เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 61 คะแนนโหวตสำคัญ คว้าไว้ได้แล้ว!!

บทที่ 61 คะแนนโหวตสำคัญ คว้าไว้ได้แล้ว!!

บทที่ 61 คะแนนโหวตสำคัญ คว้าไว้ได้แล้ว!!


บทที่ 61 คะแนนโหวตสำคัญ คว้าไว้ได้แล้ว!!

ผู้แปล loop

ในวันถัดมา.

“ซูบิน! นายมาถึงแล้วหรอ?”

“ซูบิน! เมื่อวานนายทำได้ดีมากเลย”

“สมชื่อฉายานักผจญเพลิงจริงๆเลย ฮ่า ๆ ๆ ๆ .”

เมื่อดงซูบินมาถึงที่ทำงาน เขาก็ทำตัวตามปกติ แต่วันนี้แตกต่างออกไป สิ่งที่เห็นได้ชัดแจนที่สุดจากความแตกต่างนี้คือเพื่อนร่วมงาจากแผนกอื่นๆ หลายคนได้ทักทายเขาระหว่างที่เขาเดินขึ้นไปที่สำนักงาน บางคนเป็นเพื่อนร่วมทีมของเขาที่เล่นในการแข่งขันสองนัดล่าสุด และบางคนก็เป็นคนแปลกหน้า ทุกคนยิ้มและทักทายเขาอย่างเป็นมิตร

โดยดงซูบินเองก็ตอบกลับอย่างสุภาพ เขารู้สึกว่าเขาประสบความสำเร็จในการสร้างความประทับใจให้กับทุกคนในสำนัก

จนกระทั้งดงซูบินเดินขึ้นมาถึงที่สำนักกิจการทั่วไป "อรุณสวัสดิ์ทุกคน. จ้วงจื่อขาของนายเป็นอย่างไร?”

จ้วงจื่อพยักหน้า ‘ตื่นเช้ามามันก็ดีขึ้นบ้าง’

“ตัวของเขาออกจะใหญ่ จะเจ็บขนาดไหนเชียว” ต้าหลินเหม่ยหัวเราะและมองไปที่ดงซูบิน “ซูบิน! ฉันบอกแม่ของฉันว่านายทำประตูได้อย่างไรเมื่อวานนี้ แค่ช่วงสองสามวินาทีสุดท้ายของการแข่งขัน แต่เชื่อมั้ยว่าแม่ของฉันไม่เชื่อที่ฉันพูดเลย เธอบอกว่าฉันโกหก เธอยังบอกด้วยว่าถ้านายเก่งเรื่องฟุตบอลจริง ทำไมนายถึงจะต้องมาเป็นข้าราชการ? นายไม่ไปเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพเลยละ!”

ดงซูบินเองก็หัวเราะ จริงแล้วป้าหมายของเขาคือการเป็นข้าราชการระดับสูง อีกทั้งนักฟุตบอลไม่มีอะไรเทียบกับข้าราชการระดับสูงได้เลย

อีกด้านหนึ่งของสำนักงาน ฉางจ้วงพร้อมรอยยิ้มที่เย้ายวนใจ เธอแสดงให้เห็นภาพวาดดินสอสีไปที่ดงซูบิน มันเป็นภาพของเด็กชายพร้อมกับฟุตบอล “ลูกชายของพี่วาดสิ่งนี้มา เขาบอกว่าเขาต้องการเป็นนักฟุตบอลเมื่อเขาโตขึ้น ฮิฮิ ……  เมื่อลูกชายของพี่โตขึ้น น้องซูบินช่วยสอนเขาเกี่ยวกับการเล่นฟุตบอลหน่อยนะ”

ดงซูบินตอบว่า:“พี่จ้วง, ผมก็ไม่ได้เล่นเก่งขนาดนั้น ถ้าพี่ไม่รังเกียจที่ผมก็ยินดี”

ฉางจ้วงหัวเราะ:“ดูสิ! ตอนนี้เขาก็ยังคงสุภาพเรียบร้อยเหมือนเดิม”

ประตูสำนักงานเปิดออก ฉางจี้เดินเข้ามาในสำนักงานและเห็นดงซูบินกับคนอื่นๆที่กำลังสนทนากันอยู่ เขาขมวดคิ้วและถามว่า:“เกาแพนเหว่ยอยู่ที่ไหน? ทำไมเขาไม่อยู่ในที่สำนักงานล่ะ?”

ดงซูบินเองรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไร ‘นายไม่ใช่หัวหน้าของเราและมันจำเป็นด้วยหรอที่พวกเราต้องบอกนายเมื่อคนๆหนึ่งในสำนักงานมาสาย’

ฉางจ้วงมองดูนาฬิกาของเธอ “ฉันก็ไม่รู้ บางทีอาจจะรถติดอยู่”

“จริงๆเขาหน้าจะออกเดินทางมาที่นี้ก่อนที่การจราจรจะติดอย่างงี้! นี้มันเวลาทำงานแล้ว!”

เมื่อฉางจี้พูดเสร็จแล้วก็มีเสียงเท้าที่ดังขึ้นจากข้างนอกและเกาแพนเหว่ยก็มาถึงที่ทำงาน เขามองไปที่ฉางจี้แล้วเย้ยหยันทันทีว่า “แม้ว่าฉันจะมาสาย แต่นายมีสิทธิอะไรที่ตำหนิฉัน นอกจากนี้นายเองก็เพิ่งมาถึงไม่ใช่หรือยังไง”

ฉางจี้ไม่สนใจคำพูดของเขา เขาคิดภายใจเพียงว่า ‘ฉันอยากจะรู้จริงๆว่านายจะสามารถทำตัวเย่อหยิ่งต่อไปได้หลังจากการประชุมคณะกรรมการฝ่ายสำนักงานสาขาในสัปดาห์หน้าไหม! นายคงคิดสินะจะสามารถแย่งตำแหน่งรองหัวหน้าสำนักงานไปจากฉันได้? นายประเมินตัวเองสูงเกินไปแล้ว!’

สำหรับตอนนี้ยังมีเวลาเหลืออยู่ที่ทั้งคู่พยายามเอาชนะกันและกันให้ได้!

ดูเหมือนว่าไม่มีใครรู้ว่าดงซูบินเองก็ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าเช่นกัน

ดงซูบินเริ่มคิดกับตัวเอง ถ้าหัวหน้าสำนักหยานอาจลืมเขาไปแล้วก็ได้ แต่หลังจากคิดไปครู่หนึ่งเขาก็สรุปได้ว่า มันควรจะเป็นระดับสูงกว่าที่รู้เกี่ยวกับการเสนอชื่อของเขา และพวกเขาควรรู้สึกว่ามันเป็นไปไม่ได้สำหรับข้าราชการใหม่เช่นเขาที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง การเสนอชื่อเขาก็แค่ให้เห็นว่ามีตัวเลือกมากกว่าสองคนเท่านั้น นั่นเป็นเหตุผลที่ผู้ว่าการการเมืองโจวและผู้อำนวยการปางไม่ได้บอกฉางจี้ และเกาแพนเหว่ยเกี่ยวกับการเสนอชื่อของเขา ดงซูบินรู้ดีว่าเขาไม่มีคุณสมบัติที่เป็นคู่แข่งของสองคนนั้นได้

ตอนนี้เองดงซูบินก็รู้สึกท้อแท้ การประชุมจะจัดขึ้นสัปดาห์หน้าและเขาไม่สามารถรอได้อีกต่อไป ถ้าฉางจี้จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งจริงๆและเขาคงจะแก้แค้นดงซูบินอย่างแน่นอน! เขาควรทำอย่างไร ขอความช่วยเหลือจากเสี่ยวหยานหรอ ถ้าเสี่ยวหยานปฏิเสธที่จะช่วยเขาล่ะ เขาไม่สามารถบอกเสี่ยวหยานได้ว่าเขาต้องการอะไรแบบตรงๆได้ นอกจากนี้เขาเพิ่งได้ใกล้ชิดกับเสี่ยวหยานเท่านั้น ถ้าเขารีบไปขอความช่วยเหลือจากเธอจะเกิดอะไรขึ้น? เธอจะคิดอย่างไร แต่ถ้าเขาไม่ขอความช่วยเหลือจาก เสี่ยวหยาน เธอจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาต้องการเป็นรองหัวหน้า?

ภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเกิดขึ้นกับดงซูบิน ‘นี่เป็นภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกสินะ!’

ดงซูบินเป็นเพียงข้าราชการใหม่และสิ่งเหล่านี้ใหม่สำหรับเขามาก เขายังไม่มีประสบการณ์และไม่รู้จะทำอย่างไร เขาต้องการขอคำแนะนำจากใครบางคน แต่เขาไม่สามารถถามต้าหลินเหม่ยได้ เพราะเธออายุน้อยเกินไป ส่วนฉางจ้วง และ พี่หยางถึงจะมีประสบการณ์ แต่พวกเขาคงเก็บความลับเรื่องนี้ไว้ไม่ได้อย่างแน่นอน ดงซูบินจึงตัดสินใจที่จะไม่ถามพวกเขา

ดงซูบินไตร่ตรองที่โต๊ะทำงานของเขานานกว่าหนึ่งชั่วโมง เขายังหาทางออกของปัญหานี้ไม่ได้

แหวน, แหวน, แหวน เสียงโทรศัพท์จากสำนักงานกิจการ

ต้าหลินเหม่ยเธอรับโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงที่สุภาพและวางสายหลังจากนั้นไม่นาน เธอหันไปหดงซูบิน:“ซูบิน! หัวหน้าเสี่ยว ต้องการเอากุญแจสำหรับห้องการเมืองไปให้พี่เฉินไปหาเธอหน่อย”

ดงซูบินตกใจกับคำสั่งนั้น:“กุญแจอยู่ไหน?”

