เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่9

บทที่9

บทที่9


ผู้แปล loop

การทดสอบ เอเอที สิ้นสุดลง

ในทางเดินด้านนอกห้อง ดงซูบินเจอกับเสี่ยวตง

เสี่ยวตงงมองไปที่ดงซูบินและพูดประชดประชันว่า“เอเอที ในปีนี้ยากกว่าการสอบระดับชาติปีที่แล้วมาก นายยังมั่นใจอยู่ใช่ไหม?”

ดงซูบินมองเขาและถามว่า:“นายคิดว่านายจะทำมันได้แย่ลงหรอ?”

"ฉันเนี่ยนะจะทำได้แย่ลง?“เสี่ยวตงหัวเราะและตอบอย่างมั่นใจ:” นายคิดว่าฉันเหมือนนายหรือยังไง? นอกเหนือจากคำถามเชิงตรรกะ 2 ข้อที่ฉันรู้ว่า ฉันผิดและคำถามความรู้ทั่วไปสองสามข้อที่ฉันไม่มั่นใจ นอกนั้นฉันมั่นใจว่าฉันตอบคำถามที่เหลือได้ ทั้งหมด และก่อนที่ฉันจะส่งเอกสารคำตอบของฉัน ฉันก็ได้คำนวณข้อที่ถูกคราวๆแล้วและฉันมั่นใจว่าคำถามที่ฉันทำผิดจะไม่เกินเจ็ดเปอร์เซ็น ฮึ่ม! แล้วนายล่ะ? ฉันคิดว่านายควรจะผิดอย่างน้อย 40 ถึง 50 ข้อ”

ดงซูบินยิ้ม:“ไม่ต้องห่วงฉัน หากนายมั่นใจว่าสอบผ่าน ฉันก็ไมน่าจะมีปัญหา”

“หยุดทำหน้าทำตาอย่างงั้นสักที” เสียวตงไม่รู้ความหมายของดงซูบินที่กำลังจะสื่อ

หลังจากการสอบครั้งแรก ดงซูบินรู้สึกโล่งใจ แต่เมื่อเขาคิดถึงการสอบเรียงความในภายหลังเขาก็กังวลอีกครั้ง

ดงซูบินยังไม่ได้ทานข้าวกลาววันเลย

ฉูยวนและป้าซูรอคอยพวกเขา และพวกเธอไม่ได้ถามพวกเขาเกี่ยวกับการสอบ พวกเธอไม่ต้องการให้พวกเขามีความเครียดเพิ่มขึ้น พวกเขาทานอาหารกลางวันอย่างรวดเร็วที่ร้านเกี๊ยวใกล้โรงเรียนและไม่นานก็ถึงเวลาสอบภาคบ่าย

กลับมาที่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 15 เสี่ยวตงดูสงบและมั่นใจ

ดงซูบินไม่มีความมั่นใจเลย แต่เขายังคงพยายามให้กำลังใจตัวเอง:“ทำได้ๆ”

“หืมม!” เสี่ยวตงกลับไปที่ห้องสอบของเขา

การเขียนเรียงความการทดสอบเป็นเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง

13:30 - 16:00 น.

การทดสอบข้อเขียนนี้เป็นการทดสอบผู้สมัครใน 7 ด้าน การอ่านเพื่อความเข้าใจ ทักษะการวิเคราะห์ ทักษะการแก้ปัญหา ภาษาการเขียน ความรู้เรื่องการเมืองในปัจจุบัน และทักษะการบริหาร ไม่มีคำตอบที่คงที่และผู้สมัครต้องตอบคำถามสั้น ๆ

ดงซูบินเขียนเรียงความที่ต้องวิจารณ์ได้ไม่ดี อย่างไรก็ตามเขาได้ฝึกฝนมาเล็กน้อยภายใต้การแนะนำของคุณปู่หูในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ดงซูบินรู้ว่าเขายังไม่ดีพอที่จะสอบในรอบนี้ ที่จริงแล้วดงซูบินวางแผนที่จะใช้ “ย้อนกลับ” ในระหว่างการทดสอบเรียงความหากการทดสอบตอนเช้าไม่ยากเกินไป

แต่แผนของเขาล้มเหลว การสอบตอนเช้านั้นยากเกินไปและเขาต้องใช้ “ย้อนกลับ” ไปแล้วในตอนนั้น เขาไม่มีแผนกสำรองอีกแล้ว

“ฉันจะทำยังดีล่ะที่นี้?”

