เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 53  จุดโทษ!!

บทที่ 53  จุดโทษ!!

บทที่ 53  จุดโทษ!!


บทที่ 53  จุดโทษ!!

ผู้แปล loop

วันถัดมาในตอนบ่ายเวลา 13.00 น.

ดงซูบินยังคงคิดว่าเขาจะได้รับความไว้วางใจของเสี่ยวหยานได้อย่างไร

หลี่ชิงได้สวมชุดกีฬาเข้ามาในสำนักงานกิจการทั่วไป “รถบัสกำลังจะมา อย่าลืมล่ะว่าวันนี้มีการแข่งขันฟุตบอลกัน พวกนายทุกคนควรเตรียมพร้อมได้แล้ว ถ้าตอนนี้ยังไม่อยากเปลี่ยนชุดก็เอาชุดไปเปลี่ยนที่สนามก็ได้ ใส่ชุดทีมของวันก่อนนะ ด้านบนต้องเป็นสีขาวและกางเกงขาสั้น” ใบหน้าของหลี่ชิงเริ่มจริงจัง“ทุกคนฟังนะ มีการแข่งขันอีกเพียง 2 รายการรวมถึงเกมในบ่ายนี้ด้วย เล่นให้ดีที่สุด หัวหน้าเสี่ยวคอยดูพวกเราอยู่ พวกเราต้องไม่แพ้ในครั้งนี้ ทำให้เต็มที่เอาชัยชนะมาให้ได้!”

"เอิ่ม? แพ้ไม่ได้เลยหรอครับผู้อำนวยการหลี่?” ทุกคนเริ่มคร่ำครวญ

หลี่ชิงตอบอย่างหนักแน่น “พวกเราทุกคนต้องถือว่าสิ่งนี้เป็นภารกิจสำคัญของเขตเรา! ทุกคนเข้าใจไหม?”

"ครับท่าน!"

"ครับท่าน!"

เกาแพนเหว่ย และจ้วงจื้อ ตอบทันทีทั้งที่พวกเขาก็ไม่มั่นใจสักเท่าไร

ดงซูบินเองก็แอบดีใจที่เขารอดพ้นจากการแข่งขันในครั้งนี้ เขาเคยได้ยินมาจากต้าหลินเหม่ยว่าทีมของพวกเขาไม่เคยชนะเลยหลังจากผ่านมา 6 เกม รวมถึงยังแพ้อย่างหมดรูปในทุกเกมที่พวกเขาเล่น เช่นคะแนน 5: 0, 3: 0 และ 7: 0 ทีมของพวกเขายังไม่ได้ทำประตูสักประตูเดียวเลยด้วยซ้ำ นี่คือสาเหตุที่ผู้บริหารระดับสูงต้องกำชับลงมาว่านี้คือภารกิจสำคัญที่ต้องชนะเท่านั้น

ดงซูบิน, ต้าหลินเหม่ย และ พี่หยาน ยังคงอยู่ในสำนักงานต่อไป ฉางจ้วง, จ้วงจื่อ และคนอื่น ๆ ติดตามหลี่ชิงออกไป

ในช่วงบ่ายนั้นในสำนักงานไม่ค่อยมีงาน ทำให้ดงซูบินดื่มชาและดูหนังออนไลน์ได้อย่างสบายใจเฉิบ

ในช่วงวันหยุดวันชาติ เวลาเลิกงานของพวกเขาจะเปลี่ยนไปเป็นเวลา 15.00 น. ซึ่งตอนนี้เหลืออีก 5 นาทีจะถึง 15.00 น. และ ต้าหลินเหม่ยก็เริ่มเก็บข้าวของของเธอแล้ว เธอตบหลังของดงซูบินอย่างร่าเริง “ซูบิน! ไปที่สนามกีฬาหยัวถังกัน พวกเราจะได้ไปดูการแข่งขันด้วย ตอนนี้ฉันคิดว่าเขตของเราน่าจะกังวลเกี่ยวกับวิธีการทำให้ชนะในการแข่งขันในแมตซ์นี้ หากพวกเขาแพ้การแข่งขันทั้งหมดในทัวร์นาเมนต์นี้พวกเขาจะด่าแบบไม่เหลือชิ้นดีอย่างแน่นอน”

ซึ่งประจวบเหมาะกัยที่ดงซูบินก็ไม่มีอะไรทำที่อพาทเม้นท์อยู่แล้ว เขาจึงพยักหน้าตอบรับ “ได้สิ! ป่ะ! ไปดูการแข่งขันกัน” การที่เขาเลือกที่จะไปดูการแข่งขันเพราะเสี่ยวหยานเองเธอก็อยู่ที่นั่นด้วย มันอาจจะเป็นโอกาสที่ดงซูบินจะได้ใกล้ชิดกับเธอมากขึ้น

ณ สนามกีฬา หยัวถัง

ทางสำนักได้จองสนามแห่งนี้ไว้แล้ว ดงซูบิน และ ต้าหลินเหม่นแสดงบัตรประจำตัวของพวกเขาเพื่อใช้ในการขออนุญาตเข้าสู่สนาม พวกเขาเดินผ่านอุโมงค์ทางเข้าและได้ยินเสียงเชียร์ที่ดังสนั่นขึ้นมา ภายใต้ดวงอาทิตย์ที่แผดเผาสมาชิกกว่า 20 คนของสำนักงานแห่งรัฐและมั่นคงที่กำลังวิ่งอยู่บนสนาม จ้วงจื่อเหงื่อนั้นมีเหงื่อท่วมตัวและอยู่ในอาการหอบ เขายืนอยู่ใกล้กับเสาประตู ส่วน เกาแพนเหว่ยเองก็กำลังวิ่งไปรอบๆอย่างไร้จุดหมายและตะโกน“ส่ง,  ส่งมาให้ฉัน!” ฉางจี้เองก็ก็ยังคงถือรองเท้าฟุตบอลของเขาและนั่งข้างๆสนาม ดูเหมือนว่าเขาจะได้เป็นแค่ตัวสำรองเท่านั้น

"ป้องกัน! ป้องกัน!“ที่ด้านข้างของสนามนั้นมี เสี่ยวหยานในชุดกีฬาที่กำลังยืนอยู่พร้อมกับกำลังตะโกน แนะนำให้ทีมของเธอ” ทุกคนกลับมาและป้องกัน! หมายเลข 21 อ่ะ! ดูดีๆ!”

“อย่าปล่อยเขาเข้ามาได้! หยุดเขาไว้!” หลี่ชิงกำลังถือกระเป๋าของเสี่ยวหยานสะพายข้างของเธอและเธอก็ยังตะโกนใส่ผู้เล่นไม่ขาดสาย

ต้าหลินเหม่ยเริ่มกระซิบไปที่ดงซูบิน“หัวหน้าเสี่ยวของเรานั้นดูจริงจังมากเลย ดูเหมือนว่าเธอจะคาดหวังกับการแข่งขันในครั้งนี้ไว้มากน่าดู ไปกันเถอะ. พี่จ้วงนั่งอยู่ตรงนั้น”

ดงซูบินหยุดอยู่พักหนึ่ง “พวกเราไม่ควรไปทักทายหัวหน้าก่อนหรือ”

“นายไม่เห็นเหรอว่าตอนนี้หัวหน้ากำลังยุ่งอยู่?”

