เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 + 26

บทที่ 25 + 26

บทที่ 25 + 26


ผู้แปล loop

ในวันถัดมา ณ สำนักงานกิจการทั่วไป

ดงซูบินอ่านข้อมูลการลงทุนในตลาดหุ้นในตอนเช้าเล็กน้อยก่อนที่เขาจะออกจากบ้าน ซึ่งวันนี้เขาใช้เวลาเดินทางและเข้างานได้ตรงเวลาเป๊ะ

ต้าหลินเหม่ยพูดติดตลก:“ซูบิน! ทำไมวันนี้นายมาช้าจัง บอกฉันมาสิ. นายแอบไปออกเดทกับแฟนมาอีกแล้วใช่ไม?”

ดงซูบินยิ้มแล้ววางกระเป๋าไว้บนโต๊ะทำงานของเขา “เลิกแซวเถอะ ฉันยังไม่มีแฟนสักหน่อย” ดงซูบินเองยังไม่เคยออกเดทกับสาวๆมาก่อน ในขณะที่เขาอยู่ในโรงเรียน ดงซูบินถือได้ว่าเป็นผู้ชายหน้าตาธรรมดาและมาจากครอบครัวที่ยากจน ไม่มีรถยนต์และบ้าน แน่นอนว่าจะมีผู้หญิงคนไหนมาสนใจเขาในเวลานั้น

“อ๋อ” ฉางจ้วงหัวเราะ “น้องซูบินจ๊ะ ต้องการพี่สาวคอยให้คำแนะนำเรื่องผู้หญิงบ้างไมล่ะ”

ดงซูบินยิ้มและพูดว่า:“ขอบคุณพี่จ้วง แต่ตอนนี้ผมขอผ่านนะครับ”

“ถ้าน้องซูบินสนใจอยากหาสาวๆคุยด้วยก็บอกพี่ได้นะ พี่รู้จักสาวๆเยอะแยะไปหมด และยังสามารถแนะนำให้น้องซูบินได้เลยนะ”

แท้จริงแล้วดงซูบินเองก็ไม่อยากเป็นโสดอีกทั้งเขาอิจฉาคนที่มีแฟนอยู่แล้วด้วยซ้ำ แต่ด้วยหน้าตาและภูมิหลังของครอบครัวของเขามันเป็นเรื่องยากที่จะหาแฟนได้ง่ายๆ ดังนั้นเขาจึงมุ่งความสนใจไปในอาชีพของเขาให้มากที่สุดก่อน เมื่อเขาได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นหัวหน้า เขาก็จะมีเงินและการหาแฟนก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับดงซูบินเอง

10 นาทีต่อมา โจวฉางจูเข้ามาในสำนักงาน มันเป็นสิทธิ์ของหัวหน้าที่จะมาสายได้ ไม่มีใครจะพูดอะไรในเวลานั้น

เกาแพนเหว่ยกำลังรอโจวฉางจูอยู่ เมื่อเขาได้ยินเสียงฝีเท้าของโจวฉางจู เขารีบวิ่งไปชงชาในทันที

ฉางจี้เองก็แสร้งทำเป็นทำงานหนัก หลังจากหัวหน้าโจวเข้าไปในสำนักงานแล้ว เขาก็กลับมาขี้เกียจดังเดิม เขาหันไปหาดงซูบิน:“ซูบิน! นายควรจะไปทำความสะอาดสำนักงานนะ อย่ารอจนกระทั่งหัวหน้าเข้ามาสิ เดียวเขาจะด่าพวกเราได้ และถ้าหลังจากนี้นายว่างก็ช่วยถูพื้นด้วย” แท้จริงแล้วสำนักงานจะมีเฒ่าหวังซึ่งเป็นพ่อบ้านที่คอยทำความสะอาดทุกวันอยู่แล้ว เขาจะมีหน้าที่ในการยกน้ำขึ้นมาเติมและทำความสะอาดบริเวณทางเดินและในห้องอยู่เป็นกิจวัตร

ดงซูบินรู้สึกโมโหเมื่อเขาได้ยินสิ่งที่ฉางจี้พูดเพราะว่าเขาเป็นคนที่ทำความสะอาดสำนักงานเป็นคนสุดท้าย และตอนที่เขามาก่อนเขาก็เป็นคนเริ่มทำความสะอาดก่อนด้วย ดังนั้นดงซูบินจึงคิดว่าทำไมถึงต้องเป็นตาของเขาอีกครั้ง? ‘สงสัยว่าหมอนี้กำลังจะพยายามท้าทายฉันอยู่ ถ้าเป็นคำสั่งของหัวหน้าโจว ฉันจะไม่รังเกียจที่จะทำมันเลย แต่หมอนี้เป็นใครจะมาสั่งฉันให้ฉันทำนู้นนี้นั้น อีกทั้งหมอนี้ขอให้ฉันทำงานทั้งหมดของเขาในที่ทำงานและหมอนี้ยังต้องการที่จะเป็นหัวหน้าฉันอีก ซึ่งมันไม่เกี่ยวกับงานเลย?

ดงซูบิน อดทนมามากเกินพอแล้วและเขากำลังจะระเบิดมันออกมา

จ้วงจื่อซึ่งเป็นเพื่อนกับดงซูบินรับรู้ได้ถึงความตึงเครียดในสำนักงานและพูดทันทีว่า“เดียวฉันช่วยทำความสะอาดสำนักงานเอง”

ดงซูบินไม่ได้พูดอะไรและหยิบเศษผ้าและทำความสะอาดสำนักงานกับจ้วงจื้อ

ฉางจี้จ้องมองไปที่ดงซูบินและตะโกนสั่งเขาเสียงดัง

ซึ่งตอนนี้ทุกคนในสำนักงานกำลังยุ่งอยู่กับการงานต่าง ๆมากมาย ในตอนเช้า

โดยที่หัวหน้าโจวไปประชุมที่ห้องประชุมชั้นสาม และจะกลับมาในตอนเที่ยง

เวลาประมาณ 02.55 น. แหวน, แหวน, แหวน โทรศัพท์ของสำนักกิจการดังขึ้น ดงซูบินที่ยืนอยู่ที่เครื่องถ่ายเอกสารและใกล้กับโทรศัพท์มากที่สุด เขาเดินไปรับมันและพูดว่า:“สวัสดีครับ สำนักงานกิจการทั่วไปครับ” ฉันหัวโจว “ซูบินนายมาที่ห้องของฉันเดี๋ยวนี้”

"ครับ. ผมจะไปเดียวนี้”  ‘ฮ่า! ในที่สุดโอกาสของฉันก็มาถึง!’

ณ ห้องทำงานของโจวฉางจู

โจวฉางจู หัวเราะอย่างมีความสุขและชี้ไปที่แผนภูมิหุ้นบนจอคอมพิวเตอร์ของเขา “ฉันเพิ่งจะขายหุ้นทั้งหมดของฉันและฉันจะซื้อชิปสีน้ำเงินหนึ่งหรือสองใบ แต่ฉันไม่แน่ใจว่าจะเลือกแบบไหนดี นายช่วยแนะนำให้ฉันหน่อย” โจวฉางจูไม่ได้พูดถึงหุ้นรถไฟ ต้าชิจากครั้งก่อนเลย และดงซูบินก็ไม่โง่ที่จะพูดถึงเรื่องนั้น

“ได้ครับ แต่ผมขอดูก่อนนะครับ”

“ไปเอาเก้าอี้มานั่งสิ”

"ไม่เป็นไรครับ. เดียวผมยืนตรงนี้ก็ได้ครับ”

ตลาดหุ้นในช่วงเช้านี้ค่อนข้างดี หุ้นที่กำไรสูงสุดคือหุ้นเข้าใหม่ มันเพิ่มขึ้นประมาณ 98.03% และหุ้นที่สองถึงแปดเพิ่มขึ้นประมาณ 10% ส่วนที่เหลือของหุ้นเช่นหุ้นเภสัชกรรมหุ้นเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 7%

“เป็นไงบ้าง” โจวฉางชุนถาม “ฉันควรเลือกหุ้นแบบไหน?”

