เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42

บทที่ 42

บทที่ 42


ผู้แปล loop

การปฏิเสธของฉูหยวนก็ไม่ได้ทำให้ดงซูบินผิดหวังเหมือนครั้งก่อน เพราะท่าทางของฉูหยวนนั้นทำให้เขาประหลาดใจ

ดงซูบินคิดว่าเธอตอนนี้อาจยังไม่พร้อมและตะโกน “ย้อนกลับ” ในตอนนั้น!

......

"เด็กดี. กัดอีกครั้ง อ่า……” ฉูหยวนป้อนกล้วยให้กับดงซูบิน

ดงซูบินกัดและเคี้ยวช้าๆ

ฉูหยวนเอาผ้าเช็ดปากและช่วยเขาเช็ดปาก “ดูรอยยิ้มของนายสิ นายคิดอะไรของนายอยู่?”

“เอ๋อ! ไม่มีอะไร……ฉันแค่อยากยิ้ม ฮ่าฮ่าฮ่า” ดงซูบินยังไม่พอใจกับตัวเองมากนัก นั่นเป็นเหตุผลที่เขายังคงต้องใช้พลังพิเศษของเขา เขายังไม่สามารถปล่อยให้ฉูหยวนรู้ว่าเขาชอบเธอได้ อีกทั้งเขาไม่ต้องการให้เธอรู้สึกไม่สบายใจ เขาต้องการรอจนกระทั่งฉูหยวนจะมีความประทับใจที่ดีต่อเขาและเขาจะได้มีคำสารภาพที่สมบูรณ์แบบ ด้วยวิธีนี้โอกาสที่เขาจะประสบความสำเร็จจะสูงขึ้น

แต่ตอนนี้อุปสรรคใหญ่ที่สุดสำหรับดงซูบินในตอนนี้ก็คือ

การตั้งบริษัทของฉูหยวน……แม้ว่าฉูหยวนจะได้รับค่าคอมมิชชั่นสำหรับการขายโฆษณาทุกครั้ง แต่มันคงจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าเธอจะสามารถเก็บเงินเพื่อมาทำฝันของเธอได้

หลังจากคิดมาตลอดทั้งบ่าย ดงซูบินตัดสินใจจะช่วยฉูหยวน หากเขามีเงินพอที่ช่วยให้เธอตั้งบริษัทของเธอเองได้ โอกาสที่เขาจะได้ครบฉูหยวนเป็นแฟนจะสูงขึ้น?  มันทำให้ดงซูบินต้องหาเงินให้มากขึ้น เพื่อมีชีวิตที่ดีขึ้น หากเขาสามารถมีรายได้ 1 ล้านหยวน เขาก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้นและอาจมีแฟนด้วย นั้นคือสิ่งที่ถูกต้อง. และจริงๆแล้วในการทำงานราชการถ้าดงซูบินอยากเลื่อนตำแหน่งให้ได้เร็วก็อาจจะต้องมีการให้ของใต้โต๊ะกันบ้าง แต่สิ่งที่เขาจะได้กับมาคือ ชื่อเสียง เงิน และ อำนาจ ซึ่งเหมือนเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสามตัวกันเลยที่เดียว

‘ฉันจะต้องหาเงินมาให้ได้’

‘เป้าหมายคือ 1 ล้านหยวน’

ผ่านไปหนึ่งวัน……

ผ่านไปสองวัน……

ในขณะนี้ ดงซูบินฟื้นตัวได้ดีภายใต้การดูแลของฉูหยวน ตอนนี้เขาได้ถอดผ้าพันแผลเมื่อสองวันก่อนออกจนหมดแล้ว อีกทั้งเขายังสามารถขยับแขนและขาได้ดีขึ้น เว้นแต่การออกกำลังกายที่ใช้แรงเยอะที่เขายังต้องระมัดระวัง ดงซูบินก็สามารถเดินและขึ้นบันไดได้โดยไม่ต้องเดินกะเผลกอีกต่อไป เขาถามหมอว่าเขาจะถูกปล่อยกลับบ้านเมื่อไหร่ เพราะเขาเบื่อที่จะอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว แพทย์บอกเขาว่าเขายังคงต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลอีกสัก 2 วันเพื่อสังเกตดูอาการ  มันทำให้ดงซูบินสงสัยว่าโรงพยาบาลต้องการให้เขาอยู่อีกสองสามวันเพื่อที่จะได้เรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลที่แพงขึ้นอย่างแน่นอน

เวลาเที่ยง

หลังจากทานอาหารกลางวันในโรงพยาบาล ดงซูบินก็ทานยาของเขาโดยไม่ได้สนใจอะไร

อาหารที่โรงพยาบาลเจียงกงนั้นมีราคาถูกมาก โดยนับเป็น 3 มื้อต่อ 10 หยวน แต่มันเป็นอาหารสำหรับผู้ป่วยเท่านั้น ไม่ใช่สำหรับญาติๆ มันทำให้ฉูหยวนต้องไปทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารใกล้เคียง หลังอาหารกลางวันเธอซื้อโยเกิร์ตหนึ่งถ้วยกลับไปที่หอผู้ป่วยและเห็นดงซูบินกำลังจ้องมองบางอย่างและเป่าลมเข้าไปที่ขวดน้ำเปล่าอย่างเบื่อหน่าย

