุดและฉางจี้ก็เอารมณ์เสีย เขาพยายามสาปแช่งดงซูบินอยู่ภายในใจขณะที่เดินไปที่สำนักงานคณะกรรมการการเมืองขอโจวเกา เขาต้องการบ่นรื่องนี้ให้กับผู้ว่าทางการเมืองโจว

โจวเกาวันนี้ดูอารมณ์ดีในช่วงสองสามวันนี้และไม่ได้พูดขัดจังหวะฉางจี้แต่อย่างใด เขาก็ทำงานต่อไปขณะที่ฟังเสียงบ่นของฉางจี้

ในท้ายที่สุดฉางจี้ ยังกล่าวอีกว่า:“ลุงโจวงานที่ดงซูบินเลือกให้ฉันมันชัดเจนมาว่าเขาไม่เคารพหรือเกรงใจลุงเลย เขา……”

“พอแล้ว” โจวเกาเริ่มรู้สึกหงุดหงิดจากการคร่ำครวญของฉางจี้ เขาเคาะโต๊ะและพูดว่า:“ลุงบอกไปแล้วว่าไม่ต้องรีบ ลุงจะจัดการทุกอย่างให้หลาน หลานต้องอดทนอีกหน่อยเข้าใจไหม?”

ฉางจี้โกรธมาก ‘เมื่อตอนที่ฉันให้สินบนกับลุง ลุงก็แค่รับไว้ ตอนนี้ลุงกำลังขอให้ฉันอดทนอย่างงั้นหรอ? ถ้าสิ่งนี้ยังคงดำเนินต่อไปฉันคงจะถูกดงซูบินสั่งแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าฉันจะตาย! ฉันจะอดทนได้อย่างไร’ หลังจากออกจากห้องทำงานของผู้ว่าการทางเมืองโจว ฉางจี้ได้แต่กำกำปั้นของเขาและมองในสายตาของเขา!

เวลาก่อนเที่ยง ต้าหลินเหม่ยและฉางจ้วงได้จัดทำเอกสารเตรียมไว้ 13 ชุด แต่มีเพียง 12 คนที่เข้าร่วมการประชุม แต่พวกเขาเตรียมอีกหนึ่งชุดไว้เป็นสำรองดงซูบินได้สุ่มหนึ่งชุดและดู ข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดที่อยู่ในนั้นและเขาวางเอกสารลงบนโต๊ะก่อนออกจากห้องไปทานอาหารกลางวัน

ตอนเวลา 13.00 น. ดงซูบินนำเอกสาร 13 ชุดมาที่ห้องประชุม 2 และวางเอกสารทั้งหมดไว้อย่างเรียบร้อยบนโต๊ะตามชื่อ ที่จริงแล้วดงซูบินสามารถสั่งให้เกาแพนเหว่ยหรือคนอื่นทำสิ่งนี้แทนก็ได้ เนื่องจากเป็นงานของผู้ว่าการทางการเมืองโจวและเขาได้รับการเสนอชื่อในที่ประชุมคณะกรรมการพรรคครั้งล่าสุดในการมาแทนที่หัวหน้าหยาน โดยหัวหน้าหยานเหลียงจะย้ายออกจากตำแหน่งนี้ในไม่ช้า ผู้แทนทางการเมืองโจวอาจเข้ามารับตำแหน่งของเขาแน่ ดงซูบินจึงต้องแน่ใจว่าเขาทำผลงานได้ดีเพื่อให้ผู้ว่าการทางการเมืองโจวเห็นใจเขา

ทันใดนั้นประตูก็เปิดออกและมีผู้บริหารไม่กี่คนที่เข้ามาในห้องประชุมโจวเกานั้นเป็นคนสุดท้ายที่มาถึง

“ผู้ว่าทางการเมืองโจวทุกอย่างพร้อมแล้วครับ” ดงซูบิน กล่าว

โจวเกาพยักหน้าและเดินไปที่ที่นั่งของเขา

ดงซูบินมองไปที่ป้ายประจำตำแหน่งของโจวเกาและออกจากห้องประชุมไป

นี่เป็นเพียงการประชุมสามัญสำหรับการติดตามนโยบายของรัฐบาลกลกลาง โจวเกาล้างลำคอของเขาและเปิดเอกสารที่อยู่ด้านหน้าเขาเพื่อเริ่มการประชุม

5 นาที……

10 นาที……

20 นาที…….

โจวเกาหยุดพูดเมื่อพวกเขามาถึงหน้า 7 ของเอกสาร!

ทุกคนไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นและมองข้ามไป

พวกเขาเห็นโจวเกาพลิกเอกสารด้วยใบหน้าที่จริงจัง “ปัง” เขาโยนเอกสารของเขาลงบนโต๊ะ!

‘ฮะ? นี่มันอะไรกัน?’

ทุกคนตกใจและไม่รู้ว่าทำไมโจวกัวทันจู่ๆก็โมโหขึ้นมา พวกเขาดูเอกสารบนโต๊ะ……

ทุกคนถึงกับพูดไม่ออก

เอกสารมีความผิดพลาด มันไม่ไม่ใช้การพิมพ์ผิดหรือเอกสารไม่ครบถ้วนแต่มันเป็นภาพเค้กและขนมหวานปรากฏขึ้นมาแทน! ผู้บริหารในที่ประชุมรู้ว่าโจวเกาเป็นโรคเบาหวานและไม่สามารถกินอาหารหวานได้! ทุกคนมองหน้ากัน นี่เป็นความผิดพลาดจริงๆหรือมีคนพยายามกระตุ้นต้อมโมโหของโจวเกาใช่ไหม

‘ใครกล้าทำเช่นนี้กับเขากัน?!’

จบบทที่ บทที่ 100 ความผิดพลาดครั้งใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว