เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 79 วันแรกในการทำงานในฐานะรองหัวหน้า!

บทที่ 79 วันแรกในการทำงานในฐานะรองหัวหน้า!

บทที่ 79 วันแรกในการทำงานในฐานะรองหัวหน้า!


บทที่ 79 วันแรกในการทำงานในฐานะรองหัวหน้า!

ผู้แปล loop

วันนี้เป็นวันแรกหลังจากคำสั่งอย่างเป็นทางการออกมา

ในตอนเช้าดงซูบินมองดูตัวเองในกระจกแล้วจัดชุดที่เขากำลังใส่อยู่ เขาจงใจออกจากบ้านช้ากว่าเดิมเล็กน้อยและตั้งใจจะไปทำงานสายด้วย เหตุที่เขาตั้งใจไปทำงานสายเพราะว่า ดงซูบินเข้าใจว่าทำไมหัวหน้าทุกคนในหน่วยงานราชการจึงไปทำงานสายไม่กี่นาที นั่นคือเพื่อแสดงสถานะของพวกเขา หากหัวหน้าไปทำงานเร็วกว่าลูกน้องแล้วอะไรคือความแตกต่างระหว่างการเป็นหัวหน้ากับลูกน้องล่ะ? เขาต้องแสดงความเป็นหัวหน้าของเขา ว่าเขามีสิทธิ์ที่จะมาสายได้

ณ หน้าสำนักงานสาขา

“อรุณสวัสดิ์ท่านหัวหน้า”

“หัวหน้าซูบิน”

พนักงานสองสามคนจากแผนกอื่นๆทักทายดงซูบินอย่างสุภาพ

มันเป็นที่พอใจเมื่อเขาได้ยินเช่นนั้น ดงซูฐินยิ้มและพยักหน้า “อรุณสวัสดิ์……”

ในอดีตดงซูบินต้องเดินไปรอบๆที่ทำงานของเขาอย่างรวดเร็ว เพราะนั้นคือการสร้างความประทับใจให้กับหัวหน้าว่าเขาขยันและกระตือรือร้น แต่ตอนนี้ดงซูบินเพียงเดินช้าๆ เขาต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่ดูมั่นคงเนื่องจากตำแหน่งของเขาในตอนนี้มันทำให้เขาไม่สามารถปฏิบัติตัวแบบเดิมได้อีกต่อไปแล้ว ดงซูบินค่อยๆได้รู้ว่าการเป็นหัวควรทำตัวอย่างไร

เขาเดินไปตามทางเดินและเข้าไปในสำนักงานกิจการทั่วไป

ขณะที่เขาก้าวเข้ามามีเสียงลากเก้าอี้ของต้าหลินเหม่ย, จ้วงจื่อ, ฉางจ้วง, เกาแพนเหว่ย และคนอื่น ๆ ยืนขึ้น

ฉางจ้วงตอนนี้ใบหน้าของเธอลงเมคอัพหนามาก เธอยิ้ม:“หัวหน้าซูบินมาแล้ว”

ต้าหลินเหม่ยทักทายอย่างเชื่องช้า:“สวัสดีเช้าที่สดใสหัวหน้าซูบิน”

พี่หยางและจ้วงจื่อ ก็ทักทายเขาในฐานะหัวหน้าซูบิน

สองวันที่ผ่านไปฉางจี้ และ เกาแพนวเหว่ยก็ยอมรับความจริงที่ว่าดงซูบินกลายเป็นหัวหน้าของพวกเขา แต่ท่าทางของพวกเขาต่างกัน ฉางจี้เป็นคนสุดท้ายที่ยืนขึ้น เขาทักทายดงซูบินอย่างไม่เต็มใจ:“หัวหน้าซูบิน” จากนั้นเขาก็ดึงหน้าแล้วกลับไปนั่งเพื่อพิมพ์อะไรบางอย่าง  เกาแพนเหว่ยดูเหมือนว่าจะได้รับความจริงที่ว่าเขาไม่ได้เป็นรองหัวหน้า เขายิ้มไปที่ดงซูบินและพูดอย่างสุภาพ:“หัวหน้าซูบิน! ผมทำความสะอาดสำนักงานให้หัวหน้าแล้วนะครับ หากหัวหน้ารู้สึกว่ามันยังไม่สะอาดแจ้งให้ผมทราบได้เลยนะครับ”

‘อิอิ,เกาแพนเหว่ย หมอนี้รู้ดีว่าเขาอยู่ในสถานะไหน’