“เดี๋ยวก่อน ฉันหามันเดี๋ยวเดียว”  ต้าหลินเหม่ยหยิบกุญแจและเปิดตู้ข้างกำแพง เธอมองเข้าไปในลิ้นชักที่สองและหยิบซองสีน้ำตาลออกมา เธอส่งซองจดหมายไปที่ดงซูบินในนั้นมีมีกุญแจสำรองอย่างน้อยสองถึงสามดอก

ระหว่างทางขึ้นไปชั้นบน ดงซูบินพยายามจัดระเบียบคำพูดของเขา เขาต้องการพูดให้ตัวเองดูดีขึ้น

ก๊อก! ก๊อก!. ดงซูบินเคาะประตูสำนักงานของรองหัวหน้าเสี่ยว

“เข้ามา!” ดงซูบินเข้าไปในสำนักงานและเห็นเสี่ยวหยานในชุดสูทสีดำนั่งจิบชาอยู่ เธอนั่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์มองดูรายงานบางอย่าง

ดงซูบินยื่นซองสีน้ำตาลด้วยมือทั้งสองข้าง “หัวหน้าเสี่ยว! นี่คือกุญแจที่หัวหน้าต้องการครับ”

เสี่ยวหยานพยักหน้าแล้วชี้ไปที่โต๊ะทำงานมันเป็นสัญญาณที่บอกว่าให้ดงซูบินวางซองไว้ตรงนั้น “เมื่อวานนี้นายใช้แรงไปเยอะมาก อาการบาดเจ็บของนายเป็นอย่างไรบ้าง”

ดงซูบินตอบกลับไปด้วยความถ่อมตัว "ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ ผมสบายดี“‘ฉันควรถามเธอดีไหม พรุ่งนี้คือวันเสาร์ ถ้าฉันไม่ถามตอนนี้ฉันจะไม่มีโอกาสถามอีก’” ……หัวหน้าเสี่ยว ผม……“ดงซูบินเห็นเสี่ยวหยานกำลังมองมาที่เขา มันทำให้เขาเปลี่ยนคำพูดทันที”เอ่อ ... หัวหน้าหลิวจากฝ่ายการเงินยังคงลางานอยู่ ของขวัญที่มอบให้สำหรับวันหยุดวันชาติยังคงอยู่ในสำนักงานของเรา เราควรนำมันไปที่แผนกการเงินเลยจะดีไหมครับ?”

‘เวรล่ะ! ฉันกำลังพูดเรื่องโง่ๆออกไป!’

"ไม่จำเป็น. เอาไว้ที่สำนักงานของนายก่อน”

“ครับ” ดงซูบินถอนหายใจอยู่ภายในใจ “อย่างงั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”

“ได้เลย” ในขณะนั้นเสี่ยวหยานก็จำบางสิ่งบางอย่างได้ในขณะที่ดงซูบินกำลังเดินจากไป “โอ้! ฉันได้ยินจากผู้อำนวยการหลี่ชิง นอกเหนือจากฉางจี้ และ เกาแพนเหว่ย นายยังเป็นคนหนึ่งในผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าด้วยสินะ”

ดงซูบินรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาทันที

แต่ก่อนที่เขาจะตอบอะไรกลับไปเสี่ยวหยานก็โบกมือไล่เขา "กลับไปทำงาน. ฉันจะพยายามช่วยนายเอง แต่นี้ไม่ใช่สัญญานะ”

‘อา?’

ดงซูบินเองก็รอที่จะให้เสี่ยวหยานพูดแบบนี้ออกมา!

เขาขอบคุณเธอทันที!

‘ฮ่าฮ่าฮ่า!’

ดงซูบินเขาเหมือนพึงได้รับคะแนนโหวตที่สำคัญจากหัวหน้าของเขา “เสี่ยวหยาน”!

จบบทที่ บทที่ 61 คะแนนโหวตสำคัญ คว้าไว้ได้แล้ว!!

คัดลอกลิงก์แล้ว