ดงซูบินใช้เมาส์และคลิกที่แผนภูมิของบางส่วน “รอสักครู่นะครับ ผมขอวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ก่อน”

โจวฉางจูค่อยๆจิบชาของเขา “ไม่ต้องรีบ ใช้เวลาในการวิเคราะห์หุ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือหุ้นที่ดีที่สุดและมูลค่าคงที่ที่สุดด้วย”

ตอนนี้ตลาดหุ้นใกล้ปิดแล้วและดงซูบินก็มองไปที่รายชื่อของหุ้นที่ตกของบริษัทหนึ่งที่อยู่ในอันดับต้น ๆของรายการ หุ้นตัวนั้นเป็นของบริษัท ที่ชื่อว่าไห่หนานลับเบิล มันลดลง 10.03% และกำลังจะตกลงไปจุดต่ำสุด ดงซูบินมองที่แผนภูมิและมองผ่านข่าวล่าสุดของ บริษัทแห่งนี้ โดยบริษัทแห่งนี้ได้รับการจดทะเบียนเมื่อไม่นานมานี้และถือหุ้นทางการเกษตร ซึ่งบริษัทนี้มีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ทำกำไรมากสุดในตลาดตอนนี้ แต่โดยพื้นฐานแล้วบริษัทนี้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายของผู้ถือหุ้นได้ จึงทำให้หุ้นมีมูลค่าลดลงมาเรื่อยๆจนเกือบจะถึงจุดต่ำสุด

โจวฉางจูขมวดคิ้วขณะที่เขามองที่หน้าจอ เขาโบกมือ:“ดูบริษัทต่อไป ฉันไม่คิดว่าบริษัทนี้จะคุ้มที่จะเสียงเพราะดูจากผลของมูลค่าหุ้นมันได้ไม่ดีและก็ใกล้จะปิดตลาดของวันนี้แล้ว ดูหุ้นอื่นดีกว่า”

“ได้ครับ” เมื่อดงซูบินกำลังจะปิดหน้าต่างหุ้นของไห่หนานลับเบิลก็พุ่งสูงขึ้น

มีคำสั่งซื้อ 80,000 หุ้นให้กับบริษัท นี้

ในไม่ช้าคำสั่งซื้ออีก 20,000 หุ้นเข้ามาและยกเลิกคำสั่งซื้อทั้งหมดเพื่อขาย เปอร์เซ็นต์การลดลงของราคาหุ้นลดลงเหลือ -7.26%

-6.17% ......

-5.32% ......

-3.78% ......

-2.02% ......

ในพริบตาราคาหุ้นเกือบจะเท่ากับจุดคุ้มทุน

มันเร็วอย่างน่าตกใจ

ดงซูบินไม่ลังเลและพูดว่า“ย้อนกลับ” ในใจของเขา

......

เวลากลับมาเป็น 1 นาทีก่อน

ตาของดงซูบินเบลอและอยู่ตรงหน้าเขาคือแผนภูมิราคาหุ้นไห่หนานลับเบิล

หุ้นนี้ก็ยังคงอยู่จุดต่ำสุดของตลาดก่อนที่จะตลาดหุ้นจะปิดตัวและยังไม่มีสัญญาณของการเคลื่อนไหวใด

โจวฉางจูมองที่จอภาพและพูดว่า: "ดูบริษัทต่อไป ฉันไม่คิดว่าบริษัทนี้จะคุ้มที่จะเสียงเพราะดูจากผลของมูลค่าหุ้นมันได้ไม่ดีและก็ใกล้จะปิดตลาดของวันนี้แล้ว ดูหุ้นอื่นดีกว่า”

หลังจากฝึกฝนมาหลายวันดงซูบินเริ่มจะคุ้นเคยกับพลังพิเศษของเขา เขาชี้ไปที่หน้าจอทันที:“หัวหน้าโจวรีบซื้อไห่หนานลับเบิลนี้ หุ้นจะเพิ่มขึ้นเร็วๆนี้แน่นอน”

โจฉางจู ตกใจมาก “ฉันบอกนายแล้วว่าหุ้นตัวนี้มันไม่น่าจะไปรอด นายไม่เขาใจรึยังไง?”

ดงซูบิน ตอบทันที:“ไม่ต้องห่วงหรอก มูลค่ามันจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ผมไม่หลอกหัวหน้าหรอก”

โจวฉางจูยังลังเลอยู่ “……แล้วนายเอาอะไรมาการันตี?”

