เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 81 เปิดฉากความขัดแย่งกับครอบครับซู!

บทที่ 81 เปิดฉากความขัดแย่งกับครอบครับซู!

บทที่ 81 เปิดฉากความขัดแย่งกับครอบครับซู!


บทที่ 81 เปิดฉากความขัดแย่งกับครอบครับซู!

ผู้แปล loop

เนื่องจากดงซูบินต้องตรวจเอกสารที่ฉางจี้ต้องนำไปแก้ไข เขาจึงออกจากงานช้ากว่าปกติ

นี่เป็นครั้งแรกที่ดงซูบินรู้สึกถึงการมีอำนาจ เขาเดินช้าๆขณะที่กลับไปยังอพาร์ตเมนต์ของเขา เมื่อเขากำลังจะขึ้นไปบนอาคาร  ดงซูบินได้ยินเสียงเปิดหน้าต่างและถุงขยะก็ถูกโยนออกมาจากชั้นที่สี่

“ปัง”

ถุงขยะหล่นลงมาตรงกับจุดแยกขยะที่อยู่ชั้นล่าง ถุงขยะพลาสติกแตกกระจายจากแรงกระแทกและขยะก็กระจายไปทั่ว ซุปที่หลงเหลืออยู่บางส่วนกระเด็นไปที่รองเท้าและถุงเท้าของดงซูบิน!

ขยะถุงนั้นมาจากห้องของหัวหน้าส่วนซู!

ดงซูบินยืนนิ่งด้วยความงุนงงอยู่พักหนึ่งแล้วมองดูรองเท้าหนังที่สกปรกของเขา ความโมโหของเขาเพิ่มขึ้นมาทันที!

“เสี่ยวตง! นายตาบอดหรือยังไงกัน? หรือว่านายตั้งใจจะแกล้งฉันกันแน่?” ทั้งครอบครัวของหัวหน้าซูมีนิสัยชอบทิ้งขยะผ่านหน้าต่างห้อง ครั้งหนึ่งขยะเกือบจะหล่นโดนดงซูบินและแม่ของเขา แต่ในเวลานั้นครอบครัวของดงซูบินไม่ได้มีอำนาจใดๆ จึงไม่กล้าทำให้หัวหน้าส่วนซูซึ่งทำงานให้กับรัฐบาลไม่พอใจ แต่ตอนนี้ดงซูบินก็เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเช่นกัน และเขาก็รู้ว่าเจ้าหน้าที่ศุลกากรมีอำนาจจำกัด นี่คือเหตุผลที่เขากล้าที่จะตะโกนไปที่หน้าต่างชั้นที่สี่ “กี่ครั้งแล้ว? อา? ใครเป็นคนทิ้งขยะถุงนี้ลงมา! พ่อแม่ของนายไม่สั่งไม่สอนหรือยังไงกัน?”

ดงซูบินก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเสี่ยวตงหรือพ่อแม่ของเขาที่ทิ้งขยะลงมา ดังนั้นเขาจึงด่าทั้งครอบครัวซู

หน้าต่างหลายบานในอาคารเปิดออกเพื่อดูความปั่นป่วนนี้ นอกจากนี้ยังมีผู้พักอาศัยบางส่วนที่เพิ่งกลับมาจากที่ทำงานยืนรอดู ทุกคนที่อาศัยอยู่ในอาคารนั้นโกรธกับความเย่อหยิ่งของหัวหน้าครอบครัวซูอยู่ก่อนแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าที่จะเอาเรื่องพวกเขา ตอนนี้ทุกคนดีใจที่ได้เห็นดงซูบินซึ่งกลายเป็นข้าราชการที่กล้าจะตำหนิครอบครัวซู มันทำให้พวกเขาทั้งหมดรู้สึกดีมากสำหรับการกระทำของดงซูบิน!

ทันใดนั้นหัวของส่วนซูก็ปรากฏตัวขึ้นจากหน้าต่างชั้นสี่:“เวร! แกคิดว่าแกกำลังด่าใครกัน?”

ดงซูบินเงยหน้าขึ้นไปมองไปที่หัวหน้าส่วนซูแล้วตะโกนว่า“ก็ฉันไงที่กำลังด่าคุณอยู่! มีปัญหาอะไรมั้ย?”