ดงซูบินมองไปที่ด้านหลังของเสี่ยวหยานอย่างเสียดายและเดินตามต้าหลินเหม่ยไปยังที่ที่ฉางจ้วงนั่งอยู่ ซึ่งฉางจ้วงก็นั่งอยู่กับชายหนุ่มและสาวๆจากแผนกการเมืองและฝ่ายการเงิน พวกเขาเชียร์ทีมของพวกเขาอย่างเต็มแรง “ลุยไปเลย ยิง!” แต่เสียงเชียร์ของพวกเขาดูนิ่มนวลมาก เมื่อเทียบกับทีมอื่น ๆ ซึ่งเสียงของพวกเขาแถบจะไม่ได้ยินเลย

“น้องซูบิน น้องหลินเหม่ย มาแล้วหรอ?” จางจ้วงหันมาหาพวกเขาและถือพัดอยู่ในมือเพื่อเอาไว้บังแสงอาทิตย์

ดงซูบินถามอย่างบังเอิญว่า“พี่สาวจ้วง! ทั้งสองทีมเป็นอย่างไงบ้างแล้ว? คะแนนตอนนี้เท่าไรแล้วครับ?”

ฉางจ้วงตอบกลับไปว่า:“ครั้งนี้ทีมเราเล่นได้ดีกว่านัดก่อนๆ คะแนนตอนนี้ 0: 0 และเหลือเวลาอีก 10 นาที ดูเหมือนว่าการแข่งขันครั้งนี้จะเป็นการจับสลาก อย่างน้อยเราก็ทำตามความต้องการของหัวหน้าเสี่ยวที่ไม่ให้เราแพ้ได้”

ต้าหลินเหม่ยอ้าปากค้าง “เราเล่นได้ดีขนาดนั้นเลยหรอ!”

ตอนนี้มันใกล้ถึงช่วงสุดท้ายของการแข่งขันแล้ว และผู้เล่นทุกคนในสนามดูเหนื่อยล้ามากๆ พวกเขาเริ่มวิ่งช้าๆหลังจากลูกบอลโดยไม่มีแท๊คติกหรือมีแท๊คติกใดๆ ทีมจากสำนักงานสาขาเขตตะวันตกไม่ได้มีมาตรฐานการเล่นเดียวกันกับทีมของสำนักสาขา เฉาหยาง ส่วนใหญ่พวกเขาเน้นเล่นตั้งรับมากกว่าและฝ่ายตรงข้ามพยายามทำคะแนนจากการยิงไกล

เสี่ยวหยานเริ่มตะโกนด้วยเสียงแหบแห้งของเธอ:“ตั้งรับให้ดีที่สุด! เหลือเวลาอีกเพียง 10 นาที!เท่านั้น”

หลี่ชิงยังตะโกนว่า“วิ่งให้เร็วที่สุด! ทุกคนวิ่งให้เร็วที่สุด!”

ผู้เล่นของสำนักงานสาขาเขตเฉาหยางหมายเลข 21 วิ่งไปข้างหน้าและรับบอลจากนอกเขตโทษและเขาหันไปยิงที่ประตู ซูม! มันเป็นมุมที่น่าอึดอัดใจและลูกบอลพลาดโดนเสาประตูเพียงนิดเดียว หมายเลข 21 กุมขมับของเขาด้วยความเจ็บปวดและจากนั้นเขาก็ยกนิ้วให้เพื่อนร่วมทีมของเขาที่ส่งลูกบอลมาให้เขา

ดงซูบินเริ่มกะพริบตา “ผู้ชายคนนั้นคือใคร? ทำไมเขาถึงเล่นได้ดีจัง?” ดงซูบินเองก็เล่นฟุตบอลกับเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยของเขา แม้ว่าเขาจะไม่ได้เล่นเก่งอะไร แต่เขาก็สามารถบอกความแตกต่างระหว่างผู้เล่นที่เป็นมืออาชีพกับมือใหม่ได้ หมายเลข 21 นั้นอยู่ในระดับที่แตกต่างจากผู้เล่นของอื่นๆมาก

ฉางจ้วงตอบกลับไปว่า:“ฉันได้ยินมาว่าผู้ชายคนนี้เคยเป็นทีมเยาวชนของชาติมาก่อน เขาเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพถ้าเทียบกับคนอื่นๆ เขาเกือบจะทำลายการตั้งรับของเราได้หลายครั้งแล้ว”

เสี่ยวหยานที่อยู่ไม่ไกลนักก็ตะโกนด้วยความโมโห “ล็อกตัวหมายเลข 21! อย่าให้เขาได้ลูกบอล!”