“แค่เชื่อผมในครั้งนี้ เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว”ดงซูบิน พูดอย่างกังวลใจ

เนื่องจากโจวฉางจูไม่ได้ฟังดงซูบินเมื่อวานนี้เขาจึงทำกำไรได้น้อย ตอนนี้ดงซูบินดูเหมือนจะมั่นใจมากขึ้นว่าจะได้หุ้นที่มีมูลค่าและมันจะเพิ่มขึ้นด้วย เขาขมวดคิ้วและคิดประมาณ 1 วินาทีแล้วพูดว่า:“ดี! ฉันจะซื้อหุ้นของบริษัทนี้” โจวฉางจูกดสั่งซื้อในโปรแกรมซื้อขายออนไลน์  รหัสของเขาถูกบันทึกไว้ในคอมพิวเตอร์ของเขาและเขาสามารถเข้าสู่ระบบและทำการซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว

หลังจากซื้อหุ้นแล้วทั้งคู่ก็จ้องมองที่หน้าจออย่างเงียบ ๆ

ราคาหุ้นไห่หนานลับเบิลยังคงไม่เปลี่ยนแปลง มีคำสั่งขายเกือบ 100,000 หุ้นในคิว

โจวฉางจูดูที่จอภาพและเคาะถ้วยน้ำชาของเขา เขาแตะเร็วขึ้นและเร็วขึ้น

‘ขึ้นมา!’

‘ขึ้นสิ ๆ ขึ้นสิ ๆ ขึ้นสิ!’

ดงซูบินยังคงกำกำปั้นของเขาอย่างหงุดหงิด

1 วินาที……

2 วินาที……

ทันใดนั้นมีคำสั่งซื้อจำนวนมากปรากฏบนหน้าจอ

ตามด้วยการซื้อขาย 20,000 หุ้น

ซื้อขายอีก 7,000 หุ้น

หัวหน้าโจวสามารถเห็นราคาหุ้นของไห่หนานลับเบิลได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

หัวหน้าโจวกระแทกโต๊ะอย่างตื่นเต้น “มันขึ้นไปแล้ว ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น!”

ดงซูบินกระโดดด้วยความดีใจ เขาแสดงสีหน้าที่โล่งใจออกมา “มันจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อไป”

-7.26%

-6.17% ......

-5.32% ......

โจวฉางจูชี้ไปที่จอภาพ:“นี่เป็นหุ้นที่ดีเลย!”

-3.78% ......

-2.02% ......

....

บทที่ 26

ผู้แปล loop

ในตอนเช้า

ดงซูบินได้ดาวน์โหลดโปรแกรมตลาดหุ้นลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ในสำนักงานของเขาเพื่อนำมาวิเคราะห์ตลาดหุ้น

แท้จริงแล้วดงซูบินเองก็ต้องการจะหาเงินเช่นกัน แต่เขาก็คิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเขามีเงินทุนที่จำกัดและกฏระเบียบมากมายสำหรับการที่จะเป็นนักเทรดหุ้นรายวัน ซึ่งการซื้อขายหุ้นนั้นเขาจะต้องรอวันถัดไปจึงจะเบิกได้ซึ่งระบบนี้รู้จักกันในชื่อของ ทีบวกหนึ่ง(T+1)  และการ “ย้อนกลับ” ของดงซูบินทำได้แค่กลับไป 1 นาทีก่อนหน้าเท่านั้น เขาอาจจะรู้ว่าหุ้นจะเพิ่มขึ้นในนาทีถัดไป แต่เขาไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อตลาดปิด และความเสี่ยงสูงเกินไป

เช่นเดียวกับหุ้นของบริษัท ไห่หนานลับเบิลที่ราคาหุ้นสูงขึ้นจากจุดต่ำสุดเพียงแค่หนึ่งนาที ทำให้หัวหน้าโจวมีความสุข แต่เมื่อตลาดปิดทำการราคาหุ้นย้อนกลับซึ่งในวันถัดไปมูลค่าของมันลดลงต่อเนื่อง ซึ่งมันทำกำไรไม่มากนักและหัวหน้าโจวเกือบจะขาดทุน