ดงซูบินเองก็คาดไว้แล้วว่าเกาแพนเหว่ยจะตอบโต้เขาด้วยวิธีนี้ แต่เขาไม่ได้คาดหวังว่าเกาแพนเหว่ยจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วขนาดนี้ แต่ดงซูบินยังคงพอใจกับการแสดงของเขา  ดงซูบินจึงเลียนแบบโจวฉางจูและพยักหน้าเล็กน้อย “มีการประชุมเวลา 10.00 น. ในห้องประชุม 3. เกาแพนเหว่ย, ฉางจี้คุณทั้งคู่ไปและจัดสถานที่ประชุม ต้าหลิน(ต้าหลินเหม่ย)ไปจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับการประชุม เตรียม 12 ชุด ฉางจ้วง ซุนจ้วง(จวงจื่อ)คุณทั้งคู่ไปที่ห้องทำงานของหัวหน้าเสี่ยว หลังจากมีเอกสารบางอย่างส่งมาที่นี้”ตำแหน่งของดงซูบินตอนนี้แตกต่างจากเมื่อก่อนและเขาต้องเปลี่ยนวิธีที่เขาพูดกับเพื่อนร่วมงานของเขา เรื่องนี้มันไม่สำคัญตอนหลังจากเลิกงาน แต่ที่ทำงานเขาไม่สามารถใช้ชื่อเล่นว่า“หลินเหม่ย, จ้วงจื่อ” อีกต่อไป

เกาแพนเหว่ยตอบทันที "รับทราบครับ. ผมขอตัวไปจัดห้องก่อนนะครับ”

ฉางจี้ไม่ได้พูดอะไรเลย แต่เขาก็ยืนขึ้นแล้วเดินขึ้นไปข้างบนพร้อมกับหน้าที่บูดบึ้ง

หลังจากมอบหมายงาน ดงซูบินก็เข้าไปในห้องทำงานเล็กๆของเขา ห้องพักจัดระเบียบและมันก็สะอาดสะอ้าน ชื้อทิ้งไว้ข้างหลังโดยโจวฉางจูก็ถูกลบทิ้ง ดงซูบินนั่งลงบนเก้าอี้สำนักงานที่สะดวกสบายและเปิดคอมพิวเตอร์ เขาหลับตาแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ เขาคิดถึงความรู้สึกในการมอบหมายงานก่อนหน้านี้ เขายังไม่คุ้นเคยกับมันแต่โชคดีที่เขาฝึกมาหลายครั้งเมื่อคืนนี้ ถ้าไม่ได้ฝึกมาก่อนเขาอาจพูดติดอ่างในตอนนี้ก็ได้

ดงซูบินฟังเพลงแล้วชงชาด้วยตัวเอง จากนั้นเขาก็เล่นเกมเรือกวาดทุ่นระเบิดบนคอมพิวเตอร์ นี่คือข้อดีของการเป็นหัวหน้า ทุกอย่างสามารถมอบหมายให้ส่วนที่เหลือและหัวหน้าไม่จำเป็นต้องทำอะไร

หลังจากนั้นครู่หนึ่งก็มีคนมาเคาะประตู เสียงเคาะนุ่มดังขึ้นมา

ดงซูบินบอกได้เลยว่าคนที่เคาะประตูไม่น่าจะเป็นหัวหน้าของเขา เขาปิดเกมเรือกวาดทุ่นระเบิดและพูดด้วยเสียงที่เคร่งขรึม:“เข้ามา”

ประตูเปิดออกและต้าหลินเหม่ยและจ้วงจื่อ เข้ามา

หลังจากปิดประตูจ้วงจื่อ เกาหัวของเขาและยิ้มไปที่ดงซูบิน “จ้วงจื่อนั่น……”

ต้าหลินเหม่ยกระโดดขึ้นมาแล้วจ้องมองไปที่เอวจ้วงจื่ออย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเธอก็พูดขึ้นมาว่า:“หัวหน้าซูบิน! มีเอกสารที่ต้องเซ็นต์ค่ะ” เธอโมโหที่จ้วงจื่อทำ เธอเตือนเขาหลายครั้งเมื่อวานนี้ว่าให้เคารพดงซูบิน พวกเขาไม่สามารถปฏิบัติต่อดงซูบิน ในฐานะเพื่อนได้อีกต่อไป ดงซูบินนั้นเป็นหัวหน้าโดยตรงของพวกเขา พวกเขาไม่สามารถเรียกเขาว่าซูบินได้อีกต่อไปแล้ว!