ไม่กี่วันมานี้เสี่ยวหยานเธออารมณ์ไม่ค่อยดี เพราะเธอคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการแข่งขันที่กระชับมิตรเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของเขาเกิดความสามัคคีผ่านกิจกรรมกีฬา นั่นเป็นเหตุผลที่เธอมาทำหน้าที่ผู้จัดการทีมและโค้ช แต่สำนักงานสาขาที่เหลือนั้นพยายามอย่างเต็มที่โดยไม่คิดว่านี้เป็นการแข่งขันกระชับมิตรธรรมดาและมันทำให้ทีมของเธอก็พ่ายแพ้ตั้งแต่เริ่มการแข่งขันและแพ้มาตลอด มันทำให้เสี่ยวหยานยอมไม่ได้และออกคำสั่งในการแข่งขั้นในครั้งนี้ ทีมของเธอต้องได้รับชัยชนะและจะแพ้อีกต่อไปไม่ได้แล้ว

เหลืออีก 8 นาที……

เหลืออีก 5 นาที……

คะแนนยังคงเป็น 0: 0

เสี่ยวหยานรู้สึกโล่งอก เธอมองหญิงวัยกลางคนที่กำลังดูการแข่งขันออกไปไม่ไกลและขมวดคิ้ว

หญิงสาวคนหนึ่งถือป้ายเชียร์และเมื่อเธอเห็นเสี่ยวหยานจึงหันมาเยาะเย้ย

ดงซูบินกำลังเฝ้าดูเสี่ยวหยานพร้อมกับดูเกมการแข่งขั้นไปด้วย เมื่อเขาสังเกตเห็นรายละเอียดการแข่งทุกอย่าง เขาถามต้าหลินเหม่ย ว่า “เธอรู้ไหมว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร? ดูเหมือนหัวหน้าเสี่ยวจะไม่ชอบเธอมากๆเลยนะ เธอเป็นผู้จัดการทีมของทีมเฉาหยางหรือป่าว?”

ต้าหลินเหม่ยมองไปที่ผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ “ฉันไม่เคยเห็นเธอมาก่อน พี่จ้วงพี่รู้จักเธอคนนั้นไหม”

“ใคร?” ฉางจ้วงมองไปยังทิศทางที่ดงซูบินกำลังชี้ “ทำไมเธอถึงอยู่ที่นี่?”

ดงซูบินถามว่า:“เธอคือใคร”

ฉางจ้วงมองไปรอบ ๆ เธอแล้วลากต้าหลินเหม่ย และดงซูบินไปด้านข้าง “ชื่อของบุคคลนั้นคล้ายกับหัวหน้าเสี่ยว เธอชื่อเสี่ยวหยานด้วยเช่นกัน เธอเป็นรองผู้อำนวยการกองการเมืองของสำนักงานเขตสาขาตะวันออก โอ้! ฉันรู้แล้วว่าทำไมเธอถึงอยู่ที่นี่ พรุ่งนี้เป็นการแข่งขันนัดสุดท้ายของเรากับสำนักสาขาภาคตะวันออก เธอควรจะอยู่ที่นี่เพื่อจะมาดูทีมของเรา”

ดงซูบินเริ่มงงงวยแล้ว “นี่ไม่ใช่การแข่งขันเพื่อกระชับมิตรหรือยังไง? จำเป็นต้องจริงจังขนาดนี้ไหม?”