ฉูหยวนเดินเข้ามาและหัวเราะ เธอวางโยเกิร์ตลงบนโต๊ะ “นายทำอะไรอยู่? นายอายุเท่าไหร่กันแล้วเนี่ย”

ดงซูบินได้แต่กลอกตาขึ้น “ฉันเบื่อ” สองวันที่ผ่านมาดงซูบินกำลังคิดหาวิธีการหาเงินให้มากขึ้น แต่ไม่มีอะไรที่เขาสามารถทำได้ในโรงพยาบาลนี้เลยและมันทำให้เขาเบื่ออย่างถึงที่สุด

“ถ้านายรู้สึกเบื่อ นายก็กินโยเกิร์ตนี้ส่ะสิ.”

“ฉูหยวน! ฉันหายเบื่อแล้ว ทำไมเธอถึงไม่กลับไปทำงานอีกล่ะ”

“มือของนายยังสัมผัสน้ำไม่ได้ ถ้าฉันกลับไปทำงานแล้วใครจะช่วยล้างหน้าให้นายกัน? ใครจะล้างถ้วยช้อนให้นายกัน?” ฉูหยวน กล่าวขณะที่เธอเปิดฟาโยเกิร์ต เธอถือมันไว้ให้ดงซูบิน "กินมัน. ถ้านายเบื่อจริงๆ ฉันจะพานายไปเดินเล่นใกล้แถวๆโรงพยาบาล นายอยากไหม?"

ดงซูบินรู้สึกยินดีที่ได้ยินเช่นนั้น "ได้. ไปหาที่เดินเล่นแถวๆนี้กัน ” ดงซูบินไม่รู้ว่าพวกเขาสองคนจะไปไหนกัน แต่ตราบใดที่ฉูหยวนอยู่กับเขา เขาก็ยินดีไปด้วยเสมอ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

ดงซูบินยืนอยู่ที่ทางเข้าทิศตะวันตกของโรงพยาบาลเจียงกง เขามองไปที่ท้องฟ้าและถอนหายใจ “ในที่สุดฉันก็เห็นท้องฟ้าอีกครั้ง”

ฉูหยวนพยุงเขาไว้และช่วยเขาขณะที่เดินอยู่ ทั้งคู่เดินช้าๆไปทางทิศเหนือ

มีคนอยู่ด้านหน้าเขาเขากำลังเล่นแบดมินตันกับลูกของพวกเขาตามทางเดิน ฉูหยวนช่วยดงซูบินพยุงเดินจากทางซ้ายของเขาเพื่อหลีกเลี่ยงคนที่เล่นแบดมินตันอยู่ แต่เมื่อพวกเขาเดินผ่านครอบครัวเสียงฝีเท้าก็ขยับเข้ามาใกล้ทางขวาและกระแทกเข้าที่ไหล่ขวาของ ดงซูบิน “อุ๊ย!” ดงเซวปิงตะโกน เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดในไหล่ของเขาและเขาหันไปทางขวาของเขา “ฉันไม่เห็นว่านายกำลังจะเดินผ่านตรงนี้สักหน่อย!”

ชายวัยกลางคนไม่ได้ขอโทษและเดินต่อไป

“ดงซูบินนายโอเคไหม” ฉูหยวนถามด้วยความโมโหแทนดงซูบิน

ดงซูบินลูบไหล่ของเขาและตอบพร้อมขมวดคิ้ว "ฉันสบายดี."

ฉูหยวนโกรธ เธอตะโกนใส่ชายวัยกลางคนว่า“เฮ้คุณ! หยุดตรงนั้น!”

ชายวัยกลางคนหันมา “มีอะไร? ฉันทำอะไรผิด”

“ทำอะไรผิดอย่างงั้นหรอ?” ฉูหยวนตอบด้วยอาการที่ฉุนขาด “คุณรู้ไหมกระแทกไหล่มาที่น้องชายของฉันและคุณยังไม่ขอโทษอีกหรือยังไง?”

ชายวัยกลางคนที่ถือกระเป๋าหนังตอบอย่างกระวนกระวายว่า“ฉันแค่กระแทกเขาเบา ๆ ทำไมต้องทำให้วุ่นวายด้วย”

“ไหล่ของน้องชายฉันเจ็บอยู่และคุณไปกระแทกมันทำให้กับมาเจ็บอีกครั้ง” ฉุหยวนจ้องไปที่เขาแล้วพูดว่า:“ฉันอยากให้คุณขอโทษเขา”

ดงซูบินรู้สึกว่าชายคนนี้ดูคุ้นเคย เขาพยายามที่จะจำว่าเขาเป็นใครและเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน

ชายคนนั้นขมวดคิ้ว:“เธอบ้าเหรอ?”