“ไอ้เวรนิ!” เสี่ยวตงเองก็ยังรู้สึกเจ็บใจอยู่เมื่อรู้ว่าดงซูบินสามารถสอบเข้าข้าราชการได้ เขาโมโหกับดงซูบินและเขาถ่มน้ำลายออกทางหน้าต่าง

ดงซูบินหลบอย่างรวดเร็วและน้ำลายตกลงมาห่างจากเขาเพียงไม่กี่เซนติเมตร มันเป็นการหลบกะทันหัน

เสี่ยวตงยิ้มเยาะและเขาก็ปิดหน้าต่าง

ตอนนี้ดงซูบินโมโหมาก "เวรเอ้ย! ไอ้เวรนี้!” ดงซูบินไม่เคยด่าใครด้วยคำหยาบคายมากมายในชีวิต เขายังต้องการที่จะเหวี่ยงด้วยคำพูดที่หยาบคายมากขึ้น แต่เขาเห็นฉูหยวนวิ่งออกมาจากอาคารและเข้ามาหาเขา ดงซูบินกลืนหยุดความคิดที่จะพูดคำหยาบเหล่านั้นทั้งหมด เนื่องจากเขาไม่ต้องการทิ้งความประทับใจแย่ๆให้กับฉูหยวน เพราะเข้ารู้ดีว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ต้องการผู้ชายที่เต็มไปด้วยความหยาบคายอย่างแน่นอน

“ซูบิน! เกิดอะไรขึ้น?”

“ไม่มีอะไร ไปคุยกันที่ห้องดีกว่า”

ดงซูบินกลับไปที่ห้องของเขาและอธิบายกับฉูหยวนว่าเกิดอะไรขึ้นตอนที่เขาเปลี่ยนถุงเท้า

หลังจากได้ยินเหตุการณ์ทั้งหมดใบหน้าของฉูหยวนก็เปลี่ยนไป “นี่มันมากเกินไปแล้วนะ! พวกเขามีสิทธิอะไรมารังแกคนอื่นกัน!”

ดงซูบินดึงหน้า “ฉันสงสัยว่าเขาคงจะเร่งฉันไว้นานแล้วล่ะ ถ้าฉันไม่ได้อยู่ตรงนั้น เขาคงจะไม่ทิ้งถุงขยะนั่นลงมาหรอก!”

“ไม่! เราไม่สามารถปล่อยเรื่องนี้ไปได้เด็ดขาด!”ฉูหยวนหยิบถุงเท้าสกปรกขึ้นมาจากพื้นแล้ววางลงในถังที่มีผงซักฟอก เธอขมวดคิ้วและพูดด้วยความโกรธ “ซูบินนายอยู่ที่นี่แล้วนั้งดูทีวีไป ฉันจะขึ้นไปข้างบนเพื่อถามเหตุผลกับพวกเขา พวกเขาจะหยิ่งพยองยังงี้ได้ยังไงกัน พวกเขาจะไม่ขอโทษนายสักนิดเลยหรอ?”

“อย่างงั้นทานข้าวก่อนล่ะกัน หลังอาหารเย็นเราจะไปหาพวกเขา ฉันจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ไว้แน่!” ครอบครัวซูเคยดูถูกดงซูบิน และแม่ของเขาตั้งแต่วันที่พวกเขาย้ายเข้ามาในอาคารนี้ ก่อนการสอบราชการหัวหน้าส่วนซูและเสี่ยวตงเย้ยหยันแม่ของดงซูบิน เหตุการณ์นี้ในวันนี้เป็นจุดแตกหักของดงซูบิน เขาจะไม่ทนต่อครอบครัวนี้อีกต่อไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาต้องให้พวกเขาเอ่ยปากขอโทษให้ได้!

ดงซูบินรู้สึกเสียอารมณ์มากและมื้อเย็นวันนี้ดูดจืดชืดมากๆ

หลังอาหารค่ำดงซูบินไปที่ห้องน้ำเพื่อล้างเท้าของเขาอีกครั้ง เขาดูรองเท้าหนังคู่ใหม่ที่ฉูหยวนให้รองเท้าคู่นี้แก่เขา คราบอาหารเหล่านั้นมันล้างออกยากมากและรองเท้าคู่นี้ไม่สามารถใส่ได้อีกต่อไป ตอนนี้ในหัวของดงซูบินกำลังเดือด เขาสวมรองเท้าผ้าใบคู่หนึ่งและกำลังจะขึ้นไปชั้นบน

ดิ๊งด๊อง, ดิ๊งด๊อง, ดิ๊งด๊อง ……มีคนกดกริ่งที่ประตูห้องของเขา

ดงซูบินคิดอยู่ในใจ ‘ขนาดนี้ฉันยังไม่ได้ขึ้นไปเลยนะ พวกเขาลงมาถึงห้องเองเลยหรอเนี่ย!’

ฉูหยวนเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด!

คนที่ประตูตกใจเมื่อประตูเปิดออกอย่างแรง “เอ่อ……นี่คือบ้านของหัวหน้าซูบินรึเปล่าครับ” คนๆนั้นคือเกาแพนเหว่ยที่อยู่ประตู!