หากการสอบเรียงความอยู่ในมาตรฐานเดียวกันกับการสอบตอนเช้า ดงซูบินก็รู้ตัวเองเลยว่าเขาคงไม่รอดแน่ๆ

‘อาจจะเป็นความโชคร้ายที่ฉันจะไม่ได้เป็นข้าราชการ’

ครึ่งชั่วโมงก่อนเริ่มการทดสอบ ห้อง 026 อีกครั้งดงซูบินจะรู้สึกถึงความตึงเครียดในอากาศ ทุกคนได้รับผลกระทบจากความยากลำบากในการทดสอบตอนเช้าและพวกเขาก็ขมวดคิ้ว

ดงซูบินถอนหายใจและเคาะแก้มของเขา ในใจเขาสวดอ้อนวอน

ตอนนี้เขาไม่ได้หวังที่จะตอบคำถามทุกข้อ เขาเพียงแต่อธิษฐานว่าคะแนนของเขาจะไม่ต่ำเกินไป เขาอาจยังคงสามารถผ่านข้อสอบข้อเขียนที่ต้องทำเครื่องหมายได้ นี่คือความปรารถนาเดียวของเขา

13:30 น. เริ่มการทดสอบ

ดงซูบินยกปากกาขึ้นมาและเริ่มคำถามแรกทันที

เขาอ่านบทความที่ให้มาแล้วดูคำตอบที่ต้องการ เขารู้สึกสั่นเทา การสอบนี้ก็ยากเช่นเดียวกับการทดสอบตอนเช้า ดงซูบินอ่านบทความสองครั้งและไม่เข้าใจว่าบทความเกี่ยวกับอะไร ไม่มีทางที่เขาจะตอบคำถามได้

‘เอาล่ะ’

‘ดีกว่าไม่ได้ทำอะไร’

ดงซูบินยิ้มแย้มแจ่มใสและตอบสิ่งที่เขารู้โดยหวังว่าจะได้คะแนนที่เขาหวังสักเล็กน้อยก็ยังดี เขาพลิกสมุดคำถามไปยังคำถามที่สอง

“จีนมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ในทะเลโดยรอบ แต่รายได้ต่อหัวของเราต่ำ ทะเลบ่อเป็นทะเลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน มันมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ…”

เอ๊ะ ?! ดงซูบินไม่เชื่อสายตาของเขา ทำไมคำถามนี้จึงคุ้นเคยกันดี

เขาพลิกไปที่คำถามที่สาม

“เขียนข้อเสนอแนะถึงหัวหน้าสำนักการท่องเที่ยวเกี่ยวกับการท่องเที่ยวของจีนในต่างประเทศ คำตอบที่ต้องการจะต้องเกี่ยวข้องและนำไปปฏิบัติได้ ต้องกระชับและไม่เกิน 400 คำ… ...”

ดงซูบินตกตะลึงและอ้าปากค้างออกมาดัง ๆ :“เอ๊ะ?”

“เกิดอะไรขึ้นกับคุณ” คณะกรรมการคุมสอบมองเขา “ทำการทดสอบของคุณอย่างเงียบ ๆ และอย่าทำเสียงดัง”

ดงซูบินพูดทันที:“ผมขอโทษ” เขามองคำถามอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าดวงตาของเขาไม่ได้ฝาดไป เขารู้สึกประหลาดใจและดีใจเมื่อเห็นคำถามที่สี่ เขาไม่รู้วิธีอธิบายความรู้สึกของเขา

‘คำถามนี้จริงๆหรอเนี่ย’

‘คำถามนี้จริงๆหรอเนี่ย’

‘คำถามนี้จริงๆหรอเนี่ย’

ดงซูบินถามตัวเองด้วยคำถามเดียวกันสามครั้ง เขาแทบจะไม่เชื่อสิ่งที่เขาเห็น

การสอบผ่านไปครึ่งชั่วโมงและ ดงซูบินไม่สามารถที่จะอยู่ในความงุนงงได้ เขาหยิบปากกาของเขาอีกครั้งและเริ่มตอบ

ดงซูบิน เขียนคำตอบของเขาอย่างราบรื่นโดยไม่หยุดเลย

กรรมการคุมสอบเฝ้าดูดงซูบินและเขาสงสัยว่าดงซูบินต้องแอบทำอะไรอยู่แน่ เขาเดินไปที่ดงซูบินและยืนอยู่ข้างหลังเขาเพื่อดูเขา เขาจ้องที่แผ่นคำตอบของดงซูบิน ไม่กี่นาทีต่อมาและคณะกรรมการคุมสอบรู้สึกประหลาดใจ เขายืนอยู่ที่นั่นจนกระทั่งระฆังประกาศการสิ้นสุดของการทดสอบดังขึ้น เขาและคณะกรรมการคุมสอบคนอื่น ๆ รวบรวมคำตอบทั้งหมดจากผู้สมัครและผนึกไว้ในซอง