“นายสิบ้า!” ดงซูบิน โกรธมาก เขาชี้ไปที่ชายคนนั้นและตะโกน:“นายกล้าดียังไงถึงพูดอย่างงั้นออกมา!”

ชายคนนั้นตะโกนและเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

ดงซูบินโกรธและเดินเร็วกว่าเพื่อไล่ตามเขา “หยุดตรงนั้น!”

ฉูหยวน ยังไล่ตามชายคนนั้นไป แต่เนื่องจากดงซูบินยังไม่หายดี เธอหยุดและดึงดงซูบินกลับมา “ลืมเรื่องนี้ไปส่ะเถอะ ไม่มีเหตุผลที่จะเถียงกับผู้ชายคนนั้น”

ดงซูบินมองไปที่ด้านหลังของชายคนนั้นและทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าชายคนนั้นเป็นใคร “ฉูหยวน! ฉันจำได้ว่าเป็นใคร ฉันเคยเห็นเขาในทีวี เขาเป็นนักโบราณคดีจากรายการทีวี นามสกุลของเขาคือเฉิง นักจัดรายการและแขกของรายการทีวี เขารู้จักกันดีในนามอาจารย์เฉิง เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในการพิสูจน์ธนบัตรและเหรียญโบราณ” เนื่องจากดงซูบินเคยทำงานนอกเวลาในเมืองโบราณมาระยะหนึ่งและสนใจโบราณวัตถุ เขามักจะดูรายการเหล่านี้เมื่อเขามีเวลาว่าง

ฉูหนวนส่ายหัวของเธอ “คนที่หยาบคายอย่างงั้นก็เป็นผู้เชี่ยวชาญได้จริงหรอเนี่ย”

ดงซูบินพูดออกมาว่า “ฉันรู้จักเขาแต่ในทีวี ไม่คิดว่าชีวิตจริงของเขาจะทำตัวอย่างงี้”

สักพักโทรศัพท์ของฉูหยวนก็ดังขึ้นและเธอก็ตอบ “สวัสดี…… ฮือ ……ใช่……มีปัญหาหรือป่าว มาทำไม คุณสามารถพูดกับเขาแทน……ฉันได้ไหม วันนี้ฉันลา……เขาพูดอะไร ทำไม่ได้เหรอ” ฉูหยวนมองไปที่ดงซูบิน "พรุ่งนี้ได้ไหม? ฉันจะไปคุยกับเขาที่บริษัทของเขา……ตกลง……อ่า… .. วันนี้เท่านั้นหรอ งั้นโครงการจะไม่ได้รับอนุมัติอย่างงั้นหรอ”

ดงซูบิน รู้ว่ามันเป็นงานของเธอ เขาพูดว่า:“เธอควรไป งานของเธอสำคัญกว่า”

ฉูหยวนลังเลก่อนที่พูดผ่านโทรศัทพ์ต่อว่า:“โอเค เดียวสักแปบฉันจะเข้าไป บาย.”

“คนที่ทำงานในแผนกโฆษณาโทรมาหรอ?”

ฉูหยวนพยักหน้า “มีปัญหาบางอย่างและพวกเขาต้องการให้ฉันกลับไปตอนนี้ เฮ้อ ... ฉันไม่สามารถอยู่แบบสงบๆได้เลย กลับกันเถอะ. ฉันจะส่งนายที่โรงพยาบาลก่อน”

“ห้องเลขที่อะไรนะ ฉันกลัวว่านายจะเดินแล้วล้ม”

“เอ๊ะ! ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ” ดงซูบินเดินไปข้างหน้าไม่กี่ก้าวอย่างรวดเร็ว “ดูสิ! ขาของฉันหายดีแล้ว เธอควรไปที่ทำงานในตอนนี้”

“แต่……” ฉูหยวนมองดูเขาแล้วจับไปที่แขนของดงซูบิที่อยู่ข้างๆของเธอ “งั้นฉันไปก่อนนะ แต่นายต้องดูแลตัวเองระหว่างเดินกลับ ระวังเมื่อนายกำลังจะข้ามถนนและดูให้ดีว่านายกำลังจะไปไหน เมื่อนายเดินขึ้นบันไดนายจะต้องเดินช้าลง นายได้ยินฉันไหม?”

"ได้ยิน ได้ยิน……."

หลังจากฉูหยวนกลับไปดงซูบินก็ลูบไหล่ของเขาที่ปวดขึ้นมาอีกครั้ง

ผู้เชี่ยวชาญด้านของเก่าทุกคนนั้นมีฐานะร่ำรวย แต่มันแย่มากที่พฤติกรรมส่วนตัวของพวกเขาทำให้พวกเขาเป็นคนที่แย่มาก

‘อ๋อ รู้แล้ว!’

‘ของเก่า!’

‘ถึงแม้ความเสี่ยงในการลงทุนซื้อขายสูงเกินมาก แต่ฉันสามารถหาเงินจากของเก่าพวกนี้ได้!’

จบบทที่ บทที่ 42

คัดลอกลิงก์แล้ว