หลักทรัพย์ที่สามารถซื้อขายได้ในวันเดียวนั้นก็มีอยู่ซึ่งมันชื่อว่า ทีบวกศูนย์(T + 0) ซึ่งมันคือใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อ โดยมันจะประกอบไปด้วยใบรับประกันเพียงใบเดียวเท่านั้นอีกทั้งมันยังมีอีกชื่อเรียกว่า- ซีดัลเบิลยูบีหนึ่ง(CWB1)มันเป็นใบสำคัญแสดงสิทธินี้ชนิดหนึ่ง แต่อย่างไรก็ดีการซื้อหลักทรัพย์ประเภทนี้ก็เหมือนการซื้อปลาที่ตายแล้ว ราคาของมันลดลงหรือเพิ่มขึ้นไม่กี่เปอร์เซ็นทุกวันและเกือบจะไม่มีมูลค่าผันผวนทางใดๆเลย นี่คือสาเหตุที่ดงซูบิน ยอมแพ้ความคิดในการทำเงินผ่านการซื้อขายประเภทนี้ เขาจึงเปลี่ยนไปวิเคราะห์ตลาดหุ้นของโจวฉางจูเท่านั้น แม้ว่าเขาอาจจะไม่สามารถรับประกันว่าจะทำเงินให้เขา แต่อย่างน้อยเขาก็สามารถทำให้เขามีความสุข ด้วยวิธีนี้เขาจะได้ใกล้ชิดกับหัวหน้าของเขาโดยตรง

‘ดงซูบิน นายต้องทำงานให้หนัก!’

‘ทั้งหมดนี้เพื่อการเลื่อนขั้น’

“เหอ! ซูบิน! วันนี้นายมาเร็วนะเนี่ย”

"อรุณสวัสดิ์ทุกคน."

“สวัสดีตอนเช้า”

ทุกๆคนค่อยๆถยอยเข้ามาในสำนักงานอย่างช้าๆ

ดงซูบินทักทายเพื่อนร่วมงานของเขาและปิดโปรแกรมการลงทุนในตลาดหุ้นอย่างรวดเร็ว

ฉางจี้เป็นคนสุดท้ายที่มาถึงสำนักงาน เขาเห็นว่ามีฝุ่นอยู่บนพื้นและพูดว่า:“ทำไมพื้นสกปรกอีกแล้วเนี่ย?วันนี้ไม่มีใครทำความสะอาดหรือยังไงกัน?” เนื่องจากในช่วงไม่กี่วันก่อนโจวฉางจูหัวหน้าของพวกเขาต้องมาสายเพราะสุขภาพของเขา  เกาแพนเหว่ยจึงไม่ได้สนใจกับการทำความสะอาดสำนักงานและมีแต่ดงซูบินที่เป็นคนที่ทำความสะอาด ฉางจี้เดินไปที่โต๊ะทำงานของเขาแล้วหันไปที่ดงซูบิน:“ซูบินนายไปแล้วกวาดพื้น”

‘ทำไมต้องเป็นฉันอีกแล้ว’ ซูบินคิดภายในใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

ดงซูบิน ไม่เกี่ยงที่จะทำงานใดๆก็ได้ที่ได้รับมอบหมาย เมื่อเปรียบเทียบกับวิถีชีวิตความยากจนที่เขามีตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมากับแม่ของเขา

ดงซูบินไม่สามารถยืนดูความหยิ่งพยองบนใบหน้าของฉางจี้ได้

เพราะดงซูบินถูกเขารังแกมาหลายครั้งมากแล้ว จนดงซูบินแทบจะทนไม่ไหว

แต่เมื่อ ดงซูบินจำได้ว่าเขาเพิ่งเป็นเด็กใหม่และฉางจี้มีพวกผู้มีอิทธิพลหนุนหลังเขาอยู่ มันทำให้ดงซูบินได้แต่กัดฟันของเขาไว้และถกแขนเสื้อขึ้น เขาหยิบไม้กวาดและที่ตักขยะมาจากด้านหลังประตูและเริ่มกวาด ดงซูบินรู้สึกได้ถึงความเกลียดชังของฉางจี้ที่มีต่อเขามากขึ้นในสองวันนี้ เขาสามารถเดาเหตุผลได้ เพราะเด็กใหม่ทำให้เขาเสียหน้าโดยที่เขาทำงานที่รับมอบหมายไม่สำเร็จ ฉางจี้เลยอิจฉาดงซูบิน