เมื่อดงซูบินกำลังจะออกจากห้องคณะกรรมการคุมสอบคนนั้นมองเขาและพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม

ดงซูบินรู้สึกประหลาดใจและยิ้มกลับมา เขาค่อยๆเดินออกจากห้องไป ‘เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดคำถามเรียงความทั้งหมดจึงเหมือนกับคำถามที่คุณปู่หูสอนฉัน’

สามารถได้ยินเสียงบ่นของผู้สมัครเมื่อพวกเขากำลังจะออกจากโรงเรียน “เฮ้อ ... ฉันตาย. คำถามนั้นยากเกินไป”

"ถูกตัอง. เอเอทีครั้งนี้ก็ยังยากเหมือนเดิม และการสอบเรียงความก็ยากขึ้น โดยเฉพาะคำถามที่สาม มีพวกเรากี่คนที่จะตอบได้”

“ฉันรู้ว่าฉันได้ตอบผิดแล้ว เฮ้อ! ... คิดว่าฉันต้องมาใหม่อีกครั้งในปีหน้า”

ผู้สมัคร 9 จาก 10 คนกำลังดึงหน้าด้วยความเครียด

ด้านนอกประตูโรงเรียนแม่ของเขาและฉูยวน กำลังรออยู่ใต้ร่มไม้ ดงซูบินเองยังคงอยู่ในความงุนงง เมื่อเขาเห็นแม่ของเขาและฉูยวนรอเขาอยู่เขายกมือขึ้นทันที:“รอผมอยู่หรอ! ตอนนี้ผมต้องการไปที่ๆหนึ่งแบบเร่งด่วนมาก”

ก่อนที่แม่ของเขาและฉูยวนซวนจะตอบ ดงซูบินก็เรียกแท็กซี่

“ไปส่งผมที่โรงพยาบาลมะเร็งด้วย” ดงซูบินบอกผู้คนขับ

ที่หอผู้ป่วยมะเร็ง ดงซูบินรู้สึกประหลาดใจที่พบว่าหอผู้ป่วยของคุณปู่หูว่างเปล่า ไม่มีกระเป๋าเดินทางและเขาถามพยาบาลคนหนึ่งซึ่งเป็นคนดูแล โดยเขาได้คำตอบว่า คุณปู่หูได้ออกจากโรงพยาบาลเมื่อคืน ซึ่งดงซูบินมาช้าไปนิดหน่อย มันทำให้ดงซูบินโทรหาเบอร์ของปู่หูที่เคยโทรมาหาเขาทันที่ มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งตอบว่า:“สวัสดีโรงพยาบาลมะเร็งหอผู้ป่วยมะเร็ง”

‘นี่ไม่ใช่หมายเลขของคุณปู่หูหรอ เขาใช้โทรศัพท์ของโรงพยาบาลเพื่อโทรหาฉันในวันนั้น?’

ดงซูบินวิ่งไปที่สถานีพยาบาลเพื่อพยายามหาทางติดต่อและที่อยู่ของคุณปู่หู แต่พยาบาลที่นั่นบอกเขาว่าพวกเขาไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของผู้ป่วยได้

ดงซูบินยืนอยู่ที่ทางเดินมองไปที่หอผู้ป่วยที่ว่างเปล่า

‘คุณปู่หูน่าจะอยู่อีกไม่กี่วัน เมื่อวานนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันเห็นเขา’

ดงซูบินอยู่ที่หน้าหอผู้ป่วยที่ว่างเปล่าและโค้งคำนับถึง 3 ครั้ง

เขาเข้าใจว่าทำไมคุณปู่หูบอกเขาว่าเขาจะต้องได้คะแนนสูงสำหรับการสอบเรียงความ เขาตระหนักว่าทำไมคุณปู่หูไม่อนุญาตให้เขาเปิดเผยสิ่งที่เขาสอนให้ผู้อื่น อาจเป็นลูกชายของเขาที่ตั้งคำถามหรือบางทีเขาอาจรู้คำถามผ่านคนรู้จักของเขา คุณปู่หูสอนเขาถึงวิธีการตอบคำถามเกือบ 70% ในการสอบเรียงความ

‘หากดงซูบินยังไม่ได้คะแนนสูงสำหรับการสอบนี้เขาอาจต้องฆ่าตัวตายเช่นกัน!’

ตอนนี้ในเพจลงถึงตอนที่ 26 แล้วนะ

จบบทที่ บทที่9

คัดลอกลิงก์แล้ว