จ้วงจื่อหน้าแดงและมองไปที่ดงซูบิน “หัวหน้าซูบิน! นี่คือเอกสารจากหัวหน้าเสี่ยวครับ”

ดงซูบินก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี “หลินเหม่ย จ้วงจือ พวกเธอไม่ต้องมีมารยาทขนาดนั้นก็ได้ ตอนไม่มีใครอยู่แถวนี้ พวกเธอสองคนก็เรียกซูบินตามเดิมนั้นแหละ”

ต้าเหลินเหม่ย มองไปที่ดงซูบินอย่างกังวลใจ:“เอ่อ…นี่มันไม่ถูกต้อง”

“เอาเถอะ” ดงซูบินหัวเราะ “เมื่อฉันได้ยินเธอเรียกฉันว่าหัวหน้า เธอทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันไม่ค่อยคุ้นเคยเลย”

ต้าหลินเหม่ยจ้องที่เขา:“ใครจะทำอย่างงั้นได้ล่ะ? ฮึ่ม! แต่นายคือคนที่พูดแบบนี้เอง งั้นฉันจะเรียกนายว่าซูบิน  ซูบินลงชื่อตรงนี่สิ!”

จ้วงจื่อหัวเราะและยื่นเอกสารไปให้ดงซูบิน

"ตกลง. ให้ฉันดูก่อนนะ "ดงซูบินอ่านเอกสารดงซูบิน แล้วเซ็นชื่อ “ส่งไปที่แผนกจัดเก็บนะ”

ต้าหลินเหม่ยยิ้มและตอบกลับด้วยน้ำเสียงแปลก ๆ :“หัวหน้าซูบิน! ตอนนี้นายประสบความสำเร็จแล้ว อย่าลืมเราเมื่อนายได้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายหรือหัวหน้าสำนักงานสาขาในอนาคตนะ จ้วงจื่อและฉันจะตามรอยเท้าของนายอย่างใกล้ชิดเลย” เธอแสดงความปรารถนาของเธอว่าพวกเขาจะกลายเป็นผู้ช่วยที่ซื่อสัตย์ของดงซูบิน

ดงซูบินตอบกลับไปว่า:“ฉันเพิ่งได้ตำแหน่งนี้และเธอกำลังพูดถึงหัวหน้าสำนักเลยนะ? หยุดหยอกฉันได้แล้ว แต่ตราบใดที่ฉันอยู่ในสำนักงานกิจการฉัน จะทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครกลั่นแกล้งเธอทั้งสองคนแน่ๆ”

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ เราจะจำคำพูดของนายไว้” ดงซูบินไม่ได้แสดงความเป็นหัวหน้าไปที่เขาทั้งสองคนและต้าหลินเหม่ยก็ดีใจ เธอกลับไปที่พูดปกติของเธออย่างตรงไปตรงมา แต่เธอก็ยังต้องระวังคำพูดของเธอเมื่อพูดกับดงซูบิน เธอไม่สามารถพูดความคิดของเธอโดยไม่คิดได้อยู่ดี

หลังจากต้าหลินเหม่ยและจ้วงจื่อออกไป ดงซูบินคิดว่าเขาจะปรับปรุงสำนักงานนี้ได้อย่างไร

เขาเอาไม้กวาดใหม่กวาดทำความสะอาด เขาควรทำอะไรเกี่ยวกับสำนักงานนี้หรือไม่

ใครควรตั้งเป้าหมายก่อน? มีใครอีกบ้าง? แน่นอนว่าคนที่น่าจะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้คือ ฉางจี้!

ดงซูบินก็รู้ว่าถ้าเขาสร้างปัญหาให้กับฉางจี้ผู้ที่ไม่ชอบเขาในอดีต คนอื่นๆมองว่าดงซูบินเป็นพวกที่ขี้แพ้ แต่ฉางจี้เองก็รังแกเขาตั้งแต่วันที่เขาเข้ามาทำงานใหม่และยังอ้างว่าเขาจะเตะดงซูบินออกจากสำนักเมื่อเขากลายเป็นรองหัวหน้า ตอนนี้ดงซูบิน ได้รับการเลื่อนตำแหน่งแทนเขาแล้ว ไม่มีทางที่ดงซูบินจะปล่อยเขาไป จริงๆแล้วดงซูบินควรจะต้องดูแลฉางจี้และปล่อยให้คนทุกคนเห็นว่าดงซูบินนั้นเป็นคนใจกว้างจริงไหม?

‘เวรเอ่ย! ใครจะใส่ใจกับสิ่งเหล่านี้กัน’

‘ฉันต้องแก้แค้นหมอนั้นให้ได้!’

จบบทที่ บทที่ 79 วันแรกในการทำงานในฐานะรองหัวหน้า!

คัดลอกลิงก์แล้ว