ฉางจ้วงและเกาแพนเหว่ย แสร้งทำเป็นไม่เห็นอะไรเลย

ต้าหลินเหม่ย และจ้วงจื้อ ไม่สามารถทนดูต่อไปได้ พวกเขายืนขึ้นและเริ่มช่วยดงซูบินกวาดสำนักงาน

ฉางจี้จ้องมองไปที่ 3 คนนั้นและก็หันกลับไปแชทในบอร์ดปลาสวยงามต่อไป

วันนี้ดงซูบินเหนื่อยมาก เขารู้สึกปวดหลังขณะที่เขาก้มลงกวาดที่มุมห้องสองสามวันมานี้เขาต้องทำความสะอาดสำนักงานทั้งหมดและยังคงต้องทำงานประจำให้เสร็จด้วย ยิ่งไปกว่านั้นฉางจี้ยังสั่งให้ดงซูบินทำหน้าที่เขาแทนด้วย มันทำให้ดงซูบินไม่มีเวลาพักผ่อนเลย

“ซูบินนายไปพักเถอะ ฉันทำเอง” จ้วงจือกล่าว

ดงซูบินหยุดและนวดที่แขนเล็กน้อยก่อนจะกลับไปกวาดต่อและเขาก็ฝืนยิ้ม:“ไม่เป็นไร ขอบคุณนะ.”

ต้าหลินเหม่ยชี้ไปที่ฉางจี้พร้อมกับคางของเธอและกระซิบ:“ไม่มีใครทนไอ้หมอนั้นได้หรอก” แม้ว่าต้าหลินเหม่ยจะเป็นคนปากสว่างและชอบนินทา แต่เธอก็รู้ดีว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ ตอนที่ฉางจี้สั่งดงซูบินมันทำให้เธอก็โกรธ แต่เธอก็ไม่ได้พูดกับฉางจี้ตรงๆ

เพราะฉางจี้เป็นรุ่นพี่ในสำนักงานและยังมีคนที่หนุนหลังอยู่ด้วย มันไม่ดีเท่าไรที่จะทำให้เขาขุ่นเคือง

10 นาทีต่อมาดงซูบินกวาดสำนักงานและกลับไปที่ที่นั่งของเขา เขายังคงหอบอยู่และกำลังจะทำงานที่เขาค้างอยู่เมื่อวาน

แต่ก่อนที่ดงซูบินจะหยุดพักหายใจ ฉางจี้ซึ่งอยู่ในตู้จกดน้ำชี้ไปที่ถึงเปล่า:“ไม่มีน้ำแล้ว ซูบินไปยกถังน้ำเข้ามา” ฉางจี้ไม่พอใจที่ดงซูบินจ้องมองที่หน้าเขาก่อนหน้านี้ สาเหตุที่ไม่มีใครกล้ายุ่งกับเขาคือ พ่อขอฉางจี้สนิทกับกรมการเมืองแม้แต่หัวหน้าหลี่ชิงและโจวฉางจูก็ต้องพูดกับเขาอย่างสุภาพแล้วดงซูบิน คนนี้คือใครที่กล้ามาจ้องหน้าเขา?

ดงซูบินโมโหจัด “ยกน้ำหรอ?” ‘ฉันไม่สนใจนายแล้ว แต่นายก็ยังพยายามหาปัญหามาให้กับฉันอยู่เหรอ?’

ฉางจี้มองเขาอย่างเย็นชา:“ใช่ ยกมันมาใส่ที่ตู้กดน้ำ”

พี่หยางเองตอนนี้เขาก็รู้สึกว่าฉางจี้ทำมากเกินไปแล้ว เขาเงยหน้าขึ้นมองผ่านหนังสือพิมพ์ของเขา:“ซูบินเหนื่อยแล้ว นายโทรเรียกพ่อบ้านให้ขึ้นมาทำแทนไป ปกติเขาเป็นคนที่เติมน้ำให้กับตู้กดอยู่แล้ว”พี่หยางไม่กลัวพวกกรมการเมืองอีกทั้งเขาไม่ชอบพวกสองมาตรฐานอยู่แล้ว เพราะเขาเคยมีปัญหากับกรมการเมืองมาก่อน และพี่หยางเองก็แก่พอที่จะไม่กลัวจะมีปัญหากับใครก็ตาม