ฉางจ้วงหัวเราะ “มีหลายสิ่งที่พวกเธอยังไม่รู้ หัวหน้าเสี่ยวและผู้ตัดสินทางการเมืองเสี่ยว ไม่ค่อยถูกกันสักเท่าไร สำหรับคนอื่น ๆ นี่อาจเป็นการแข่งขันกระชับมิตรก็ได้นะ แต่สำหรับคู่นี้ไม่ใช่ ฉันได้ยินมาว่าพวกเขาทั้งคู่โต้เถียงกันบ่อยครั้งระหว่างการประชุมที่สำนักงานใหญ่ของเมือง อืม ...... ฉันจะบอกความลับอื่นกับพวกเธอ แต่พวกเธอต้องเงียบเอาไว้เลยนะ” ฉางจ้วง ลดเสียงของเธอลง “พวกเธอรู้หรือไม่ว่าหัวหน้าเสี่ยวพึงหย่าร้างกับสามีเก่าของเธอ และสามีเก่าของเธอก็ไปแต่งงานใหม่และเจ้าสาวคนใหม่ของเขาคือเสี่ยวหยานคู่ปรับของเธอนั้นเอง เพราะเหตุผลนี้……ฮิฮิ… .. พวกเธอเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ใช่ไหม”

ต้าหลินเหม่ย พูดว่า:“โอ้……ฉันเองก็ยังคงสงสัยว่าทำไมหัวหน้าเสี่ยวจึงออกคำสั่งเช่นนั้น เธอไม่ต้องการถูกคู่แข่งของเธอมองว่าต่ำต้อยสินะ!”

ดงซูบินก็เข้าใจสถาณการณ์นี้เช่นกัน

ฉางจ้วงตอบว่า:“อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย มันไม่ดีเลยถ้าข่าวกระจายไปทั่ว และก็การแข่งขันใกล้จะจบแล้ว มาเถอะ! มาเชียร์ทีมของเรากัน!”

เหลือเวลาอีกเพียง 3 นาทีเท่านั้น

ต้าหลินเหม่ยโบกมืออย่างตื่นเต้น:“ทีม!สู้ๆสู้ๆ ไปไปไป!”

ดงซูบินยังได้รับอิทธิพลจากบรรยากาศและเริ่มส่งเสียงเชียร์ให้กับทีมของพวกเขา:“ตั้งรับ! ป้องกัน!”

ดงซูบินและคนที่เหลือหวังเพียงแค่ขอให้เสมอเพียงเท่านั้น

แต่สิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามที่พวกเขาต้องการ เกาแพนแหว่ยซึ่งเล่นอยู่กองหลังได้วิ่งเข้าไปชนหนึ่งในเพื่อนร่วมทีมของเขานอกเขตโทษทำให้ทั้งคู่วิ่งชะลอตัวลง นี่เป็นโอกาสอีกครั้งของหมายเลข 21 ที่จะฝ่าด่านตั้งรับนี้เข้าไป เขาวิ่งเข้าไปในเขตโทษพร้อมกับลูกบอลและสับขาหลอกให้กองหลังรู้สึกสับสนก่อนที่เขาจะเดินหน้าต่อไปและเหลือเพียงผู้รักษาประตูเท่านั้นที่ยืนอยู่ต่อหน้าเขา!

ผู้รักษาประตูคนนั้นคือเสี่ยวเกาจากส่วนการเมือง เขาไม่รู้วิธีเล่นฟุตบอลด้วยซ้ำ เขาได้รับเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของทีมเพราะเขาตัวสูง อีกทั้งในตอนนั้นเสี่ยวเการีบวิ่งไปข้างหน้าเพื่อพยายามบังหมายเลข 21 แต่เขาก็บังเอิญสะดุดล้มลงที่พื้นและขาของเขาก็เข้าไปเกี่ยวกับขาของหมายเลข 21  จนหมายเลข21ล้มลงกับพื้น!

ทั้งเสี่ยวเกา และหมายเลข21 กลิ้งลงบนสนามด้วยความเจ็บปวด

“ปี๊บ! ปี๊บ!”

กรรมการแข่งขันจากสำนักเมืองเป่านกหวีดและชี้ไปที่จุดที่ทั้งคู่ล้มลง! “จุดโทษ!”

จบบทที่ บทที่ 53  จุดโทษ!!

คัดลอกลิงก์แล้ว