ฉูหยวนเธอก็ประหลาดใจเช่นกัน เธอเปลี่ยนเป็นยิ้มทันที "ค่ะ. คุณเป็นใครหรอค่ะ” เธอเห็นดงซูบินพยักหน้าจากมุมห้องและเธอก็หลีกทางให้เขาเข้าไป

เกาแพนเหว่ยพูดอย่างระมัดระวัง:“ยินดีที่ได้รู้จัก ผมชื่อเกาแพนเหว่ยเป็นหนึ่งในข้าราชการของสำนักภายใต้หัวหน้าซูบินครับ” เขาถือถุงพลาสติกและมีหนังสือพิมพ์สองห่ออยู่ในนั้น หลังจากเข้าไปในห้องเขาเห็นดงซูบิน เขาก็ยิ้มทันที “หัวหน้าซูบินผมขอโทษที่ผมไม่ได้บอกหัวหน้าก่อนที่จะมานะครับ เอ่อ……กล่องบุหรี่สองใบนี้เป็นของขวัญเล็ก ๆ สำหรับหัวหน้าครับ อ่า……หัวหน้ายังทานอาหารเย็นอยู่หรือครับ ขอโทษ ผมไม่รบกวนหัวหน้าแล้วกันครับ” เขาทิ้งของขวัญไว้ที่นั่นและกำลังจะออกไป

ที่นี่เพื่อส่งของขวัญ

ดงซูบินรู้สึกประหลาดใจ “ฉันเพิ่งทานอาหารเย็นเสร็จ อย่าพึงรีบไปก็ได้นั้งก่อนๆ.”

“ผมจะรบกวนหัวหน้าหรือเปล่าครับ”

“ไม่ต้องเกรงใจ นั่งก่อนๆ”

“ครับ!” เกาแพนเหว่ยนั่งลงบนเก้าอี้ที่ดงซูบินชี้ตอนนี้ เขานั่งอย่างระมัดระวังด้วยก้นของเขาอยู่ครึ่งหนึ่งของเก้าอี้

ฉูหยวนเกือบหัวเราะเมื่อเธอเห็นดงซูบินพยายามทำใจให้สงบ เธอเดินไปที่โต๊ะกาแฟแล้วแล้วชาหนึ่งถ้วยให้กับเกาแพนเหว่ย “ดื่มชาก่อนนะค่ะ”

"อา…..! ผมรินเองก็ได้ครับ!“เกาแพนเหว่ยยืนขึ้นเพื่อรับถ้วยชา”ขอบคุณพี่สาวมากครับๆ."

ฉูหยวนยิ้ม “ไม่ต้องเกรงใจ เดียวฉันจะกลับไปซักเสื้อผ้าก่อน คุณทั้งคู่ก็สนทนากันไปก่อนนะ”

นี่เป็นครั้งแรกที่ดงซูบินได้รับของขวัญ มันไม่สำคัญว่าของขวัญชิ้นนี้มีค่าเท่าไหร่ มันเป็นความคิดที่สำคัญ เขาพอใจกับของขวัญของเกาแพนเหว่ย เขาไม่ได้ห้ามฉูหยวนเขาปล่อยให้ฉูหยวนไปซักผ้า เพราะเขาต้องการคุยกับเกาแพนเหว่ยอย่างไม่เป็นทางการ ไม่มีเพื่อนที่ไม่มีวันสิ้นสุดและศัตรูที่ไม่มีวันหมดในโลกก็เช่นกัน

หลังจากฉูหยวนออกไปดงซูบินได้คุยกับเกาแพนเหว่ย

ทันใดนั้นก็มีความปั่นป่วนขึ้นจากชั้นบนของห้องที่ดงซูบินอยู่ พวกเขาได้ยินเสียงของคนกำลังโต้เถียงและด่ากันอย่างรุนแรง!

มันเป็นเสียงของเสี่ยวตงและฉูหยวน

หัวใจของดงซูบินเหมือนหยุดไปครู่หนึ่ง  ‘เวรล่ะ!’ ฉูหยวนขึ้นไปชั้นบนเพื่อเหตุผลกับตระกูลเสี่ยว เขากลัวว่าฉูหยวนจะถูกดุด่าไปมากกว่านี้และดงซูบินจึงลุกขึ้นและรีบเดินขึ้นไปชั้นบนทันที "

“หัวหน้าซู……”เกาแพนเหว่ยตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและติดตามดงซูบินขึ้นไปข้างบนทันที

จบบทที่ บทที่ 81 เปิดฉากความขัดแย่งกับครอบครับซู!

คัดลอกลิงก์แล้ว