ฉางจี้ตอบกลับโดยไม่หันหน้าไปทางพี่หยาง“เฒ่าหวังกำลังทำความสะอาดทางเดินอยู่ เขาไม่สามารถมาเติมน้ำได้ในตอนนี้หรอก”

ดงซูบินถามกลับไปว่า:“พี่จี้ไม่แม้แต่จะเรียกเขาแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเฒ่าหวังไม่ว่าง”

“ทำไม?” ฉางจี้จ้องที่ ดงซูบิน“ทำไมฉันบอกให้นายยกน้ำแทนเขาไม่ได้หรือยังไง นายก็รู้กฎที่นี่ดีไม่ใช่หรอ งานเหล่านี้เป็นงานของเด็กใหม่ นายคาดหวังว่าฉันและแพนเหว่ย จะมายกน้ำให้นายหรือยังไง”

ฉางจ้วงพยายามทำให้สถานการณ์สงบลง:“ฉันคิดว่าหัวหน้าโจวจะเข้ามาสำนักงานในไม่ช้า หยุดเถียงกันได้แล้ว”

ต้าหลินเหม่ยมองไปที่ ฉางจี้ด้วยความรังเกียจ:“ใช่แล้วเอกสารที่ผู้อำนวยการหลี่ต้องการจากนายล่ะ? ฉันพบเขาก่อนหน้านี้เมื่อฉันเข้าไป เขาบอกว่ให้เอาเอกสารมาให้เขาโดยเร็วที่สุด”

ฉางจี้ ตอบกลับและหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลออกมาจากโต๊ะของเขาก่อนที่จะหันไปที่ดงซูบินอีกครั้ง:“ฉันไม่เชื่อว่าฉันไม่สามารถสั่งให้นายไปไหนมาไหนได้ ห้ามให้ใครช่วยเหลือไอ้เด็กใหม่นี้ ให้มันยกน้ำด้วยตัวเอง” เขาเดินออกไปและก่อนที่เขาจะไปเขาหันมามองหน้าดงซูบินเขาบอกว่า“ถ้าถังน้ำยังไม่ถูกเปลี่ยนก่อนที่ฉันจะกลับมานายตายแน่!!”

"ได้. ฉันจะรอนาย“ดงซูบินไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เขาพูดจาเย้ยหยัน:” ฉันจะไม่เปลี่ยนน้ำ ดูสินายจะทำอะไรกับฉันได้บ้าง”

ฉางจี้ตอบด้วยการยิ้มเยาะ:“แล้วจะได้เห็นดีกันคอยดู”

ปัง! ฉางจี้เดินออกจากประตูสำนักงานแล้วเขาก็ปิดประตูด้วยเสียงที่ดังสนั่น

ตอนนี้บรรยากาศในสำนักงานยังคงตึงเครียดและก่อนที่ต้าหลินเหม่ยและคนอื่น ๆ จะพูดอะไรก็ได้ประตูก็เปิดขึ้นอีกครั้ง

"ฮะ? เกิดอะไรขึ้นกับทุกคน” โจวจางจูเดินเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าเอกสารของเขา

ฉางจ้วงตอบทันที:“ไม่มีอะไรเลยค่ะ อรุณสวัสดิ์หัวหน้าโจว”

โจวฉางจูพยักหน้ารับและกำลังจะเข้าห้องเมื่อเขาจำบางอย่างได้ “โอ้ซูบิน ตามฉันมาที่ห้องนะ.”

ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น

โจวฉางจูหัวเราะและตบหลังของดงซูบิน “นายรู้ได้อย่างไงว่ามันจะเพิ่มขึ้น?”

ดงซูบินหาข้อแก้ตัว:“จากการวิเคราะห์ชาร์ตของผม”

โจวฉางจูหัวเราะอย่างเต็มที่ "ดี. นายมีความสามารถจริงๆ!”

จบบทที่ บทที่ 25 + 26

คัดลอกลิงก์แล้ว